เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1485 ฉันยินดีบริจาคร่างกาย!
“ประคองผมลุกจากเตียงที ผมอยากนั่ง อยากอุ้มลูกสักหน่อย” เสียงของซุนเจี้ยนดูสิ้นหวังและหดหู่อย่างเห็นได้ชัด
พยาบาลมองจางฮุยหมิน เห็นผู้อำนวยการจางพยักหน้าให้ จึงช่วยประคองขึ้นมา
ปีนี้พยาบาลเพิ่งอายุยี่สิบสอง เวลานี้พอต้องเห็นช่วงเวลาความเป็นความตาย น้ำตาก็รินคลอเบ้าทันที
ครอบครัวหนึ่งที่แสนอบอุ่นเช่นนี้ ได้เห็นจางหลิงโถมตัวเข้าสู่อ้อมแขนซุนเจี้ยน ร้องไห้อย่างไร้เสียง เธอค่อนข้างรับไม่ไหวจริงๆ
วินาทีนี้ เธอตระหนักขึ้นมาอย่างแท้จริงว่า ที่แท้คนเราก็ร้องไห้จนไร้เสียงได้จริงๆ… น้ำตาเป็นของไร้ค่า แต่ก็เป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เช่นกัน
นี่เป็นครั้งแรกที่ซุนเจี้ยนฟื้นขึ้นมา ทุกคนเล่าต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวให้เขาฟัง เพียงแต่… ทำไมล่ะ เพราะอะไร! เพราะอะไรถึงเป็นฉัน เพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้! ไม่มีใครตอบ… และไม่มีใครตอบได้!
ผ่านไปพักใหญ่ เขาค่อยๆ สงบอารมณ์ลง
เขาเอ่ยขึ้นว่า “แม่ครับ แม่เข้ามาที…ผมมีเรื่องอยากคุยกับแม่”
ฟ่านซิงหัวพยักหน้ารับ เช็ดตาเล็กน้อย เธอหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาสามี
“มาที่โรงพยาบาลเถอะ มาหาลูกหน่อย เขาฟื้นแล้ว!” แค่ประโยคเดียว แค่ไม่กี่คำกลับให้ฝ่ายสามีเข้าใจถึงความหมายแฝง สามีวางสาย ความเศร้าหมองถาโถมเข้ามา! ชายวัยกลางคนรับรู้ถึงคำว่าหัวขาวเผาหัวดำแล้ว ชวนให้คนปวดใจมากจริงๆ
“แม่ครับ ผมอยากยกบ้านให้หลิงหลิง” ซุนเจี้ยนเอ่ยเข้าประเด็น
ฟ่านซิงหัวไม่ปฏิเสธ ตอบรับไป “ได้จ้ะ ลูกว่ายังไง แม่จะรับปากทุกอย่างเลย!”
ผู้สูงวัยสองคนจะมีอะไรให้ต้องใช้เงินมากมาย พวกเขาล้วนเป็นปัญญาชนความรู้สูง มีฐานะการงานดี ถือเป็นชนชั้นกลางในเมืองหลวง ซุนเจี้ยนคือสมบัติล้ำค่าที่สุดของพวกเขา! ถ้าลูกไม่อยู่แล้ว จะเอาอย่างอื่นไปทำอะไรกัน
จางหลิงส่ายหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น “ไม่เอา ฉันไม่เอาอะไรทั้งนั้น ฉันต้องการแค่คุณ! ซุนเจี้ยน ฉันขอร้องคุณล่ะ คุณอย่าไปนะ อย่าทิ้งพวกเราสองแม่ลูกเลย ลูกยังเรียกคุณว่าพ่อไม่ได้เลยนะ คุณอย่าไปได้ไหม ต่อให้คุณหมดสติไปก็ไม่เป็นไร ฉันจะดูแลคุณเอง ฉันแค่อยากจะเห็นคุณไปตลอด…”
ซุนเจี้ยนอุ้มลูก ส่วนอีกมือลูบศีรษะจางหลิง ลมหายใจหอบถี่ น้ำตาไหลลงมาจากดวงตาทีละหยดๆ ริมฝีปากสั่นระริกเอ่ยด้วยเสียงที่ค่อนข้างสั่นเครือ “ถ้าฉันตายไปแล้ว เธอจะแต่งงานใหม่ก็ได้นะ… ส่วนบ้านเธอจะเก็บไว้ก็ได้ หรือจะขายก็ได้เหมือนกัน… ฉันจะทำพินัยกรรมไว้ให้”
“ไม่เอา! ฉันไม่เอา ฉันไม่เอาอะไรทั้งนั้น ฉันจะไม่แต่งงานใหม่ ฉันจะเลี้ยงดูลูกของพวกเราจนโต ฉันจะบอกให้เขารู้ว่าพ่อของเขาคือพ่อที่ดีที่สุดในโลก!” จางหลิงทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ร้องไห้โฮออกมา
เหตุการณ์ทั้งหมดภายในห้องทำให้ทุกคนที่เห็นจิตใจหดหู่หม่นหมอง พยาบาลสาวกับหมอเริ่มน้ำตาร่วงแล้ว จากเป็นกับจากตาย มีเพียงคนที่เคยประสบถึงจะเข้าใจ ถ้าไม่เคยประสบกับตัว ต่อให้คุณพูดแค่ไหน อธิบายมากเท่าไร ก็ไม่เข้าใจความรู้สึกนั้นอยู่ดี แสนเศร้าหมอง! ซุนเจี้ยนกำลังสั่งเสีย
สุดท้าย เขาก็มองไปที่ผู้เป็นแม่ “แม่ครับ ผมรักแม่นะ ผมกตัญญูอยู่เลี้ยงแม่ตอนแก่ไม่ได้แล้ว ถ้าชาติหน้ามีจริง ผมจะไม่เป็นลูกชายแม่อีก จะไม่ให้แม่ต้องมาลำบากเพราะผมแล้ว ผมจะเป็นวัวเป็นม้าชดใช้แม่”
อารมณ์ของซุนเจี้ยนค่อนข้างพลุ่งพล่าน พูดๆ ไปก็หายใจหอบถี่ขึ้นมา เสียงแจ้งเตือนจากจอภาพคลื่นไฟฟ้าหัวใจดังขึ้นมา
เครื่องช่วยหายใจถูกเข็นเข้ามาในจังหวะเดียวกัน จางฮุยหมินมองทุกคน รีบเอ่ยว่า “ใส่เครื่องช่วยหายใจ! ญาติออกไปเถอะครับ…”
“สายสวนปัสสาวะ!”
เวลานี้เอง มีสายเรียกเข้าจากห้องฟอกไต “ผู้อำนวยการจาง ส่งมาได้เลยครับ จะได้เตรียมการไปพร้อมกัน”
จางฮุยหมินรีบตอบรับ แจ้งให้พาตัวผู้ป่วยไปส่งที่ห้อง ญาติผู้ป่วยถูกทิ้งให้ยืนอยู่ด้านหลัง เคว้งควางสิ้นหวัง
เกิดเป็นมนุษย์ สุดท้ายสิ่งที่ตัดใจได้ยากที่สุดก็คือรัก สิ่งที่แบกรับไว้ได้ยากที่สุดก็คือความรับผิดชอบ!
วินาทีที่ซุนเจี้ยนหลับตาลง น้ำตาไหลลงมา ไปครั้งนี้จะมีโอกาสได้พบพวกเขาอีกไหม ดูอีกสักครั้งได้ไหม… เขากลัวตัวเองจะตัดใจไม่ลง…
รอจนพ่อของซุนเจี้ยนมาถึงโรงพยาบาล ซุนเจี้ยนก็ถูกส่งไปฟอกเลือดแล้ว ตอนนี้สถานการณ์เขาไม่สู้ดี
สองชั่วโมงต่อมา… ซุนเจี้ยนถูกเฝ้าสังเกตอาการ สภาพร่างกายของเขาทนรับความทรมานต่อไปไม่ได้แล้ว
จางฮุยหมินเริ่มหารือร่วมกับเกาหรงฮว่ารวมถึงผู้อำนวยการคนอื่นๆ อีกครั้ง ได้ข้อสรุปว่า “จำเป็นต้องหาแหล่งตับให้ได้ภายในสองวันนี้ ไม่อย่างนั้น…ถ้าผู้ป่วยต้องเผชิญสถานการณ์วิกฤตแบบนี้อีกครั้ง คงยากจะยื้อไว้ได้แล้ว!”
ซุนเจี้ยนถูกบังคับยื้อชีวิตต่อไปสองวันอีกครั้ง! หลังจากครอบครัวซุนทราบข่าวนี้ ทั้งบ้านไหนเลยจะสนใจอย่างอื่นอีก เริ่มติดต่อหาบุคคลต่างๆ ใช้เงินหลักล้านหยวนเพื่อเริ่มหาแหล่งตับให้ได้! แต่บางครั้ง แหล่งตับก็ถูกจองไว้หมดแล้ว จำเป็นต้องรอ ใครบ้างล่ะที่ไม่จำเป็นต้องใช้ยื้อชีวิตต่อไป จะมีใครยอมขายกันเหรอ ก็มีอยู่หรอก! แต่ก็ใช่ว่าจะเอามาใช้ได้จริง! พอถึงช่วงเวลาที่จำเป็นก็ยังหาได้ยากจริงๆ บางครั้งปัญหาที่แท้จริงก็ไม่ได้อยู่ที่เงิน ต่อให้เป็นมหาเศรษฐีร้อยล้านก็ต้องเตรียมตัวจองและเสาะหาไว้ล่วงหน้าเหมือนกัน ภาวะตับวายฉุกละหุกเฉียบพลันแบบนี้ ค่อนข้างยุ่งยากจริงๆ จะทำยังไงดี
ในเวลานี้เอง ฟ่านซิงหัวได้มาหาเกาหรงฮว่า “ผู้อำนวยการเกา ฉันคือแม่ของซุนเจี้ยนค่ะ ฉันมาหาคุณเพื่อทำการทดสอบดูว่าฉันพอจะบริจาคตับให้กับซุนเจี้ยนได้ไหม เป็นผู้บริจาคได้หรือเปล่า”
เกาหรงฮว่าตะลึงไปทันที “เรื่องนี้ คือว่าเป็นแบบนี้ครับ หัวข้อการผ่าตัดปลูกถ่ายตับยังไม่สมบูรณ์ ต่อให้คุณมีความเข้ากันได้ ก็ยังไม่แน่ว่าพวกเราจะเอามาใช้ได้”
ฟ่านซิงหัวเอ่ยด้วยรอยยิ้มขมขื่น “ฉันแคอยากลองดูค่ะ คงไม่มีข้อกำหนดด้านกฎหมายในเรื่องนี้ใช่ไหมคะ”
เกาหรงฮว่าเห็นสถานการณ์ก็พอจะเดาออกราวเจ็ดแปดส่วนแล้ว แต่ว่า… ก็อย่างที่ฟ่านซิงหัวว่า เรื่องนี้ไม่มีความผิดจริงๆ ลองทดสอบดูได้
การทดสอบนี้ใช้เวลาหนึ่งวัน
วันต่อมา เกาหรงฮว่ามาหาฟ่านซิงหัว หลังจากแจ้งสถานการณ์ให้เธอทราบแล้ว ฟ่านซิงหัวตื่นเต้นขึ้นมา! เนื่องจากระดับความเข้ากันได้ระหว่างตับของเธอกับซุนเจี้ยนสูงมาก! นี่แปลว่าอัตราความสำเร็จในการปลูกถ่ายตับก็สูงมาก มีอัตราการรอดค่อนข้างมาก!
ในเวลานี้ ฟ่านซิงหัวเอ่ยออกไปทันที “ฉันต้องการบริจาคร่างกายให้ลูกชายฉันค่ะ!”
เกาหรงฮว่าก็เดาไว้แต่แรกแล้ว เขาเอ่ยอย่างจริงจังว่า “คุณผู้หญิงครับ ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นด้วยนะ แต่ก็อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่ารับประกันอัตราความสำเร็จในการผ่าตัดไม่ได้! แม้ว่าการผ่าตัดปลูกถ่ายตับแบบที่บริจาคโดยญาติที่มีชีวิตอยู่จะมีมาหลายปีแล้ว แต่ว่า…อัตราความสำเร็จมีจำกัดจริงๆ ที่สำคัญคือเหมาะสำหรับผู้ป่วยเด็ก ซุนเจี้ยนเป็นผู้ใหญ่แล้วคงไม่เหมาะ! สิ่งสำคัญที่สุดคือ พวกเรารับประกันความปลอดภัยของคุณไม่ได้ เรื่องที่ผู้บริจาคอวัยวะเสียชีวิตหลังผ่าตัดนะ…เฮ้อ ผมขอพูดตามตรงนะครับ!”
เกาหรงฮว่ากล่าวไปว่า “ผมกังวลว่าพอถึงเวลานั้น การผ่าตัดทั้งสองเคสจะล้มเหลวในเวลาเดียวกัน”
พอพูดออกมาก็ทำให้ฟ่านซิงหัวตะลึงงันไปเลย หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอยังคงเอ่ยออกไปว่า “ฉันยินดีจะบริจาคตับให้ซุนเจี้ยนเองค่ะ ฉันยินดีแบกรับความเสี่ยงในการผ่าตัด ฉันยินดีเซ็นหนังสือรับทราบสถานการณ์ทั้งหมด!”
หลังพูดจบ ฟ่านซิงหัวก็มองเกาหรงฮว่า จากนั้นคุกเข่าลงบนพื้นทันที
“ผู้อำนวยการเกาคะ ฉันขอร้องคุณล่ะค่ะ ให้โอกาสซุนเจี้ยนสักครั้งเถอะ ถึงฉันตายก็ไม่เป็นไร แต่เขาตายไม่ได้จริงๆ เขายังหนุ่ม โลกนี้ยังมีสิ่งงดงามอีกมากมายที่เขาไม่เคยได้สัมผัส ลูกของเขายังเรียกพ่อไม่ได้เลย…”
ฟ่านซิงหัวทราบดี ถ้าตนไม่ขอร้อง เกาหรงฮว่าจะไม่ยอมผ่าตัดให้เขาแน่นอน! ก็อย่างที่เกาหรงฮว่าบอกไปแล้ว อัตราเสียชีวิตในการผ่าตัดสูงอย่างยิ่ง การผ่าตัดยังไม่สัมฤทธิ์สมบูรณ์ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับอนาคตและเส้นทางการแพทย์ในวันข้างหน้าแบบนี้ จะมีสักกี่คนที่ยอมทำ!
อีกอย่าง การผ่าตัดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ฟ่านซิงหัวจะเซ็นรับทราบเพียงคนเดียวได้! จำเป็นต้องให้สามีของฟ่านซิงหัวมาเซ็นด้วย เป็นแหล่งตับที่ยังมีชีวิตอยู่ แค่คิดก็รู้สึกถึงความยุ่งยากแล้ว เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงจรรยาบรรณทางการแพทย์ด้วย…