เทพยุทธ์เจ้าโลกา - บทที่ 190 ไม่มีวันยอมแพ้
บทที่ 190 ไม่มีวันยอมแพ้
“เจ้าหลี่ลี่ยังจะขัดขืนอีกหรือ อยู่ในมือข้า หากข้าไม่ให้พวกเจ้าตาย แม้แต่ความตายเจ้าก็ไม่อาจทำได้” มหาบุรุษชือหยางกล่าวเสียงเย็นชา
หลี่ลี่มองดูมหาบุรุษชือหยางพลางแย้มยิ้มเยาะที่มุมปาก ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาดึงคู่คฑามังกรออกมาอีกครั้ง ปลายคฑาชี้ลงพื้น แล้วเริ่มเทพลังปราณยุทธ์จากป้ายเจิ้นเสินเข้าสู่คฑาอย่างบ้าคลั่ง
ไม่มีทางถอย หลี่ลี่ได้แต่ทุ่มสุดตัว เพียงแต่ว่าหลี่ลี่ต้องการเวลา ต้องการเวลาอย่างมาก
คู่คฑามังกรราวกับเหวลึกไร้ก้น ไม่ว่าจะเติมเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเต็ม แน่นอนว่า หลี่ลี่รู้ดีว่ายิ่งเติมปราณยุทธ์มากเท่าไหร่ พลังของคู่คฑามังกรก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ในตอนนี้เขาอยากจะเทพลังปราณยุทธ์ทั้งหมดจากป้ายเจิ้นเสินเข้าไปในทันที
น่าเสียดายที่ตอนนี้ หลี่ลี่มีเพียงขอบเขตพลังชุนจิ้น วิญญาณยุทธ์ในจุดชี่ไห่ยังอ่อนแอเกินไป ไม่สามารถแปรเปลี่ยนและกลั่นกรองปราณยุทธ์ได้ทัน มิเช่นนั้นพลังของคู่คฑามังกรจะเพิ่มขึ้นได้อีกเท่าตัว
“เจ้าหลี่ลี่ข้าจะทำลายวรยุทธ์ของเจ้า ให้เจ้าเป็นแค่ผู้ชมที่ดี เมื่อถึงเวลาที่เจ้าควรตาย เจ้าก็จะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้” มหาบุรุษชือหยางกล่าวอย่างดูแคลน
เมื่อเห็นหลี่ลี่ยังจะสู้ มหาบุรุษชือหยางแค่นเสียงเย็นชา “ไม่รู้จักประมาณตน!” จากนั้นก็ใช้มือซ้ายคว้า ปล่อยพลังลมปราณออกมากักขังหลี่ลี่ไว้ แล้วสะบัดมือขวา ฝ่ามือพุ่งออกไปอย่างรุนแรง มุ่งตรงไปที่หน้าอกของหลี่ลี่
ทันใดนั้น หลี่ลี่รู้สึกราวกับร่างทั้งร่างถูกขุนเขาทับอยู่ แม้แต่การหายใจก็ยังทำได้ยากลำบาก
เห็นพลังลมปราณรูปฝ่ามือของมหาบุรุษชือหยางพุ่งเข้ามา พัดกระแสลมแรงมาเป็นระลอก หลี่ลี่กลับไม่มีพลังต่อต้านแม้แต่น้อย ได้แต่จ้องมองการโจมตีนั้นอย่างช่วยไม่ได้
ในพริบตา ใบหน้าของหลี่ลี่แดงก่ำ ปราณยุทธ์บนร่างพลันพุ่งทะยานออกมา พยายามต้านทานแรงกดดันที่มองไม่เห็นรอบตัว แต่ช่องว่างก็คือช่องว่าง
สำหรับมหาบุรุษชือหยางการสังหารหลี่ลี่นั้นง่ายดายราวกับบดขยี้มดปลวกตัวหนึ่ง เพียงการโจมตีครั้งนี้ หลี่ลี่ก็ไม่อาจต้านทานได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น พลังแท้จริงของมหาบุรุษชือหยางควบคุมได้พอเหมาะพอดี ทำให้หลี่ลี่ขยับไม่ได้ แต่กลับไม่ส่งผลกระทบต่อหลิวเหมยเอ๋อร์ที่อยู่ข้างกายแม้แต่น้อย
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย หลี่ลี่กลับไม่หวาดกลัว มุมปากมีรอยยิ้มเย็นชา ไม่ต่อต้านอีกต่อไป สองมือยังคงบ้าคลั่งส่งปราณยุทธ์เข้าสู่คฑาคู่มังกร
“มหาบุรุษชือหยางหากข้าไม่ตาย ท่านต้องตายแน่” เมื่อหลบเลี่ยงไม่ได้ หลี่ลี่จึงไม่คิดจะหลบ เขาใช้ทุกลมหายใจส่งปราณยุทธ์เข้าสู่คฑาคู่มังกร แม้อกจะถูกโจมตี หลี่ลี่ก็เตรียมพร้อมจะใช้ลมหายใจสุดท้ายปลดปล่อยการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
“อย่า!” ในตอนนั้นเอง หลิวเหมยเอ๋อร์พลันร้องตะโกนด้วยความตกใจ จากนั้นหลี่ลี่ก็เห็นเงาสีขาวพุ่งเข้ามาด้านหน้าของตน
หลิวเหมยเอ๋อร์พลันขวางกายอยู่ตรงหน้าหลี่ลี่หันหลังให้มหาบุรุษชือหยางเผชิญหน้ากับการโจมตีอันรุนแรงเช่นนี้ หลิวเหมยเอ๋อร์กลับมองหน้าหลี่ลี่พลางยิ้มหวานให้
“พี่หลี่ลี่การได้พบท่านคือเรื่องโชคดีที่สุดในชีวิตของเหมยเอ๋อร์ และก็เพราะเหมยเอ๋อร์ที่นำอันตรายมาสู่พี่ เมื่อครู่เหมยเอ๋อร์ก็พูดไปแล้ว แม้ต้องตาย เหมยเอ๋อร์ก็จะตายก่อนพี่หลี่ลี่แน่นอน คราวนี้ท่านแย่งข้าไม่ได้แล้ว คิคิ ในที่สุดข้าก็ชนะพี่หลี่ลี่ได้สักครั้ง และได้ช่วยเหลือท่านจริงๆ สักครั้งแล้ว”
“อย่า เหมยเอ๋อร์อย่า” หลี่ลี่ตะโกนด้วยความหวาดกลัว ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง เส้นเลือดที่หน้าผากปูดโปน
แต่ทุกอย่างไม่อาจย้อนกลับได้ พลังฝ่ามือพลันฟาดลงบนแผ่นหลังของหลิวเหมยเอ๋อร์
ปัง!
เสียงทุ้มหนักดังขึ้น หัวใจของหลี่ลี่แตกสลายในทันที เมื่อเห็นหลิวเหมยเอ๋อร์พ่นเลือดสดออกมา ใบหน้าซีดขาว ร่างทั้งร่างลอยพุ่งมาข้างหน้า สีหน้าของหลี่ลี่ซีดเผือดราวกับคนตาย
“เหมยเอ๋อร์ รอพี่ชายไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้า” ในตอนนั้น หลี่ลี่กลับยิ้มออกมาราวกับได้ปลดปล่อย
หลี่ลี่สั่นมือทั้งสองข้าง เกล็ดมังกรบนคฑาคู่พุ่งกระจายออกในทันที จากนั้นหลี่ลี่ก็ปล่อยมือทั้งสองข้าง ดาบมังกรคู่ก็ตั้งตรงอยู่ข้างกายหลี่ลี่แล้วพุ่งปักลงพื้นอย่างแรง
ในเวลาเดียวกัน แรงกดดันรอบด้านก็หายไปในทันที หลี่ลี่กางแขนทั้งสองออก โอบรับร่างของหลิวเหมยเอ๋อร์เข้าสู่อ้อมอก
ตูม!
คลื่นอากาศมหึมาแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วโดยมีหลี่ลี่เป็นจุดศูนย์กลาง พื้นดินทั้งหมดสั่นสะเทือนไปด้วย
สองแขนโอบกอดหลิวเหมยเอ๋อร์ไว้ บนใบหน้าของหลี่ลี่กลับปรากฏแววตื่นดีใจ
สองแขนโอบรอบตัวหลิวเหมยเอ๋อร์หลี่ลี่รีบตรวจดูอาการบาดเจ็บของหลิวเหมยเอ๋อร์เป็นอันดับแรก เขาพบว่าหลิวเหมยเอ๋อร์เพียงแค่ร่างกายได้รับผลกระทบจากพลังลมปราณ ช่องท้องได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น แม้จะรุนแรง แต่ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต
ในตอนนี้หลี่ลี่ก็นึกขึ้นได้ทันที ว่าบนตัวของหลิวเหมยเอ๋อร์สวมผ้าคลุมสีม่วงอยู่ แม้พลังป้องกันอันแข็งแกร่งจะไม่สามารถต้านทานการรุกรานของพลังลมปราณได้ทั้งหมด แต่ก็สกัดกั้นไว้ได้ส่วนใหญ่ อีกทั้งมหาบุรุษชือหยางก็ไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ ดังนั้นหลิวเหมยเอ๋อร์จึงรอดพ้นจากความตายมาได้
“พี่หลี่ลี่ การได้ตายพร้อมกับท่าน และได้อยู่เคียงข้างท่านพ่อ เหมยเอ๋อร์รู้สึกเป็นคนที่มีความสุขที่สุดแล้ว” หลิวเหมยเอ๋อร์พูดด้วยสีหน้าสงบนิ่งขณะทรุดตัวลงในอ้อมกอดของหลี่ลี่
“เด็กโง่ พี่ชายจะพาเจ้าเข้าไปหาท่านพ่อ” หลี่ลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะพาหลิวเหมยเอ๋อร์พุ่งตัวเข้าไปในถ้ำเทียนกัง
การโจมตีของหลี่ลี่นั้นรุนแรง อย่างน้อยผู้ที่มีวรยุทธ์ระดับขอบเขตรูปลักษณ์ก็ไม่อาจต้านทานได้ แต่คู่ต่อสู้ของหลี่ลี่คือมหาบุรุษชือหยางการโจมตีครั้งนี้สำหรับมหาบุรุษชือหยางแล้วเป็นเพียงแค่ปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อหลี่ลี่โจมตีออกไป เห็นมหาบุรุษชือหยางยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้า หลี่ลี่ก็รู้ผลลัพธ์แล้ว
ตอนนี้มหาบุรุษชือหยางค่อยๆ เดินเข้ามา หลี่ลี่รู้ดีว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร เมื่อต้องตาย หลี่ลี่ก็ไม่คิดจะตายในมือของมหาบุรุษชือหยางจึงตัดสินใจพาหลิวเหมยเอ๋อร์เข้าไปในถ้ำเทียนกัง
เมื่อเห็นร่างของหลี่ลี่และหลิวเหมยเอ๋อร์วูบหายเข้าไปในถ้ำเทียนกัง มหาบุรุษชือหยางขมวดคิ้วทันที แต่การโจมตีสุดกำลังของหลี่ลี่ก็สร้างความยุ่งยากให้เขาไม่น้อย
ใช้พลังปราณปกป้องร่างแล้วพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมหาบุรุษชือหยางมาถึงปากถ้ำ หลี่ลี่และหลิวเหมยเอ๋อร์ก็หายไปไร้ร่องรอยแล้ว
“ฮึ หลบเข้าไปข้างในแล้วพวกเจ้าคิดว่าจะหนีรอดหรือ” มหาบุรุษชือหยางแค่นเสียงเย็น ก่อนจะพุ่งเข้าไปในถ้ำเทียนกังเช่นกัน
ภายในถ้ำเทียนกังมืดสนิท ยื่นมือออกไปยังมองไม่เห็นนิ้วมือ แม้แต่หลี่ลี่ก็มองเห็นได้เพียงระยะสิบกว่าจั้งเท่านั้น
ที่นี่ หลี่ลี่ไม่อาจแยกแยะทิศทางได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงร่องรอยบนผนังถ้ำ ลมกังที่พัดมาจากทุกทิศทางนั้นหนาวเหน็บจนแทงกระดูก ราวกับมีดคมกริบนับพันเล่ม หลี่ลี่ต้องใช้วิชาเย่เหมยเจียงโม่กงเต็มกำลัง ใช้ปราณยุทธ์อันหนาวเย็นปกป้องร่าง จึงพอประคองตัวไว้ได้
สายลมแรงพัดมาเป็นระลอก พร้อมเสียงครวญครางดังก้อง ราวกับมีผู้คนนับไม่ถ้วนกำลังร่ำไห้ ชวนให้หวาดกลัวจับใจ
ในความมืด วิชาตัวเบาแห่งราตรีสามารถแสดงพลังได้เต็มที่ หลี่ลี่ทุ่มเทพลังทั้งหมด แม้จะอุ้มหลิวเหมยเอ๋อร์ไว้ในอ้อมแขน แต่ร่างของเขากลับเคลื่อนไหวเร็วขึ้นกว่าเดิมเกือบเท่าตัว ราวกับกลืนหายเข้าไปในความมืด พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
แต่ในถ้ำเทียนกังนี้ ทุกย่างก้าวคือคนละโลก ไม่ใช่ทิวทัศน์ที่แตกต่าง แต่เป็นสายลมที่แตกต่าง ทุกก้าวที่เดินไปข้างหน้า ความรุนแรงของสายลมจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทำให้หลี่ลี่ต้องใช้ปราณยุทธ์อินเย็นมากขึ้นเพื่อปกป้องร่างกาย
ยิ่งเดินไปข้างหน้า ความเร็วของหลี่ลี่ก็ยิ่งช้าลง
เพียงแค่พุ่งไปได้ไม่กี่ร้อยจั้ง หลี่ลี่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอจะใช้วิชาตัวเบาแห่งราตรี ปราณยุทธ์อินเย็นทั้งหมดถูกบีบให้ออกมาต้านทานสายลมที่คมราวใบมีดรอบกาย
สายลมบ้าคลั่งพัดมา ราวกับมือที่มองไม่เห็นนับพันคู่ผลักดันร่างของหลี่ลี่ให้ถอยหลัง หากเขาไม่ใช้พลังทั้งหมด แม้แต่ก้าวเดียวก็ไม่อาจก้าวไปข้างหน้าได้
แต่หลี่ลี่ก็ไม่ยอมแพ้ เขายังคงค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว
ตอนนี้สีหน้าของมหาบุรุษชือหยางเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ เขาไม่คิดว่าเรื่องจะพัฒนามาถึงขั้นนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับความตาย หลี่ลี่ก็ไม่เคยยอมแพ้ ในวินาทีสุดท้ายยังใช้พลังทั้งหมดโจมตีเพื่อขัดขวางเขา แล้วหนีเข้ามาในถ้ำสายลมนี้
มหาบุรุษชือหยางใช้พลังปกป้องร่างกายพลางไล่ตามมาสุดกำลัง เขายังไม่ทันได้ทรมานทั้งสองคน แน่นอนว่าไม่อยากให้พวกเขาถูกสายลมฉีกร่างเร็วขนาดนี้ ในใจของเขาคิดว่าการตายแบบนี้ง่ายเกินไปสำหรับทั้งสองคน
ในถ้ำสายลมนี้ ผู้ที่สบายที่สุดคงเป็นหลิวเหมยเอ๋อร์นางอยู่ในอ้อมกอดของหลี่ลี่ดวงตาจับจ้องมองเขาไม่กะพริบ ราวกับทุกสิ่งรอบข้างไม่เกี่ยวข้องกับนางเลย
แม้ว่าหลี่ลี่จะใช้กำลังทั้งหมดที่มีก็ไม่อาจขยับได้แม้แต่ก้าวเดียว รอบข้างยังคงเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจุดที่จะยึดเกาะร่างกายไว้ได้ หลี่ลี่จำใจต้องหยิบอาวุธวิเศษสองเล่มออกมาจากถุงเก็บของ แล้วปักลงบนพื้นเพื่อยึดตัวไว้ ส่วนคฑาคู่มังกรหลี่ลี่โยนทิ้งไปข้างนอกตั้งแต่แรกแล้ว เพราะชีวิตสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด