เทพยุทธ์เจ้าโลกา - บทที่ 18 วิชาเทวะไร้เทียมทาน
บทที่ 18 วิชาเทวะไร้เทียมทาน
นี่คือต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่จนคนโอบรอบยังไม่มิด ต้องมีอายุร่วมร้อยปีแล้ว ครั้งหนึ่งตอนที่เขาฝึกเคล็ดวิชาปราณชิงหง จนบรรลุเป็นการแปรผันวิญญาณระดับสี่ ขอบเขตการแปรผันกระดูก เขาเคยใช้ต้นไม้ใหญ่เช่นนี้ฝึกหมัด ต้นไม้ก็แค่สั่นไหวจากหมัดเดียวของข้าเท่านั้น
“ครืน!” เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ต้นไม้ใหญ่ทั้งต้นถูกกระแทกจนล้มครืน รากทั้งรากโผล่พ้นดิน ก่อเป็นฝุ่นดินกระจายฟุ้ง
“หา? วิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์ของวิญญาณยุทธ์ขั้นหนึ่งจริง ๆ หรือ? ทำไมถึงร้ายกาจเช่นนี้?”
หลี่ลี่ยืนตะลึง นานเท่าใดไม่อาจทราบได้จึงได้สติ
“วิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์นี้ นับเป็นวิชาเทวะชั้นยอด หาได้เปิดเผยแก่ผู้อื่นโดยง่ายไม่ มิเช่นนั้นจะนำหายนะมาสู่ตัว!”
เขาเข้าใจดีถึงความหายนะจากการครอบครองสมบัติล้ำค่า
ดูท่าปราณจากศิลาเทวาลัยจะถูกข้าดูดซับไปไม่น้อย มิเช่นนั้นคงไม่เก่งกาจถึงเพียงนี้
ว่าแล้ว เขาก็เริ่มดูดซับปราณจากศิลาเทวาลัยต่อ ตอนนี้ เขาได้ดูดซับปราณจากสถานที่ซึ่งปราณเข้มข้นที่สุดสองแห่งในหุบเขาอาวุธไร้ค่าไปแล้วกว่าครึ่ง เขาไม่กล้าดูดซับจากสองแห่งนี้ต่อแล้ว
หากที่นี่กลายเป็นสถานที่ไร้ซึ่งปราณโดยสิ้นเชิง คงเป็นเรื่องแปลกประหลาดยิ่งนัก อาจนำพาเรื่องเดือดร้อนมาให้โดยไม่จำเป็น
หลี่ลี่หาสถานที่ใหม่เพื่อดูดซับปราณ รอจนฟ้าใกล้ค่ำ คิดในใจว่าจะกลับไปกินข้าวก่อน แล้วค่อยสืบข่าว ดูว่าเหอวั่นมีความเคลื่อนไหวอันใดบ้าง
เมื่อมาถึงนอกหุบเขา เพิ่งจะถึงเนินดินหลังเขา ก็เห็นเกาเสี่ยวตงมองเห็นเขาแต่ไกล กำลังร้องตะโกนเรียกหา
“เกิดเรื่องอันใดขึ้นรึ?” เมื่อมาถึงใกล้ๆ หลี่ลี่ ถามอย่างไม่แสดงพิรุธ “หรือว่า เหอวั่น คิดแผนชั่วอันใดขึ้นมาอีก?”
เกาเสี่ยวตงดึงเขาให้เดินไปด้วย “ศิษย์ใหม่กลุ่มที่หนึ่ง ถูกคนท้าสู้ขอรับ พวกเขาเป็นศิษย์พี่ปีที่แล้ว บอกว่าให้จ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้า คนละหนึ่งหินวิญญาณ พวกเราก็บอกว่ารอพี่ใหญ่หลี่ลี่มาตัดสินใจ ผลสุดท้ายที่เชิงเขาหลัง พวกเขาขวางทางพวกเรา ศิษย์ใหม่กลุ่มที่หนึ่ง จำนวนสิบห้าคน ถูกจับไปหมดเลย บอกให้พวกเราเอาหินวิญญาณไปไถ่ตัวขอรับ”
หลี่ลี่โกรธทันทีที่ได้ยิน “ไป! กล้าหาเรื่องพี่น้องกลุ่มที่หนึ่ง ของข้า พวกมันเบื่อชีวิตแล้วรึไง!”
มือข้างหนึ่งคว้าอุ้มเกาเสี่ยวตง ไว้ ฝีเท้าก้าวรวดเร็วดั่งติดปีก เกาเสี่ยวตงนับเป็นบุรุษร่างอ้วนคนหนึ่ง ทว่าหลี่ลี่ฝอุ้มเขาไว้ราวกับก้อนสำลี
เกาเสี่ยวตงเห็นภาพรอบข้างผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกตกตะลึง
ไม่นานก็มาถึงเชิงเขาด้านหลัง มองเห็นศิษย์ใหม่กลุ่มที่หนึ่ง สิบห้าคน ถูกทำร้ายจนล้มลงกับพื้น ทุกคนล้วนมีแผลฟกช้ำ บวมปูด หนึ่งในนั้นมีเฉินหลงอยู่ด้วย
เฉินหลงผู้นี้ ปกติแล้วเป็นคุณชายเอาแต่ใจ มีท่าทีของบุรุษรูปงาม แต่ตอนนี้กลับดูน่าสงสารเช่นนี้ ทำให้หลี่ลี่โกรธจนกัดฟันกรอด
เขามองเห็นเด็กหนุ่มเจ็ดคนยืนเฝ้าอยู่ รีบพุ่งตัวไปข้างหน้าแล้วเอ่ยถาม “พวกเจ้าเป็นคนหาเรื่องกลุ่มที่หนึ่ง ของข้าเช่นนี้รึ?”
เด็กหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยอย่างเย่อหยิ่ง “ถูกต้อง นี่คือผลของการไม่ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้า—”
หลี่ลี่ไม่เสียเวลาพูดไร้สาระ ยื่นหมัดพุ่งเข้าใส่ทันที
ชายผู้ตกเป็นเป้าหมายรีบป้องกัน ทันใดนั้นก็มีเสียงดังสนั่น ร่างของเขาถูกกระแทกจนตัวลอยไปไกลกว่าสิบจั้ง กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ก่อนจะสลบไป
“หา?” ทำให้คนทั้งหกที่เหลือตกตะลึง “ไอ้หนุ่มบ้านนอกที่ไหน กล้ามาก้าวก่ายเรื่องของพวกข้า กลุ่มที่ห้า กัน!”
ทั้งหกคนรุมล้อมหลี่ลี่ไว้ทันที
หัวหน้ากลุ่มที่หนึ่ง กวาดมองพวกเขาอย่างเหยียดหยาม ในนั้นมีสามคนที่เป็นอยู่ในระดับที่สองของการแปรผันจิตวิญญาณ ส่วนที่เหลืออีกสามคนยังเป็นระดับหนึ่ง จัดการได้ง่ายดายยิ่งนัก
เขาชี้นิ้วออกไป “ข้าคือหัวหน้ากลุ่มที่หนึ่ง ของชั้นปีนี้ เรียกว่าก้าวก่ายงั้นรึ?”
“หา? เจ้าคือหัวหน้ากลุ่มงั้นรึ? ก็ดีไอ้หนู คอยรับความตายซะ!” ทั้งหกคนเริ่มหวั่นเกรงบารมีของหลี่ลี่ แต่พอได้ยินว่าเขาเป็นศิษย์ใหม่ ก็แสดงท่าทางอวดดีขึ้นมาทันที ทว่าก็ยังไม่กล้าสู้ตัวต่อตัว จึงรุมเข้าโจมตี