เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1509 ความต่างราวฟ้ากับดิน
ความสัมพันธ์ในที่ทำงานที่คุณทุ่มเทความพยายามจนนึกว่าดุจท่อนเหล็ก กลับอ่อนแออย่างยิ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่แข็งแกร่งกว่า!
ดังนั้นแทนที่จะสร้างวิมานในอากาศ มิสู้พยายามยกระดับของตัวเอง!
จิ้งจอกเฒ่าในที่ทำงานเหล่านั้นอยู่ในตำแหน่งของตัวเองดุจปลาได้น้ำ แต่หากอยากยกระดับสูงขึ้นก็มีแต่ต้องมีความสามารถเหนือคนอื่น!
แน่นอนว่าความสามารถเหนือคนอื่นก็ครอบคลุมหลายสิ่งอย่าง เดิ้งอวี่ถูกส่งไปห้องสังเกตอาการ ตอนนี้เดิ้งเกาหย่วนกับภรรยาก็ไม่ทำอะไรแล้ว รอเดิ้งอวี่ฟื้นขึ้นมาโดยเฉพาะ!
พวกเขาสองคนเตรียมคำพูดเป็นพะเนินอยากพูดกับลูกชาย
ส่วนตอนนี้หูฉวนปังก็เตรียมคำพูดเป็นภูเขาเลากาอยากพูดกับเฉินชาง เยวเลี่ยงก็มีเหมือนกัน!
รอจนเฉินชางออกมาจากห้องสังเกตอาการแล้ว หูฉวนปังก็รีบเดินไปข้างหน้า เยวเลี่ยงตามติดอยู่ข้างหลัง เขาตัดสินใจรอหูฉวนปังพูดจบก็จะขอโทษ หนังหน้าหนาหน่อยขอโทษสักครั้ง อวี่หย่งกังก็ไม่ทำเกินไปแล้ว!
มาถึงในห้องทำงานแผนกฉุกเฉิน อวี่หย่งกังเห็นหูฉวนปังกับเยวเลี่ยงก็พยักหน้า
“หัวหน้าหู เชิญนั่ง”
หูฉวนปังยิ้มบอก
“ไม่นั่ง ไม่นั่งแล้ว! วันนี้ผมมาเพราะอยากปรึกษากับหัวหน้าอวี่แล้วก็ศาสตราจารย์เฉินสักหน่อยครับ”
อวี่หย่งกังอืมหนึ่งเสียง
“หัวหน้าหูเกรงใจแล้ว มีเรื่องอะไรก็พูดออกมาเลย”
หูฉวนปังมองเฉินชาง พูดอย่างกระดากอายเล็กน้อย
“คืออย่างนี้ ผมก็เพิ่งรู้ว่าศาสตราจารย์เฉินมีความเชี่ยวชาญลึกซึ้งในขอบเขตศัลยกรรมประสาท! การผ่าตัดในวันนี้เปิดหูเปิดตาผมจริงๆ ผมคิดแล้ว ให้พวกเราแผนกศัลยกรรมประสาทส่งคนมาแผนกฉุกเฉินที่หก ติดตามเรียนรู้จากทีมศัลยกรรมประสาทฉุกเฉินของศาสตราจารย์เฉิน!”
“ผมตั้งใจจะส่งหมอแผนกศัลยกรรมที่โดดเด่นที่สุดสองคนมา ให้พวกเขาได้เรียนรู้ดีๆ ไม่ต้องสนใจด้านการปฏิบัติดูแล แผนกศัลยกรรมประสาทของพวกเรารับผิดชอบเอง พวกคุณก็ใช้งานให้เหมือนแรงงานฟรีได้เลย ถึงอย่างไรหัวหน้าเยวก็ไปที่แผนกประสาทของพวกเราแล้ว ทางพวกเราก็ไม่ขาดคน”
ประโยคนี้ของหูฉวนปังพลันทำให้เยวเลี่ยงตาค้าง!
เชี่ย… นี่ฉันมาทำบ้าอะไรเนี่ย!
คำพูดนี้ของหูฉวนปังทำให้เขาไปไม่ถูก ตอนนี้อยากกลับแผนกฉุกเฉินโดยพื้นฐานนั้นไม่ได้แล้ว เขารู้สึกว่าตัวเอง… โง่ชะมัดยาด! เป็นก้าวที่โง่ที่สุดในชีวิตแล้ว ตัวเองอยู่ในแผนกศัลยกรรมประสาทได้โบนัสไม่เท่าไร เป็นแรงงานฟรีนะ… จะทำยังไงกับแรงกดดันของหนี้บ้านดี เพิ่งซื้อบ้านใหม่ไปเองนะ ตัวเยวเลี่ยงใกล้จะร้องไห้แล้ว ตอนนี้หวังแค่ว่าตอนเฉินชางฝึกงานจากไป เฒ่าอวี่จะหาทางรอดให้ตัวเอง
อวี่หย่งกังเห็นเฉินชางก็ยิ้มบอก
“เฉินชางคือหัวหน้าทีม คุณตัดสินใจแล้วกันนะ”
เฉินชางรับอืมหนึ่งคำ
“ผมยินดีต้อนรับอยู่แล้วครับ แต่… หัวหน้าหูผมขอพูดหยาบคายนะครับ คนที่มาไม่มีความสามารถไม่เป็นไร แต่ต้องเชื่อฟังคำสั่ง ถ้าหัวแข็งผมดูแลไม่ได้ ถึงอย่างไรคนเขาก็อาวุโสกว่าผม”
หูฉวนปังตบมือพูดด้วยความตื่นเต้น
“ได้! คุณพูดแบบนี้ผมก็วางใจแล้ว ผมจะไปหาคนเดี๋ยวนี้!”
เขาก็ลุกขึ้นเดินไปข้างนอก ทิ้งเยวเลี่ยงที่จะไปก็ไม่ใช่ จะอยู่ก็ไม่เชิง แสนจะประดักประเดิด!
วันถัดมาหูฉวนปังพาแพทย์ชายอายุราวสามสิบห้าสองคนมาด้วยตัวเอง มาแล้วก็พูดต่อหน้าเฉินชางว่า
“พวกคุณจำไว้ว่า คำพูดของศาสตราจารย์เฉินก็คือคำพูดของผม ถ้าผมรู้ว่าพวกคุณไม่ตั้งใจเรียน ไม่เชื่อฟังคำสั่ง…”
ยังพูดไม่ทันจบ ชายคนหนึ่งก็บอก
“พอแล้วหัวหน้า คุณพูดแบบนี้มาสิบรอบแล้ว พูดอีกก็ไม่มีความหมายแล้ว ตำแหน่งของศาสตราจารย์เฉินในใจพวกเรายังสูงกว่าคุณซะอีก พวกเราจะไม่กล้าฟังคำสั่งได้ยังไง!”
ประโยคนี้ทำหูฉวนปังเจ็บปอด ชี้หวังตานที่อยู่ข้างหน้าพูดด้วยความโมโห
“เจ้าเด็กนี่… เกลือเป็นหนอน!”
อวี่หย่งกังกับพวกเฉินชางหัวเราะแล้ว บรรยากาศนับว่าชื่นมื่นกลมเกลียว ส่วนใหญ่แผนกศัลยกรรมประสาทฉุกเฉินของแผนกฉุกเฉินคือการบาดเจ็บภายนอก บางครั้งยังมีคนไข้เลือดออกจำนวนหนึ่ง ความยากในการผ่าตัดไม่สูงมาก แต่อย่างไรเสียก็เป็นการรักษาที่เสถียรและรวดเร็วมีประสิทธิภาพ
หลังจากที่ทีมมือฉมังไม่ได้อยู่เวรปกติด้วยกัน เหล่าหม่าก็โดดเดี่ยวเดียวดายไม่น้อย ชีวิตช่างเปล่าเปลี่ยวดุจสายฟ้า หลังเป็นหัวหน้าทีมหน้าที่ก็หนักขึ้น อย่างไรเสียเฉินชางก็จำเป็นต้องราวน์วอร์ดคนไข้เหล่านั้นด้วยตัวเอง
ตอนเช้าเฉินชางไปราวน์วอร์ดก็เจอกับเหล่าหม่าพอดี เหล่าหม่ากำลังพูดคุยกับคนไข้
“นี่ ตอนนี้ให้คุณเริ่มกินวันละเม็ด”
เหล่าหม่าส่งยากล่องหนึ่งให้คนไข้ พร้อมพูดกำชับ
“กินยาตลอดชีวิต!”
คนไข้ตอบรับแล้วเปิดกล่องดูก่อนงุนงงเล็กน้อย
“มีแค่สามเม็ดเหรอครับ”
เหล่าหม่าพยักหน้า
“ใช่”
สามประโยคนี้รวมกันแค่คิดก็สยองแล้ว! เฉินชางพลันอึ้งอยู่กับที่ ไม่กล้าเข้าไป ถ้าบอกว่าภาษามีเทคนิค เหล่าหม่าก็ทำตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เป็นเทคนิควอนหาที่ตายล้วนๆ อย่างที่คิด คนไข้หน้าเปลี่ยนสี ยาสามเม็ด… สามวัน… ตลอดชีวิต… บ้าอะไรเนี่ย?
คนไข้ตกใจกลัวตามคาด เขาถามเสียงสั่น
“คุณหมอ ผมมีเวลาแค่สามวันเหรอ”
เหล่าหม่าอึ้งเล็กน้อย อดมองหลี่เยวไม่ได้
“นี่ คุณบอกข่าวดีเขาหรือยัง”
คนไข้ได้ยินคำพูดนี้ก็ต้องแน่อยู่แล้วไหม เขากลัวแล้วจริงๆ! แต่… นี่คือข่าวดีไม่ใช่เหรอ แม้แต่หลี่เยวก็อึ้งจันอยู่ตรงนั้น เขาพบว่าพูดคุยกับคนไข้ไม่ยาก แต่ตอนที่คนไข้พูดคุยกับเหล่าหม่า ปัญหานี้ใหญ่มากจริงๆ! เป็นความยากระดับนรกเลยทีเดียว! ไม่มีปัญหาก็ทำให้เกิดปัญหาได้!
ตอนที่เห็นคนไข้ใกล้จะร้องไห้ หลี่เยวรีบอธิบายให้คนไข้ฟัง
“คุณต้องกินยานี้ตลอดชีวิต แต่ช่วงที่อยู่โรงพยาบาลจะจ่ายมากไม่ได้ คุณออกโรงพยาบาลอีกสามวัน พวกเราก็เลยจ่ายยาได้แค่สามเม็ดค่ะ! คุณไม่เป็นอะไรมาก ออกไปแล้วจำไว้ว่าต้องซื้อยาเพิ่มแล้วกินตามเวลา คุณอย่าเข้าใจผิดนะคะ!”
เดิมทีคนไข้กลัวแทบแย่ อย่างไรเสียใครฟังคำพูดนี้ก็คงกลัวกันทั้งนั้น แค่สามวัน ยาสามเม็ด ตลอดชีวิต! มีกับดักเต็มไปหมด โชคดีที่หลี่เยวอธิบายละเอียด! คนไข้จึงค่อยโล่งใจ
นี่ก็ทำให้เฉินชางอึ้งอยู่กับที่ไม่กล้าเปล่งเสียงอยู่ครึ่งค่อนวัน ความเข้าใจผิดน่าตายนี่ เขากำลังลังเลว่าจะรอเหล่าหม่าราวน์วอร์ดก่อนแล้วตัวเองค่อยเริ่มดีไหม ไม่งั้นเขาจะรู้สึกว่าหัวของตัวเองค่อนข้างเชื่องชา
เหล่าหม่าเดินออกมาจากห้อง อดถอนหายใจไม่ได้ มีความรู้สึกว่าชีวิตเปล่าเปลี่ยวอยู่ข้างใน หลังเห็นเฉินชางเขาก็อึ้งไปเล็กน้อยก่อนตาลุกวาว
“อ้าว เจ้าเฉิน ราวน์วอร์ดสินะ!”
เฉินชางพยักหน้าอย่างแข็งทื่อ
“ใช่ บังเอิญมากครับ”
เหล่าหม่าหัวเราะร่า
“ราวน์ด้วยกันๆ”
เฉินชางหน้าเปลี่ยนสี
“คุณไปก่อนเลย! ผมลืมหยิบหูฟังแพทย์มานะ”
พูดจบเฉินชางก็ยัดหูฟังแพทย์ใส่หวงปินไหที่อยู่ด้านข้าง ก่อนหันตัวเดินจากไป เหล่าหม่าอึ้งไปเล็กน้อย
“เฮ้อ ชีวิตเปล่าเปลี่ยวดุจสายฟ้านะ!”
หวงปินไหที่ตามหลังเฉินชางอดถามไม่ได้
“ศาสตราจารย์เฉิน ต้องชีวิตเปล่าเปลี่ยวดุจหิมะไม่ใช่เหรอครับ”
เฉินชางพลันชะงักเหมือนเข้าใจอารมณ์ศิลปินของเหล่าหม่า เขาพูดกับหวงปินไหอย่างจริงจัง
“เพราะ… สายฟ้ามีขีดมากกว่าคำว่าหิมะสองขีดนะ”