เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1467 บันทึกงานแต่ง-พยานในงานแต่ง!
พี่หยางกับเสี่ยวข่ายล้วนเป็นนักไลฟ์สดของเว็บไซต์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง มักจะร่วมกันทำกิจกรรมนอกสถานที่ ฐานแฟนคลับก็ค่อนข้างเยอะ
อุตส่าห์มาเจอโอกาสพิเศษแบบนี้ แน่นอนว่าจะต้องไลฟ์สักหน่อย
แต่… หลังจากพี่หยางเจอขงเสียงหมิงสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ลังเลครู่หนึ่งก่อนจะปิดไลฟ์ไปอย่างเด็ดเดี่ยว
“สวัสดีครับทุกท่าน ตอนนี้ฝั่งผมยังไม่สะดวก ไลฟ์ต่อไม่ได้แล้ว รอผมตัดคลิปเสร็จแล้วจะโพสต์ให้ทุกท่านได้รับชมนะครับ!”
หลังจากพูดจบ พี่หยางก็ปิดไลฟ์ไปทันที
ในเวลาเดียวกัน เสี่ยวข่ายเห็นพี่หยางปิดไลฟ์ไปก็อึ้งไปทันที รีบโทรไปถาม
“พี่หยาง ปิดไลฟ์ทำไม โอกาสอย่างวันนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ นะ”
พี่หยางอดพูดไม่ได้ “ก็บอกแล้วไงว่าฝั่งผมพยานในงานแต่งคือขงเสียงหมิง!”
เสี่ยวข่ายพูดตามสัญชาตญาณ “ขงเสียงหมิงคือใคร เขา…”
ทันใดนั้น เสี่ยวข่ายอดสีหน้าเปลี่ยนไปไม่ได้
“ผู้นำ… ผู้นำข่ง? ขงเสียงหมิง… จากมณฑลตงหยางเหรอครับ”
พี่หยางพยักหน้า “อืม”
เสี่ยวข่ายได้ยินแบบนี้ก็ตกใจมาก
“นี่… เจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นใครเนี่ย ทำไมถึงเชิญผู้นำข่งมาเป็นพยานในงานแต่งได้ สุดยอดเกินไปแล้ว!?”
เรื่องนี้ทำให้เสี่ยวข่ายอดตะลึงไม่ได้ เพราะขงเสียงหมิงถือว่าเป็นบุคคลที่สำคัญมาก!
ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรที่มีชื่อเสียง นักมายากลชั้นยอด ดารายอดนิยม ทีมนักเต้นจากเกาหลี ล้วนสู้ผู้นำคนนี้ไม่ได้…
ช่องว่างนี้วัดด้วยเงินหรือวัสดุใดไม่ได้เลย! มันคือช่องว่างระหว่างความแข็งแกร่ง สถานะ และอิทธิพลที่แท้จริง
ตอนนี้แม้ว่าไลฟ์สดของพี่หยางจะปิดไปแล้ว แต่คอมเมนต์จากผู้ชมกลับถล่มทลาย!
แฟนคลับชาวตงหยางที่ติดตามพี่หยางเยอะมาก หลังจากรู้ว่าขงเสียงหมิงเป็นพยานในงานแต่ง ทุกคนก็อึ้งไป
แม้จะเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของจิ้นหยาง ก็เปรียบกับผู้นำข่งแห่งตงหยางคนนี้ไม่ได้เลย
ยังคงมีคนให้ของขวัญในไลฟ์สดอย่างต่อเนื่อง ในไลฟ์ที่ปิดไปแล้วยังคงมีแฟนๆ นับไม่ถ้วนให้ของขวัญและพูดคุยกัน
ทว่าแม้จะเป็นแบบนี้ พี่หยางก็ไม่กล้าเปิดไลฟ์
ตอนนี้เอง จู่ๆ พี่หยางก็ค้นพบว่าในกลุ่มคนก็มีคนอื่นๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย จึงเปลี่ยนความคิด!
ในเมื่อผู้นำข่งยินยอมมาเป็นพยานในงานแต่ง แสดงว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้!
ตอนนี้เขาเกิดลังเลขึ้นมา ครู่หนึ่งหลังจากนั้น เขาตัดสินใจว่าจะเปิดไลฟ์ ถ่ายไปก่อนค่อยว่ากัน
ขงเสียงหมิงขึ้นเวที ไม่นานก็เดินลงมา ถึงอย่างไรงานแต่งก็ยังไม่ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
ในหมู่บ้านแบบนี้ พิธีรีตองค่อนข้างเยอะ ขั้นตอนก็เช่นเดียวกัน
เฉินชางกับฉินเยว่ก็ได้แต่ทำความเคารพหัวจดพื้น ฉินเยว่เองก็ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดแต่งงาน
ทันทีที่พี่หยางเปิดคลิปวิดีโอ ก็มีคนให้ของขวัญในไลฟ์เยอะมาก
“พี่หยาง ไปดูหน่อยว่าบ่าวสาวเป็นใคร ฐานะเป็นอย่างไร”
“พี่หยางไปดูสินสอดของเขาหน่อย!”
“ได้ครับ พวกคุณไม่ต้องเดาแล้ว ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นญาติของผู้นำข่ง ท่านจึงมาช่วยงาน อย่าเพิ่งฮือฮากัน!”
“เป็นไปได้… ตลอดเวลาที่ผู้นำข่งอยู่ที่ตงหยางก็มักจะเก็บตัว คิดไม่ถึงว่าจะมีญาติอยู่ในหมู่บ้าน”
“แต่ผมก็ยังประหลาดใจว่าสินสอดเท่าไร พี่หยางไปสืบให้หน่อย”
ในงานคนเยอะมาก หลังจากพี่หยางลังเลครู่หนึ่งก็หยิบเงินห้าร้อยหยวนออกมา ตัดสินใจไปใส่ซอง จะได้ไม่อึดอัดเกินไป
“สวัสดีครับ ตอนนี้ผมจะไปใส่ซอง ถึงอย่างไรก็เป็นงานแต่ง ผมมาไลฟ์สดฟรีๆ ก็คงไม่ดี ไปอวยพรบ่าวสาวสักหน่อย”
พูดจบก็เดินเข้าไปยังโต๊ะรับซอง ตอนนี้หลายคนต่างยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่าย พี่หยางจึงไม่ได้ดูเด่นมาก
“เวทีงานแต่งจัดได้สวยมาก! แม้ไม่ได้ดูหรูหรา แต่ดูออกว่าตั้งใจมากจริงๆ”
พี่หยางพลางเดินพลางพูด หลังจากมาถึงตรงจุดรับซอง ก็ยืนรอคนมามอบซอง
ทว่าตอนนี้เอง ฉากการรับซองได้ปรากฏขึ้น
“โจวอาวเป่าหมิง ห้าสิบหยวน”
“เฉินต้าชวน หนึ่งร้อยหยวน!”
ทุกคนล้วนเป็นคนในหมู่บ้าน เงินใส่ซองห้าสิบหนึ่งร้อย ถือว่าปกติมากในหมู่บ้าน
ในความคิดเห็นก็มีคนออกมาพูดถึงเรื่องนี้
“น่าจะเป็นครอบครัวธรรมดา และเป็นญาติกับผู้นำข่ง ท่านจึงมาช่วย!”
“เดี๋ยวก่อน ไม่แน่อาจจะมีเศรษฐี”
ตอนนี้เอง ฝั่งเสี่ยวข่ายกลับฮือฮาขึ้นมา เพราะไลฟ์พร้อมกัน ภาพแยกกัน ผู้ชมมองเห็นภาพของทั้งสองฝั่งได้พร้อมกัน
ถึงขั้นให้ความรู้สึกเหมือนกำลังประลองกัน หลังจากของขวัญงานแต่งของฝั่งเสี่ยวข่ายสร้างความฮือฮา ผู้ชมก็มากขึ้นทันที
“มีคนให้โรลส์-รอยซ์คันหนึ่ง! แม่ง สุดยอดจริงๆ!”
“คนที่ให้โรลส์-รอยซ์เป็นเจ้าของธุรกิจถ่านหินสมัยก่อน หุ้นส่วนของเฒ่าแก่หู”
“เดี๋ยวก่อน มีคนให้นาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ มูลค่าคงนับล้านหยวนเลย”
“รวยจริงๆ เลย!”
เมื่อเทียบกันแล้ว เฉินชางที่ฝั่งพี่หยางติดตามอยู่กลับธรรมดามาก เหมือนงานแต่งทั่วๆ ไป ไม่ได้มีของเวอร์วังอะไร
“หม่าเยว่ฮุย หนึ่งพันหยวน”
“เหอเฉิน หนึ่งพันหยวน”
ส่วนใหญ่เป็นหนึ่งพันหยวน ทำให้พี่หยางประหลาดใจเล็กน้อย
หรือว่า… มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า ธรรมดาเกินไปหรือเปล่า
หรือตอนแรกตนคิดมากเกินไป ความจริงรถพวกนั้นก็เป็นรถที่พวกเศรษฐีเอามาเป็นหน้าเป็นตาให้ขงเสียงหมิง
ทุกคนคิดได้แบบนี้ก็เข้าใจทันที
ความจริงเรื่องนี้เฉินชางย้ำเตือนกับทุกคนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าอย่าให้พวกเหล่าหม่าทำเสียบรรยากาศ
จึงจำกัดว่าเงินใส่ซองห้ามเกินหนึ่งพันหยวน
เพราะเงินใส่ซองของฝั่งเฉินชางแบ่งเป็นสามส่วน
ส่วนหนึ่งคือญาติพี่น้องและคนในหมู่บ้าน ส่วนหนึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานและอีกส่วนคือชาวต่างชาติ
ที่ต้องแบ่งเป็นสามส่วนก็เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ส่วนของชาวต่างชาติ ฉินเยว่หมิงเป็นคนรับผิดชอบและมีการเชิญล่ามมาด้วย
พี่หยางพลันเดินไปยังโซนสุดท้ายที่เป็นโซนของชาวต่างชาติด้วยความสงสัย
แต่ตอนนี้เอง เรื่องอันแปลกประหลาดได้เกิดขึ้น
“หม่าไรอันส์ หนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐกับแกมมาไนฟ์ [1] หนึ่งเครื่อง”
หลังจากพี่หยางได้ยินก็อึ้งไปทันที มีคนอดแสดงความคิดเห็นว่าสุดยอดไม่ได้…
ถึงอย่างไรหนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐก็เทียบเท่าเจ็ดพันหยวนแล้ว ถือว่าไม่น้อยเลยจริงๆ
ทว่า มีดผ่าตัดนี้กลับเหนือความคาดหมายของทุกคน! การให้มีดในงานแต่งแบบนี้มีแต่ในนิยาย ทำไมที่นี่ถึงมี!
ในเวลาเดียวกัน ก็เริ่มมีคนกล่าวโทษในช่องความคิดเห็น
“เกินไปแล้ว ให้มีดผ่าตัดในงานแต่งงาน ชาวต่างชาติพวกนี้ร้ายมาก”
“ไม่เข้าใจความคิดของพวกเขาเลยจริงๆ!”
ทว่าตอนนี้เอง มีชาวต่างชาติอีกคนมาใส่ซอง
“มอนเดแอลฟา หนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐ เป็นอาจารย์ชี้แนะ ‘เดอะแลนซิต’ หนึ่งฉบับ เครื่องจี้ไฟฟ้าหนึ่งเครื่อง”
ได้ยินชื่อของขวัญนี้ ทุกคนในงานเงียบไปทันที
ไม่ว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจอย่างไร ก็รู้ถึงมูลค่าของวารสาร ‘เดอะแลนซิต’
ตอนนี้จู่ๆ ให้เป็นอาจารย์ชี้แนะ ‘เดอะแลนซิต’ หนึ่งฉบับ แปลกประหลาดเกินไปแล้ว ไม่กลัวการฉ้อโกงทางวิชาการหรือ
ความจริงนี่คือบทความที่มอนเดแอลฟาเพิ่งเขียนขึ้นโดยอิงตามหลักการผ่าตัดโดยที่หัวใจไม่หยุดเต้นของเฉินชาง
เขาคิดว่าตนควรให้เฉินชางเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา จึงถือโอกาสนี้ให้เป็นของขวัญงานแต่ง
[1] แกมมาไนฟ์เป็นวิธีการรักษาด้วยการใช้รังสีหลายลำแสงในระดับความแม่นยำที่สูงมากยิงรังสีไปยังจุดที่ต้องการภายในสมองโดยใช้เครื่องที่เรียกว่า ‘Gamma Knife’ ซึ่งเป็นทางเลือกแทนกการผ่าตัดเปิดสมองแบบดั้งเดิม