เทพยุทธ์เจ้าโลกา - บทที่ 247 ตั้งใจจะเปลี่ยนเจ้าให้เป็นสตรีที่แท้จริง
บทที่ 247 ตั้งใจจะเปลี่ยนเจ้าให้เป็นสตรีที่แท้จริง
การกระทำของหลี่ลี่ไม่เพียงทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามสงสัย แม้แต่อ้วนเฒ่าก็งุนงง แม้หลี่ลี่จะแผ่พลังกดดันออกมาจนแสดงให้เห็นว่าเป็นยอดฝีมือระดับขอบเขตรูปลักษณ์แต่อ้วนเฒ่าก็ไม่อาจเชื่อได้
เพียงผู้คุมเล็กๆคนหนึ่ง จากขอบเขตพลังเหยาจิ้น พัฒนาขึ้นมาถึงขอบเขตพลังชุ่นจิ้นก็น่าตกใจแล้ว แต่เพียงไม่กี่เดือนกลับขึ้นถึงขอบเขตรูปลักษณ์ฉีสิง ต่อให้ฆ่าอ้วนเฒ่าตาย เขาก็ไม่กล้าเชื่อว่านี่คือความจริง
อ้วนเฒ่ารู้ดีว่าแม้แต่ตัวเขาเองถ้าต้องต่อสู้กับลูกน้องทั้งสาม ก็ไม่กล้าหยิ่งผยองใช้นิ้วเดียวรับการโจมตีรวมพลังของทั้งสาม
“ไอ้หนู เจ้าหยิ่งผยองเกินไปแล้ว ไปตายซะ!”
“ฮ่าๆ ยังจะพยายามขู่คนอีก ไอ้หนู เจ้าช่างไร้เดียงสา”
“รอข้าใช้ไฟอินย่างเจ้าเป็นเนื้อแห้ง ไอ้หนู ข้าจะดูว่าเจ้ายังจะตลกได้อีกไหม”
ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามหัวเราะเยาะ แต่ก็ไม่ได้ประมาท สายตาทั้งสามคู่จ้องมองหลี่ลี่แน่วนิ่ง พร้อมกับปล่อยปราณยุทธ์ออกมาอย่างบ้าคลั่งเสริมการโจมตี
“ฮึ!” เผชิญกับคำเยาะเย้ยของทั้งสาม หลี่ลี่เพียงแค่แค่นเสียงเย็นชา
พร้อมกับเสียงแค่นหัวเราะเย็นชาของหลี่ลี่ทุกอย่างพลันเปลี่ยนแปลงในทันที แม้จะเป็นเพียงนิ้วมือเดียว แต่ในชั่วพริบตานิ้วนั้นก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด จนมีขนาดเท่ากับตัวบ้าน
แน่นอนว่าไม่ใช่นิ้วมือของหลี่ลี่ที่ขยายใหญ่ขึ้น แต่เป็นพลังปราณยุทธ์อันทรงพลังที่พุ่งทะยานออกมา รวมตัวกันเป็นรูปร่างคล้ายนิ้วมือจริงๆ
ตูม!
เสียงระเบิดดังขึ้น ทันใดนั้นฟ้าดินก็เปลี่ยนสี ปราณยุทธ์รอบข้างถูกดึงดูดเข้ามาทั้งหมด เมฆดำก่อตัวขึ้นในพริบตาปกคลุมพื้นที่รัศมีหลายสิบจั้ง เสียงฟ้าร้องคำรามก้อง เมฆดำเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ราวกับมีพลังอันแข็งแกร่งบางอย่างกำลังปั่นป่วนท้องฟ้าทั้งใบ
โครม!
เมฆดำเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ ก็หยุดนิ่ง แล้วราวกับท้องฟ้าถูกทะลวงทะลุ ตรงกลางเมฆดำที่บดบังฟ้าดินเกิดเป็นช่องว่างมหึมา จากนั้นปราณยุทธ์โดยรอบก็รวมตัวกันอย่างบ้าคลั่ง กลายเป็นนิ้วหัวแม่มือขนาดยักษ์เหมือนกับนิ้วหัวแม่มือของหลี่ลี่ไม่มีผิด
นิ้วมือค่อยๆ กดลงมา เสียงดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินสั่นสะเทือนรุนแรงราวกับจะถล่มทลายได้ทุกเมื่อ
ดูเหมือนจะเคลื่อนที่ช้าๆ แต่นิ้วมือนี้เคลื่อนที่เร็วมาก เพียงชั่วกะพริบตาก็รวมเป็นหนึ่งเดียวกับนิ้วมือที่เกิดจากพลังปราณยุทธ์ของหลี่ลี่มองจากระยะไกลการโจมตีครั้งนี้ไม่เหมือนฝีมือของหลี่ลี่แต่เหมือนนิ้วมือที่ยื่นลงมาจากสวรรค์ชั้นที่เก้า
เอ๊ะ!
ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามสีหน้าเปลี่ยนไปหลายครั้ง ตอนนี้ไม่ใช่แค่ตกตะลึง แต่หวาดกลัวอย่างแท้จริง ภายใต้แรงกดดันของนิ้วหัวแม่มือนี้ พวกเขารู้สึกว่าตัวเองช่างเล็กจ้อยเหลือเกิน เล็กยิ่งกว่ามด การสังหารพวกเขาด้วยนิ้วนี้ง่ายดายราวกับบดขยี้มดสักตัว
“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ นี่ต้องเป็นภาพลวงตา ต้องเป็นภาพลวงตาแน่ๆ”
“หลอกกัน นี่ต้องเป็นการหลอกลวงแน่ๆ”
ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามตะโกนด้วยความหวาดกลัว แต่ความรู้สึกนี้ช่างสมจริงจนพวกเขาต้องเชื่อ แม้ปากจะตะโกนว่าไม่เชื่อ แต่จิตใจปั่นป่วน พลังชุ่นจิ้นในร่างกายก็แปรปรวนอย่างรุนแรง
ปั๊บ!
พลังชุ่นจิ้นไม่มั่นคงพอ ไฟอินหมู่บนคบไฟก็ดับวูบ ด้ามไม้ก็สลายตัวอย่างรวดเร็ว
ผู้ฝึกยุทธ์อีกสองคนก็หวาดกลัวสุดขีด ไม่เพียงร่างกายหยุดชะงักโดยไม่ตั้งใจ พลังชุ่นจิ้นที่โจมตีออกไปก็แปรปรวนและสลายตัวอย่างรวดเร็ว
“พวกเจ้าทั้งสามคนต้องรักษาจิตใจให้มั่น นี่เป็นแค่การหลอกลวง แรงกดดันทั้งหมดล้วนเป็นการหลอกลวง” ตอนนี้ท่านอ้วนที่อยู่ห่างออกไปก็รู้สึกถึงแรงกดดันอันทรงพลังที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ เห็นผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามตะโกนด้วยความหวาดกลัว จึงรีบเตือนทันที แต่ตอนนี้เขารู้ดีว่าการช่วยเหลือเป็นไปไม่ได้แล้ว หากบุ่มบ่ามเข้าไปในการสังหารของหลี่ลี่แม้จะรับประกันได้ว่าจะถอยออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่หลี่ลี่ก็ยังมีกำลังเหลือพอที่จะลอบโจมตี เขาไม่โง่พอที่จะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพื่อลูกน้องทั้งสามคน
ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามได้ยินคำเตือนจากนายของตน แต่ความกลัวฝังลึกในใจแล้ว ชั่วขณะนั้นจะปรับตัวได้อย่างไร
โครม!
เสียงฟ้าผ่าดังก้องบนท้องฟ้า ทันใดนั้นผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามก็ตกใจจนตัวสั่น ปราณยุทธ์ที่ห่อหุ้มร่างกายแทบจะหายไปหมด
ในตอนนั้นเอง ร่างของหลี่ลี่พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วราวกับภูติผี มือขวาปัดเบาๆ แม้แต่ร่างกายของทั้งสามคนก็ไม่ได้แตะต้อง
ดูเหมือนจะสบายๆ แต่ท่านอ้วนมองเห็นได้ชัดเจน มือทั้งสองของหลี่ลี่สั่นไหวต่อเนื่องราวกับดีดพิณ พลังปราณยุทธ์พุ่งออกมาเป็นหลายสายคล้ายหนามแหลม ทะลวงผ่านปราณยุทธ์ที่ห่อหุ้มร่างของผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามอย่างไร้สุ้มเสียง แทงเข้าไปในร่างกายของพวกเขา
ในตอนนั้นเอง เมฆดำบนท้องฟ้าก็หายไปอย่างกะทันหัน ทุกอย่างกลับสู่ความสงบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อน
พรวด!
ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งพลันพ่นเลือดออกมา ตามด้วยอีกสองคนที่ทำเช่นเดียวกัน ในพริบตา ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามมีเลือดไหลออกจากทั้งเจ็ดช่อง มองดูแล้วราวกับยมทูตลงมาจากสวรรค์ น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
“เจ้าใช้วิชายุทธ์อะไรกัน เจ้าไม่ได้ใช้วิชาไม้เขียว เจ้าไม่ใช่ศิษย์สำนักไม้ยักษ์ เจ้าเป็นใครกันแน่” แม้ทุกอย่างจะเงียบสงัด แต่
ท่านอ้วนก็มีวรยุทธ์ระดับขอบเขตรูปลักษณ์หูตาว่องไว เขารู้ชัดว่าผู้ฝึกยุทธ์ทั้งสามคนถูกหลี่ลี่โจมตีจนเส้นลมปราณขาดสะบั้น จุดชี่ไห่แตกละเอียด แม้แต่วิญญาณก็ถูกทำลายในสมอง ไม่มีใครสามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้
ท่านอ้วนเบิกตากว้าง สูดหายใจลึกติดต่อกันสามครั้ง ร่างกายพองขึ้นทันทีสามนิ้ว พลังอำนาจก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน
“เจ้าแข็งแกร่งกว่าลูกน้องทั้งสามของเจ้ามาก รู้ว่าหากหนีตอนนี้ต้องตายแน่ ถ้าเช่นนั้นข้าจะบอกให้ ข้าชื่อหลงเสี่ยวเทียน ผู้ที่ชำนาญการสังหารศิษย์สำนักไม้ยักษ์” หลี่ลี่ยิ้มน้อยๆ พลางกล่าวกับท่านอ้วนที่กำลังคับขันนี้
“หลงเสี่ยวเทียน” เมื่อได้ยินชื่อที่หลี่ลี่แต่งขึ้นมา ใบหน้าท่านอ้วนก็แสดงความตกใจทันที ในฐานะผู้ดูแลศิษย์ชั้นใน เขาย่อมรู้เรื่องศิษย์ตระกูลมังกรอย่างหลงเอ่าเทียนและหลงฉิงเทียนดี ดังนั้นชื่อที่หลี่ลี่แต่งขึ้นมาจึงทำให้เขานึกเชื่อมโยงไปถึงพวกนั้น
“ใช้พลังกดดันระดับขอบเขตรูปลักษณ์เต็มกำลังเพื่อข่มขู่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับขอบเขตพลังแล้วจู่โจมทันที หลงเสี่ยวเทียน เจ้าช่างไม่สมควรเรียกตัวเองว่าฝึกฝนยุทธ์ การกระทำต่ำช้าเช่นนี้เป็นการดูหมิ่นฝึกฝนยุทธ์ ข้าเห็นวรยุทธ์เจ้าก็แค่นี้ แต่ข้าจะบอกให้ว่า วิธีต่ำช้าของเจ้าไม่มีทางทำอะไรข้าได้” ท่านอ้วนพูดเย็นชา
“สามผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงสุดของขอบเขตพลังร่วมมือกันโจมตีผู้ฝึกยุทธ์ระดับขอบเขตพลังนั่นเรียกว่าเที่ยงธรรมหรือ หากข้าไม่มีวรยุทธ์ระดับขอบเขตรูปลักษณ์ตอนนี้คนตายคงเป็นข้าแล้ว! ไอ้อ้วน กลัวแล้วหรือ วางใจเถอะ ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า ผังหยวนหยวน ชื่อเจ้าดีนัก ข้าตั้งใจจะเปลี่ยนเจ้าให้เป็นสตรีที่แท้จริง” หลี่ลี่หัวเราะพลางกล่าว
“ไอ้ชั่ว เจ้าคิดว่าข้ากลัวเจ้าหรือ เมื่อเจอข้าเข้าแล้ว วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้า เอาหัวเจ้าแลกอนาคตของข้า” ท่านอ้วนเกลียดที่สุดคือการที่คนอื่นล้อชื่อของตน คำพูดของหลี่ลี่แหย่เข้าไปในจุดอ่อน ทำให้เขาโกรธจัด
ในระดับและวรยุทธ์เดียวกัน ท่านอ้วนไม่กลัวหลี่ลี่ที่มีวรยุทธ์ระดับขอบเขตรูปลักษณ์เช่นกันเลย
“กำแพงกุหลาบ!”
เสียงคำรามต่ำดังขึ้น ร่างของท่านอ้วนสั่นสะท้านทั้งตัว จากนั้นมือทั้งสองข้างโค้งงอเล็กน้อย ประกบเข้าหากันจากด้านข้างเข้าสู่ตรงกลาง พลังยุทธ์พุ่งออกมากลายเป็นหมอกสีเขียวเข้ม และรวมตัวอย่างรวดเร็วตามการเคลื่อนไหวของมือทั้งสอง
พลังยุทธ์รวมตัวเป็นอาวุธในมือท่านอ้วนอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นอาวุธนั้น หลี่ลี่กลับไม่อาจยิ้มออก
อาวุธของท่านอ้วนเป็นห่วงคู่ ตัวห่วงไม่มีอะไรพิเศษ แต่สิ่งพิเศษคือบนห่วงทั้งสองเต็มไปด้วยหนามแหลมที่เปล่งประกายเจ็ดสี หนามเหล่านี้มีทั้งยาวและสั้น ดูเหมือนไร้ระเบียบ แต่หากใช้ให้ถูกวิธีก็สามารถทั้งโจมตีและป้องกันได้ ที่ร้ายกาจที่สุดคือเมื่อประกบมือเข้าหากัน อาวุธใดๆ ก็คงหนีไม่พ้นการขัดขวางของหนามแหลมหลายสิบคู่ที่ไขว้กัน
แน่นอน สิ่งที่ทำให้หลี่ลี่กังวลที่สุดคือประกายเจ็ดสีบนหนามเหล่านี้ อาวุธที่ชุบพิษไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แม้จะยุ่งยากหน่อย เมื่อต่อสู้ครั้งหนึ่ง ปราณยุทธ์ที่ไหลเวียนจะชะล้างพิษบนอาวุธจนหมด แต่ประสิทธิภาพก็ชัดเจน แต่ท่านอ้วนผู้นี้ช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก หนามแต่ละอันมีพิษต่างชนิดกัน เมื่อถูกร่างกาย พิษจะผสมกันกลายเป็นพิษชนิดใหม่ แม้มียาถอนพิษก็คงทนไม่ไหว
เพราะหนามเคลือบพิษหลากชนิด กำปั้นคู่นี้จึงเปล่งประกายเจ็ดสี มองแต่ไกลแสงระยิบระยับราวกับกุหลาบเจ็ดสี
“หลงเสี่ยวเทียน ไม่ต้องพูดมาก ลองชิมรสกำปั้นทำลายของข้าก่อนเถอะ!” ท่านอ้วนคำรามก้อง มือซ้ายยื่นไปข้างหน้าป้องกันหน้าอก มือขวายกขึ้นระดับหู ร่างพุ่งเข้าใส่หลี่ลี่อย่างรวดเร็ว
การประลองระดับขอบเขตรูปลักษณ์นอกจากทดสอบความแยบยลของวิชายุทธ์แล้ว ยังทดสอบความแข็งแกร่งของอาวุธด้วย เพราะถึงระดับนี้ ต่างก็ใช้พลังยุทธ์ แม้วิชาจะต่างกัน แต่พลังก็ไม่ต่างกันมาก
แน่นอน นี่เป็นเพียงการเปรียบเทียบ หากมีวิชาที่แข็งแกร่งกว่า พลังโจมตีของพลังยุทธ์ก็จะยิ่งมหาศาล น่าเสียดายที่วิชาแข็งแกร่งเช่นนั้นไม่อาจถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้ง่ายๆ ในผู้ฝึกยุทธ์ระดับขอบเขตรูปลักษณ์ร้อยคน คงหาคนที่ฝึกฝนวิชาแข็งแกร่งได้ไม่ถึงหนึ่ง
“โล่แสงพร่างพราย!”
ขณะที่ท่านอ้วนรวบรวมอาวุธ หลี่ลี่ก็ไม่กล้าประมาท แม้โอกาสชนะด้วยวิชายุทธ์จะมีมาก แต่เสียงต่อสู้เมื่อครู่ก็ดังมาก แม้ที่นี่จะเป็นเขตสำนักระดับล่างแต่ก็ไม่แน่ว่าจะไม่มีมหาบุรุษหรือขอบเขตอาคมผู้อาวุโสของสำนักไม้ยักษ์ผ่านมา หากปลุกผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงของสำนักไม้ยักษ์เหล่านี้ แม้แต่การหนีก็คงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นหลี่ลี่จึงต้องจบเรื่องให้เร็ว
มือทั้งสองขนานกับลำตัว พลังยุทธ์ในร่างพุ่งออกมาทั้งหมด ชั่วพริบตา โล่แสงพร่างพรายก็ก่อตัวขึ้นตรงหน้าหลี่ลี่จากนั้นก็ติดอยู่บนหลังมือขวาของเขา
เท้าทั้งสองแตะพื้น หลี่ลี่ไม่ถอยแต่รุก ใช้วิชาเงามืด พุ่งเข้าใส่ท่านอ้วนอย่างรวดเร็วเช่นกัน