เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1600 หมาเลียขามืออาชีพ!
หลี่เจี้ยนเยเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ที่มีเงินมากที่สุด เขาย่อมไม่ใช่คนที่สนแต่ชื่อเสียง
บริษัทเจี้ยนเยฟาร์มาทำยารักษาตับได้ไม่เลวจริงๆ นับว่าขายได้ค่อนข้างดีในฐานะการผลิตภายในประเทศ
แต่ทว่า… เรื่องนั้นส่วนเรื่องนั้น ก็อย่างเช่นตอนนี้หลี่เจี้ยนเยก็ไม่อยากทิ้งตัวตนสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ของตัวเอง เขารู้วานี่จะสร้างผลกระทบอะไรให้ตัวเองบ้าง
“เจี้ยนเยคุณก็อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วใช่ไหม” สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์คนหนึ่งวางหนังสือลงบนโต๊ะอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ก่อนทอดถอนใจ
“เป็นคนที่มีพรสวรรค์จริงๆ น่าเสียดายเกินไปแล้ว!”
“คนคนนี้หยัดยืนมาสิบปี พาการปลูกถ่ายตับของพวกเราออกไปสู่โลก!”
หลี่เจี้ยนเยก็ไม่ปฏิเสธ “อืม ผมอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วครับ”
“แต่… เห็นชัดว่าเฉินชางช่วยโจวหงกวง”
“การฟื้นฟูท่อน้ำดีเสริมกับท่อน้ำดีในตับ การผ่าตัดท่อน้ำดีทำให้อัตราความสำเร็จในการปลูกถ่ายตับสูงขึ้นมาก ขณะเดียวกันก็ลดการเกิดโรคแทรกซ้อนลงไปเยอะ!”
“ดูออกว่านี่น่าจะเป็นบทบาทของเฉินชาง!”
สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์หลายคนพากันพยักหน้า สำหรับเฉินชางทุกคนไม่มีอะไรให้พูด
หากพูดความในใจทุกคน… ก็ไม่รู้ว่าควรประเมินเฉินชางอย่างไร เฉินชางในตอนนี้อยู่ตำแหน่งไหนทุกคนรู้อยู่แก่ใจดี
ไม่แน่ว่าปีหน้าเฉินชางก็ถูกเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์แล้ว มิหนำซ้ำ!
เสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ครั้งนี้ไม่ว่าใครก็ขวางไม่ได้ ตราบใดที่เฉินชางถูกเสนอชื่อเขาจะได้เป็นแน่นอน พวกคนแก่เฒ่าก็ต้องให้ทาง
ไม่ใช่ทุกคนที่หมกมุ่นอยู่กับตำแหน่งเหล่านี้ และทุกคนก็อยากลงจากตำแหน่งเพื่อเกษียณ
ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็คือเวทีของคนหนุ่มสาว คนที่มีความสามารถจึงจะควรยืนอยู่ที่นี่ ไม่ใช่คนเฒ่าคนแก่ที่ใช้ความอาวุโสดูถูกคนอื่น
คนหนุ่มสาวควรจะก้าวไปข้างหน้า คนชราก็ควรให้ทางอย่างเหมาะสม นี่จึงจะเป็น ‘การแทนที่คลื่นลูกใหม่’ ของคนมีความสามารถ!
เวลานี้ชายชราที่อยู่ด้านข้างพลันพูดขึ้น “ปีนี้พวกผมเตรียมลงจากตำแหน่งแล้ว เจี้ยนเย ไม่งั้นคุณลองคิดดูอีกทีไหม!”
“โจวหงกวงก็ไม่เลวทีเดียว แล้วก็ไม่ขาดพลังอิทธิพล ได้รางวัลรองชนะเลิศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสองรางวัล”
“หัวหน้าของศูนย์ปลูกถ่ายตับ ตอนนี้ตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ออกมาก็เริ่มมีพลังอิทธิพลในระดับนานาชาติแล้ว ถ้าเป็นผม ไม่สู้เปิดทางให้!”
หลี่เจี้ยนเยไร้สุ่มเสียง ผู้อาวุโสที่อยู่ด้านข้างดูออกแล้ว เขาขมวดคิ้วบอก
“ประเทศชาติในตอนนี้ก็อยากให้พวกเรารีบเกษียณ คุณน่ะ… ก็กดคนเขามาหลายปีแล้ว”
“ครั้งนี้ถ้ายังไม่ให้โอกาสละก็ หลังจากนี้… เฮ้อ คุณก็ตัดสินใจเองแล้วกัน!”
การคัดเลือกสภาวิทยาศาสตร์และสภาวิศวกรรมก็เป็นแบบนี้!
ในสาขาเล็กๆ เดียวกันก็มีสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์อยู่แค่นี้ โจวหงกวงกับหลี่เจี้ยนเยกลายเป็นความสัมพันธ์แบบแย่งชิงกันโดยตรง
หลี่เจี้ยนเยก็เป็นคนเขาส่ายหน้าทันที “ไม่ใช่ว่าผมไม่ยอมลง ถ้าตอนนี้โจวหงกวงดีแล้ว ทำการผ่าตัดได้ ยังมุ่งมั่นได้ ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด จะเปิดทางให้ทันที!”
“แต่ที่พวกเราต้องการคือสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ที่มีอนาคต ไม่ใช่สมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ที่เหมือนเลี้ยงดูคนแก่!”
“ถานเฟยเยว่มีคุณสมบัติไม่พอ ยังห่างไกลกับผมและโจวหงกวงอยู่มาก”
“แทนที่จะให้โจวหงกวงขึ้นมาแบบเลี้ยงดูคนแก่ ผมคิดว่าผมยังอยู่ได้อีกสมัย ไม่แน่ว่าตอนเฉินชางขึ้นมาผมจะลงไปเอง แถมยังเป็นน้ำใจ”
ทุกคนต่างก็เป็นเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ หลี่เจี้ยนเยก็พูดตามตรง กลุ่มของพวกเขานับว่าเป็นสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์เก่าแก่ ปีนี้เกษียณไม่น้อย
ได้ยินหลี่เจี้ยนเยพูดแบบนี้ทุกคนก็ไม่พูดอีก อย่างไรเสียนี่ก็เป็นเรื่องของคนเขา อีกอย่างครอบครัวหลี่เจี้ยนเยมีธุรกิจใหญ่โต ติดสินบนบนล่างก็สะดวก
ต้องรู้ว่าหลี่เจี้ยนเยมีอีกชื่อหนึ่งชื่อว่าหลี่หมื่นล้าน โจวหงกวงไม่มีความสามารถนี้แข่งกับหลี่เจี้ยนเยจริงๆ อย่างน้อยลำพังแค่หนังสือเล่มเดียวยังไม่พอ!
ถ้าตอนนี้โจวหงกวงยังแข็งแรงก็ไม่แน่แล้ว อย่างไรเสียหลี่เจี้ยนเยก็แสดงจุดยืนแล้ว
ไม่ว่าอย่างไรการคัดเลือกขึ้นตำแหน่งกับการคัดออกก็จำเป็นต้องมีเหตุผลหนึ่ง
เงื่อนไขในด้านต่างๆ ของโจวหงกวงครบครันแล้ว แต่ถูกหลี่เจี้ยนเยจับไว้แน่นในตอนนี้ก็เพราะโจวหงกวงขึ้นมาก็ไม่ต่างจากเลี้ยงดูคนแก่
ไม่มีความสามารถในการผ่าตัดศัลยกรรม!
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า การคัดเลือกสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์ก็ใกล้เข้ามาทุกวันแล้ว การแข่งขันก็อยู่ในช่วงดุเดือด
ตอนนี้สวีจื่อหมิงกลายเป็นคนดัง โดยทั่วไปยิ่งเดินก็ยิ่งใกล้หนทางแห่งการนอนชนะ อีกทั้งยิ่งเดินยิ่งราบรื่นขึ้นเรื่อยๆ!
ในเวลาเดียวกัน ในที่สุดโจวหงกวงก็ฟื้นตัวโดยสมบูรณ์ ออกจากโรงพยาบาลแล้ว!
หลังจากเฉินชางตรวจร่างกายโจวหงกวงในห้องผู้ป่วยโดยละเอียดเป็นครั้งสุดท้าย เขาก็ยิ้มบอก “หัวหน้าโจว ยินดีด้วย คุณมีความสามารถที่จะเป็นศัลยแพทย์แล้ว!”
โจวหงกวงยินดีจนหลั่งน้ำตา!
ภรรยาและลูกของเขาก็ต่างมาในวันนี้ เห็นบิดายืนตื่นเต้นอยู่ตรงนั้นทุกคนก็ดีใจมาก
โจวหงกวงสะท้อนใจเขาถอนหายใจยาวเหยียด
“ศาสตราจารย์เฉิน ขอบคุณมากจริงๆ ครับ”
“ไม่มีคุณก็ไม่มีผมโจวหงกวงในวันนี้!”
“ผมอยู่ตรงนี้ก็ไม่มีคำพูดอื่นที่พูดได้ นอกจากโค้งตัวให้คุณ ขอบคุณครับ!”
เฉินชางโบกมือ “จะเกรงใจทำไมครับ”
ไม่มีใครเข้าใจความตื่นเต้นของการสูญเสียแล้วได้กลับคืนมา
ความรู้สึกที่ความหวังอยู่ใกล้แสนใกล้แต่จากนั้นความหวังกลับพลันแตกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้โจวหงกวงหวาดกลัว
แต่ตอนนี้… ทุกอย่างผ่านไปเหมือนฝันร้าย แสงอาทิตย์หลังจากตื่นขึ้นมายามเช้าทำให้คนสับสน!
และเฉินชางก็เป็นคนมอบทุกอย่างนี้ให้แก่เขา!
เนิ่นนานก่อนโจวหงกวงจะพูดกับภรรยาของตัวเอง “พวกคุณจำไว้ ศาสตราจารย์เฉินก็คือผู้มีพระคุณของตระกูลโจว!”
หลังพูดจบโจวหงกวงก็พาครอบครัวตัวเองโค้งตัวให้เฉินชาง
สองวันมานี้ตอนที่โจวหงกวงอยู่โรงพยาบาลก็รู้แล้วว่าหลังวารสารภายในออกมาก็ดังเป็นพลุแตก!
พลังอิทธิพลของตัวเองในตอนนี้นับวันกำลังเพิ่มขึ้น ไม่ว่าร่างกายที่แข็งแรงของตัวเอง หรือว่าชื่อเสียงที่โด่งดังของตัวเอง ก็ล้วนหนีไม่พ้นเฉินชาง
การโค้งตัวนี้จึงไม่ขาดทุนแม้แต่นิดเดียว!
สำหรับเฉินชาง โจวหงกวงออกจากโรงพยาบาลก็หมายความว่าการเก็บรวบรวมเคสผ่าตัดพาร์กินสันคนแรกเสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นที่น่าพอใจ
อูฮุยก็รีบเริ่มเก็บตัวชี้วัดต่างๆ ขณะเดียวกันก็เร่งความเร็วในการตรวจสอบเอกสาร
ส่วนฝั่งเฉินชางก็ไม่ได้อยู่ว่าง เขากำลังร่างแผนว่าจะปรับปรุงการผ่าตัดอย่างไร
อย่างไรเสียการผ่าตัดในครั้งนี้อาศัยการถ่ายภาพรังสีในโพรงสมองและเทคนิครวมพิกัดก็ค่อนข้างลำบาก ความเสี่ยงสูงเกินไป!
ตัวเฉินชางก็ไม่มั่นใจมากนัก จะลดความเสี่ยงอย่างไร ยกระดับการควบคุมพื้นที่อย่างไร ลดปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้อย่างไร…
เดี๋ยวก่อน! แต่ไหนแต่ไรการพัฒนาการผ่าตัดก็ต้องการสิ่งเหล่านี้
เวลานี้หูฉวนปังกับจ้าวฝูรุนก็มาหา
ในห้องทำงานทั้งสองคนยืนอยู่ตรงนั้นอย่างกระมิดกระเมี้ยน ไม่พูดไม่จา แค่ยิ้มกระดากอาย!
เฉินชางก็ไม่พูดไม่จาอ่านหนังสือ ผ่านไปครึ่งค่อนวันทั้งสองคนจึงค่อยเริ่มพูด
“ศาสตราจารย์เฉิน… แหะๆ ยินดีด้วย! ที่การผ่าตัดพาร์กินสันเสร็จสมบูรณ์!”
หูฉวนปังสะท้อนใจ “ผมยังเพิ่งได้ยินว่าการผ่าตัดศัลยกรรมรักษาโรคพาร์กินสันได้ผลดีขนาดนี้เป็นครั้งแรก!”
จ้าวฝูรุนก็พยักหน้ายิ้มบอก “ใช่ พาร์กินสันเป็นปัญหายากของโลก ถ้าทำได้จริงๆ รางวัลลาสเกอร์ อวอร์ด เอย รางวัลโนเบลสาขาการแพทย์เอย ศาสตราจารย์เฉินตั้งตารอได้เลย!”