เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 2022 รางวัลโนเบลกับการซักผ้าอ้อม อันไหนสำคัญกว่า!
- Home
- เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
- บทที่ 2022 รางวัลโนเบลกับการซักผ้าอ้อม อันไหนสำคัญกว่า!
ข่าวที่เฉินชางได้รับรางวัลโนเบลแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ดึงดูดความสนใจคนนับไม่ถ้วนในชั่วพริบตา
ข่าวที่เฉินชางได้รับรางวัลโนเบลแพร่กระจายไปแทบจะทั่วประเทศ
รางวัลโนเบล นี่คือหนึ่งในรางวัลที่ทรงคุณค่าที่สุดในวงการแพทย์
แต่ในมุมมองของเฉินชาง เขาจำเป็นต้องมีรางวัลโนเบลเพื่อพิสูจน์ตัวเองจริงๆ น่ะหรือ
เฉินชางนั่งอยู่ในห้องทำงาน เลขาเดินเข้ามา เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ผู้อำนวยการเฉินครับ คณะกรรมการตัดสินรางวัลโนเบลโทรศัพท์มา บอกว่าเมื่อถึงเวลานั้นหวังว่าคุณจะเข้าร่วมพิธีมอบรางวัลครับ”
เลขาคือคนที่เฉินชางรับเข้ามาโดยใช้บัตรรับสมัคร จึงมีความน่าเชื่อถือมาก
นอกจากเลขาแล้วยังมีคนขับรถด้วย แต่ตอนนี้เขาส่งไปคอยดูฉินเยว่กับเฉินหยาง
เดิมทีภาครัฐจัดบอดี้การ์ดประจำตัวให้เฉินชางแล้ว แต่เฉินชางปฏิเสธ
ถึงอย่างไรเขาก็มีความลับมากเกินไป มากจนเขาไม่อยากให้ใครรู้
ดังนั้นเขาจึงใช้บัตรรับสมัครสีทองรับสมัครคนเข้ามา ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วจะมีบอดี้การณ์ระดับสมบูรณ์แบบคนหนึ่งตามประกบเฉินชางตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม เพราะเฉินชางใช้บัตรรับสมัครเข้ามา ดังนั้นจึงรู้สึกเหมือนเลขาและบอดี้การ์ดล้วนเป็นคนของตนทั้งสิ้น จึงไม่ได้ระแวงมากนัก
พอได้ยินเลขารายงานแบบนี้ เฉินชางส่ายหน้าเอ่ยไปว่า
“คุณช่วยปฏิเสธแทนผมทีนะครับ บอกว่าช่วงนี้ผมไม่ว่าง”
เมื่อได้ยินเฉินชางกล่าวเช่นนี้ เลขาพยักหน้ารับแล้วออกจากห้องไป
กล่าวตามตรง เฉินชางไม่อยากถ่อไปถึงสวิตเซอร์แลนด์เพื่อรับรางวัลโดยเฉพาะ
ตอนนี้เฉินชางมีเรื่องที่ค่อนข้างให้ความสำคัญอยู่สองอย่างเท่านั้น
เรื่องแรกคือดำเนินนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางใหม่ให้สำเร็จ
เรื่องที่สองคือจัดการ ‘เวชศาสตร์ฉุกเฉิน’ ให้เสร็จสิ้น
หลังจากเฉินชางสั่งให้บอดี้การ์ดออกไป เขาก็เปิดดูรางวัลที่ตนได้รับ
ภารกิจต่อเนื่องเสร็จสมบูรณ์แล้ว
[ภารกิจต่อเนื่องลำดับที่สามเสร็จสิ้น นำยาใหม่ของบริษัทเวลเลอร์มาวิจัยค้นคว้าหาผลข้างเคียงได้รวมถึงดำเนินการเปิดโปง! แฉเบื้องหลังของบริษัทเวลเลอร์ได้สำเร็จ! ได้รับรางวัล 1. ความคืบหน้าของงานวิจัยภาวะความดันโลหิตสูงในปี 2030 2. ระดับ +2]
[ภารกิจต่อเนื่องเปิดโปงนักบุญใจทรามและจอมหลอกลวงเสร็จสิ้น จะรับรางวัลสุดท้ายเลยหรือไม่]
เฉินชางส่ายหน้าปฏิเสธการรับรางวัลสุดท้าย
ถึงอย่างไร จากที่เห็นผ่านแจ้งเตือนระบบมา ยังมีภาคกิจต่อเนื่องลำดับที่สี่ ทำลายล้างตระกูลแซกเลอร์เจ้าแห่งยาแก้ปวด รวมถึงภารกิจต่อเนื่องลำดับที่ห้า แก้ไขปัญหาภาวะเสพติดจากการใช้ออกซิโคโดน
หลังทำภารกิจต่อเนื่องสองข้อนี้เสร็จสิ้น ระบบต้องให้รางวัลใหญ่แน่นอน!
เฉินชางหยิบ ‘ความคืบหน้าของงานวิจัยภาวะความดันโลหิตสูงในปี 2030’ ออกมา เปิดอ่านอย่างค่อนข้างคาดหวัง
อย่างที่คาดไว้ เป็นหนังสือที่ตนเขียน!
ทันใดนั้น เฉินชางพลันสังหรณ์ใจขึ้นมา นี่ตนกำลังทำลายอนาคตของตัวเองอยู่หรือเปล่า
นำผลงานในอนาคตของตนมาใช้ตอนนี้
หลังจากเปิดดูสารบัญคร่าวๆ นอกจากปรับปรุงกลไกเกิดโรคความดันสูงแล้ว ยังมีระบบใหม่ด้วย!
เฉินชางตื่นเต้นขึ้นมาทันที
หนังสือเล่มนี้ยังคงหาวิธีพิชิตโรคความดันโลหิตสูงไม่พบ แต่กลับมอบแนวทางใหม่ๆ ให้เฉินชางได้
อย่างไรก็ตาม เฉินชางไม่ได้อ่านหนังสือต่อ
เขาปิดหนังสือ เก็บเข้าไปในมิติเสมือนจริง
มิติเสมือนจริงจัดเก็บได้เพียงของรางวัลที่ได้รับจากระบบเท่านั้น
หลังจากนี้ เฉินชางจะทำการกิจลำดับที่สี่และภารกิจต่อเนื่องลำดับที่ห้าของภารกิจต่อเนื่อง ‘การเสแสร้งและการฉ้อโกง’ ให้เสร็จสมบูรณ์!
….
ช่วงนี้เมืองอันหยางกลายเป็นจุดแลนด์มาร์คของการแพทย์นานาชาติ
หลังจบงานประชุมยาปฏิชีวนะที่องค์การเฉพาะทางด้านยาปฏิชีวนะโลกจัดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม
นานาประเทศทยอยเดินทางมายังประเทศจีน มาเยี่ยมชมเมืองอันหยางด้วยความสนใจใคร่รู้
กล่าวตามตรง หลังจากมาถึง ทุกคนล้วนตกตะลึง!
เนื่องจากพวกเขาตระหนักได้ในทันทีว่าตนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการแพทย์จีนเลย!
เพิ่งจะผ่านมากี่ปีกัน
แต่ประเทศจีนกลับสร้างเมืองที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมาได้
ทุกประเทศที่เดินทางมาเยี่ยมชมล้วนตกใจอย่างยิ่ง
และสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความสุขที่สุดคือ มีโอกาสได้รับการตรวจสุขภาพกับเฉินชางแบบส่วนตัว
เฉินชางก็จนใจเช่นกัน!
เผลอนิดเดียวเขาก็กลายเป็นมาสคอตโฆษณาตัวหนึ่งไปแล้ว
อันที่จริงใช่ว่าเฉินชางไม่อยากไปร่วมพิธีรับรางวัลโนเบล
แต่ช่วงนี้เขาไม่ว่างเลยจริงๆ!
ผู้นำอาวุโสกล่าวไว้ว่า “รางวัลโนเบลน่ะ จะมีหรือไม่มีก็ช่างเถอะ! อีกอย่าง ถ้าพวกเขามีความจริงใจ ก็ต้องเป็นฝ่ายเดินทางมามอบรางวัลให้คุณสิ คุณคิดดูนะ คุณได้รางวัลโนเบล แต่คนที่ได้หน้าจริงๆ ก็คือสมาคมโนเบล! เป็นเกียรติของพวกเขา”
เฉินชางเงียบไปพักใหญ่ เถียงไม่ออกเลย
ช่างเถอะๆ!
ผู้นำอาวุโสพูดถูกแล้ว
ตอนนี้เรื่องงานสำคัญกว่า!
ต้องข่มขวัญบรรดาผู้นำจากประเทศเหล่านี้ก่อน จากนั้นค่อยหลอกพวกเขามาเข้าร่วมโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางใหม่ นี่คืองานหลัก
หลังจากตรวจสุขภาพเสร็จ ผู้นำเหล่านี้ล้วนยอมรับนับถือจากใจแล้ว!
เมื่อเห็นว่าเหล่าผู้นำล้วนอยากยืมตัวเฉินชางกลับไปด้วยสักสองสามวัน
ผู้นำอาวุโสย่อมไม่มีทางยอม
เฉินชางไม่ใช่หมีแพนด้านะ ไหนเลยจะให้พวกคุณยืมตัวไปได้
นี่คือยอดสมบัติชาติในหมู่สมบัติชาติอีกที!
ช่วงเวลาหลังจากนั้น เฉินชางไปจัดการอีกเรื่องต่อ
เขาพาคณะผู้นำและเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขเหล่านี้ไปเยี่ยมชมโรงพยาบาล สถานวิจัย โรงงานยาตลอดจนฐานฝึกอบรบต่างๆ ของเขา…
การมาเยือนครั้งนี้สร้างความตะลึงพรึงเพริดให้แก่ชาวต่างชาติเหล่านี้!
ลุ่มหลงในเหยื่อที่เฉินชางวางล่อไว้อย่างสิ้นเชิง
ที่นี่มีตัวยาใหม่ล่าสุดในท้องตลาดหลายชนิด มีผลิตภัณฑ์ทดแทนยาปฏิชีวนะใหม่ล่าสุดที่เพิ่งพัฒนาขึ้น มียาแก้ปวดตัวใหม่ มียาต้านอาการอัลไซเมอร์ แถมยังมีสถานวิจัยโรคความดันโลหิตสูงที่กำลังจะก่อตั้งขึ้นเร็วๆ นี้!
ที่นี่มีอุปกรณ์การแพทย์รูปแบบใหม่หลากหลายประเภท มีฐานวิจัยปรับปรุงเทคนิคผ่าตัดด้วย!
ที่นี่มีแนวคิดการแพทย์แสนยอดเยี่ยม มีคู่มือใหม่ๆ ปรากฏขึ้นทุกวัน มีอิทธิพลและเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ
ขณะเดียวกัน ที่นี่ก็มีฐานฝึกอบรมการแพทย์ที่มีนวัตกรรมทันสมัยที่สุดในโลกด้วย!
แถมยังมีสถาบันวิจัยเวชศาสตร์การเสพติดที่ก้าวหน้าที่สุดในยุคนี้!
แม้แต่บริษัทเภสัชกรรมรายใหญ่หลายเจ้าก็ยังมาตั้งสาขาที่นี่
หลังเยี่ยมชมเสร็จสิ้น พวกเขาจะมีความคิดอื่นใดได้อีกเล่า
และประเด็นสำคัญที่สุดคือ ทุกอย่างที่เฉินชางพูดเป็นความจริง!
ทริปเยี่ยมเยือนครั้งนี้จบลงแล้ว
ในใจคนเหล่านี้ล้วนมีความคิดเพียงอย่างเดียวคือ ต้องเกาะไว้ให้แน่น!
ถูกต้อง!
รากฐานเหล่านี้ล้วนสำเร็จสมบูรณ์แล้ว
และทุกสิ่งนี้ก็ผูกติดอยู่กับเฉิน!
ถึงขั้นกล่าวได้ว่าเฉินชางก็คือเสาหลักของรากฐานเมืองอันหยาง ถ้าปราศจากเขา ทุกอย่างก็ว่างเปล่า!
ตอนนี้ แม้แต่ประชาชนในมณฑลตงหยางก็พูดกันว่า เมืองอันหยางขาดผู้ว่าการเมืองได้ ขาดผู้อำนวยการคณะกรรมการสุขภาพได้ แต่ขาดเฉินชางไม่ได้เด็ดขาด!
ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ
สิ่งที่เฉินชางมอบให้เมืองนี้ไม่ใช่แค่การแพทย์เท่านั้น
เขามีส่วนช่วยเหลือประชาชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
เนื่องจากตอนนี้เมืองอันหยางได้จัดตั้งระบบการแพทย์ที่สมบูรณ์ครบครัน โดยมีโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลตงหยางเป็นศูนย์กลางหลัก ขยายตัวออกไปในรัศมีสี่ทิศ เผื่อแผ่ไปถึงอีกสี่เขตในเขตเมืองอันหยางด้วย!
อีกทั้งแนวคิดการแพทย์ ระบบบริหารการแพทย์และแผนพัฒนาต่างๆ ที่เฉินชางนำเสนอ ก็นำมาดำเนินการอยู่ทุกวัน
ทั้งยังมีปาฏิหาริย์ทางการแพทย์เกิดขึ้นในเมืองนี้ทุกวัน!
ตอนนี้ประเทศส่วนใหญ่ล้วนตระหนักได้ว่า ศูนย์กลางการแพทย์ของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไป
เปลี่ยนผ่านจากอเมริกามาเป็นจีน
หากไม่รีบเกาะไว้ตั้งแต่ตอนนี้ พวกเขาคงเป็นคนโง่เง่าอย่างแน่นอน
….
เวลาผ่านไปไวเหมือนติดปีก
กลางเดือนตุลาคม
งานประชุมหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางใหม่กำลังจะจัดขึ้น
สถานที่จัดประชุมคือเมืองอันหยาง
เมืองระดับกลางที่เมื่อห้าปีก่อนไร้ซึ่งจุดเด่นเป็นเอกลักษณ์ แต่วันนี้กลับกลายเป็นศูนย์กลางการแพทย์นานาชาติไปโดยปริยาย
ไม่กี่วันก่อนจัดงานประชุม ข่งเสียงหมิงเรียกเฉินชางมาที่บ้าน ให้ภรรยาทำกับข้าวไว้เต็มโต๊ะ
ทั้งสองจิบเหล้าขาวประจำท้องถิ่นด้วยกัน
ดื่มไปดื่มมา ข่งเสียงหมิงก็เริ่มคึกคักขึ้นมา
“เสี่ยวเฉิน! นายทำให้ตัวฉันข่งเสียงหมิงประสบความสำเร็จ นายสร้างความสำเร็จให้เมืองอันหยางของพวกเรา ถึงขั้นที่พูดได้ว่า นายสร้างความสำเร็จให้ประเทศของเรา!”
เฉินชางยิ้มให้ ดื่มสุราไปเงียบๆ
ข่งเสียงหมิงมีความสุขจริงๆ
“หลายปีก่อน หลังจากรัฐบาลยกระดับที่นี่ขึ้นเป็นเขตปกครองพิเศษ นายก็เห็นใช่ไหมว่าทุกคนล้วนหัวเราะเยาะฉัน แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะ พวกเราทำได้แล้ว พวกเราประสบความสำเร็จ! ผ่านไปยังไม่ครบห้าปีดี ตัวฉันข่งเสียงหมิงให้คำตอบที่น่าพอใจแก่ประเทศชาติแล้ว!
ตอนนี้ไม่ว่าใครมาเยือนเมืองอันหยางเราก็ต้องยกนิ้วชมเชยว่ายอดเยี่ยมทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ นี่คือผลงานของนาย ฉันไม่กล้าชุบมือเปิบหรอก มา ฉันคารวะนายหนึ่งแก้ว!”
เฉินชางดื่มเป็นเพื่อนต่อไป เอ่ยขึ้นว่า “พ่อครับ อย่าดื่มเยอะละ”
ข่งเสียงหมิงยิ้มร่า โบกมือเล็กน้อย “เสี่ยวเฉิน ฉันจะบอกนายไว้นะ หลายปีก่อน ตอนฉันรับนายเป็นลูกบุญธรรม มีคนหาว่านายเกาะบารมีฉัน! ตอนนี้เป็นไงล่ะ ไอ้คนนั้นตาไร้แววจริงๆ เป็นฉันต่างหากที่เกาะบารมีนาย!”
เฉินชางรู้ดีแก่ใจ เมืองอันหยางพัฒนาไปอย่างราบรื่นขนาดนี้ ถึงจะบอกว่าเป็นผลงานจากความคิดของเขา แต่ก็ไม่มีทางตัดความทุ่มเทสนับสนุนของข่งเสียงหมิงออกไปได้
ต้องรู้ไว้ด้วยว่าสังคมนี้ซับซ้อนมาก ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิดไว้
แต่ตลอดเส้นทางของเฉินชางราบรื่นมากจริงๆ เนื่องจากเบื้องหลังเขามีคนกลุ่มหนึ่งค่อยคุ้มแดดบังฝนให้เขา
พอคิดดูให้ดีๆ ในชีวิตคนเราช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดคือช่วงไหนกัน
ช่วงเริ่มต้นไงล่ะ
หลังจากคุณจัดการทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอยแล้ว พอเดินหน้าต่ออีกครั้งจะราบรื่นสำเร็จผลแน่นอน
จู่ๆ ข่งเสียงหมิงก็หัวเราะแล้วกล่าวกับเฉินชางว่า “มานี่สิ ฉันจะบอกความลับเล็กๆ น้อยๆ ให้นายฟัง! ช่วงก่อนหน้านี้ท่านผู้นำเรียกฉันไปคุยแล้ว”
เฉินชางได้ยินก็ตาลุกวาวทันที!
เรียกไปคุยในช่วงเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แน่นอน
“บอกว่าฉันยังมีโอกาสไปได้ไกลกว่านี้!”
ใช่จริงๆ ด้วย!
เฉินชางรีบเอ่ยแสดงความยินดี
แต่ข่งเสียงหมิงกลับโบกมือนิดๆ “ฉันคิดไว้แล้ว ตัวฉันข่งเสียงหมิงก้าวมาถึงจุดนี้เพราะสวรรค์มีตาโดยแท้ ส่งลูกชายบุญธรรมคนดีมาให้ฉัน! คนอื่นมีแต่อาศัยพึ่งพาพ่อบุญธรรม แต่ฉันได้อาศัยพึ่งพาลูกชายบุญธรรม! ฮ่าๆ…ฮ่าๆ…”
ไม่ใช่แค่ข่งเสียงหมิงเท่านั้น!
แต่พอเฉินชางเจริญก้าวหน้า คนรอบตัวก็ล้วนดำเนินไปในเส้นทางที่ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ
ฉินเสี้ยวยวนผู้เป็นพ่อตายื่นขอเกษียณราชการแล้ว
เขาไม่กล้าดำรงตำแหน่งต่อแล้ว
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลระดับท้องถิ่นอย่างเขา ชะตาชีวิตพลิกผันอย่างก้าวกระโดดภายในระยะเวลาไม่กี่ปี
ได้เลื่อนขั้นเป็นระดับผู้บริหาร ตอนขอเกษียณราชการก็ได้ครองตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ
เนื่องจากตอนนี้มหาวิทยาการแพทย์ตงหยางเป็นรองสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนเพียงขั้นเดียวเท่านั้น จึงได้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยการ
เป็นชะตาชีวิตที่ใครก็ไม่คาดฝันถึง
ส่วนเจิ้งกั๋วถาน จากนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คนหนึ่ง ก็เปลี่ยนแปลงชีวิตสำเร็จแล้วเช่นกัน
ตอนนี้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทว่านเหอ และปีนี้บริษัทว่านเหอก็เปิดตัวสู่ตลาดได้สำเร็จ กลายเป็นบริษัทชีวเภสัชกรรมเจ้าใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มูลค่าทางตลาดหลักทรัพย์เกินหนึ่งแสนล้าน!
แม้แต่บรรดาหมอตัวเล็กตัวน้อยที่เคยติดตามอยู่กับเฉินชางในสมัยก่อน ตอนนี้หมอตัวเล็กๆ ในแผนกฉุกเฉินเหล่านั้นขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญกันหมดแล้ว!
ตอนนี้หวังทงคือศัลยแพทย์มือฉมังประจำแผนกศัลยกรรมกระดูกฉุกเฉินของโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑล เป็นมือขวาของเฉินปิ่งเซิง!
ส่วนหลัวโจวก็ไม่น้อยหน้า ปีนี้ก็ยื่นโครงการกับทางมูลนิธิวิจัยวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้อย่างราบรื่น!
ตอนนี้เหล่าเฉินก็ไม่ใช่คนหลักลอยไม่เอาถ่านอีกต่อไปแล้ว
เขากลายเป็นผู้เชี่ยวด้านการผ่าตัดตัดและท่อน้ำดีของประเทศจีนไปแล้ว เป็นผู้สืบทอดเทคนิคฟื้นฟูระบบทางเดินอาหารของเฉินชาง ทั้งยังดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าสมาคมศัลยกรรมทางเดินอาหารระดับโลกด้วย
ด้วยเหตุนี้กู้ซินจึงอยู่บ้านดูแลครอบครัวได้อย่างสบายใจ
อันเยี่ยนจวิน อาจารย์ผู้สุภาพอ่อนโยนที่ถ่ายทอดทักษะศัลยกรรมมือให้เฉินชางคนนั้น ตอนนี้กลายเป็นผู้สืบทอดเทคนิคการเย็บเส้นเอ็นฉบับเฉินร่วมกับถานจงหลิน ออกบรรยายตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก
ส่วนหวังเชียนจอมเฟอะฟะแห่งโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑลก็รับช่วงต่อจากอันเยี่ยนจวินได้สำเร็จ ขึ้นดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูเส้นเอ็นโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑล
แต่เมื่อเทียบกับความสำเร็จของคนเหล่านี้แล้ว คนที่มีความสุขที่สุดกลับเป็นหมอสือน่า
ตอนนี้สือน่าไม่ต้องทำงานหนักอีกต่อไปแล้ว แถมยังใช้ชีวิตอย่างหวานชื่นมากจริงๆ ให้กำเนิดฝาแฝดคู่หนึ่ง ใช้ชีวิตคู่ราบรื่น กลายเป็นเรื่องราวแสนน่ารักประจำแผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลอันดับสองของมณฑล
ส่วนหลี่เป่าซาน...
หลังจากคลายปมในใจได้ ปัจจุบันก็มาสังสรรค์กับฉินเสี้ยวยวนอยู่เป็นระยะ
บรรดาผู้อำนวยการอาวุโสต่างเริ่มทยอยเกษียณออกมาอยู่แนวหลังกันแล้ว
คนรุ่นใหม่ค่อยๆ เข้ามาแทนที่ความรุ่งโรจน์ของคนรุ่นเก่า!
….
หนึ่งวันก่อนเริ่มงานประชุมหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางใหม่
คณะผู้เชี่ยวชาญแห่งมหาวิทยาลัยแพทย์แคโรลินสกาประเทศสวีเดน รวมถึงคณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลเดินทางมายังประเทศจีนมุ่งหน้าสู่เมืองอันหยาง!
อาจารย์ของเมิ่งซีก็มาด้วย
เป็นการเดินทางโดยใช้เส้นสาย!
ถูกต้อง!
เวลานี้คณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลตกที่นั่งลำบาก
เฉินชางจะไม่ไปรับรางวัล พวกเขาก็กังวลใจมากเช่นกัน!
ถึงอย่างไรปัจจุบันนี้เฉินชางก็ตีพิมพ์วิทยานิพนธ์ทุกปี
และในบรรดานั้นก็มีงานวิจัยที่หักล้างผลวิจัยของผู้ที่เคยได้รับรางวัลโนเบลอยู่ไม่น้อยเลย
เรื่องนี้ทำให้คนในสมาคมพิจารณารางวัลโนเบลจนปัญญาอย่างยิ่ง!
แรกเริ่มเดิมทีพวกเขาจงใจไม่ให้รางวัล ทั้งสองฝ่ายประชันขันแข่งกัน
แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฉินชางเลย
สู้ไม่ได้แล้วจะทำอย่างไรล่ะ
ก็เข้าร่วมน่ะสิ!
ด้วยเหตุนี้ ปีนี้พวกเขาถึงได้ทอดไมตรีให้เฉินชาง
แต่ใครจะคาดคิดว่าเฉินชางจะปฏิเสธการเข้าร่วมงานรับรางวัล
ข่าวนี้ทำให้คณะกรรมการเหล่านั้นอัดอั้นตันใจอยู่นาน
ทว่าคนเขาไม่มาจะให้ทำอย่างไรเล่า
หรือต้องเป็นฝ่ายไปหาถึงที่
หลังจากทุกคนได้ยินข้อเสนอนี้…ก็ยากจะควบคุมตัวเองได้
เดินทางไปยังประเทศจีนด้วยตัวเองทันที!
แถมยังติดต่อไปหาเมิ่งซีแบบส่วนตัวด้วย
ถึงอย่างไรเมิ่งซีก็เป็นลูกศิษย์ที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแพทย์แคโรลินสกา ถึงอย่างไรก็เป็นสถาบันแม่
อีกอย่างเมิ่งซีก็เป็นอาจารย์ของเฉินชางด้วย!
ทุกคนคิดๆ ดูแล้ว ตัดสินใจว่าจะเป็นฝ่ายนำรางวัลโนเบลไปมอบให้เฉินชางที่ประเทศจีน
ดังนั้น หนึ่งวันก่อนงานประชุมหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางใหม่จะเริ่มขึ้น
ขณะที่เฉินชางซักผ้าอ้อมอยู่ที่บ้าน จู่ๆ ก็ได้รับสายโทรเข้าจากเมิ่งซี
“เฉินชาง คณะกรรมการพิจารณารางวัลโนเบลและคณะผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยแพทย์แคโรลินสกาแห่งสวีเดนเดินทางมาที่เมืองอันหยาง มาเพื่อมอบรางวัลให้นาย!”
หลังจากเมิ่งซีทราบข่าวนี้ เธอสับสนอยู่บ้าง ถึงอย่างไรเรื่องแบบนี้…ก็ทำลายธรรมเนียมเดิมจริงๆ!
คุณคือสมาคมโนเบลไม่ใช่เหรอ
คุณอย่า…อ่อนน้อมขนาดนี้ได้ไหม!
อย่างไรก็ตาม หลังจากเฉินชางรับสายก็ตกใจเช่นกัน
เอ่ยเสียงเรียบว่า “คุณบอกพวกเขาทีว่าผมกำลังยุ่งกับการซักผ้าอ้อม ไม่ว่าง…”
เมิ่งซีได้ยินก็ช็อกทันที!
โลกนี้มัน…บ้าไปแล้วสินะ
รางวัลโนเบลสำคัญน้อยกว่าการซักผ้าอ้อมอีกหรือ
เมิ่งซีเหม่อไปเลย!