เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1596 ตื่นตูม
สำเร็จแล้วหรือ!
เฉินชางเองก็เผยสีหน้าดีใจ!
กดปิดเข็มสำหรับเจาะสมองอย่างระมัดระวัง
เขารู้ตัวอีกทีแผ่นหลังก็เปียกชุ่มแล้ว
เสื้อแนบกับตัวรู้สึกอึดอัดมาก
แต่…สบายใจมาก
สำหรับการผ่าตัดครั้งนี้ อัตราความสำเร็จที่เฉินชางคิดไว้มีเพียงไม่ถึงครึ่ง แต่เขาก็ทำได้
VIM เล็กและเบาเกินไปจริงๆ แม้แต่เข็มสำหรับเจาะสมองยังดูค่อนข้างใหญ่
โดยเฉพาะตอนใช้วิธีการทำลายเชิงปริมาณโดยการควบคุมอุณหภูมิ เพื่อทำให้อุณหภูมิและระยะทางคงที่…
ทุกอย่างจะต้องมั่นคง!
และความมั่นคงคือพื้นฐานของความแม่นยำ
โจวหงกวงมองมือตัวเอง อยากแสดงออกว่าประหลาดใจ แต่…เห็นได้ชัดว่าเขายังแสดงสีหน้าหลากหลายขนาดนั้นไม่ได้!
แต่ความตะลึงในใจกลับเป็นเรื่องจริง
หายแล้ว!
มือหายสั่นแล้ว!
ไม่สั่นแล้ว!
โจวหงกวงรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมา
ชั่วขณะนี้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจจุดหนึ่ง การหลั่งของต่อมน้ำตาบางครั้งก็ง่ายแบบนี้แหละ
แม้แต่ยาชาเฉพาะที่ก็ควบคุมไม่ได้
ครึ่งเดือนมานี้ เป็นช่วงเวลาที่โจวหงกวงทรมานที่สุดในชีวิต
จบลงแล้ว!
ทุกอย่างกำลังจะจบลงแล้ว!
เพราะโจวหงกวงนอนหงายอยู่ ตอนแรกจึงไม่ค่อยมีคนสังเกตเห็นน้ำตาของเขานัก
เพราะต้องสังเกตสีหน้าของเขา รวมถึงจับปฏิกิริยาทางระบบประสาทและสภาวะอื่นๆ จึงไม่ได้ใช้ผ้าคลุมผ่าตัด
ถึงขั้นที่ตอนคำรามในตอนแรก สายตาของทุกคนต่างหยุดอยู่ที่เขา
ตอนนี้ทุกคนต่างจ้องมือของโจวหงกวง
พวกเขาพบว่ามือไม่สั่นแล้วจริงๆ!
แต่พยาบาลที่อยู่ข้างๆ กลับมองเห็นโจวหงกวงที่ตื่นเต้นจนน้ำตาไหลอาบหน้าอย่างชัดเจน
พยาบาลเห็นแบบนี้สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที รีบเช็ดน้ำตาและพูดอย่างตื่นตระหนก “ศาสตราจารย์เฉิน แย่แล้วๆ! ต่อมน้ำตาของหัวหน้าโจวควบคุมไม่ได้แล้ว ไหลไม่หยุดเลย!”
คำพูดนี้ทำให้สายตาของทุกคนรอบข้างเคลื่อนไปมองใบหน้าของโจวหงกวงทันที!
และพบว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ!
น้ำตาไหลออกจากดวงตาไม่หยุด
ชั่วขณะนี้ ทุกคนต่างอึ้งไป!
นี่มันเกิดอะไรขึ้น
หรือจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นระหว่างผ่าตัด
อู๋ฮุยสีหน้าตึงเครียด มองเฉินชางอย่างกังวล
ส่วนอู๋ถงฝู่กลับมองหัวหน้าแผนกศัลยกรรมประสาทและประสาทวิทยาด้วยสีหน้าประหลาดใจเต็มประดา “นี่…เส้นประสาทต่อมน้ำตาเสียหายเหรอ”
หูฉวนปังขมวดคิ้ว “ไม่น่านะครับ ตรงนี้คือ VIM หลักๆ คือควบคุมการเคลื่อนไหว ความตึงของกล้ามเนื้อและอื่นๆ…เกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นได้อย่างไร”
จ้าวฝูรุ่นเองก็ขมวดคิ้วแน่น “นั่นสิ! นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
ความจริงตอนนี้ทั้งสองต่างรู้สึกเสียดายเล็กน้อย!
การผ่าตัดจะสำเร็จอยู่แล้วเชียว
นี่เป็นเคสตัวอย่างการผ่าตัดรักษาโรคพาร์กินสันที่มีแนวโน้มจะสำเร็จ!
แต่…กลับทำให้น้ำตาไหลไม่หยุด
น่าเสียดายเกินไปแล้ว
เราชนะมาแปดสิบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว คิดไม่ถึงว่ากลับเกิดปัญหาที่ไม่ทราบสาเหตุ!
นี่…น่าเศร้าจริงๆ
ถ้าการผ่าตัดเคสนี้ประสบความสำเร็จ หูฉวนปังมั่นใจว่า โรงพยาบาลศูนย์ฉุกเฉินจะต้องโด่งดังอย่างแน่นอน!
สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ในวงการศัลยกรรมประสาท!
และในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้าศัลยกรรมประสาท อย่างน้อยก็คงไม่ด้อยไปกว่าสวีจื่อหมิงและเหอจื้อเชียน
ถ้า…
ถ้าตนมีโอกาสได้เป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ขึ้นมาล่ะ
เพราะฉะนั้น ตอนนี้หูฉวนปังตื่นเต้นมาก
เฉินชาง คุณรีบคิดหาวิธีแก้ปัญหาหน่อย!
ตอนนี้หูฉวนปังร้อนใจจนแทบจะพุ่งเข้าไปแล้ว
ศาสตราจารย์เฉินสู้ๆ!
แค่คุณสู้น้ำตานี้ได้ คุณก็มีสิทธิ์ได้รับรางวัลโนเบลแล้ว
จ้าวฝูรุ่นเห็นหูฉวนปังตื่นเต้นขนาดนี้ก็อึ้งไป
ทว่าผ่านไปไม่ถึงสามวินาที เขาก็เข้าใจกระจ่างแจ้ง!
ที่แท้ก็อยากเกาะกระแสด้วย!
โธ่เอ๊ย!
ถึงว่าตื่นเต้นขนาดนั้น
ก็จริง
โรคพาร์กินสันไม่ได้เป็นแค่การผ่าตัดธรรมดาๆ แต่เป็นหนึ่งสาขาวิชาและเป็นแนวคิด!
ตนก็เข้าร่วมทีมได้นี่น่า
ตนก็เกาะกระแสได้!
ทันใดนั้น จ้าวฝูรุ่นเองก็ตื่นเต้นมาก
กลับเป็นอู๋ถงฝู่ที่งุนงง!
ทว่าไม่นานก็เข้าใจ!
เอาสิ!
พวกขี้ประจบ!
สองคนนี้กู่ไม่กลับแล้ว…
ทว่าอู๋ถงฝู่เองก็รู้สึกเสียดายมากเช่นกัน
หากเฉินชางประสบความสำเร็จในการผ่าตัดนี้จะต้องได้รับประโยชน์มากมายอย่างแน่นอน
และมีความเป็นไปได้ที่จะได้รางวัลโนเบล!
ทว่า…
น้ำตาก็ช่วยรางวัลโนเบลไม่ได้!
ทุกคนต่างจ้องเฉินชางตาไม่กะพริบ
แค่ไม่ได้ตะโกนออกมาว่าสู้ๆ!
อู๋ฮุยเองก็อดพูดไม่ได้ “ศาสตราจารย์เฉิน นี่…เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมอยู่ดีๆ ถึงน้ำตาไหล!”
เฉินชางขมวดคิ้ว!
พวกคุณอย่าถามผม ผมเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร!
ตอนนี้เฉินชางกำลังใช้ความคิด วิเคราะห์ประสาทและโรคทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับน้ำตา!
หรือว่าเส้นประสาทตาทำให้เกิดการกระตุ้นเส้นประสาทในกระจกตา ม่านตา เนื้อเยื่อซิลเลียรี่[1]และเนื้อเยื่ออื่นๆ จนเกิดการหลั่งน้ำตามากเกินไป
หรือเพราะเส้นประสาทใบหน้าได้รับความเสียหายระหว่างการผ่าตัด
หรือเป็นเพราะระบบท่อน้ำตาอุดตันระหว่างการผ่าตัดและน้ำตาที่หลั่งออกมาตามปกติระบายลงโพรงจมูกไม่ได้อย่างราบรื่น ทำให้เกิดการไหลย้อนกลับ
ยากเกินไปแล้ว!
ตอนนี้เฉินชางเองก็จะร้องไห้แล้ว
โรครักษายากที่เขาจำลองผ่าตัดโรคพาร์กินสันมาเป็นพันจนเกือบจะหมื่นเคสก็ไม่เจอ ดันมาเจอในชีวิตจริง!
เฉินชางคิดๆ แล้วก็รู้สึกจนปัญญา
ทุกคนจ้องเฉินชาง เขารู้สึกกดดันมาก!
เฉินชางค้นพบว่าน้ำตาเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดจริงๆ ทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก!
โจวหงกวงกลั้นน้ำตาไม่อยู่จริงๆ ดีใจและตื่นเต้นเกินไปแล้ว
ทว่า…
หลังจากได้ยินคำพูดของพยาบาล เขาก็หน้าแดง ไม่กล้าส่งเสียง กลัวว่าตนจะร้องไห้หนักกว่าเดิม
เขาอายุห้าสิบกว่าแล้ว ยังจะร้องไห้ขี้มูกโป่ง จะดูขี้ขลาดเกินไป
เพราะฉะนั้นโจวหงกวงแกล้งทำเป็นไม่พูด ควบคุมอารมณ์ให้ได้ก่อนค่อยว่ากัน
เห็นว่าอู๋ฮุยเองก็เริ่มถาม ในที่สุดโจวหงกวงจึงอดพูดไม่ได้ “เอ่อ…น้ำตาไม่ใช่อุบัติเหตุจากการผ่าตัดครับ ผมอยากร้องไห้เอง…”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนมึนงง!
เฉินชางยิ่งยืนอึ้งอยู่กับที่ เหม่อเล็กน้อย!
โธ่เอ้ย…
ตกใจหมด!
ผมเตรียมจะเปิดกะโหลกอยู่แล้ว คุณบอกว่าคุณอยากร้องไห้เอง
ทุกคนในห้องผ่าตัดยิ่งหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก!
ที่แท้ก็ตื่นตูมกันไปเอง
หูฉวนปังและจ้าวฝูรุ่นสบตากัน ต่างโล่งอกไปที
ค่อยยังชั่ว ค่อยยังชั่ว!
แต่ทั้งสองต่างจ้องโจวหงกวงเขม็ง
เจ้าหมอนี่
ลูกผู้ชาย เสียเลือดเสียเหงื่อได้แต่จะเสียน้ำตาไม่ได้หรอกนะ!
คิดจะขู่ศาสตราจารย์เฉินของเราด้วยน้ำตาหรือ
แต่ดูเหมือนว่า…ศาสตราจารย์เฉินของเราจะตกใจจริงๆ
เฉินชางมองโจวหงกวงอย่างจนปัญญา “หัวหน้าโจว คุณ…คุณรอให้ผมบอกข่าวดีกับคุณว่าการผ่าตัดประสบความสำเร็จก่อนแล้วค่อยร้องไห้ไม่ได้เหรอ”
โจวหงกวงยิ้มอย่างเก้อเขิน
ทุกคนอดขำไม่ได้
เฉินชางพูดต่อว่า “ถ้าเมื่อครู่นี้คุณไม่พูด คุณร้องไห้ไหมผมไม่รู้ แต่ผมร้องไห้แน่!”
พูดจบก็มองวิสัญญีแพทย์ “อาจารย์โจว คราวหน้าขอยาชาแรงๆ หน่อยนะครับ!”
[1] เนื้อเยื่อซิลเลียรี่ (ciliary body) เป็นส่วนควบคุมการสร้างน้ำในตาและสัมพันธ์กับการปรับความคมชัดของการมองเห็นแต่ละระยะ (focusing)