เทพยุทธ์เจ้าโลกา - บทที่ 23 สังหารเป็นครั้งแรก
บทที่ 23 สังหารเป็นครั้งแรก
หลี่ลี่เผยสีหน้าเย็นชา แม้แต่ตัวเขาก็คาดไม่ถึงว่าวิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์จะต้านทานผู้ฝึกยุทธ์ได้
วิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์ที่ดูดซับพลังจากศิลาเทวาลัยจำนวนมาก ยังคงไม่สามารถบรรลุถึงระดับที่สอง “แปรผันโลหิต” ได้ หลี่ลี่รู้ดีว่าวิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์นั้นไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่คิดว่าจะน่ากลัวขนาดนี้
ตอนแรกเหอวั่นรู้สึกเหลือเชื่อ จากนั้นก็คำรามลั่น “ข้าไม่ยอม! ข้าไม่ยอม! ข้ายังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมด ข้าเพิ่งใช้พลังไปแค่ห้าส่วน เพิ่งจะเพิ่มเป็นเจ็ดส่วนทีหลัง หลี่ลี่ หลี่ลี่ เจ้ามันปีศาจ เจ้าหลอกข้า เจ้ากล้าหลอกข้า!”
“หลอกเจ้า? หลอกเจ้าเรื่องอะไร?” หลี่ลี่ยืนอยู่ที่เดิม พร้อมตั้งรับอย่างระแวดระวัง ไม่ได้ผ่อนคลายความระแวดระวังแม้แต่น้อย
“พลังของเจ้าแข็งแกร่งขนาดนั้น แต่กลับแสร้งทำเป็นเพียงอยู่ในวิถีแปรผันวิญญาณยุทธ์ระดับต่ำ จ-เจ้าอย่าอยู่เป็นสุขเลย!”
หลี่ลี่โกรธจนแทบคลั่ง คนผู้นี้ช่างไร้ยางอายเสียจริง ถึงขั้นนี้แล้ว ยังไม่ยอมคุกเข่าขอความเมตตา กลับยังมาด่าเขาอีก
ด้วยความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์ของเหอวั่น การสังหารเขาซึ่งเป็นเพียงมือใหม่อย่างการแปรผันวิญญาณยุทธ์ระดับสี่นั้นเป็นเรื่องง่ายดาย หากไม่ได้วิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์ช่วยไว้ เขาคงตายแล้วถูกเหอวั่นถลกหนังไปแล้วก็ได้
“เจ้าสิไปตาย เจ้าไปตายซะ!”
หลี่ลี่ใช้วิชาฤทธิ์เทพมังกรสวรรค์ โจมตีออกไปด้วยหมัดอีกหมัดเดียว
แรงปะทะทำให้เหอวั่นได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาต้องการหลบหนี ทว่าเส้นเอ็นและกระดูกทั่วร่างกายหักไปมากแล้ว ไม่อาจหนีได้ทัน ถูกหมัดเดียวของหลี่ลี่ทำลายล้างจนสิ้นซาก
เมื่อเห็นศีรษะที่แตกเป็นเสี่ยง ๆ ของเหอวั่น และเลือดที่เปรอะเปื้อนมือ หลี่ลี่ก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก
เขาวิ่งไปล้างมือที่แหล่งน้ำใกล้เคียง ก่อนจะจากไปทันที
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาฆ่าคน ยิ่งจากไปเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี จนลืมคิดถึงเรื่องทำลายศพ
หลังจากกลับมาถึงกระโจมของตนแล้ว เขาถึงนึกถึงผลลัพธ์จากการฆ่าเหอวั่น
หากมีใครรู้ว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้อยู่ในกระโจม เขาจะแก้ตัวอย่างไรไหว ถูกจับได้คาหนังคาเขาแน่ ไม่ได้การ ต้องหาวิธีแก้ไข
ชายหนุ่มไปที่ลานบ้านของเฉินหลงด้วยการปีนกำแพงเข้าไป แล้วเคาะประตูเบา ๆ
เฉินหลงก็เป็นผู้แปรผันวิญญาณยุทธ์เช่นกัน แม้จะระดับต่ำ แต่เมื่อได้ยินเสียงก็ตื่นขึ้นทันที
“ข้าเอง พี่ใหญ่ของเจ้า อย่าส่งเสียงดัง” เฉินหลงรีบเปิดประตู ต้อนรับหลี่ลี่เข้ามา
หลี่ลี่ไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอร้องให้เฉินหลงช่วยเหลือ โดยบอกว่าเมื่อคืนอยู่กับเขาตลอด
หลังจากฟังจบ เฉินหลงก็ตอบตกลงทันที “เจ้าบอกว่าเมื่อคืนอยู่ฝึกวิชากับข้า งั้นตอนนี้รีบบอกประสบการณ์การฝึกวิชามาสิ”
หลี่ลี่เข้าใจดี นี่คือการที่เฉินหลงยอมตายเพื่อปกป้องเขา แม้จะถูกสอบสวนอย่างหนัก เขาก็จะยืนยันว่าทั้งสองฝึกวิชาด้วยกันเมื่อคืน
หลี่ลี่รู้สึกว่าวิธีนี้ใช้ได้ดี อีกอย่าง ลูกศิษย์ทุกคนล้วนเป็นมือใหม่ระดับแปรผันวิญญาณยุทธ์ จะไปฆ่าเหอวั่นได้อย่างไร? แม้เรื่องนี้จะถูกสอบสวน ก็ไม่น่าจะมาเค้นสอบพวกเขา เพราะยังไงพวกเขาก็เป็นลูกศิษย์ เป็นอนาคตของสำนักหมิงเยว่
ยิ่งไปกว่านั้น เหอวั่นเป็นเพียงอาจารย์ของสำนักล่าง คงไม่มีใครทำเรื่องใหญ่โตเพื่อเขาหรอก
ด้วยการคาดการณ์ว่าสำนักหมิงเยว่คงไม่สืบสวนอย่างจริงจัง เขาถึงกล้าให้เฉินหลงช่วยปกปิด
หลี่ลี่ถ่ายทอดประสบการณ์ให้เฉินหลงเล็กน้อย เขาก็เรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว คิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ หลี่ลี่จึงตัดสินใจถ่ายทอดประสบการณ์ให้เขาอย่างจริงจัง เพื่อให้เฉินหลงก้าวหน้าเร็วขึ้น
พอฟ้าสาง เกาเสี่ยวตงก็มา เขาพักอยู่ห้องข้าง ๆ เฉินหลง ทุกเช้าตรู่จะมาตามเฉินหลงไปฝึกวิชาด้วยกัน จากนั้นก็ไปกินข้าวด้วยกัน วันนี้ก็เช่นกัน
เฉินหลงเปิดประตู เกาเสี่ยวตงเห็นหลี่ลี่อยู่ที่นี่ก็ประหลาดใจมาก “อ๊ะ พี่ใหญ่หลี่มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงหรือขอรับ?”
เฉินหลงยิ้ม “อิจฉาละสิ! เมื่อคืนพี่ใหญ่หลี่มาสอนข้าฝึกวิชา ข้าก้าวหน้าไปไม่น้อยเลยล่ะ! ฮ่า ๆ ต่อไปพี่ใหญ่ไปสำนักกลางแล้ว อย่าคิดว่าข้าจะยอมให้รังแกง่าย ๆ ล่ะ”
เกาเสี่ยวตงพยักหน้าหงึก ๆ ในเมื่อหลี่ลี่กำลังจะไปแล้ว ย่อมต้องถ่ายทอดวิชาให้เฉินหลง ผู้สืบทอดคนนี้เป็นธรรมดา ไม่ใช่เรื่องแปลก เขาจึงไม่ได้คิดอะไรมาก
หลี่ลี่ไม่มีกะจิตกะใจจะฝึกวิชาในตอนกลางวัน เขาไปที่หอหมื่นตำราเพื่อค้นคว้าข้อมูลบางอย่าง และก็เป็นจริงดังคาด หุบเขาอาวุธไร้ค่ามีไว้สำหรับเป็นค่ายกลป้องกัน
ค่ายกลป้องกันนี้สามารถป้องกันผู้ฝึกยุทธ์ระดับต่ำได้ แต่ถ้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งกว่านั้นก็ไม่อาจต้านทานได้
สำนักนอกล้วนเป็นมือใหม่ระดับแปรผันวิญญาณยุทธ์ แม้จะมีศัตรูบุกโจมตีจริง ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านหุบเขาอาวุธไร้ค่ามาได้ ย่อมไม่ลดตัวลงมารังแกเด็ก ๆ เหล่านี้ ดังนั้นค่ายกลป้องกันของหุบเขาอาวุธไร้ค่าจึงเพียงพอแล้ว
ในตอนบ่าย มีลูกศิษย์คนหนึ่งไปเที่ยวเล่นนอกหุบเขาอาวุธไร้ค่า แล้วพบศพของเหอวั่นเข้า จึงเกิดความโกลาหลไปทั่วสำนักล่าง
ต่อมาได้มีการสืบสวนติดต่อกันเป็นเวลาสามวัน หลี่ลี่เคยมีเรื่องบาดหมางกับเหอวั่น เรื่องนี้เป็นที่รู้กันดีในหมู่ลูกศิษย์กลุ่มที่หนึ่ง ดังนั้นหลี่ลี่จึงถูกสอบสวนอย่างละเอียด
ท่านอาจารย์ใหญ่หลิวชิงไห่เป็นผู้สอบสวนเขาด้วยตนเอง และตรวจสอบระดับพลังของเขาด้วย
หลี่ลี่ซ่อนระดับพลังไว้ที่การแปรผันวิญญาณยุทธ์ระดับสาม วิหารแห่งราตรีอยู่ในทะเลวิญญาณของเขา ไม่มีใครล่วงรู้ได้ หลิวชิงไห่รู้สึกทึ่งกับร่างกายของหลี่ลี่เป็นอย่างมาก จึงถามว่าทำไมร่างกายของเขาถึงแข็งแกร่งเช่นนี้ เส้นเอ็นและกระดูกก็แข็งแรงใหญ่โต
และเพราะแบบนี้ เขาจึงเล่าเรื่องที่เคยกลืนผลไม้แปลก ๆ ตอนเด็ก ๆ ออกไป
“โอ้ โชคชะตานำพา! ผลไม้ที่เจ้ากลืนเข้าไป อาจเป็นผลไม้สวรรค์ มีสรรพคุณในการเปลี่ยนแปลงร่างกาย ชำระล้างไขกระดูกและเส้นเลือด เจ้าช่างเป็นอัจฉริยะจริง ๆ!”
หลิวชิงไห่กล่าวชื่นชมด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง
การที่ปรากฏอัจฉริยะในสำนักล่าง เมื่อเขารายงานขึ้นไป ก็เพียงพอที่จะลบล้างความผิดพลาดที่ปล่อยให้เหอวั่นถูกฆ่าตายได้
“หลี่ลี่ เจ้าต้องตั้งใจฝึกฝน ตอนนี้เจ้าอยู่ในระดับสูงสุดของการแปรผันวิญญาณยุทธ์ระดับสามแล้ว สามารถทะลวงสู่ระดับสี่ได้ทุกเมื่อ หากเป็นเช่นนี้ ฝึกฝนที่สำนักล่างไม่ถึงหนึ่งเดือน ก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นอัจฉริยะของสำนักกลางแล้ว เจ้าต้องทำให้ได้ เริ่มจากการปิดประตูฝึกฝน ไม่บรรลุระดับสี่ ห้ามออกจากประตูฝึกฝน ได้ยินหรือไม่?”
เหอวั่นถูกมือดีฆ่าตายจนแหลกละเอียด แถมไม่มีร่องรอยของผู้ฝึกยุทธ์จากภายนอกบุกเข้ามา หลิวชิงไห่จึงคิดว่าต้องเป็นฝีมือของอาจารย์ในสำนักอย่างแน่นอน ไม่ได้สงสัยลูกศิษย์แม้แต่น้อย ต่อให้หลี่ลี่จะเป็นอัจฉริยะแค่ไหน ระดับพลังก็ยังห่างไกลจากผู้ฝึกยุทธ์นัก
“แต่ว่า… การประลองจัดอันดับกลุ่มที่หนึ่ง แม้จะเลื่อนออกไปสามวัน แต่ข้าก็ยังต้องเข้าร่วม! เพื่อเกียรติของกลุ่มที่หนึ่ง …”
หลิวชิงไห่หัวเราะลั่น “ข้าจะประกาศให้กลุ่มที่หนึ่งของเจ้าได้ที่หนึ่ง เจ้าไม่ต้องเข้าร่วมแล้ว แล้วเดี๋ยวข้าจะไปเป็นอาจารย์ประจำกลุ่มที่หนึ่งให้ด้วย สิ่งที่เจ้าต้องทำตอนนี้คือทะลวงสู่ระดับสี่โดยเร็วที่สุด นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด”
หลี่ลี่พึมพำ “ศิษย์ยังไม่อยากจากเพื่อน ๆ ในกลุ่มที่หนึ่ง ไม่อยากจากสำนักล่างเร็วขนาดนี้”
ได้ยินเช่นนั้น หลิวชิงไห่ก็ตวาด “เจ้าช่างไม่ทะเยอทะยานเอาเสียเลย! ไม่อยากเป็นผู้ฝึกยุทธ์เร็ว ๆ หรือ? อาจารย์เหอวั่นป่วยตาย เรื่องนี้ข้าจะประกาศให้คนทั้งสำนักล่างทราบในอีกสักครู่ ตอนรายงานขึ้นไป จะส่งผลเสียต่อการประเมินสำนักล่างของเรา หากเจ้าสามารถสร้างสถิติเลื่อนระดับเร็วที่สุดของสำนักล่างได้ เบื้องบนก็จะมีความสุข นี่เป็นเกียรติของสำนักล่างทั้งสำนัก! เจ้าต้องพยายามให้เต็มที่”
หลี่ลี่ถึงเข้าใจความตั้งใจของหลิวชิงไห่ ดูเหมือนเขาจะคิดว่าเหอวั่นถูกฆ่าตายเพราะการแย่งชิงอำนาจภายในของอาจารย์ เขาเองก็ไม่อยากให้เรื่องบานปลาย จึงเลือกที่จะทำให้เรื่องนี้เงียบลง
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงแสดงสีหน้าดีใจออกมา “ศิษย์รับคำสั่ง จะต้องทะลวงสู่ระดับสี่ให้ได้ภายในสองสามวันนี้!”
“ดี หากมีข้อเรียกร้องอะไร ก็ว่ามาได้เลย หากเป็นเม็ดยาเสริมพลัง ต้องการเท่าไหร่ก็ว่ามา แต่อย่างมากเจ้าสามารถกินได้แค่สิบห้าเม็ด คาดว่าเจ้าคงกินไปบ้างแล้วใช่ไหม?”
“ฮ่าๆ ศิษย์กินไปแล้วขอรับ ศิษย์อยากไปฝึกฝนที่ภูเขาหลังสำนัก จะไม่ออกมาจนกว่าจะถึงระดับสี่ อย่างมากก็สามวันสามคืน ก็น่าจะเลื่อนขั้นได้ แต่เพื่อน ๆ ยังไม่มีใครได้กินเลย! ขอรบกวนท่านอาจารย์มอบเม็ดยาเสริมพลังร้อยเม็ด เพื่อให้ข้าได้ไปรายงานตัวที่สำนักกลางอย่างสบายใจ มิเช่นนั้นจะกังวลเรื่องเพื่อนฝูง ฝึกฝนไปก็ไม่มีสมาธิ คงไม่อาจเลื่อนขั้นได้”
หลิวชิงไห่อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะลั่น “เจ้านี่มันเด็กเจ้าเล่ห์จริง ๆ ยังไงซะข้าก็เป็นอาจารย์ประจำกลุ่มที่หนึ่งของพวกเจ้า หากมีผลงาน เกียรติยศก็ตกเป็นของข้าด้วย เม็ดยาเสริมพลังร้อยเม็ดมันมากเกินไป เอาเก้าสิบเม็ดก็แล้วกัน!”