เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1746 ฟังผม ไม่ผิดแน่!
หลังจากที่ข่าวเฉินชางยอมรับตัวจงซอกจากประเทศ
เกาหลีมารักษาแพร่กระจายออกไป
ทันใดนั้น ผู้เชี่ยวชาญที่เริ่มหารือเยอะขึ้นเรื่อยๆ
วารสาร ‘เดอะแลนซิต’ มักจะเข้าข้างเฉินชางมากกว่า
อยู่แล้ว พวกเขาออกความเห็นว่าเฉินชางมีความรับผิดชอบ!
ทว่าคนที่หารือว่าวิธีการรักษาของเฉินชางคืออะไร
มีมากกว่า!
ถึงอย่างไรหลายคนก็เคยหารือเกี่ยวกับการผ่าตัดของ
จงซอกแล้ว
หลายคนได้วินิจฉัยแล้วว่าเป็นความผิดปกติของ
เส้นเลือดปอดที่นำเลือดกลับมายังหัวใจ หัวใจมีรูรั่วระหว่าง
ผนังกั้นห้องหัวใจด้านล่าง ข้อบกพร่องของผนังกั้นหัวใจห้อง
บน ภาวะหลอดเลือดหัวใจเกิน ความดันโลหิตสูงในปอด…
ศัพท์เทคนิคชุดนี้อาจดูซับซ้อนมาก!
ใช่แล้ว เป็นแบบนี้จริงๆ
โดยพื้นฐานแล้ว คนไข้ประเภทนี้อัตราการเสียชีวิตสูง
มาก
ถ้ารอดก็อยู่ได้ไม่ถึงสามปี
เพราะฉะนั้น การจะดิ้นรนเพื่อชีวิตนี้มีความหมายจริงๆ
หรือ
ทุกคนต่างไม่เข้าใจ
ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เฉินชางถึงรับตัวจงซอกไป
หรือว่า…เขาช่วยได้จริงๆ
ไม่แน่หรอก!
แม้ว่าเฉินชางจะมีความสามารถแค่ไหน ครั้งนี้ทุกคนก็
ไม่เชื่อว่าเฉินชางจะช่วยคนไข้ได้จริงๆ
เพราะว่าไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีไหนก็มีข้อจำกัด!
กระทั่งวารสารด้านการศัลยกรรมหัวใจที่ดัชนีผลกระทบ
การอ้างอิงค่อนข้างสูงหลายเจ้าก็เริ่มใช้เหตุการณ์นี้เพื่อเพิ่ม
อิทธิพล!
ตอนนี้เรื่องของจงซอกกำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการ
ศัลยกรรมหัวใจ
เฉินชางเองก็เป็นประเด็นร้อนเช่นกัน!
ใครจะไม่อยากมาเกาะกระแสนี้
นอกจากนี้ วิธีการเกาะกระแสของพวกผู้เชี่ยวชาญยัง
มืออาชีพมาก
“ผมไม่คิดว่าเฉินชางจะทำการผ่าตัดนี้ได้ แต่ไม่ว่า
อย่างไร การที่ศาสตราจารย์เฉินยอมทุ่มเทความพยายาม ก็
ควรค่าที่เราจะเคารพแล้ว ก่อนอื่น ตอนนี้วิธีการศัลยกรรม
หัวใจจำกัดมาก! การผ่าตัดรูปแบบแรกคือการผ่าตัดโดยที่
หัวใจหยุดเต้น ใช้เทคโนโลยีแช่แข็ง ข้อดีของการใช้เทคโนโลยี
แช่แข็งชัดเจนมาก แต่ข้อเสียก็มีนัยสำคัญเช่นกัน เมื่อ
ใช้เทคโนโลยีการแช่แข็ง ระยะเวลาในการผ่าตัดของคนไข้
จะน้อยกว่าสี่สิบนาที ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะซ่อมแซม
ข้อบกพร่องหกจุดและถ่ายโอนหลอดเลือดได้สำเร็จภายในสี่
สิบนาที!
การผ่าตัดรูปแบบที่สองคือ การผ่าตัดโดยที่หัวใจไม่หยุด
เต้น การผ่าตัดแบบนี้หนีไม่พ้นการทำบายพาสหัวใจและปอด
ถ้าคนไข้ใช้เครื่องทำบายพาสหัวใจและปอดจะต้องเกิดการ
บาดเจ็บจากการไหลย้อนของเลือดภายหลังการขาดเลือด
เพราะฉะนั้น แม้ศาสตราจารย์เฉินจะเชี่ยวชาญการผ่าตัด
โดยที่หัวใจไม่หยุดเต้นอุณหภูมิต่ำ แต่นี่เป็นวิธีที่เป็นไปไม่ได้
อย่างไม่ต้องสงสัย!
สุดท้ายคือเทคนิค x-pri ที่ไม่เหมือนใครของ
ศาสตราจารย์เฉิน หลังจากรังสีร่วมรักษานี้ปรากฏในงาน
ประชุม AATS2020 ก็เงียบหายไปเลย แต่อิงตามการบรรยาย
ในตอนนั้น เห็นได้ชัดว่า พื้นที่การดำเนินการของปืน x-pri
มีจำกัด นอกจากนี้ ยังมีรูเล็กๆ มากมาย ยากมากที่จะผ่าตัด
ให้สำเร็จ
ผมไม่ใช่คนที่มองโลกในแง่ร้าย ผมเป็นแค่คนหลงทางที่
หาทางออกไม่เจอ หวังว่าศาสตราจารย์เฉินจะช่วยจงซอกได้
แต่หวังว่าศาสตราจารย์เฉินจะไม่ใช้จงซอกเป็นเครื่องมือใน
การแสวงหาผลกำไร!”
หลังจากบทความที่ถือได้ว่าพูดแทนใจทุกคนเผยแพร่
ออกมา ก็ถูกแชร์และอ้างอิงไปไม่รู้กี่ครั้ง
คำพูดของผู้เขียนบทความนี้คือความในใจของคนอื่นๆ
อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ตอนนี้เอง ข่าวหนึ่งได้เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับ
ความคิดเห็นนี้
ในวันที่ 12 มีนาคม 2020!
บริษัทว่านเหอเภสัชกรรมกับโรงพยาบาลอันดับสอง
มณฑลตงหยางประกาศร่วมกันดำเนินการทดลองทางคลินิก
ของเทคนิค x-pri!
อาสาสมัครกลุ่มแรกสูงถึงสองร้อยคน!
การทดลองทางคลินิกที่อาสาสมัครกลุ่มแรกเยอะขนาด
นี้ ทำให้ทุกคนตกใจจริงๆ
ในขณะเดียวกัน เฉินชางที่เป็นผู้รับผิดชอบหลักของ
การทดลองทางคลินิกก็เป็นผู้เข้าร่วมหลักและให้คำแนะนำ
ทางเทคนิค
หลังจากข่าวนี้เผยแพร่ออกไป เรื่องของจงซอกและข่าว
ของเทคนิค x-pri บริษัทว่านเหอเภสัชกรรมก็ได้เชื่อมโยงกัน!
หลายคนเริ่มคิดว่า การที่เฉินชางรับการผ่าตัดของ
จงซอก มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะใช้เรื่องนี้เพิ่มอิทธิพลของ
การทดลองทางคลินิก x-pri
พอมีคนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ ก็มีคนกล้า
แสดงความคิดเห็นมากขึ้นเรื่อยๆ
ถึงอย่างไรเมื่อมีชื่อเสียงมาก ก็ยิ่งตกเป็นเป้าโจมตี
การพัฒนาของเฉินชางไวมาก มีคนมากมายที่
มีความคิดเห็นต่อเขา
ตอนนี้จู่ๆ เฉินชางก็ประกาศว่าจะเริ่มการทดลองทาง
คลินิกเทคนิค x-pri
นอกจากนี้ ข่าวที่เฉินชางเป็นหุ้นส่วนของบริษัทว่านเหอ
เภสัชกรรมก็ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว
และตอนนี้เอง ก็มีข่าวที่เฉินชางรับเจ้าหนูจงซอก
ไปรักษา
เมื่อนำทั้งหมดนี้มารวมกัน ถึงขั้นไม่จำเป็นต้องให้สื่อจง
ใจชักนำ คุณก็จะคิดว่าเฉินชางจะใช้เจ้าหนูจงซอกเป็น
หนูทดลองเพื่อเพิ่มอิทธิพลของ x-pri ให้กับบริษัทว่านเหอ
เภสัชกรรม!
ทันใดนั้นก็มีการวิพากษ์วิจารณ์และสื่อทุกประเภท
ออกมาอย่างไม่ขาดสาย
เริ่มเสียดสีและสร้างความลำบากใจให้เฉินชางในรูปแบบ
ต่างๆ!
แต่ความคิดเห็นส่วนใหญ่กลับบอกว่าเฉินชางเปลี่ยนไป!
เด็กหนุ่มคนนั้นเติบโตเป็นมังกรร้ายในวันนี้แล้วหรือ
แต่ความจริงเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือ
หลายคนวิเคราะห์อย่างใจเย็น
หลายคนเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ
ส่วนใหญ่แค่อยากสนุก!
แม้แต่หมอหลายคนในเกาหลีใต้ก็เริ่มสงสัยแรงจูงใจของ
เฉินชาง!
มีเพียงคิมเยอึนที่เชื่อมั่นในตัวเฉินชางเป็นอย่างมาก!
ในฐานะที่คิมเยอึนเป็นสมาชิกของสมาคม AATS เธอได้
เห็นความสำเร็จของเฉินชางกับตา และรู้ว่าเฉินชางไม่ใช่คน
แบบนั้น!
วันต่อมาหลังจากเฉินชางประกาศข่าว
เครื่องบินลำหนึ่งออกเดินทางจากกรุงโซลไปที่เมืองอัน
หยางประเทศจีน
การเดินทางครั้งนี้เป็นความหวัง!
“ศาสตราจารย์คิม ตอนนี้ผมสงสัยแรงจูงใจของเฉินชาง
ผมคิดว่า…”
ระหว่างทาง หมอคนหนึ่งเกลี้ยกล่อมไม่หยุด
คิมเยอึนรำคาญเล็กน้อยจึงพูดอย่างเย็นชา “คุณกล้า
ผ่าตัดจงซอกไหม”
ชายคนนั้นพูดไม่ออก “ผม…ผม…”
คิมเยอึนหุบยิ้มพร้อมพูดอย่างจริงจัง “ศาสตราจารย์เฉิน
กล้า และฉันเชื่อว่าเขาทำได้! ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป อย่าพูด
เรื่องนี้อีก!”
หมอคนนั้นพูดไม่ออก
ข่าวลือต่างๆ แพร่สะพัดไปเต็มโลกโซเซียล
แฟนคลับเฉินและแอนตี้เฉินเริ่มทะเลาะกัน
ขณะเดียวกันนี้เอง!
คิมเยอึนเดินทางมาถึงเมืองอันหยางประเทศจีน
พร้อมกับจงซอกและผู้เชี่ยวชาญที่มาชมการผ่าตัด!
หลังจากทั้งสองฝ่ายได้เจอกัน
เฉินชางไม่สนใจที่จะทักทายตามมารยาท ทำตาม
ขั้นตอนการส่งมอบคนไข้ทันที
และตอนนี้เอง เฉินชางก็เริ่มตรวจร่างกายของเด็กชายที่
สายระโยงระยางเต็มตัวอย่างจริงจัง
คนที่มาดูการผ่าตัดเยอะมาก!
มีทั้งสมาชิกสมาคม AATS ที่มาจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น
มาเลเซียและประเทศอื่นๆ
พวกเขาไม่กล้าหายใจแรงด้วยซ้ำ รอคอยผลการตรวจ
ของเฉินชางอย่างใจจดใจจ่อ
เฉินชางตรวจละเอียดมาก
เขาต้องการตรวจว่าการผ่าตัดของเขาเป็นไปได้แค่ไหน!
ในที่สุด หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เฉินชางก็ตาเป็นประกาย
หันไปพูดกับเมิ่งซี “หัวหน้าเมิ่ง เตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด
ให้คนไข้ และเริ่มการผ่าตัดพรุ่งนี้เช้า”
ทุกคนได้ยินคำพูดของเฉินชางก็อึ้งไป!
จะผ่าตัดจริงๆ หรือ
และ…ไวขนาดนี้เลยหรือ
หรือว่าศาสตราจารย์เฉินมั่นใจในการผ่าตัดครั้งนี้
ทุกคนเห็นสีหน้าของเฉินชางเหมือนอยากจะพูดอะไรสัก
อย่างแต่ก็หยุดไป แต่…ก็ยังอยากพูดอยู่ดี