เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1530 อัจฉริยะปัสสาวะรดที่นอนเป็นเรื่องปกติ
แม่ของหลิวเหว่ยเจ๋อดูเป็นผู้หญิงที่เฉลียวฉลาดมาก
และตอนอยู่บ้าน ฐานะของพ่อก็คงสู้แม่ไม่ได้ ถึงขั้นอาจจะเป็นพวกกลัวเมีย
ทั้งสองต่างจ้องประตูห้องหัตถการอย่างกังวล ดูกระวนกระวายเล็กน้อย
เหมียวหย่งเจิน แม่ของหลิวเหว่ยเจ๋อเดินไปเดินมาอยู่ข้างๆ ในขณะที่ปากยังคงบ่นไม่หยุด
“ทำอย่างไรดี! ลูกจะเป็นอะไรไม่ได้นะ!”
เธอเดินไปเดินมารอบแล้วรอบเล่า ดูร้อนรนเล็กน้อย
หลิวซวิ่นอดพูดไม่ได้ “พอเถอะ คุณพักก่อน ลูกไม่เป็นอะไรหรอก คุณอย่ากังวลจนป่วยเลย”
เหมียวหย่งเจินเหมือนเจอที่ระบาย
“ข้างในนั้นลูกคุณนะคะ คุณไม่เป็นห่วงเลยเหรอ ฉันก็ต้องร้อนใจอยู่แล้วสิ จะไม่ร้อนใจได้อย่างไร ไม่เหมือนคุณหรอกนะ ไม่สนใจเรื่องอะไรในบ้านเลย!”
เหมียวหย่งเจินได้ด่าทีก็หยุดไม่ได้เลย
หลิวซวิ่นจนปัญญาแล้ว ตนปากไม่ดีเอง อยู่ดีๆ พูดแบบนั้นทำไม หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ
ทว่าเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นทุกวันอยู่แล้ว หลิวซวิ่นรู้อยู่แล้วว่าจะโดนภรรยาด่าแต่ก็จะพูด
ตอนนี้เองประตูถูกเปิดออก หลิวเหว่ยเจ๋อถูกเข็นออกมา
เหมียวหย่งเจินและหลิวซวิ่นเห็นแบบนี้ก็หยุดทะเลาะกัน วิ่งเข้าไปทันที
“ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า”
หลิวเหว่ยเจ๋อพยักหน้าอย่างรู้ความ
“คุณอาหมอบอกว่าผมไม่เป็นอะไรครับ”
ทั้งสองมองหม่าเยว่ฮุย “คุณหมอ ลูกผมเป็นอะไรกันแน่”
หม่าเยว่ฮุยพลันอธิบายว่า
“นี่เป็นภาวะองคชาตแข็งค้าง แต่เพราะเป็นครั้งแรกเราแนะนำให้แอดมิทเพื่อสังเกตอาการ
จากนั้นเราจะตรวจไปทีละรายการ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเราจะต้องพิจารณาโรคปฐมภูมิที่ทำให้เกิดภาวะนี้ ไม่ก็พิจารณาโรคทางระบบประสาทหรือกลไกทางโลหิตครับ”
ตอนนี้เองเด็กหนุ่มพลันพูดอย่างดีใจ
“หายแล้วครับ! คุณอาหมอครับ ผมรู้สึกว่าผมหายแล้วครับ!”
เฉินชางกับเหล่าหม่าได้ยินแบบนี้ก็เข้าไปดู และพบว่าหายเป็นปกติแล้วจริงๆ
ดูเหมือนว่ายาจะออกฤทธิ์ไวมาก เหมียวหย่งเจินเห็นแบบนี้ก็ดีใจขึ้นมา
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”
เฉินชางเห็นแบบนี้ก็พูดกับพยาบาลว่า “ส่งตัวไปที่ห้องผู้ป่วยก่อน”
จากนั้นมองหลิวซวิ่นพร้อมพูดว่า
“พวกคุณคือพ่อแม่ของคนไข้ใช่ไหมครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”
หลิวซวิ่นได้ยินแบบนี้ก็รีบเข้าไปจับมือเฉินชาง
“ครับ สวัสดีครับ ผมชื่อหลิวซวิ่น”
หลังจากจับมือทักทาย เฉินชางก็พยักหน้าพร้อมพูดว่า
“สวัสดีครับคุณหลิว ผมหมอเฉินนะครับ ผมมีคำถามเกี่ยวกับอาการของคนไข้จะถามครับ”
หลิวซวิ่นรีบพูดว่า “หมอเฉิน ถามได้เลยครับ”
เฉินชางพยักหน้า
“คืออย่างนี้ครับ ตอนนี้หลิวเหว่ยเจ๋อเกิดภาวะองคชาตแข็งค้าง ปัจจัยที่เราคำนึงถึงเยอะมาก
แต่สถานการณ์ของเขาค่อนข้างซับซ้อน ถึงอย่างไรระดับพัฒนาการของเด็กอายุเก้าขวบถือว่าค่อนข้างมีจินตนาการเล็กน้อย
เราเรียกมันว่า ภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย สำหรับเรื่องนี้ผมคิดว่าเราควรตรวจอย่างละเอียด ผมหวังว่าทางญาติคนไข้จะให้ความสำคัญ”
ตอนนี้เองจู่ๆ เหมียวหย่งเจินก็พูดว่า “ใช้เวลานานไหม”
เฉินชางส่ายหน้า “ใช้เวลาตรวจไม่นานครับ อาจจะสองสามวันผลก็ออกมาแล้ว”
เหมียวหย่งเจินอดโล่งอกไม่ได้
“เฮ้อ… สัปดาห์นี้ลูกชายฉันต้องไปอัดรายการ! เคยดูรายการสมองที่ล้ำที่สุดไหมคะ ลูกชายฉันคือหลิวเหว่ยเจ๋อ การแข่งขันในสัปดาห์หน้าสำคัญมาก”
ตอนพูดถึงลูกชาย บนใบหน้าของเหมียวหย่งเจินเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ!
เฉินชางเห็นแบบนี้ก็ไม่ได้ตัดบท เขาเข้าใจความรู้สึกแบบนี้
ก็เหมือนตอนที่เฉินต๋าไห่พูดถึงตน บนใบหน้าก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจเช่นกัน
ทว่าครู่หนึ่งหลังจากนั้น เฉินชางเผยรอยยิ้ม
“ครับ ผมรู้จักหลิวเหว่ยเจ๋อ เขาเป็นเด็กที่เก่งมาก”
เหมียวหย่งเจินพยักหน้า “เขาคืออัจฉริยะค่ะ!”
เหมียวหย่งเจินพูดอีกว่า “หมอเฉิน คุณต้องรักษาเขาให้ดีๆ นะคะ เขายังมีอนาคตที่สดใส!”
หยางเจี๋ยที่อยู่ข้างๆ ได้ยินคำพูดนี้ก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ในใจรู้สึกไม่ชอบผู้หญิงคนนี้นัก
อัจฉริยะ… จะอัจฉริยะสู้ศาสตราจารย์เฉินได้เหรอ
บนโลกนี้เต็มไปด้วยอัจฉริยะ สิ่งที่ขาดคืออัจฉริยะที่เติบโตขึ้นมาเป็นผู้เป็นคน!
เฉินชางจึงตอบว่า “ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ หวังว่าพวกคุณจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่”
ตอนนี้เองพยาบาลหยางเวยเดินเข้ามา
“ศาสตราจารย์เฉินคะ เออ… หลิวเหว่ยเจ๋อปัสสาวะรดที่นอนค่ะ”
เฉินชางได้ยินคำพูดนี้ก็อึ้งไป!
ปัสสาวะรดที่นอนเหรอ? เก้าขวบแล้วยังปัสสาวะรดที่นอนอีกหรือ หรือว่ากลั้นปัสสาวะไม่อยู่
ความคิดแรกของเฉินชางคือ เด็กคนนี้มีปัญหาอะไรหรือเปล่า
ตอนนี้เองเหมียวหย่งเจินหน้าแดงขึ้นมา
“เออ… พวกคุณก็รู้ว่าอัจฉริยะก็ย่อมมีจุดบกพร่อง”
เหมียวหย่งเจินไม่อยากให้ลูกชายอัจฉริยะของตนมีคำนำหน้าชื่อว่าเป็นเด็กปัสสาวะรดที่นอนหรอกนะ
จู่ๆ หลิวซวิ่นกลับพูดขึ้นว่า
“คุณหมอครับ ความจริง… เขาปัสสาวะรดที่นอนมานานหลายปีแล้ว
ตอนห้าขวบยังปัสสาวะรดที่นอนอยู่เลย และปัสสาวะเยอะทุกวัน
ตอนกลางวันไม่เป็นไร เขาจัดการเองได้ แต่กลางคืนมักจะปัสสาวะรดที่นอน ผมยังคิดอยู่เลยว่าจะพามาตรวจดูว่าเป็นอะไร”
เหมียวหย่งเจินถลึงตาใส่หลิวซวิ่นแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบอธิบายว่า
“ดื่มน้ำเยอะ ปัสสาวะจะไม่เยอะได้อย่างไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่สักหน่อย”
เฉินชางได้ยินแบบนี้ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
ฟังจากคำอธิบายของทั้งสอง เฉินชางยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ
ตอนนี้เองเหล่าหม่าได้เดินเข้ามาพร้อมยิ้มพูด
“เด็กคนนี้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนจริงๆ นอนอ่านหนังสืออยู่เลย ดูเหมือนว่าอัจฉริยะส่วนหนึ่งก็มาจากการฝึกฝน!”
เหมียวหย่งเจินยิ้มพูด
“เฮ้อ… เด็กคนนี้ชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก และความจำดีมากค่ะ พวกบทกวีทั้งหลายก็ท่องได้หลายร้อยบทเลย! เราเองก็งานยุ่ง ที่สำคัญคือลูกตระหนักรู้ในตัวเอง!”
หลิวซวิ่นเห็นภรรยาคุยโวก็ไม่ได้พูดอะไร เด็กบ้านไหนจะไม่ชอบเล่นซน มันเป็นนิสัยโดยธรรมชาติ!
จู่ๆ เฉินชางก็ถามขึ้นมาว่า “เด็กคนนี้นอนน้อยตั้งแต่เด็กใช่ไหมครับ!”
หลิวซวิ่นพยักหน้า “ใช่ครับ นอนตั้งแต่หัวค่ำ ตอนเช้าก็ตื่นแต่เช้าตรู่”
เฉินชางกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง จู่ๆ ก็นึกถึงคำพูดของหมอแผนกจักษุวิทยา จึงรีบถามว่า
“ตอนนี้เขาสายตาสั้นเท่าไรแล้วครับ”
หลิวซวิ่นอดจิ๊ปากไม่ได้
“เฮ้อ… คุณพูดถึงเรื่องนี้ผมก็เป็นห่วงขึ้นมาเลย ภรรยาผมมักจะให้ลูกอ่านหนังสือเยอะๆ เรียนเยอะๆ
ผมอยากให้เขาออกไปเล่นพักสายตาบ้าง ตอนนี้เพิ่งจะเก้าขวบ สายตาก็สั้นแปดร้อยแล้ว!
ต่อไปจะทำอย่างไร! ผมกับภรรยาสายตาดีทั้งคู่ ไม่ได้สายตาสั้นจากกรรมพันธุ์
แค่หลายปีมานี้สายตาของเขาสั้นลงอย่างรวดเร็ว”
เหมียวหย่งเจินได้ยินแบบนี้ก็อดพูดไม่ได้
“ไม่พยายามตอนนี้จะพยายามตอนไหน สายตาคุณดีแต่เงินเดือนแค่เดือนละเจ็ดพันหยวน!”
หลิวซวิ่นได้ยินเหมียวหย่งเจินพูดแบบนี้ก็อดโกรธไม่ได้
เฉินชางกลับรีบปลอบใจ “เอาเถอะครับ อย่าทะเลาะกันเลย ที่นี่โรงพยาบาล ดึกดื่นแบบนี้ทุกคนพักผ่อนกันอยู่”
ตอนนี้เฉินชางกลับยิ่งสงสัยเกี่ยวกับสถานการณ์ของเด็กชาย
“ไปใส่ท่อปัสสาวะให้หลิวเหว่ยเจ๋อ และบันทึกปริมาณสารน้ำเข้าออกร่างกาย จากนั้นนัดเอ็มอาร์ไอกะโหลกศีรษะ”