เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1744 ศาสตราจารย์เฉินเข้ามาแล้ว
วารสาร ‘เดอะแลนซิต’ วารสาร ‘AATS’ และวารสารอีก
หลายฉบับรายงานสถานการณ์ของจงซอก
ดร.คิมเยอึนได้แสดงความสามารถในด้านการ
ศัลยกรรมหัวใจจากวิธีที่ใช้รักษาจงซอก!
แต่ตอนนี้คนไข้ตัวน้อยคนนี้จะไม่ไหวแล้ว
หัวใจดวงน้อยนี้รองรับร่างกายที่กำลังเติบโตไม่ได้
การไหลเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้นถือเป็นภัยคุกคามต่อ
ความตายสำหรับเขา!
ทำอย่างไรดี
รัฐบาลเกาหลีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
จัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมหัวใจชั้นนำของ
ประเทศเพื่อดำเนินการกู้ชีพ
เจ้าหนูจงซอกคนนี้ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของกิจกรรม
สิทธิสตรีเกาหลีใต้ไปแล้ว
โดยพื้นฐานแล้วจะมีสื่อรายงานสถานการณ์ของจงซอก
ทุกวัน
แต่ในวันที่ 11 เดือนมีนาคม 2020 เด็กชายคนนี้หัวใจ
หยุดเต้นครั้งแรก!
เรื่องนี้ทำให้หลายคนยากจะยอมรับ
โชคดีที่การกู้ชีพในห้องสังเกตอาการทันท่วงที จึง
ช่วยชีวิตเจ้าหนูจงซอกไว้ได้!
ตอนนี้เอง คิมเยอึนเสนอให้ขอความช่วยเหลือจาก
ต่างประเทศ
ความจริงรัฐบาลเกาหลีอยากให้หมอในประเทศรักษา
จงซอกให้สำเร็จ
แบบนี้จะทำให้ชื่อเสียงของประเทศเกาหลีเพิ่มขึ้น
แต่น่าเสียดายที่คิมเยอึนทำไม่ได้จริง
ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ จำเป็นต้อง
ขอความช่วยเหลือจากภายนอกแล้ว
หลังจากสถานการณ์ของจงซอกกลายเป็นข่าว แม้หลาย
คนจะเริ่มติดตาม หลายโรงพยาบาลถึงขั้นเริ่มหารือกัน
ทว่า…
ไม่มีโรงพยาบาลไหนกล้ารับจงซอกเลย
เพราะสื่อให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ถ้ารับไปแล้ว
รักษาไม่หาย จะต้องโดนด่าอย่างแน่นอน!
แต่ถ้ารักษาหายอิทธิพลของโรงพยาบาลในระดับสากลก็
จะเพิ่มขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือใครจะรักษาให้หายได้
หัวใจเสียหายหลายส่วน!
นอกจากนี้ยังมีรูเล็กๆ มากมาย
ถ้าจะผ่าตัด ก็ต้องผ่าตัดให้สมบูรณ์
เพราะเป็นเคสพิเศษ แม้แต่ทำบายพาสหัวใจและปอดก็
อาจจะทำไม่ได้ด้วยซ้ำ
เหมือนกับว่า…
มาถึงทางตันแล้ว
อย่าลืมว่าขนาดหัวใจของคนไข้เล็กแค่ไหน
อย่าว่าแต่หลอดเลือดเลย แม้แต่การแบ่งห้องหัวใจบน
และห้องหัวใจล่างก็อาจจะยังไม่ชัดเจนเลย
ยากมาก!
แต่หัวใจไม่หยุดเต้นก็จะซ่อมแซมไม่ได้
หากต้องการให้หัวใจหยุดเต้นก็ต้องทำบายพาสหัวใจ
และปอด ใช้สารละลายคาร์ดิโอพลีเจีย ต้องถ่ายเลือดใหม่และ
อื่นๆ…ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นไปไม่ได้!
ทันใดนั้น สถานการณ์ของจงซอกกลายเป็นโรครักษา
ยากในวงการศัลยกรรมหัวใจไปทันที!
กลายเป็นข่าวในวารสาร ‘เดอะแลนซิต’ ประจำเดือน
มีนาคม
แต่ช่วงนี้เฉินชางก็ไม่ว่างจริงๆ
ทั้งต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการสรรหา
ผู้อำนวยการคนใหม่
เครื่อง x-pri ของบริษัทว่านเหอเภสัชกรรมก็กำลังจะเริ่ม
ดำเนินการทดลองทางคลินิกแล้ว เฉินชางต้องดำเนิน
การวางแผน
นอกจากนี้เฉินชางเพิ่งได้รับเสน่ห์แห่งเอนไซม์มา เขา
อยากไปฝึกเทคนิคกับพวกผู้อาวุโสในสถาบันวิจัย จะได้
สะดวกต่อการกระตุ้น ‘เสน่ห์แห่งเอนไซม์’!
ไม่อย่างนั้น ตอนนี้ตนไม่มีโอกาสเลยสักนิด
มีไว้ก็ไร้ประโยชน์
เพราะฉะนั้น ช่วงนี้เฉินชางยุ่งมากจริงๆ
วางงานส่วนไหนลงไม่ได้เลย
เพราะฉะนั้น ตอนที่คิมเยอึนโทรมา บอกเฉินชางว่า
อยากใช้เทคนิค x-pri รักษาเจ้าหนูจงซอก เฉินชางไม่ได้ปฏิ
เสธในทันที
เพราะเขายังไม่รู้สถานการณ์โดยละเอียดของจงซอก!
เฉินชางอดถามไม่ได้ “ดร.คิมเยอึนครับ ส่งรายละเอียด
อาการของคนไข้ให้ผมทางอีเมลหน่อยครับ ผมดูจบแล้วจะ
ตอบกลับคุณ”
เขาไม่ได้ด่วนสรุป
ถึงอย่างไรก่อนที่จะรู้อาการของคนไข้อย่างชัดเจน เฉิน
ชางจะไม่ตัดสินว่าจะใช้เทคนิค x-pri ได้หรือไม่โดยพลการ
คิมเยอึนได้ยินแบบนี้ก็อึ้งไปทันที!
“ศาสตราจารย์เฉิน คุณไม่เคยได้ยินเรื่องราวของคนไข้
ตัวน้อยของเราเหรอคะ”
ช่วงนี้ข่าวของเจ้าหนูจงซอกดังมากจริงๆ ในสมาคม
AATS ก็มักจะหารือกัน คิมเยอึนคิดว่าศาสตราจารย์ที่
มีความสนใจในการปฏิบัติทางคลินิกจะไม่รู้กระแส
ทางการแพทย์ได้อย่างไร
ถึงอย่างไรในสายตาของคิมเยอึน บุคคลระดับพวกเขา
โดยทั่วไปล้วนอ่านวารสาร ‘เดอะแลนซิต’ แทนหนังสือพิมพ์
“ขอโทษจริงๆ ครับ ช่วงนี้งานยุ่งมาก ไม่ได้ติดตาม” เฉิน
ชางพูดเรียบๆ
คิมเยอึนได้ยินแบบนี้ แทนที่จะไม่พอใจ แต่กลับดีใจขึ้น
มา!
ช่วงนี้เฉินชางไม่ค่อยเข้าไปแสดงความคิดเห็นใน
สมาคม AATS ทำให้ทุกคนคิดว่าศาสตราจารย์เฉินก็ไม่มีวิธี
เช่นกัน
ตอนนี้ดูเหมือนว่า…
ศาสตราจารย์เฉินแค่ยังไม่รู้!
คิมเยอึนรีบพูดว่า “ศาสตราจารย์เฉิน ฉันมีข้อมูล
ทั้งหมดของคนไข้ แต่อาจจะต้องใช้เวลาในการเรียบเรียง
ถ้าอย่างนั้น…คุณไปดูในกลุ่มของสมาคมเราไหมคะ ดูใน
ข้อมูลที่แบ่งปันได้!”
เฉินชางเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเป็นสมาชิกคนหนึ่งของ
สมาคม AATS “ได้ครับ ผมอ่านจบแล้วจะบอกคุณ”
กลุ่มสมาคม AATS เป็นกลุ่มแชทระหว่างประเทศ คล้าย
กับ MSN แต่ล้ำหน้ากว่า MSN รองรับการประชุมวิดีโอ
ทางไกลและการปรึกษาเคสต่างๆ
น้อยมากที่เฉินชางจะเข้าสู่ระบบนี้ ความจริง…เหตุผล
หลักก็คือเฉินชางแทบไม่ต้องการความช่วยเหลือจากทุกคน
เลย
เขากลับห้องทำงานของตัวเอง เปิดคอมพิวเตอร์เข้า
สู่ระบบก็เห็นกลุ่มปรึกษาเคสมีหลายคนกำลังหารือเกี่ยวกับ
อาการของจงซอก
กลุ่มปรึกษาเคสนี้กลับมีสมาชิกถึงหกร้อยกว่าคน ทำให้
เฉินชางประหลาดใจเล็กน้อย!
คนไข้คนนี้เป็นอะไรกันแน่
เฉินชางจึงเปิดข้อมูลอ่านอย่างตั้งใจ
เป็นเด็กชายอายุสิบเอ็ดเดือน
แม่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
เด็กคนนี้มีจุดบกพร่องในหัวใจหกจุด เฉินชางเห็น
อัลตราซาวด์และข้อมูลการถ่ายภาพต่างๆ ของหัวใจแล้วอึ้งไป
คนไข้อาการหนักขนาดนี้ อยู่ถึงตอนนี้ได้อย่างไร
ตอนตั้งครรภ์คงจะตรวจเจอแล้ว
ทำไมถึงยังคลอดออกมา
เฉินชางสูดหายใจเข้าลึกๆ
เฉินชางตัดสินใจอ่านข้อมูลของแม่คนไข้ไปด้วย
ตั้งครรภ์เจ็ดครั้ง คลอดห้าคน แท้งสองคน!
นอกจากนี้ ในบรรดาห้าคนที่คลอดออกมา มีสี่คนที่
เสียชีวิตไปทีละคน มีชีวิตอยู่ไม่ถึงหกเดือน
มีเพียงเจ้าหนูจงซอกที่กำลังจะครบหนึ่งขวบแล้ว!
ตัวเลขที่น่าตกใจนี้ทำให้เฉินชางชะงักไปครู่หนึ่ง อายุ
เพียงแค่สามสิบหกปี เธอ…ผ่านการตั้งครรภ์มาเจ็ดครั้งแล้ว
ที่แท้ปัญหาการคลอดบุตร มีอยู่ทั่วทุกมุมโลก…
เฉินชางอดถอนหายใจไม่ได้
ในสิบปีนี้ แม่คนนี้ผ่านอะไรมาบ้าง
เฉินชางสับสนมากจริงๆ
เฉินชางเปิดชาร์ตผู้ป่วยอ่านอย่างตั้งใจ
ในหัวของเขาถึงขั้นจินตนาการสถานการณ์ร่างกายของ
เจ้าหนูจงซอกได้ ภาพจำลองสี่มิติก็ค่อยๆ ปรากฏเค้าโครง
ค่าตัวเลขต่างๆ ถูกแปลงเป็นสภาวะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
เช่น หัวใจ และเลือด
เฉินชางดูจบก็อดสะเทือนใจไม่ได้!
การผ่าตัดเคสนี้ยากมากจริงๆ!
ความจริงสิ่งแรกที่เฉินชางนึกออกคือการรักษาด้วย
ความเย็น แต่เห็นได้ชัดว่าคนไข้ไม่อาจต้านทานได้ เกิดเรื่อง
ไม่คาดฝันได้ง่ายมาก
ถ้าใช้เทคนิค x-pri แม้จะยาก แต่…ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่
ได้
ตอนนี้เอง จู่ๆ ก็มีคนพูดขึ้นว่า “เหมือนว่าศาสตราจารย์
เฉินจะเข้ามาแล้ว!”