เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1712 ค่าตัวใครแพงที่สุด (2)
ตกค่ำ อันเยี่ยนจวินเข้าเวรกลางคืน
เหล่าหม่าเพิ่งออกมาจากห้องผ่าตัด เขาเดินตามหลังอัน
เยี่ยนจวิน
“ผู้อำนวยการอัน สอนการเย็บเส้นเอ็นให้ผมได้ไหม”
อันเยี่ยนจวินยิ้มให้ “ผู้อำนวยการหม่าถ่อมตัวไปแล้ว
ครับ มาเรียนรู้จากกันและกันดีกว่า”
พูดกันตามตรง อันเยี่ยนจวินโคจรมาพบเหล่าหม่า
ถือเป็นการพบกันของคนสองคนที่นิสัยคนละขั้วเลยจริงๆ
ผู้อำนวยการอันค่อนข้างสุขุม แต่เหล่าหม่าค่อนข้าง
โผงผาง
เมื่อทั้งสองคนมารวมตัวกัน กลับเข้ากันได้ดี
แต่หวังเชียนกลับมีเป้าหมายทิศทางเดียวกับเหล่าหม่า
แถมเซอะซะทั้งคู่ พวกเขาจึงมีเรื่องให้คุยกันไม่รู้จบ
เหล่าหม่าเอ่ยกับอันเยี่ยนจวินว่า “ผู้อำนวยการอัน ผม
ไม่คิดเลยว่าโรงพยาบาลอันดับสองประจำ มณฑลของพวกคุณจะเป็นแหล่งเสือหมอบมังกรซ่อน การเย็บเส้นเอ็นของ
คุณ ผมคิดว่าไม่ด้อยกว่าศาสตราจารย์ทังเลยสักนิด!”
“ถ้าคุณอยู่ที่เมืองหลวง อย่างน้อยก็ต้องได้เป็น
ผู้อำนวยการฝ่าย!”
“ผมอยากเรียนรู้จริงๆ”
อันเยี่ยนจวินถูกเหล่าหม่าชมจนมึนงง เอ่ยไปว่า “เรื่องนี้
อันที่จริงมันคือวิธีเย็บเส้นเอ็นของเฉิน ตอนนี้ศูนย์ฟื้นฟู
เส้นเอ็นของพวกเราก็ปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว พอถึงเวลาก็
เรียนรู้ได้ง่ายมาก ถึงอย่างนั้นก็เถอะ…ผู้อำนวยการหม่าก็สนิท
กับเฉินชางมากนี่ครับ ทำไมคุณไม่ขอเรียนกับเขาล่ะ”
เหล่าหม่าได้ยิน ประกายบางอย่างที่เรียกว่า
ความทะเยอทะยานส่องวาบขึ้นในดวงตา “ผมไม่ถูกโฉลกกับ
ท่าทางเย่อหยิ่งของเขา ถ้าผมไปขอเรียนกับเขา ก็เท่ากับ
เสียเวลาไปคัดลอกฉบับสำ เนาจากเขาไม่ใช่เหรอ”
“ผู้อำนวยการอัน คุณสอนผมเถอะ รอจนผมเหนือกว่า
เฉินชางแล้ว ผมจะเลี้ยงเหล้าคุณ!”ใบหน้าอันเยี่ยนจวินกระตุกนิดๆ เขามองเหล่าหม่าอย่าง
จริงจังครู่หนึ่ง รู้สึกว่าเจ้าหมอนี่…สมองมีปัญหาหรือเปล่านะ
แต่อันเยี่ยนจวินก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดแก้สถานการณ์
อย่างไรดี
หวังเชียนที่อยู่ด้านข้างพลันเอ่ยขึ้นว่า “ผู้อำนวยการหม่า
คุณคิดผิดแล้ว ผู้อำนวยการอันเป็นลูกศิษย์ของเฉินชาง คุณ
ทำแบบนี้…ไม่ใช่แค่อ้อมวนเท่านั้น จะกลายเป็นศิษย์หลานไป
ชั่วชีวิตด้วย!”
เหล่าหม่าได้ยินก็พูดไม่ออกทันที รู้สึกเหมือนสะดุ้งตื่น
จากฝัน
“น้องหวังเชียน! นายว่าควรทำยังไงดีล่ะ”
“ฉันจะแซงหน้าเฉินชางได้ยังไง”
หวังเชียนยิ้มสดใส “ฮี่ๆ คุณก็แค่ไม่เรียนการเย็บเส้นเอ็น
ไงครับ เขาจะได้เอาชนะคุณในด้านนี้ไม่ได้ไปตลอดกาล!”
“คุณคิดดูสิครับ ถ้าคุณไม่เข้าวงการ เขาจะหาช่อง
เอาชนะคุณได้ยังไง”ถ้อยคำเหล่านี้เปรียบเสมือนน้ำร้อนเดือดจัด ปลุกเหล่า
หม่าให้ตื่นรู้ทันที
ใช่แล้ว!
เขาเงยหน้ามองหวังเชียนอย่างจริงจัง ชายคนนี้ที่
มีรูปร่างและน้ำหนักเท่ากัน
จู่ๆ ก็รู้สึกสนิทสนมขึ้นมา!
เหล่าหม่ามองหวังเชียน มองรอยยิ้มเซ่อๆ ของเขา เป็น
ฝ่ายยื่นหมัดออกไปก่อน แตะหมัดกับหวังเชียน
“ยอดฝีมือ!”
“ถ่อมตัวแล้ว!”
มิตรภาพระหว่างสองจอมเซอะซะก่อตัวจากจุดนี้
อันเยี่ยนจวินที่อยู่ด้านข้างเห็นเหตุการณ์แล้วไม่ค่อย
เข้าใจว่าระบบสมองของพวกเขาเป็นแบบไหนกันแน่
เวลานี้ ฉางลี่น่าเดินผ่านมาพอดี หลังจากได้ยิน
บทสนทนาที่น่าตกใจนี้ เธอตะลึงงันทันที หลุดปากออกมาว่า
‘เจ้าพวกเซ่อ!’
โชคดีที่ไม่มีใครได้ยิน เธอรีบเดินหนีไป….
อย่างที่ภาษิตว่าไว้ หลังผ่านตรุษเล็ก[1]ก็คือตรุษจีน!
สองสามวันมานี้ ในโรงพยาบาลมีคนไม่มากแล้ว
แต่สองสามวันมานี้ แผนกฉุกเฉินมีงานยุ่งขึ้นมา
ตอนนี้เตียงผู้ป่วยในห้องสังเกตอาการเต็มแน่นไปหมด
หนึ่งห้องมีทั้งหมดแปดเตียง เต็มหมดทุกเตียง
ช่วงนี้มีคนที่ดื่มเหล้าตอนดึกแล้วตีกันไม่น้อยเลยจริงๆ
บางครั้งก็มีพวกหนุ่มๆ ที่ตีกันเพื่อแย่งคู่ด้วย
เรื่องนี้ทำให้เฉินชางสะท้อนใจอย่างยิ่ง มนุษย์ผ่าน
วิวัฒนาการมาหลายล้านปี แต่ยังคงกำจัดนิสัยเสียจุดนี้ทิ้ง
ไม่ได้
ช่วงเช้าตรู่ เฉินชางเพิ่งมาถึงแผนกฉุกเฉินก็ได้ยินเสียง
คนทะเลาะกันดังมาจากโถงแผนกฉุกเฉินชั้นหนึ่ง
เฉินชางตะลึงทันที มองฉางลี่น่าที่เข้าเวรดึกเมื่อคืน
พลางถาม “เกิดอะไรขึ้นครับ”
ฉางลี่น่าถอนหายใจอย่างจนปัญญา “ทะเลาะกันมาเกิน
หนึ่งชั่วโมงแล้ว!”“เมื่อคืนมีเด็กหนุ่มสองคนตีกันจนบาดเจ็บเพราะแย่ง
สาวคนเดียวกัน รุ่งเช้าวันนี้คงจะสร่างเมาแล้ว ทั้งสองเอาแต่
ทะเลาะกันตลอด เอะอะมะเทิ่ง!”
เฉินชางขมวดคิ้วทันที สวมเสื้อกาวน์พลางถามไปด้วย
“ในห้องสังเกตอาการมีผู้สูงอายุเยอะเลยไม่ใช่เหรอ”
ฉางลี่น่าเอ่ยอย่างหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “ผู้สูงอายุ
พวกนั้นเดิมทีก็นอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว พอนอนไม่หลับแล้ว
ได้ยินทั้งสองคนทะเลาะกันก็รู้สึกว่าสนุกดี…”
เฉินชางฟังแล้วชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นจึงลุกเดินไปยัง
ห้องสังเกตอาการ
หลังจากเข้ามา เขาได้ยินเด็กหนุ่มสองคนเถียงกันอยู่
ตรงนั้น
“ช่างเถอะ นายอย่าให้ฉันพูดเลย ชุดนั้นที่ฉันใส่เมื่อคืน
ราคาพันเก้า รองเท้าฉันที่นายทำหายตอนทะเลาะกัน คือรุ่น
Yeezy[2] แถมมือถือฉันยังหายด้วย ทั้งหมดเป็นเงินหมื่นหยวน
ชดใช้มาซะ!”อีกคนแค่นเสียงใส่ “เฮอะ ชดใช้เงินค่านาฬิกาข้อมือฉัน
มาก่อนสิ ทิสโซต์[3]เลยนะ ราคาสองหมื่นกว่าหยวน! ไอ้
กระจอกเอ๊ย…”
คนแรกได้ยินก็พยายามเถียง “เฮอะ แกมีทิสโซต์เรือน
เดียวจะมาโม้อะไรกับฉันนัก ทั้งตัวฉันน่ะ…”
เฉินชางขมวดคิ้วทันที “ที่นี่คือห้องพักผู้ป่วย ถ้า
จะทะเลาะกันเชิญด้านนอก!”
“ว่าไงครับ จะตีกันอีกรอบไหม”
“คุณดูสิว่าตอนนี้พวกคุณอยู่ในสภาพไหน!”
ตอนนี้ทั้งสองคนล้วนมีเฝือกหุ้มแขนอยู่ ที่ขาก็
มีผ้าพันแผลพันไว้แน่น แต่สีหน้ากลับไม่สลดกันเลย
“ผู้อำนวยการเฉิน ไม่ครับ…ไม่ใช่ว่าผมอยากชวน
ทะเลาะนะครับ เขาทำเสื้อผ้าผมขาดยังไงก็ต้องชดใช้ แจ็คเก็ต
ของปอซือเติง[4]เชียวนะครับ ซื้อมาตั้งพันเก้า! นี่…เป็นเสื้อ
ใหม่ที่ผมซื้อตอนตรุษจีนเลย!”
“แล้วนาฬิกาฉันล่ะ! สองหมื่นกว่าเชียวนะ”
เหล่าปู่ตาย่ายายรอบข้างก็ฟังกันมาพอแล้วได้ยินไอ้หนุ่มทั้งสองคนเอะอะมาตั้งแต่รุ่งสาง สร้าง
บรรยากาศคึกคักให้ห้องสังเกตอาการห้องนี้ไม่น้อยเลย
เดิมทีผู้สูงอายุสี่ห้าคนที่อยู่ในห้องสังเกตอาการก็ไม่ได้
เป็นอะไรร้ายแรงอยู่แล้ว ได้ยินสองหนุ่มโต้ถียงกันแบบนี้กลับ
รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาก
คุณยายคนหนึ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พ่อหนุ่ม จะถือสาเรื่อง
นี้ไปทำไม พวกเธอโชคดีแล้วที่ไม่เป็นอะไร ไม่อย่างนั้นค่าตัว
พวกเธอจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าเลย!”
ประโยคนี้ทำให้สองหนุ่มงงงวย
คุณยายเอ่ยว่า “ทั้งตัวพวกเธอแค่ไม่กี่หมื่น แต่พวกเธอรู้
ไหมว่าทั้งตัวฉันน่ะมีราคาเท่าไร”
เด็กหนุ่มมองคุณยายที่ดูธรรมดาเรียบง่าย อดถามไม่ได้
“พันกว่าหยวนมั้งครับ”
คุณยายอดหัวเราะไม่ได้ “พันกว่าหยวนเหรอ พ่อหนุ่ม
…พันกว่าหยวนยังมีศูนย์น้อยไป!”
“ทั้งตัวฉันน่ะ ไม่ต่ำกว่าหลักแสนหรอกนะ!”เด็กหนุ่มได้ฟังก็หัวเราะออกมาทันที “คุณยายอย่าล้อ
ผมเล่นเลย ผมก็ไม่เห็นแบรนด์เนมอะไร…”
คุณปู่ที่อยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้นว่า “ยายเขาไม่ได้ล้อพวกเธอ
เล่นหรอก แบรนด์ของเธอน่ะเป็นแบรนด์ดังระดับสากลเลย”
“ตาเฒ่ายายเฒ่าทั้งหลายในห้องนี้ ใครบ้างจะไม่มีค่าตัว
สูงหลายหมื่นหยวน ดีไม่ดีอาจถึงขั้นหลายแสนหยวนเชียวละ
!”
“สุขภาพดี สำ คัญกว่าอะไรทั้งนั้น!”
“เจ้าหนุ่ม ต่อไปอย่าตีกันเลย ร่างกายทนถูกพวกเธอ
ทรมานไม่ไหวหรอก”
สองหนุ่มมึนงง
“คุณตาครับ พวกคุณอย่าล้อพวกเราเล่นสิ! หลายแสน
หยวนเหรอ…”
คุณปู่ได้ยินก็หัวเราะร่าทันที “เจ้าหนุ่ม เธอไม่เชื่องั้น
เหรอ มาๆๆ ทุกคนเล่าหน่อยสิว่าทั้งเนื้อทั้งตัวน่ะมีราคาเท่าไร!
ฉันเริ่มก่อนแล้วกัน ข้อต่อสองข้างของฉันเป็นข้อต่อเทียมที่
เปลี่ยนมาทั้งนั้น ข้างละหกหมื่นหยวน!”คุณตาอีกคนเอ่ยว่า “ส่วนฉันกระดูกหัก ดามเหล็กสอง
แผ่น ตะปูอีกหลายตัว…รวมห้าหมื่นกว่าหยวน! นายว่าคุ้มกัน
ไหมล่ะ”
“ฉันมีขดลวดสามเส้นในหัวใจ ตีกลมๆ ก็แสนกว่าหยวน
!”
“ของฉันน่ะดูตรงนี้ ฟันทั้งปากเลย ทำฉันเสียเงินไป
สามหมื่นกว่าหยวน ยังมีเครื่องกระตุ้นหัวใจด้วย เป็นของ
นำเข้า หลายหมื่นเชียวละ”
“ปีก่อนฉันปลูกถ่ายตับ เจ้าตับอันนี้ทำฉันเสียเงินสาม
แสนกว่าหยวนเลยนะ!”
….
พอได้ยินบรรดาปู่ย่าตายายคุยฟุ้ง
สองหนุ่มงงงวยทันที!
นี่มัน…ตีราคาอะไรเนี่ย
เฉินชางก็คาดไม่ถึงเช่นกัน เดิมทีคิดจะเรียกตำรวจ
มาจัดการเรื่องนี้แต่ไม่นึกเลยว่าผู้สูงวัยเหล่านี้พูดไม่เท่าไรก็จัดการได้
แล้ว
เด็กหนุ่มสองคนสงบลงจริงๆ
ชายชราอดพูดไม่ได้ “ไอ้หนู ยังหนุ่มยังแน่นจะตีกัน
ไปทำไม ตอนนี้มันสมัยไหนแล้ว!”
“ถ้าเธอแทงเขาสักแผลจริงๆ ทำตับทะลุเข้า แบบนั้นไม่
ใช่เรื่องที่จะแก้ได้ด้วยเงินไม่กี่หมื่นนะ”
“พวกเธอน่ะอายุยังน้อยเกินไป”
คุณยายคนหนึ่งก็เอ่ยว่า “ใช่แล้ว พวกเธอไม่คิดกันบ้าง
เหรอ ถ้าผู้หญิงเขาชอบพวกเธอจริงๆ พวกเธอเข้ามาตั้งแต่
เมื่อวานจนถึงตอนนี้ สองวันแล้วยังไม่มาเยี่ยมพวกเธอเลยนี่”
“ดังนั้น อย่าใช้อารมณ์นักเลย”
….
สองหนุ่มได้ยิน พลันหน้าแดงขึ้นมาอับอายอย่างยิ่ง!
ทั้ง
สองตีกันไปยกหนึ่ง ผลสุดท้ายไม่ได้อะไรเลย กลับ
ต้องเสียเงินเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล
พอเห็นสภาพของอีกฝ่ายที่ถูกทุบตีน่าเวทนาถูกเหล่าผู้สูงวัยพูดบั่นทอนจิตใจ ทั้งสองพลันแสบจมูก
มองหน้ากันแล้วร้องไห้ออกมา
เฉินชางก็นับถือขึ้นมาทันที!
คุณปู่ช่างสมกับเป็นคนรุ่นปู่!
คุณยายก็สมกับเป็นคนรุ่นยายจริงๆ!
[1] ตรุษเล็กตรงกับวันที่ 23 หรือ 24 เดือน 12 ตามปฏิทิน
จันทรคติของจีน โดยจีนตอนเหนือจะถือว่า ตรงกับวันที่ 23
ขณะที่จีนทางใต้จะยึดวันที่ 24
เป็นวันตรุษจีนเล็ก เป็นวันที่ “เทพเจ้าแห่งเตา” ซึ่งทำหน้าที่
พิทักษ์เตาไฟในครัวและดูแลทุกคนในครอบครัว จะกลับ
สวรรค์ไปรายงานเรื่องราวของแต่ละครัวเรือนต่อเง็กเซียน
ฮ่องเต้ จึงต้องเซ่นไว้เทพเจ้าเตาไฟเพื่อให้รายงานแต่สิ่งดีๆ
นำพาโชคดีมาสู่ครอบครัว
[2] Yeezy เป็นรองเท้า Sneaker รุ่นดังที่กำลังได้รับความนิยม
ออกแบบโดย Kanye West แรปเปอร์ชื่อดังระดับโลก ปัจจุบัน
ผลิตและจัดจำ หน่ายโดยแบรนด์ Adidas[3] ทิสโซต์ (Tissot) แบรนด์นาฬิกาจากไต้หวันถือกำเนิดขึ้นใน
ปี 1853 ที่เมืองเลอโลค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ นำเสนอ
นาฬิกาในรูปแบบงานหัตถศิลป์ ปัจจุบัน Tissot เป็นแบรนด์
นาฬิกาภายใต้เครือ Swatch Group ทำการตลาดโดยเป็น
ผู้สนับสนุนวงการกีฬาเป็นหลัก รวมถึงสนามกีฬา
NBA จักรยาน Tour de France และการแข่งขันจักรยานยนต์
MotoGPTM เป็นต้น
[4] ปอซือเติง (Bosideng) แบรนด์เสื้อผ้าชั้นแนวหน้าของจีนที่
ตีตลาดอินเตอร์ได้สำ เร็จ เป็นที่นิยมไปทั่วโลก กลุ่ม
เป้าหมายหลักคือวัยรุ่น