เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ - บทที่ 2025 บทส่งท้าย (2)
“นี่ศาสตราจารย์เฉินจะทำอะไรน่ะ”
“ไม่เข้าร่วมรับรางวัลอีกงั้นเหรอ”
“นั่นสิ…เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“หรือจะเจอสถานการณ์บีบคั้นอะไรเข้า ให้ตายสิ!”
“ต้องทวงความเป็นธรรมให้! ขอความเป็นธรรม!”
“อย่าปล่อยให้ฮีโร่ถูกเอาเปรียบ!”
….
ไม่นานนัก หลังจากประกาศข่าวนี้ออกไป กระทู้ความเห็นบนอินเตอร์เน็ตก็ร้อนแรงขึ้นมา
คนส่วนใหญ่เริ่มตั้งคำถามว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
เวลานี้คณะกรรมการกระทรวงสาธารณสุขเองก็จนปัญญามาก
รัฐมนตรีว่าการเติ้งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการก็เจอสถานการณ์แบบนี้แล้ว กล่าวตามตรงว่าค่อนข้างทำอะไรไม่ถูก
ยิ่งไปกว่านั้น หากว่ากันจากใจจริง ด้วยสภาพสังคมในตอนนี้…ยังจะมีใครกล้าบีบคั้นเฉินชางอีกหรือ
มีใครกล้าแบล็กเมล์เฉินชางด้วยหรือ
ทั่วประเทศจีน นับนิ้วได้ด้วยซ้ำ!
เมื่อใครคนหนึ่งทรงอิทธิพลต่อวงการมากพอแล้ว เขาย่อมถอนตัวออกไปเอง
อีกอย่างตอนนี้ระบบการแพทย์ของมณฑลตงหยางกำลังขยายครอบคลุมไปทั่วประเทศ
เฉินชางมีฐานะเป็นเสาหลัก ไม่มีใครสั่นคลอนตำแหน่งเขาได้
แม้แต่ผู้ว่าการมณฑลต่างๆ ก็ต้องคอยมองสีหน้าของเฉินชาง พูดแบบนี้เกินจริงไปงั้นเหรอ ไม่เลย ไม่เกินจริงสักนิด!
เนื่องจากอิทธิพลของเฉินชางเป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินค่าได้
โยนเรื่องอิทธิพลที่ไม่มีรูปธรรมจับต้องไม่ได้ทิ้งไปเถอะ
มาคุยเรื่องอุตสาหกรรมกันดีกว่า
ทั่วทั้งโลกนี้มีสถาบันวิจัยขนาดใหญ่ที่อยู่ในนามของเฉินชางมากกว่าหนึ่งแสนแห่ง!
รวมถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้องนับสิบล้านคน!
และในขณะเดียวกัน เฉินชางได้ขยายสาขาไปยังประเทศเม็กซิโก บราซิล แอฟริกาใต้…และอีกสิบกว่าประเทศไม่ซ้ำกัน สถาบันวิจัยเหล่านี้ได้รับการคุ้มกันจากรัฐบาลท้องถิ่น
ในประเทศจีน บริษัทยาอันซวี่ผงาดรุ่งเรือง กลายเป็นบริษัทชีวเภสัชกรรมชั้นนำระดับโลก
ถึงอย่างไรก็เป็นบริษัทที่ผลิตยาแก้ปวด ผลิตภัณฑ์ทดแทนยาปฏิชีวนะ วัคซีน HIV ตลอดจนตัวยาใหม่ชนิดอื่นๆ ออกสู่ท้องตลาด มูลค่าทางการตลาดย่อมสูงอย่างยิ่ง!
องค์กรจัดอันดับหลายเจ้า อาทิ นิตยาสารฟอบส์ต่างติดต่อมาหาเฉินชาง รับประกันเป็นมั่นเหมาะว่าจะไม่รวมเฉินชางไว้ในการจัดอันดับ ซึ่งเรื่องนี้ช่วยให้เฉินชางไม่ต้องกลุ้มใจกับการเป็นอภิมหาเศรษฐี!
ถึงอย่างไรเฉินชางก็มีฐานะเป็นบุคลากรการแพทย์ชั้นนำ เภสัชกร นักบุญ…ฯลฯ ติดตัวอยู่แล้ว ไม่เหมาะจะปรากฏตัวในทำเนียบอันดับมหาเศรษฐีอีก!
แต่ทุกประเทศและทุกบริษัทบนโลกนี้ล้วนทราบกันดี
ปัจจุบันบนโลกนี้มีตัวตนทรงอิทธิพลอย่างล้นหลามรายหนึ่งที่พวกเขาห้ามไปล่วงเกินเด็ดขาด
ใครๆ ก็รู้ว่ามีกี่ชีวิตที่พินาศลงด้วยน้ำมือของเฉินชาง!
บัฟเฟตต์เอย ตระกูลแซกเลอร์เอย ตระกูลรอธส์ไชนด์เอย…ยักษ์ใหญ่เหล่านี้ต่างมาหาเฉินชาง ต้องการจะเป็นพันธมิตรกับเฉินชาง
เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง เงินทองสามารถแลกเปลี่ยนอำนาจและสถานะที่มองไม่เห็นได้ ถึงขั้นที่ซื้อสิทธิ์ได้
อย่างไรก็ตาม ชีวิตคือสิ่งที่ไม่มีวันใช้เงินแลกมาได้
และตอนนี้ หากจะบอกว่ามีใครสักคนบนโลกกุมความลับแห่งชีวิตเอาไว้ ก็มีแนวโน้มว่าจะมีเพียงเฉินชางเท่านั้น!
เมื่อเผชิญหน้ากับไมตรีที่ตระกูลมหาเศรษฐีเหล่านี้หยิบยื่นให้ เฉินชางก็ไม่ปฏิเสธ
ตอนนี้เขาไม่ใช่เด็กหนุ่มอ่อนต่อโลกเหมือนในอดีตแล้ว
อันที่จริงความก้าวหน้าทางการแพทย์ หรือแม้กระทั่งความก้าวหน้าด้านเทคนิควิทยาศาสตร์ นำความสุขมาให้มนุษย์ไม่ได้ ถึงขั้นที่นำพาสันติมาให้โลกนี้ไม่ได้
ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ
หากสูญเสียความเคารพขั้นพื้นฐานไป ผลลัพธ์ที่รอคอยมนุษยชาติอยู่ไม่ใช่สวรรค์ แต่เป็นห้วงนรก!
ดังนั้น เฉินชางถึงเลือกวิธีการที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้โลกนี้กลับเข้ารูปเข้ารอย เขาปรารถนาจะพัฒนาการแพทย์ แต่จะไม่ยอมให้วิทยาศาสตร์สมบูรณ์แบบจนอยู่เหนือกว่ากฎหมายและศีลธรรมแน่นอน
สมัยก่อนเฉินชางเคยได้ยินประโยคหนึ่งกล่าวไว้ว่า
จุดสิ้นสุดของวิทยาศาสตร์คือความก้าวหน้าของปรัชญา มรรคา เทววิทยา…
เฉินชางไม่เคยพบจุดสิ้นสุดของวิทยาศาสตร์ และไม่มีวิธีวิเคราะห์ตัดสินว่าประโยคนี้ถูกหรือผิด
แต่ตอนนี้เขาคิดว่า จุดสิ้นสุดของวิทยาศาสตร์จะเป็นอะไรก็ไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือ ปรัชญาควรมาควบคู่กับวิทยาศาสตร์
การพัฒนาวิทยาศาสตร์ต้องควบคู่ไปกับการพัฒนาความคิด ศีลธรรม กฎหมายและความเป็นมนุษย์…ฯลฯ
เมื่อวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าเร็วเกินไป สิ่งที่ตามมาไม่ใช่พรแห่งวิทยาศาสตร์ แต่เป็นหายนะแห่งวิทยาศาสตร์
ไม่ต่างจากการค้นพบปรมาณู!
ไม่มีใครตัดสินได้ชัดเจนว่ามันถูกหรือผิด
จะกล่าวว่าปรมาณูทำให้มนุษย์สงบเสงี่ยมและรู้จักคิดมากขึ้นก็ได้
ขณะเดียวกัน เฉินชางก็ไม่คาดหวังว่าสักวันหนึ่งจะได้เห็นอาณาจักรแห่งการแพทย์ที่เขาสร้างขึ้นด้วยสองมือตน หรือแม้กระทั่งโลกการแพทย์ที่พัฒนาไปผิดทางเพราะตน!
การแพทย์ช่วยชีวิตมวลมนุษย์ได้ แต่ก็ทำให้มนุษย์หลงลืมหลายๆ สิ่งไป
ในอดีต เฉินชางมีโอกาสผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายศีรษะให้สำเร็จสมบูรณ์ได้
แต่เขาไม่ได้ทำแบบนั้น
ถึงขั้นไม่ได้สนใจติดตามอาการน้องชายฝาแฝดที่เปลี่ยนถ่ายศีรษะคนนั้นต่อ
เพราะเขาไม่กล้าพอ
เนื่องจากความจริงแล้ว บนโลกนี้มีคนที่วางตัวอยู่เหนือศีลธรรม กฎหมายและกฎเกณฑ์อยู่มากมาย
สิ่งเดียวที่พวกเขาขาดไปก็คืออายุขัยที่ยืนยาว!
เฉินชางไม่กล้าทำแบบนั้น
ดังนั้นเขาจึงประกาศออกไปว่าการผ่าตัดแบบนี้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ไม่มีเคสต่อไปอีก
ต่อให้มีเคสต่อไป เฉินชางก็จะตั้งใจทำให้ล้มเหลว
มนุษย์ไม่มีทางอดทนต่อบททดสอบไปได้ตลอด เนื่องจากมนุษย์อุดมไปด้วยตัวแปร
นี่คือข้อดี แต่ก็เป็นข้อเสียเช่นกัน
เฉินชางไม่อยากเสี่ยงเดิมพัน
เขาหวังเพียงว่า ตนจะได้สร้างคุณูปการในส่วนที่พึงมีต่อมนุษยชาติ
ดังนั้นเขาจึงเลิกที่จะถอยกลับมา
ยิ่งไปกว่านั้น ‘เวชศาสตร์ฉุกเฉิน’ แตกต่างไปจากศาสตร์อื่น เฉินชางจำเป็นต้องขัดเกลาอย่างจริงจัง จำเป็นต้องใคร่ครวญดูอย่างถ่องแท้ ถึงจะเขียนออกมาเป็นหนังสือได้
เขาจำเป็นต้องตกตะกอนตัวเอง
และหวังจะล้างตะกอนผลเสียจากการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของการแพทย์
เรื่องพวกนี้ล้วนต้องใช้เวลาเพื่อย่อยสลาย
หากกล่าวว่าโลกนี้มีเพียงสิ่งที่เรียกว่าความไร้ปรานี แต่ก็มีความปรานีอยู่เช่นกัน นั่นคือกาลเวลา!
แต่ไม่ว่าจะพูดกันอย่างไร คำประกาศสายฟ้าแลบของเฉินชางก็สร้างความตกใจให้ชาวโลกพอสมควร
เขาอยู่ในจุดสูงสุดในสายอาชีพ แถมอายุอานามก็อยู่ในวัยรุ่งโรจน์
ทำไมอำลาวงการอย่างกะทันหันเล่า
ข่าวนี้ทำให้คนส่วนใหญ่อยู่ไม่สุข
และเวลานี้ รัฐมนตรีเติ้งแห่งกระทรวงสาธารณสุขอับจนหนทางแล้ว ทำได้เพียงเชิญเฉินชางมาจัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ
ไม่เช่นนั้น เขาคงผ่านด่านครั้งนี้ไปไม่ไหวจริงๆ
เนื่องจากไม่ได้มีเพียงประชาชนที่ออกมาประท้วง แม้แต่ผู้นำระดับสูงก็สอบถามเช่นกันว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรไป
เติ้งเกาหย่วนคับข้องหมองใจกับเรื่องนี้มาก
เขาไม่กล้าจริงๆ
อีกอย่างก็เห็นๆ กันอยู่ว่าในกระทรวงสาธารณสุขมีคนของเฉินชางอยู่มากขนาดไหน
คนส่วนใหญ่ในระบบการแพทย์ก็เป็นลูกศิษย์ของเฉินชางทั้งนั้น!
มีสมาชิกในสภาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ตั้งกี่คนที่เรียกเฉินชางว่าอาจารย์
ตัวเขาเติ้งเกาหย่วนไหนเลยจะอาจเอื้อมไปบีบคั้นเฉินชางได้
อย่างไรก็ตาม เวลานี้เฉินชางก็ตระหนักถึงปัญหานี้แล้วเช่นกัน
เดิมทีจัดแถลงข่าวเป็นงานแถลงแบบเล็กๆ เท่านั้น แต่กลับติดอันดับคำค้นหายอดนิยมและพาดหัวสำนักข่าวนับไม่ถ้วน
“สวัสดีครับทุกๆ ท่าน ผมคือเฉินชาง เหตุผลที่ผมขอถอนตัว ประการแรกเป็นเพราะอยากให้โอกาสกับคนรุ่นใหม่บ้าง และเป็นการให้โอกาสตัวเองได้ตกตะกอนความคิดด้วย ในช่วงหลังจากนี้ ผมอาจจะไม่ไปปรากฏตัวในงานประชุมใดๆ หรือเข้าร่วมการแข่งขันรายการไหนอีก...หลังจากนี้ไปผมต้องการศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง สรุปผลจากประสบการณ์ที่เคยเผชิญมา เรียบเรียงหนังสือออกมาสักเล่ม! ขอบคุณทุกท่านมากครับ!”
เฉินชางกล่าวกระชับยิ่ง แต่กลับทำให้คนส่วนใหญ่สงบใจไม่ลงอยู่พักใหญ่
ช่วงเวลาหลังจากนั้น
ราวกับเฉินชางระเหยไปจากโลกนี้อย่างแท้จริง
เขาและฉินเยว่ย้ายมาอาศัยในเมืองแห่งหนึ่งที่เงียบสงบไม่เป็นที่รู้จัก
เริ่มใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและไม่หวือหวา
ฉินเยว่อยู่บ้านดูแลครอบครัว
เฉินชางศึกษาเรียนรู้และเขียนหนังสืออยู่ทุกวัน
เฉินหยางค่อยๆ เติบโตและรู้ความขึ้นเรื่อยๆ
ชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรุ่งโรจน์เพียงอย่างเดียว
แต่ยังต้องค้นหาความรู้สึกและสัจธรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่แฝงอยู่ในความสงบเรียบง่ายด้วย
นี่คือสิ่งที่เฉินชางและฉินเยว่พิจารณากันมาอย่างจริงจังแล้ว
พวกเขาก็ต้องการจะมอบครอบครัวและชีวิตที่สมบูรณ์พร้อมให้เฉินหยางเช่นกัน
อันที่จริงเฉินชางคิดเรื่องถอนตัวมานานแล้ว
เขากลับรู้สึกว่านี่คือทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
ส่วนปัญหาเรื่องความปลอดภัย…เฉินชางไม่จำเป็นต้องกังวลเลย
ดำเนินชีวิตไปอย่างเรียบง่ายสบายใจเช่นนี้
ต่อล้อต่อเถียงกับฉินเยว่ทุกวัน หยอกลูกแก้ฉุนเป็นครั้งคราว
แต่ก็มีข้อดีเช่นกัน
ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้ฉินเยว่คลอดลูกแฝดคู่หนึ่งให้เฉินชางอีกครั้ง!
ช่วงที่ลูกๆ ยังเล็ก พ่อแม่พวกเขาเทียวมาช่วยดูแลเป็นระยะ
พอเวลาผ่านนานไป ฉินเยว่ก็ดูแลด้วยตัวเองได้แล้ว
ส่วนเฉินชางนอกจากเขียนหนังสือก็มีออกไปตรวจรักษาตามเขตป่าเขาไกลปืนเที่ยงเป็นครั้งคราว
ต้องกล่าวเลยว่า หลายปีมานี้ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงไปเร็วมากจริงๆ
ถึงแม้เฉินชางจะไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลแล้ว แต่ยังคงจัดการขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างแม่นยำและชำนาญ
อีกอย่าง มีระบบอยู่กับตัว เฉินชางขอคำแนะนำใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
วันเวลาเช่นนี้ดำเนินผ่านไปปีแล้วปีเล่า…
จนกระทั่งบรรดาผู้นำอาวุโสเหล่านั้นค่อยๆ จากไปด้วยความชราภาพ…
เฉินชางไปร่วมพิธีไว้อาลัยของผู้นำอาวุโสบางส่วน
กาลเวลาล่วงเลยไป บรรดาผู้อาวุโส อาจารย์ ศาสตราจารย์สูงวัยเหล่านั้นก็ทยอยจากโลกนี้ไป
เฉินชางไปอำลาพวกเขาเป็นครั้งสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม พวกเขาล้วนมีความสุขอย่างยิ่ง
ได้เห็นการแพทย์จีนรุ่งเรืองเฟื่องฟูเช่นนี้ ความสุขแผ่ซ่านออกมาจากก้นบึ้งหัวใจของพวกเขา