เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 1801 อาจารย์ ผมอยากเรียนรังสีรวมรักษาครับ! (2)
“ไม่ใชวาผมดูแคลนตัวเอง เชิดชูอีกฝ่าย! ที่ผมอยากพู ด คือ ก็เหมือนที่วีรบุรุษทานหนึ่งเคยกลาวไว้ ยามออกศึกควร หมิ่นแคลนศัตรู ยามวางกลยุทธ์พึงให้คาศัตรูไว้. เอันที่จริงทาง ศาสตราจารยเดนเริมวิจัยรังสีรวมรักษามานานแลว หัวขอ วิจัยที่ผมทำชวงหลังปริญญาเอกคือการขุดลอกหลอด เลือดแดงเบซิลาร[1]ดวยรังสีรวมรักษา ผมเ .เชื่อวาพวกเขานาจะได้ผลลัพธ์ที่ไมเลวกับเส้นเลือด
ใหญ่สวนมากแลว! ทักษะปฏิบัติการและเทคนิคฉายรังสีของ พวกเขา ถึงขั้นที่ เก็บรายละเอียดมากมายได้ตรงจุดมากจริงๆ ผมคิดวาพวกเขาจะนำไปแสดง ในงานประชุมปีนี้แนนอน แต เทคนิคของทางเรา ดูเหมือน…จะไมคอยไดเปรียบสักเทาไร
ครับ
หลังพูดจบฺหยางอี้อก็หยิบสมุดบันทึกของตนออกมา ในบันทึกเขียนอธิบายรายละเอียดเทคนิคการเปิดหลอด เลือดแดงฉบับโชวที่เฉินชางและผู้อาวุโสโชวเหวยเสียงพัฒนา
ขึนใหม
“อันทีจริง มีหลายขันตอนที่งดเวนได! ศาสตราจารย์เฉิน คุณดูสิครับ ตรงนี้ กับตรงนี้ตัดการปรับแก้สายสวนทิ้งไปได้ อย่างสิ้นเชิง เจาะเข้าไปโดยตรง ได้องศามากด้วย. เฉินชางมองหยางอี้ พลันรู้สึกชื่นชมเล็กน้อย สิ่งที่หยางอี้สังเกตเห็น ตามหลักการทั่วไปแล้วเป็นตาม นี้จริงฯ! แตวานี่คือสาระสำคัญในการดำเนินการ หลังจากหยางอี้พูดจบฺ ฺก็กลาวตอตามตรงวา ‘ศาสตราจารย์เฉิน นี่คือเทคนิครังสีรวมรักษาที่ทาง ศาสตราจารยเดนถายทอดใหพวกผมครับ ผมรู้วาไม่ใชหัวใจ หลักของการดำเนินการ แต.. ผมคิดวาจำเป็นตองนำมา
อางอิง’
ฉินชางรับบันทึกไป ตังใจอาน
หยางอี้ตั้งใจเขียนมาก มี ทั้งสวนที่อิงตามความเข้าใจ
ของตน สวนทีรับถายทอดจากอีกฝ่าย แถมยังเขียนจุดที่กังขา ไวดวย
ในบันทึกเลมหนาจดข้อความไว้เต็มไปหมด กลาวได้วานี่คือสวนที่ผานการกลั่นกรองจากหยางอี้แล้ว หยางอี้ มอบให้เฉินชางอย่างไมอมพะนำเลยสักนิด เฉินชางพลิกอานไปเรื่อย” จากนั้นภก็ปิดบันทึก เขามอง หยางอี้ ก็ถามออกไปวา คุณอยากเป็นลูกศิษยของผมไหม เรียนในดานประสาท รังสีรวมรักษานะ” หลังจากเฉินชางถามออกไป ก็เอยตอทันที่ “ชางเถอะ จะพาคุณไปดูบางอยางกอนแลวกัน!” พูดจบ เฉินชางก็พาหยางอืออกจากโรงพยาบาล ฺขับรถ พาเขาไปที่สถานวิจัยยาใหมเฉินชาง ตลอดทางทั้งสองไมมีการพูดคุยเลย หยางอีไมรูวาควรจะตอบกลับอยางไรดี เขาอยากเป็นลูกศิษยของเฉินชาง หลังจากมาถึงเฉินชางพาหยางอีเขาไปใน
หองปฏิบัติการ
.เมื่อเข้ามาแล้ว หยางอี้ได้เห็นสถานวิจัยที่ใหญ่โตก็ตะลึง ตาคางทันที่ สถานวิจัยที่ทันสมัย! มีนักวิจัยวิทยาศาสตรเดินขวักไขว สวนกันไปมาตอเนื่อง! เป็นระเบียบไมวุนวาย! ทุกคนลวนคอนขางยุง ฉินชางพาหยางอี้ไปที่ห้องทำงานห้องหนึ่ง
มือกลุมนักวิจัยเห็นเฉินชางมาแลวก็เอยทัก ผูอำนวยการเฉิน คุณมาแลว’ ฉินชางพยักหนา ครับ จำลองการเจาะหลอดเลือดแดง
คาโรติดใน[2]ชวง c1 c2 c3 c4 c5[3] ทังหมดเลยครับ
หยางอี คุณมาเจาะสิครับ!” หลังจากหยางอี้ได้ยินคำพูดเฉินชางพลันมีสีหน้าตกใจ “เรื่องนี้…ศาสตราจารย์เฉิน…ผมนาจะทำไมไดครับ!”
หลอดเลือดแดงสมองแบงเป็นสองแขนง
เสนหนึงคือหลอดเลือดแดงเบซิลาร อีกเสนคือหลอด
เลือดแดงคาโรติดใน
หลอดเลือดแดงคาโรติดในเชือมตอกับเสนเลือดหลาย แหง แถมยังซับซอนมาก โดยทัวไปแลวชวง cl ถึง c5 มี
เสนเลือดปกคลุมอยูมากมาย ถึงขั้นที่ครอบคลุม พื้นสวนใหญ่ในสมองเลยก็วาได้ ยกตัวอย่างเชน หลอดเลือดแดงสมองสวนหน้า หลอด ,ลือดแดงมิดเดิลซีรีบรัล หลอดเลือดแดงคอรอยด เพล็กซัส สวนหนาและสวนหลัง เชื่อมตรงไปถึงสวนฮิปโปแคมปบัส [4]และอื่น” ในสวนเนี้… โครงสร้างพื้นฐานเหลานี้ครอบคลุม พื้นที่ลำเลียงโลหิต สวน เใหญ่ของทั้งสมอง มีความยากสูงมาก! หากจัดการสวนนี้ได้สำเร็จโดยพื้นฐานก็นับวาทำ การรักษาภายในกะโหลกศีรษะดวยรังสีรวมรักษา สำเร็จไป
80% แลว!
หยางอี้ยอมไมมั่นใจ!
งานวิจัยที่เขาทำจนถึงตอนนี้ยังคงเป็นหลอดเลือดแดง
เปซิลาร!
ไมได้ยุงกับหลอดเลือดแดงคาโรติดในไปจนถึงภายใน กะโหลกศีรษะสักเทาไร ให้จัดการสวนเหลานี้. ไมมีทางบรรลุผลสำเร็จแนนอน หยางอีรีบสายหนา ศาสตราจารยเฉิน ขอโทษครับ ผมอาจจะทำไมได” เฉินชางได้ยินภก็ยิ้มนิดฯ คุณลองดูเถอะ! เนีคือระบบ จำลองเทานัน!” พอได้ฟังเฉินชางเอยเชนนี้ หยางอี้ พยักหน้ารับ หาย ใจลึกๆ เฮือกหนึ่ง! ตายเป็นตาย! ใชวาจะไมเคยล้มเหลวสักหนอย! เมื่อคิดได้เชนนี้ หยางอี้ ก็หยิบอุปกรณ์เจาะขึ้นมา เริ่ม ดำเนินการ เป็นอยางที่คิด ทันทีที่เริ่มหยางอี้กเจอปัญหาเลย!
หลอดเลือดสมองคอนขางละเอียอดออนและเปราะบาง
มาก แถมยังมีความคดเค เคี้ยวสูงมาก ซึงนีหมายความวาระดับความยากของปฏิบัติการ จะเพิมมากขึน! ด้วยสัญชาตญาณหยางอี๋ตองการแสดงสิงทีตนรำเรียน จากต่างประเทศให้ศาสตราจารย์เฉินเห็น!
งนน ระหวางทดลองเขาเริมดำเนินการจากหลอด ลือดแดงคาโรติดในสวน c1 เมื่อเริ่มจากสวนนี้ จะต้องข้าม ผานลำเสนใยประสาทตา[5]สวนหนา ไปถึงขอบหนาของกาน สมอง จากนันก็ขามลำเสนใ เใยประสาทตาที่อยู่ในละแวกฮิปโป แคมปัสอีกครัง ลอดผานรอยแยกคอรอย เด์ไปที่มุมลางของ โพรงสมอง ในขั้นตอนนี้มีอุปสรรคอยูสี่จุด! มีระดับความยากสูงมากหากคิดจะผานเขาไป! หยางอี๋จึงเริ่มดำเนินการตามแบบของตน! อ้างอิงจากสิ่งที่เรียนมาในสมัยกอน แคผานลำเส้นใย ประสาทตาสวนแรกไปก็ยากเย็นแสนเจ เข็ญ! แลว!
แตเขาพบวาความลำบากเพิงเริมตนขึนเทานัน!
ทุกขันตอนหลังจากนัน ลวนยากมากทังสิน! เขายังไปไมถึงขอบหนาของกานสมองก็ชนกับผนัง หลอดเลือดแล้ว เสียงแจ้งเตือนบนหน้าจอขนาดใหญ่ดังขึ้น ทันที!
ลมเหลว!’
หยางอี้มองสายสวนที่แทงทะลุหลอดเลือด หน้าแดงอยู่ พักใหญ่! ถ้านีเป็นมนุษยจริงฯ เถือวาการผาตัดล้มเหลวแลว! เขากัดฟัน เริ่มต้นอีกครั้ง! ครั้งที่สอง ล้มเหลวที่ขอบหน้าของก้านสมองเชนเดิม! ครั้งที่สาม ฺยังคงล้มเหลวในจุดเดิม! ครั้งที่สี่.
ครังทีหา. จำนวนครั้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หยางอี้สีหน้าคร่ำเครียด แก้ไขอยางตอเนื่อง ปรับปรุง เทคนิคและมุมมอ เของตนไปเรื่อยๆ
ดำเนินการทดลอง เชำๆ!
อุปกรณจำลองพังไปหลายชินแลว อุปกรณ์เหลานี้ล้วนมีราคาแพงมาก หลอดเลือดสมองเทียมหนึ่งชิ้นมีราคาหลายพันหยวน! นี่ไม่ใชแคการจำลองเทานั้น เป็นการผลาญเงินด้วย! แตเฉินชางปิดปากเงียบ เพียงเฝ้ามองหยางอี้ไปเรื่อยฯ ทันใด`นั้นเอง หยางอี้ ผานไปได้แล้ว นีคือครังทีสิบ!
จากนันเขาผานลำเสนในประสาทตาสวนทีสอง เขาไป
ถึงฮิปโปแคมปัสได! หยางอี้แสดงสีหน้าดีใจ! ทำไดแลวจริงๆ เฉินชางก็ตะลึงเชนกัน ฺผู้ชายคนนี้..มีพรสวรรคไมเลว
เลย!
เฉินชางยิ้มมุมปาก ปฏิบัติการของหยางอี้เมื่อครูนี้
อันทีจริงสอดคลองกับเทคนิคเปิดหลอดเลือดฉบับโชวเวอรชัน
o.1
แตเทคนิคเปิดหลอดเลือดทีเฉินชางใชในปัจจุบันคือ
เวอรชัน 6.0 แลว!
เวลานี้จูฯ หยางอี้ก็ตะลึงงันในทันใด! เขาพลันตระหนักไดวา ขันตอนดำเนินการของตน
เมื่อครู้นี้คล้ายคลึงกับเทคนิคเปิดหลอดเลือดที่ศาสตราจารย์ เฉินสอนให้พวกเขาอย่างยิ่ง! วินาที่ นี้หยางอี้มีสีหน้าตื่นเต้น! เขาพลันเข้าใจบางอยางขึ้นมา หลังจากนั้นเขาดำเนิน การตามเทคนิคทีตนเรียนรูมาอยางระมัดระวัง ขามผาน หลอดเลือดรอยนูนฮิปโปแคมปัส[6]ได้แลว! เขาดีใจมาก! ตื่นเต้นอยางยิ่ง! เขาวางอุปกรณลง หันไปมองเฉินชาง เอยดวย ความตืนเตน
“อาจารย! ผมอยากเรียนรังสีรวมรักษาครับ!”
[1] หลอดเลือดแดงเบซิลาร ( vertebrobasilar artery) คือหนึง ในหลอดเลือดแดงที่นำเลือดขึ้นไปหลอเลี้ยงสมอง เกิดจาก การรวมกันของหลอดเลือดแดงเวอรทีบรอล (vertebral artery) ทั้งสองเส้นตรงบริเวณรอยตอระหวางก้านสมองสวน ทาย โดยจะทอดตัวอยูที่บริเวณฐานของสมอง [2] หลอดเลือดแดงคาโรติดใน (internal carotid artery) เส้นเลือดแดงหลักด้านในต้นคอทำหน้าที่ลำเลียงเลือดไปเลี้ยง
สมองโดยตรง
[3] c1-c5 หมายถึง กระ เดูกสันหลังชวงตนคอ มี 7 ขอ จึงเรียก ไลลำดับจากบนลงลางเป็น cl c7 [4] ฮิปโปแคมปัส (hippocampus) เป็นสวนประกอบที่สำคัญ ของสมองร เของมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น” มีบทบาท สำคัญในการสรางความทรงจำระยะยาวและการกำหนดทิศ ทางในที่วางรวมกับระบบลิมบิก (limbic system) ฮิปโป แคมปัสมีโครงสรางแบบค เตั้งอยู่ใ ในสมองกลีบขมับสวนใกล กลาง (medial temporal lobe) มีรูปรางโค้งยื่นไปด้านหน้าดู
คลายเขาแกะ
[5] ลำเสนใยประสาทตา (optic tract) เป็นสวนหนึงของระบบ การมองเห็นที่อยูภายในสมอง ซึ่งเป็นลำเส้นใยประสาทที่ตอ เนื่องจากเสนประสาทตา [6] รอยนูนฮิปโปแคมปัส (parahippocampal gyrus) เป็นเขต เนื้อเทาในคอร์เทกซ์เปลือกสมอง (cerebral cortex.) ที่อยูรอบๆ ฮิปโปแคมปัสเขตเทาในสมองนี้มีความสำคัญในการเข้ารหัส ความจำ (memory encoding) และการคนคืนความจำ
(memory retrieval)