เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1766 ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ต้องโทษ!
สำหรับเฉินชางในปัจจุบัน ดวงตายอดกุนซือฉบับไม่
สมบูรณ์ก็คือทักษะขั้นเทพอย่างหนึ่ง!
พอคิดมาถึงตรงนี้ เฉินชางไม่ยอมเสียเวลาอีก ปิดกั้นคู่
สามีภรรยาที่อี๋อ๋อกันอยู่ด้านข้างโดยอัตโนมัติ
ต่อให้น้ำตาลในเลือดพุ่งกระฉูดก็ไม่สนใจสักนิด!
เขาเริ่มคัดกรองข้อมูลผู้อำนวยการโรงพยาบาล ด้วย
กลัวว่าอีกเดี๋ยวเจ้าทักษะที่เอาแน่เอานอนไม่ได้นี้จะหยุด
ทำงานกะทันหัน
ถ้าถึงเวลานั้นก็จบเห่แล้ว!
หลังจากคิดได้แบบนี้ เฉินชางรีบหากระดาษเปล่าแผ่น
หนึ่งมาจดเอาไว้
จดคะแนนของทุกคนลงไป พอทำแบบนี้ก็ทำความเข้าใจ
อย่างคร่าวๆ ได้
คะแนนเป็นเพียงข้อมูลประกอบการพิจารณาที่สำคัญ
มากอย่างหนึ่ง
แต่เฉินชางไม่ได้วางแผนจะใช้คะแนนเป็นปัจจัยเพียง
แง่เดียว
ว่ากันตามตรง ในบางครั้งที่ต้องคัดเลือกใครสักคน
ปัจจัยส่วนตัวในแง่มุมมองทัศนคติและอุปนิสัยก็สำคัญมาก
จริงๆ
การคัดเลือกผู้อำนวยการโรงพยาบาลครั้งนี้มีผู้ร่วม
ตัดสินห้าคน
ได้แก่ฉินเสี้ยวยวน ผู้อาวุโสจง ถานลี่กั๋ว เฉินชาง รวมถึง
ผู้อาวุโสฟางด้วย!
ช่วงนี้อาการของผู้อาวุโสฟางดีขึ้นมาก สุขภาพร่างกายก็
ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนัก เห็นได้ชัดว่าการผ่าตัดระยะแรกที่
เฉินชางทำก่อนหน้านั้นประสบความสำเร็จมาก!
ผู้อาวุโสฟางคือผู้บุกเบิกก่อตั้งโรงพยาบาลอันดับสอง
ของมณฑล ผ่านประสบการณ์มานานหลายสิบปี แม้แต่
ผู้อาวุโสจงก็ต้องเรียกอย่างให้เกียรติว่าอาจารย์
ทั้งห้าจะมาสอบสัมภาษณ์อย่างเปิดเผย ประเมิน
คัดเลือกผู้อำนวยการโรงพยาบาล
ต้องกล่าวเลยว่า จำนวนผู้เข้าสมัครตำแหน่ง
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในครั้งนี้ล้นหลามมาก
แม้แต่ชาวต่างชาติและชาวต่างชาติเชื้อสายจีนใน
ระดับนานาชาติก็สมัครเข้าร่วมมากมาย
เฉินชางอ่านข้อมูลเร็วมาก!
เขาเชื่อมั่นในการวิเคราะห์ของระบบ
[เฉินเสี่ยวลี่: คะแนนรวม: 76 คะแนน ทักษะวิจัย
วิทยาศาสตร์…]
[สวีค่วง: คะแนนรวม: 65 คะแนน ทักษะวิจัย
วิทยาศาสตร์…]
….
ทุกคนที่ขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้ล้วน
มีคุณสมบัติเพียบพร้อมมาก แค่ในส่วนของรางวัลเกียรติยศก็
ปาไปหลายหน้าแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุณสมบัติด้าน
ผลงานวิจัยวิทยาศาสตร์และวิทยานิพนธ์
ดังนั้น เฉินชางจึงต้องอ่านทำความเข้าใจและจดจำคน
เหล่านี้ไปทีละรายๆ ต้องใช้เวลาไม่น้อยเลยจริงๆ
ส่วนความสามารถของระบบ… เฉินชางยังค่อนข้าง
เชื่อถือ
คะแนนประเมินของผู้เข้าสมัครส่วนใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 70
คะแนน มีผันผวนขึ้งลงบ้าง
บางครั้งก็พบคนที่มีคะแนนถึง 80 บ้างคนสองคน เฉิน
ชางล้วนจดไว้หมดแล้ว
เฉินชางคัดเลือกคนบางส่วนที่มีทักษะเฉพาะ
อย่างใดอย่างหนึ่งในระดับห้าดาวออกมาด้วย
ถึงอย่างไรคนเหล่านี้ก็เป็นคนมีความสามารถที่มีอยู่ไม่
มาก!
หากรับเข้ามาร่วมทีมของตนได้ น่าจะเป็นทางเลือกที่
ดีมากทางหนึ่ง
ขณะที่เฉินชางพลิกมาถึงสิบหน้าสุดท้าย เขาตะลึงงัน
ทันที!
[จูเฉียน: เพศชาย เกิดปี 1975 อดีตผู้อำนวยการ
โรงพยาบาลแพทย์แผนจีนมณฑลเป่ยเหอ...]
เมื่อเฉินชางเห็นชื่อนี้ ม่านตาพลันหดตัว!
ผู้อำนวยการจูพ้นโทษแล้วงั้นหรือ
เฉินชางพลันตื่นเต้นขึ้นมา รีบนำข้อมูลของจูเฉียน
ออกมาอ่านอย่างตั้งใจ
หวังว่าตนจะไม่ได้มองผิดไปนะ
เมื่อห้าปีก่อน เนื่องจากคดีพิพาททางการแพทย์ จูเฉียน
จึงถูกตัดสินจำคุกแปดปี ตอนนี้น่าจะยังไม่ถึงกำหนดพ้นโทษนี่
แต่นี่เป็นข้อมูลของจูเฉียนจริงๆ ไม่ผิดพลาดแน่นอน
ถึงอย่างไรตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลแพทย์แผน
จีนมณฑลเป่ยเหอก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนชื่อจูเฉียนสองคน
ต้องทราบด้วยว่าสมัยที่เฉินชางยังไม่จบมหาลัย
ผู้อำนวยการจูกลายเป็นบอสใหญ่ในกลุ่มนักวิชาการแห่งลุ่ม
แม่น้ำแยงซีเกียงแล้ว เขาถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน ‘ร้อย
อันดับยอดผู้อำนวยการโรงพยาบาลในประเทศ’ แถมยังได้
รับรางวัล ‘แพทย์บำเพ็ญประโยชน์’ สามปีซ้อนด้วย
แต่เรื่องที่ทำให้จูเฉียนกลายเป็นที่รู้จักอย่างแท้จริงไม่ใช่
เกียรติยศเหล่านี้
คนส่วนใหญ่ยังคงไม่ค่อยรู้จักชื่อนี้มากนัก
เรื่องที่กลายเป็นกระแสอย่างแท้จริงเกิดขึ้นในปี 2016
เป็นคดีพิพาททางการแพทย์ครั้งสำคัญครั้งหนึ่งเลยทีเดียว
และนี่คือคดีตัดสินจำคุกผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่พบ
ได้น้อยมากในประเทศจีน
ตอนนั้นจูเฉียนยังหนุ่มแน่น อายุแค่สี่สิบเอ็ดปีเท่านั้น แต่
ได้รับตำแหน่งใหญ่อย่างผู้อำนวยการโรงพยาบาลระดับ
มณฑลแล้ว เรียกได้ว่ารุ่งโรจน์โดดเด่น แต่เรื่องที่น่าทึ่งอย่าง
แท้จริงคือจูเฉียนมีความเป็นเลิศในสาขาศัลยกรรมทรวงอก
เป็นประธานสาขาศัลยกรรมทรวงอกทางตอนเหนือ แถมยัง
คิดค้นการผ่าตัดมะเร็งปอดระยะสุดท้ายแบบใหม่ขึ้น
และการผ่าตัดมะเร็งปอดระยะสุดท้ายของเขาก็ได้รับ
ความสนใจจากวารสารเนื้องอกวิทยาอับดับหนึ่งของโลก
อย่างยิ่ง
แต่ว่า!
ขณะที่จูเฉียนอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิต เขากลับเผชิญจุด
เปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิต
มณฑลเป่ยเหออยู่ใกล้กับส่านซีและมองโกเลียมาก และ
มีโรคชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในเขตเหมืองถ่านหิน นั่นคือ
โรคซิลิโคสิส[1]
ทุกคนคงไม่รู้จักโรคซิลิโคสิสมากนัก มีอีกชื่อว่าโรคปอด
ฝุ่นหิน
เป็นโรคปอดที่มีสาเหตุหลักจากการสูดดมผลึกซิลิก้าปริ
มาณมากในกระบวนการผลิตเป็นระยะเวลานานจนเกิดพังผืด
ในปอด
ในยุคแรกคนงานเหมืองถ่านหินส่วนใหญ่ต้องเผชิญ
ความทุกข์ทรมานนานแรมปีเนื่องจากปัญหามากมาย อาทิ
มาตรการป้องกันที่หละหลวม เกิดโรคปอดที่มีอาการหนักบ้าง
เบาบ้างแตกต่างกันไป
แต่ในช่วงแรกเริ่ม อาการของผู้ป่วยซิลิโคสิสไม่ได้รุนแรง
นัก โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยแทบไม่ปรากฏอาการใดๆ เลย
แต่ยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไร อาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ
โรคลามถึงระยะท้าย จะมีอาการโดยรวมคือหายใจลำบาก ไอ
เป็นเลือด แน่นหน้าอก ถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิต
จะเรียกว่าสถานการณ์สร้างฮีโร่ก็ได้ ในสภาพแวดล้อม
เช่นนี้ นับว่าจูเฉียนได้บ่มเพาะทักษะความสามารถขึ้น
ตัวจูเฉียนก็เข้าอกเข้าใจผู้ป่วยเหล่านี้ดี เนื่องจากมีบิดา
เป็นคนงานเหมืองถ่านหินเช่นกัน
ช่วงปี 2010-2016 ระหว่างที่เขากำลังวิจัยโรคซิลิโคสิสก็
ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าอัตราอุบัติโรคของผู้ป่วยโรคซิลิโค
สิสในบางพื้นที่ของมณฑลเป่ยเหอสูงมาก และประเด็นสำคัญ
ที่สุดคือผู้ป่วยซิลิโคสิสในแถบนี้มีความเสี่ยงจะวิวัฒนาการ
เป็นมะเร็งปอดสูงมาก!
การค้นพบในงานวิจัยครั้งนี้ทำให้จูเฉียนที่เดิมทีแค่วิจัย
และสำรวจประชากรผู้ป่วยตกใจอย่างยิ่ง!
ด้วยเหตุนี้ เมื่อเขาวิจัยเจาะลึกลงไปก็พบว่าในเหมือง
ถ่านหินหลายแห่งของที่นี่มีละอองฝุ่นพิเศษชนิดหนึ่งที่เข้าไป
กระตุ้นเยื่อบุหลอดลมให้ระคายเคืองจนเกิดมะเร็งปอดขึ้น!
หลังจากทราบข้อมูลนี้ จูเฉียนทำงานหนักมาก ทั้งประชา
สัมพันธ์ข้อมูล ตีพิมพ์วิจัยและทำวิจัย ฯลฯ
ถึงขั้นเรียกร้องเงินชดเชยให้คนงานเหมืองถ่านหินเหล่านี้
เนื่องจากได้รับผลกระทบโดยตรง
แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเขตมณฑลคนหนึ่งได้เข้าไป
แตะต้องผลประโยชน์ของกลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่งเข้า
จูเฉียนตกเป็นเป้า
แต่เขาไม่ยอมแพ้ พยายามและทุ่มเทต่อสู้ต่อไป สู้เพื่อ
เรียกร้องค่าชดเชยและทวงคืนความยุติธรรมให้ผู้โรคมะเร็ง
ปอดที่กลายพันธุ์จากโรคซิลิโคสิสเหล่านี้
จูเฉียนที่เป็นคนหนุ่มไฟแรงเปี่ยมด้วยความฮึกเหิมต้อง
ลำบากเพราะเรื่องนี้ไม่น้อยเลย
แต่สมัยนั้นประเทศจีนยังไม่ให้ความสำคัญกับปัญหา
มลภาวะบางอย่างนัก แถมยังเป็นการวิจัยในแถบไกลปืนเที่ยง
อีก
ด้วยเหตุนี้ จูเฉียนจึงต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าดำเนินคดี
เอง
แต่ว่า…
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ผู้ป่วยเหล่านี้กลับแปรพักตร์
พวกเขาล้วนไม่อยากล่วงเกินผู้มีอิทธิพลอีกต่อไป อีกทั้ง
…หวังว่าผู้มีอิทธิพลจะหยิบยื่นงานให้บุตรหลานของพวกเขา
ถึงอย่างไรก็มีชาวบ้านชนบทมากมายที่ไม่ได้รับแม้แต่
โอกาสทำงานในเหมืองถ่านหินด้วยซ้ำ
แถมงานนี้ยังมีรายได้สูงมากด้วย
ได้เงินแสนกว่าหยวนต่อปี รายได้เช่นนี้นับว่าสูงมาก
สำหรับเขตชนบท ถึงขั้นทำให้พวกเขาพลิกชะตาได้เลย
จูเฉียนลงพื้นที่รวบรวมหลักฐานด้วยตัวเอง แต่
ประสบอุบัติเหตุในเหมือง โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก แต่หลังจาก
ทางเหมืองถ่านหินทราบเรื่องก็ยื่นฟ้องต่อศาล
ถึงอย่างไรจูเฉียนก็ไม่ใช่คนงานในเหมือง แถมตอนที่
เข้าไปยังเข้าไปแบบผิดกฎหมายด้วย
[1] โรคซิลิโคสิส (Silicosis) เกิดจากการหายใจเอาฝุ่นซิลิกอน
ไดออกไซด์หรือเรียกว่าผลึกซิลิก้าปนเปื้อนเข้าไปในปอด
ทำให้ปอดอักเสบและเกิดความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดและ
วัณโรคสูง