เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1478 หมอก็ป่วยได้
หัวหน้าเยว่ที่ถูกย้ายมาปีนี้อายุสี่สิบกว่าปี เห็นใครก็ยิ้มแย้ม ให้ความรู้สึกที่ไม่เลวมากทีเดียว
แต่เฉินชางในตอนนี้ไม่ใช่คนหนุ่มที่เพิ่งเข้าโรงพยาบาลเมื่อตอนนั้นอีกแล้ว
เขาไม่จำเป็นต้องตั้งใจรักษาความสัมพันธ์
พูดแบบมั่นใจหน่อยคือ ความสามารถบนตัวของเฉินชางไม่จำเป็นต้องทำให้เขามาประดับรอยยิ้มให้ใครต่อใครทุกวัน
พูดแบบถ่อมตัวหน่อย เขาเป็นแพทย์ฝึกงาน ไม่มีใครมีความสัมพันธ์กับเขามาก
แต่ดอกเตอร์ที่รับมาใหม่เหล่านี้กลับทำให้เฉินชางตาวาว
คนพวกนี้มีแววไม่เลว เพิ่มการฝึกฝนหน่อยจะต้องเป็นคนมีความสามารถได้แน่นอน!
ทางฝั่งสำนักงานความมั่นคงสาธารณะ พวกเจียวหลิงก็เริ่มเคลื่อนไหวเป็นชุด
เฉินชางเฝ้ารอผลลัพธ์ของเรื่องนี้มาก
วันนี้เยว่เลี่ยงเดินเข้ามาหา ยิ้มถาม
“ศาสตราจารย์เฉิน คืนนี้ผมชวนหัวหน้าแผนกเราไปเที่ยว ตอนกลางคืนพวกเราออกไปนั่งหาอะไรกินกันดีไหมครับ”
เห็นเฉินชางเงียบ เยว่เลี่ยงก็รีบบอก
“พวกเราเพิ่งมากันไม่ใช่หรือ พาทุกคนไปทำความสนิทคุ้นเคย เชื่อมสัมพันธ์กันสักหน่อย”
เฉินชางยิ้มกระดากอาย
“หัวหน้าเยว่ ผมอยากไปมากครับ…แต่คืนนี้ผมเป็นหัวหน้าแพทย์ดูแลไข้ ไปไม่ได้จริงๆ ครับ”
เยว่เลี่ยงได้ยินดังนั้นก็บอก
“โธ่ ผมก็นึกว่าเรื่องอะไร หัวหน้าแพทย์ดูแลไข้ไม่ต้องอยู่ในโรงพยาบาล ปัญหานิดเดียวครับ”
“วันหลังเถอะครับ ผมเป็นเจ้าภาพเอง ทุกคนเพิ่งมา เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวทุกคนเอง”
พูดจบเฉินชางก็ขอโทษแล้วก็เตรียมจะจากไป
เยว่เลี่ยงหัวเราะอย่างไม่ถือสา
“เฮ้อ! เรื่องงานสำคัญกว่า ศาสตราจารย์เฉินมีความรับผิดชอบขนาดนี้ก็เป็นเรื่องดี”
ตอนที่เป็นหัวหน้าแพทย์ดูแลไข้ ปกติเฉินชางจะอยู่โรงพยาบาลจนถึงราวห้าทุ่มจึงค่อยไป
นอกเสียจากว่ามีเรื่องเร่งด่วนเกิดขึ้น
แต่ไหนแต่ไรเรื่องฉุกเฉินเปลี่ยนแปลงล้านแปดในพริบตา เขาประมาทนิดเดียวก็อาจเกิดเรื่องได้
ดอกเตอร์ที่ได้รับตำแหน่งใหม่เหล่านี้จะไม่ถูกจัดให้เข้าเวรดึกคนเดียว
เมื่อมาแล้วก็ต้องร่วมมือกับแพทย์เจ้าของไข้ที่มีประสบการณ์เข้าเวรด้วยกัน
ดอกเตอร์อยู่ในโรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินของเมืองหลวง ไม่นับว่าเป็นบุคคลมีความสามารถหายาก
ถึงระดับนี้ได้แล้ว ก็ต้องเป็นผู้นำทางวิชาการบางอย่าง อย่างน้อยก็ต้องหยิบแกนสำคัญของเทคนิควิชาการมาปรับใช้ได้!
ตอนราวห้าทุ่ม เฉินชางกำลังจะลุกขึ้นกลับบ้าน แต่เขาพลันเจอคนกลุ่มหนึ่งเข้า!
พวกเยว่เลี่ยงกลับมาแล้ว สิบกว่าคนกลับมาด้วยกัน ต่างก็เป็นคนของแผนกฉุกเฉินที่หก
ดึกดื่นมีแพทย์มามากมายขนาดนี้ สำหรับคนที่เข้าเวรตามปกติไม่ถือว่าเป็นเรื่องแย่อะไร
อย่างไรเสียยามดึกก็ถือว่ามีผู้ช่วยมากมายขนาดนี้
แต่ตอนนี้แผนกฉุกเฉินไม่ได้ขอกำลังสนับสนุนนี่นา!
มองไปด้านหลังก็พบว่าคนข้างหลังกำลังหามคนหนุ่มคนหนึ่ง
นี่เป็นดอกเตอร์ที่มาใหม่ อายุสามสิบสองปี ชื่อว่าหวงปืนไห
เป็นคนหนุ่มเจ้าเล่ห์ เห็นใครก็ยิ้มเรียกว่าอาจารย์
แต่นี่ไม่ใช่จุดสำคัญ จุดสำคัญคือดอกเตอร์หวงคนนี้กำลังมีเลือดกำเดาไหล!
ถึงแม้ใช้ทิชชูอุดโพรงจมูก แต่เลือดยังคงย้อมกระดาษทิชชูเป็นสีแดง
เลือดในปากก็เปรอะเปื้อนเต็มเสื้อยืดบนตัว! นี่แหละที่สำคัญที่สุด!
เฉินชางหน้าเปลี่ยนสี นี่มันเกิดอะไรขึ้น
แต่กลิ่นเหล้าที่ปะทะเข้าจมูกทำให้เฉินชางหน้าเปลี่ยนสี
เลือดออกในกระเพาะ? แถมมีเลือดกำเดาไหล
มองหวงปืนไหยังมีสภาพไม่เลว เหมือนเลือดออกไม่มาก แต่…จะให้เลือดออกตลอดแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง
เฉินชางยังไม่ทันพูดอะไร แพทย์เวรปกติก็วิ่งออกมา
“เข็นเตียงไปที่ห้องฉุกเฉิน” จากนั้นเยว่เลี่ยงรีบพูดขึ้น
พยาบาลเสี่ยวเคอเข้าเวรกะดึกวันนี้ เธอรีบเข็นเตียงออกมา
หวงปืนไหยิ้มอย่างเมามาย “ผม…ผมไม่เป็นไร ทำให้ทุกคนเป็นห่วงแล้ว!”
เฉินชางถอนหายใจ “ทำไมดื่มเยอะขนาดนี้!”
หวงปืนไหสติมึนงงอยู่บ้าง อาจเพราะขาดเลือด
“ไม่เป็นไรครับ ศาสตราจารย์เฉินอย่ากังวลเลย สร้างปัญหาให้คุณแล้ว!”
เฉินชางพูด
“เก็บเลือด รีบตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การแข็งตัวของเลือด การทำงานของตับ
ให้แผนกธนาคารเลือดเตรียมจ่ายเลือด ให้ห้องส่องกล้องเตรียมส่องกระเพาะห้ามเลือด…”
เฉินชางในฐานะแพทย์ก็ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เขาออกคำสั่งแพทย์ที่อยู่เวรปกติ
แผนกฉุกเฉินเกิดเรื่องแบบนี้ คนด้านนอกก็เงียบกริบ หมอดื่มเหล้าไม่ใช่เรื่องใหญ่
กระทั่งเฉินชางก็ยังดื่มเล็กน้อย
แต่ดื่มจนเป็นแบบนี้ ดื่มจนเข้าห้องฉุกเฉินบ้านตัวเอง นี่มันน่าขายหน้าไปหน่อยแล้ว
หมอกลุ่มหนึ่งกินเลี้ยงกัน แล้วส่งคนไข้เลือดออกมากมาคนหนึ่งเนี่ยนะ
นี่ถ้าเหล่าอวี๋รู้เข้า จะไม่แย่หรือ เหล่าอวี๋เข้มงวดกับการดูแลแพทย์เบื้องล่างมาก!
เยว่เลี่ยงเพิ่งมาไม่นานก็เกิดเรื่องแบบนี้แล้ว
แต่ที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือการช่วยคนแล้วค่อยว่ากัน ห้ามเลือดก่อน!
แพทย์เวรปกติไปติดต่อเรื่องพวกนี้
เฉินชางมองดอกเตอร์ที่ตามอยู่ด้านข้างแพทย์เวรปกติ เขาก็เป็นคนมาใหม่ ชื่อว่าจางฉี
“คุณหมอจาง ดึงทิชชูบนจมูกออกแล้วห้ามเลือด” เฉินชางบอกโดยตรง
“ล้างท้องด้วยน้ำเกลือเย็นห้ามเลือด!”
จางฉีตอบสนองไวมาก
ถ้าเลือดกำเดาไหลแล้วใช้การอุดโพรงจมูกห้ามเลือดไม่ได้ผล ก็ต้องรักษาเฉพาะส่วนแล้ว
หลังใช้แท่งสำลีแบบยาวตรวจโพรงจมูกหนึ่งรอบ ก็พบว่ายังคงมีเลือดออกในโพรงจมูก ไม่ใช่ทางเดินหายใจ
จากนั้นจางเผิงก็ชุบแผ่นสำลีกับเตตราเคน [1] 1% และเอพิเนฟริน 0.1%
อย่างแรกมีผลเป็นยาชา อย่างที่สองใช้ลดการออกเลือดหลังหลอดเลือดบีบตัว
มองเหมือนเป็นวิธีที่เรียบง่าย แต่มันมีประสิทธิภาพมาก!
ถ้าไม่ได้ ก็ได้แต่ต้องทำการรักษาผ่าตัดเฉพาะที่
พยาบาลเตรียมน้ำเกลือเย็น
ส่วนเฉินชางก็ถาม “คุณหมอหวง เมื่อก่อนคุณเคยมีเลือดออกในกระเพาะหรือเปล่าครับ”
หวงปืนไหส่ายหน้า
“ปกติผมดื่มเหล้าน้อยมาก ตอนตรวจสุขภาพเข้าทำงานก็ปกติดี ไม่เคยส่องกระเพาะมาก่อน
พอมีความดันเลือดสูง แต่ไม่เคยพบโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมครับ…”
พอคนไข้เป็นหมอ จุดนี้ก็ค่อนข้างสื่อสารง่ายแฮะ!
อย่างน้อยก็ไม่มีปัญหามากมายตอนถามประวัติโรค
เลือดออกไม่มากไม่น้อย จึงต้องรอผลการตรวจออกมา แต่…ยังคงต้องแจ้งครอบครัว
หลังหวงปืนไหลังเลชั่วครู่ก็โทรหาผู้หญิงคนหนึ่ง
“ภรรยา…ผมอยู่โรงพยาบาล”
หญิงสาวขมวดคิ้ว “คุณเป็นหมอไม่อยู่โรงพยาบาลแล้วจะอยู่ไหน”
หวงปืนไหหัวเราะเก้อเขิน “ผมไอเป็นเลือด เลยถูกเพื่อนร่วมงานหามเข้าโรงพยาบาล”
หลังผู้หญิงคนนั้นได้ยินก็หน้าเปลี่ยนสี “เกิดอะไรขึ้น ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”
คนทั่วไปได้ยินว่าไอเป็นเลือด จะสับสนตื่นตระหนกโดยสัญชาตญาณ
ภรรยาของหวงปืนไหไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ หลังได้ยินว่าสามีไอเป็นเลือด เธอก็ตกใจจนหน้าถอดสี
หวงปืนไหรีบอธิบาย
“เพ้ย ผมไม่เป็นไร แค่ดื่มเหล้านิดหน่อย เยื่อเมือกกระเพาะเลยบาดเจ็บ ไม่ต้องห่วง
แต่ว่าคุณมาสักรอบเถอะ เดี๋ยวตอนส่องกล้องอาจยังต้องให้คุณเซ็นชื่อนะ”
ภรรยารีบพยักหน้า วางสายก็จะออกไปทันที
“จริงด้วย ภรรยา…ตอนคุณมา ต้องพกเงินมาด้วยนะ”
ตอนที่พูด หวงปืนไหหน้าแดงเถือกถึงขั้นค่อนข้างอับอาย
[1] เตตราเคน (Tetracaine) ยาชาเฉพาะที่ ส่วนใหญ่ใช้สำหรับการระงับความรู้สึกบนผิวตา จมูก คอ