เทพยุทธ์เจ้าโลกา - บทที่ 44 การแปรผันวิญญาณยุทธ์ระดับแปด
บทที่ 44 การแปรผันวิญญาณยุทธ์ระดับแปด
หลี่ลี่ก้าวออกจากที่ซ่อน เดินทางอย่างรวดเร็วไปยังที่ห่างไกล
เมื่อบรรลุระดับแปดพลัง การรับรู้ของร่างกายก็แข็งแกร่งขึ้น ความเร็วของหลี่ลี่ก็เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
พลังปราณคือรากฐาน วิชายุทธ์คือหนทาง ในเมื่อตอนนี้ได้ก้าวสู่ระดับแปด หลี่ลี่จึงต้องตามหาสมุนมารมาต่อสู้ เพื่อตรวจสอบข้อบกพร่องของวิทยายุทธ์ และฝึกฝนพลังต่อสู้ของตนเอง
เพียงชั่วครู่ ลมปราณชั่วร้ายก็พัดมาแต่ไกล สมุนมารก็มุ่งหน้ามาที่นี่เอง
หลี่ลี่อยู่เพียงลำพัง แถมพลังที่แสดงออกมาก็ไม่สูงนัก เป็นอาหารอันโอชะของสมุนมารเหล่านี้ สมุนมารตนใดเล่าจะต้านทานสิ่งล่อใจเช่นนี้ได้
แต่ครั้งนี้ ลมปราณชั่วร้ายที่พัดมานั้น หลี่ลี่รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าแตกต่างออกไป ไม่เพียงแต่รุนแรงกว่าเดิม แต่จำนวนสมุนมารในนั้นยังมีมากถึงสามสิบตัว
เมื่อวานนี้หลังจากต่อสู้มาทั้งวัน หลี่ลี่ก็ได้สังหารสมุนมารเทียบเท่าระดับหกไปหลายพันตัว กลุ่มสมุนมารที่ใหญ่ที่สุดที่เคยเจอก็มีเพียงยี่สิบสองตัว เห็นได้ชัดว่าการมีมากกว่าสามสิบตัวนั้นต้องมีบางอย่างพิเศษ
ลมปราณชั่วร้ายพัดเข้ามาอย่างรวดเร็ว หลี่ลี่ก็เห็นความแตกต่าง ในบรรดาสมุนมารสามสิบตัวนั้น ยังมีสมุนมารที่มีส่วนหัวและร่างกายส่วนบนเป็นมนุษย์ถึงแปดส่วน
หลี่ลี่เคยพบกับสมุนมารระดับเจ็ด แต่มีเพียงส่วนหัวที่รวมตัวกันเป็นรูปร่างมนุษย์เท่านั้น แต่ตอนนี้ กลัวว่าจะต้องมีพลังระดับแปดอย่างน้อย
หลี่ลี่ก็อดไม่ได้ที่จะระแวดระวังในใจ
พื้นที่ทดสอบหมายเลขหกของสำนักกลาง ปรากฏสมุนมารระดับแปด แสดงว่ามีคำอธิบายเดียว สมุนมารตัวนี้คือหัวหน้าเล็ก ๆ ของพื้นที่หมายเลขหกนี้
“ฮ่า ๆ ๆ พวกเจ้า ไปยืดเส้นยืดสายเสียหน่อยซี่” เมื่อเห็นหลี่ลี่ ในดวงตาของจ่าฝูงก็เปล่งประกายดูถูกเหยียดหยาม ไม่คิดจะลงมือเอง
“พวกเรารีบขึ้นไป เล่นงานมันให้ตาย” สมุนมารกรูกันเข้ามา
จัดการตัวเล็ก ๆ ก่อน จากนั้นจึงสู้กับจ่าฝูงสมุนมารที่มีพลังอย่างน้อยระดับแปด เพื่อฝึกฝนวิทยายุทธ์ของตนเอง นี่ตรงกับความต้องการของหลี่ลี่พอดี
หลี่ลี่ยิ้มอย่างเฉยเมย สูดหายใจเข้าลึก ๆ ระงับพลังไว้ที่ระดับหก ไม่ใช้กระบี่ต่อสู้ ใช้หมัดเก้าทลายที่คุ้นเคยที่สุดเข้าต่อสู้ก่อน
ลมปราณชั่วร้ายพัดเข้ามา สมุนมารตัวหนึ่งส่งเสียงแหลมพร้อมกับแกว่งแขนที่มีกรงเล็บแหลมคม พุ่งตรงไปที่หลี่ลี่
หลี่ลี่เห็นดังนั้นก็ไม่หลบหลีก ยืนนิ่งอยู่กับที่ ถอยหลังหนึ่งก้าว หลบการโจมตีของสมุนมารไปได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นก็แตะปลายเท้า พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ใช้หมัดทลายพุ่งเข้าใส่
ระหว่างความนิ่งและการเคลื่อนไหวหลี่ลี่ควบคุมได้อย่างเหมาะเจาะ
ผั้วะ!
หมัดซ้ายกระแทกเข้าที่หน้าอกของสมุนมารอย่างจัง
“ฮ่า ๆ ๆ” สมุนมารหัวเราะอย่างเย็นชา
ผู้ฝึกตนระดับหก ไม่ได้ใช้กระบี่ต่อสู้ พลังกระแทกของหมัดเพียงแค่ทำให้เนื้อเน่าเปื่อยแตกออกเท่านั้น สมุนมารไม่แม้แต่จะสนใจการโจมตี แขนทั้งสองข้างที่ตกลงมาก็ยกขึ้นอย่างรวดเร็ว กรงเล็บที่แหลมคมพัดพาลมเย็นยะเยือก
แต่ในเวลานี้เอง ริมฝีปากของหลี่ลี่ก็มีรอยยิ้มผุดขึ้น ในขณะที่หมัดกระแทกเข้าที่หน้าอกของสมุนมาร ในชั่วพริบตา กล้ามเนื้อทั่วร่างของหลี่ลี่รวมถึงกระดูกก็ตอบสนองเป็นลูกโซ่ ถ่ายทอดพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดออกมา ในขณะเดียวกัน เส้นลมปราณก็ประสานงานกัน พลังปราณอันบ้าคลั่งก็ถูกถ่ายทอดเข้าสู่หมัดซ้ายทันที
ตูม!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ดังก้องขึ้น ในทันใด หน้าอกของสมุนมารก็ระเบิดออก อาศัยร่างกายของสมุนมาร หลี่ลี่ถ่ายทอดพลังปราณเข้าไปในอกของมันโดยตรง
เสียงกรีดร้องดังขึ้น ร่างกายทั้งหมดของสมุนมารก็เหมือนเนยละลาย ไหลไปทั่วพื้นดิน วิญญาณมารร้ายก็กลายเป็นควันสีเขียว พุ่งเข้าหาหลี่ลี่
หลี่ลี่เอียงหัวหลบ ไม่ได้กลืนกินมัน เพราะข้าง ๆ ยังมีสมุนมารระดับแปดอยู่หลี่ลี่ไม่ต้องการเปิดเผยความแข็งแกร่งของตนเองก่อนเวลาอันควร เพื่อป้องกันไม่ให้มันหนีไปและเปิดเผยความลับของเขาออกไป
เพียงสามลมหายใจ สมุนมารตัวนี้ก็กรีดร้อง วิญญาณสลายไปในอากาศ และในขณะเดียวกัน สมุนมารตัวอื่น ๆ ก็พุ่งเข้ามา
ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นระดับหก หรือแม้แต่ระดับเจ็ดแล้วก็ตาม หลี่ลี่ก็ยังคงต้องใช้กระบี่ต่อสู้เพื่อที่จะปลดปล่อยพลังปราณออกมาเล็กน้อย หากต่อสู้กับสมุนมารเหล่านี้ด้วยสองกำปั้น แม้จะผ่านไปหลายสิบกระบวนท่าก็อาจจะไม่ชนะ
แต่ตอนนี้หลี่ลี่สามารถใช้สองกำปั้นเป็นเหมือนกระบี่ต่อสู้ได้แล้ว สังหารได้ในการโจมตีครั้งเดียว นับว่าแตกต่างจากตอนที่อยู่ระดับเจ็ดอย่างสิ้นเชิง
หมัดทลายพุ่ง หมัดทลายเสือ หมัดทลายวุ่นวาย…
เผชิญหน้ากับสมุนมารที่กรูกันเข้ามาหลี่ลี่ก็ใช้หมัดเก้าทลายออกมาอย่างต่อเนื่อง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นไม่หยุด สังหารได้ในการโจมตีครั้งเดียว ไม่มีข้อยกเว้น
ในเวลาสั้น ๆ เพียงสิบกว่าลมหายใจหลี่ลี่ก็ได้สังหารสมุนมารไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบตัว นับว่าเป็นการสังหารคนได้ในการเดินเพียงก้าวเดียว
หัวหน้าสมุนมารที่มองหลี่ลี่อยู่ไม่ไกลก็ขมวดคิ้ว
“ท่านหัวหน้า เด็กคนนี้คือต้นเหตุที่ทำให้วิญญาณสมุนมารหลายพันตัวหายไปในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาหรือไม่? เพราะในบริเวณนี้ พวกข้ายังไม่พบใครที่แข็งแกร่งเช่นนี้” สมุนมารตัวหนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตัวจ่าฝูก พูดด้วยน้ำเสียงแหลมเล็ก
“พลังระดับหก แค่วิทยายุทธ์แปลกประหลาดไปหน่อยเท่านั้น สมุนมารหลายพันตัว เขายังไม่มีความสามารถขนาดนั้น” หัวหน้าสมุนมารเยาะเย้ย
ระหว่างที่พูดคุยกันหลี่ลี่ก็ใช้หมัดเก้าทลายออกไปอีกสามกระบวนท่า สมุนมารอีกสามตัวก็ร้องโหยหวนและสิ้นใจลงทันที
“พวกเจ้า ถอยไป” เสียงคำรามดังขึ้น พัดพาลมปราณชั่วร้ายพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว หากเป็นแบบนี้ต่อไป เขาคงกลายเป็นผู้นำที่ไร้สมุนแน่
เมื่อพบกับยอดฝีมือที่แปลกประหลาด สามารถสังหารสมุนมารได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว สมุนมารเหล่านี้ก็หวาดกลัวไปแล้ว แต่เมื่อมีหัวหน้าอยู่ พวกมันจึงไม่กล้าล่าถอย ตอนนี้หัวหน้าลงมือเอง สมุนมารเหล่านี้จึงเหมือนได้รับการอภัยโทษ ลมปราณชั่วร้ายพัดกระหน่ำ พวกมันต่างก็หลบหนีออกไปด้วยความเร็วสูงสุด
“เจ้าเด็กน้อย ทำร้ายลูกน้องข้ามากมายขนาดนี้ ข้าจะกลืนกินวิญญาณของเจ้าทีละนิด” หัวหน้าสมุนมารคำราม ยกมือทั้งสองข้างขึ้น กวาดไปทางซ้ายและขวา
หลี่ลี่เยาะเย้ย ไม่ได้ปกปิดอีกต่อไป พลังปราณแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ปลดปล่อยแสงสีขาวจาง ๆ ออกมา ปกป้องตนเองจากลมปราณชั่วร้ายรอบ ๆ ตัวเอาไว้ พร้อมกันนั้นก็ใช้วิชาสายรุ้งพิสุทธิ์ฝ่าสุริยัน สองกำปั้นเปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ที่แยงตาสองดวง
หมัดทลายทับ!
หลี่ลี่แยกหมัดซ้ายขวาออก กระแทกเข้าใส่แขนทั้งสองข้างของหัวหน้าสมุนมารโดยตรง ในขณะเดียวกันก็แตะปลายเท้าลงพื้น ร่างกายทั้งหมดก็พุ่งขึ้นอย่างกะทันหัน เท้าขวากระทืบเข้าที่หน้าอกของหัวหน้าสมุนมารอย่างแรง
ตูม!
แขนทั้งสี่ข้างปะทะกัน เสียงดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นหลี่ลี่สามารถต้านทานการโจมตีของหัวหน้าสมุนมารเอาไว้ได้ ส่วนเท้าที่เตะเข้าที่หน้าอก ก็เหมือนเตะโดนแผ่นเหล็ก พลังปราณปะทุออก ทำให้หน้าอกของหัวหน้าสมุนมารมีรอยร้าวเล็กน้อยเท่านั้น
ถูกโจมตีเข้าไปครั้งหนึ่ง หัวหน้าสมุนมารก็โกรธจัด แขนทั้งสองข้างที่ถูกสะบัดออกไปก็เปลี่ยนจากหมัดเป็นกรงเล็บ จับไปที่จุดตายของหลี่ลี่
หลี่ลี่กระโดดหลบ จากนั้นก็ใช้ฝ่ามือเงานภาออกมา ต่อสู้กับหัวหน้าสมุนมาร
หลี่ลี่มองออกแล้วว่าจุดอ่อนของหัวหน้าสมุนมารตัวนี้อยู่ที่ช่วงล่าง ยังไม่ได้รวมตัวเป็นร่างมนุษย์ ตราบใดที่หลี่ลี่โจมตีเข้าไปหนึ่งครั้ง ก็สามารถทำให้มันละลายได้ แต่หลี่ลี่ไม่ได้ลงมือ เมื่อมีคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้อยู่ เขาต้องทดสอบฝีมือให้เต็มที่
ยิ่งใช้ฝ่ามือเงานภา ยิ่งเชี่ยวชาญมากขึ้น เพียงชั่วครู่หลี่ลี่ก็ใช้ไปแล้วสองรอบ เข้าใจถึงความมหัศจรรย์ของมันอย่างถ่องแท้ แน่นอนว่าถึงเวลาที่ต้องยุติการต่อสู้นี้แล้ว
ขณะที่กำลังคิดจะใช้ฝ่ามือโจมตีเข้าที่ช่วงล่างหลี่ลี่ก็นึกขึ้นได้ว่าพลังปราณอันเย็นยะเยือกในร่างกายของเขานั้น สามารถปราบปรามสิ่งชั่วร้ายและกลืนกินได้ จึงรีบใช้งานมันออกมาทันที
ฝ่ามือเงากลืนกินนภา!
เสียงคำรามต่ำดังขึ้น ในทันใด ฝ่ามือเงานภาก็ถูกใช้ออกไปถึงขีดสุด เงามือมากมายบินว่อนไปทั่วราวกับใบไม้ร่วงหล่น จากนั้นใบไม้เหล่านั้นก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ฝ่ามือของหลี่ลี่ก็ได้กระแทกเข้าที่หน้าอกของหัวหน้าสมุนมาร
ผั้วะ!
ฝ่ามือกระแทกเข้าที่หน้าอกของหัวหน้าสมุนมาร เสียงกรอบแกรบดังขึ้น หน้าอกของมันก็ปรากฏรอยฝ่ามือบุ๋มลงไป
หัวหน้าสมุนมารร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ถอยหลังกลับไป แต่หลี่ลี่ก็เตรียมพร้อมเอาไว้แล้ว ใช้ท่าแมวป่าตะปบ พุ่งไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว โจมตีออกไปอีกสิบกว่าฝ่ามือ
หน้าอกของหัวหน้าสมุนมารแหลกละเอียด ร่างกายไร้ประโยชน์ มันคำรามด้วยความเกลียดชัง วิญญาณรวมตัวกันเป็นควันสีเขียว พุ่งตรงไปที่หว่างคิ้วของหลี่ลี่
หลี่ลี่เปิดจิตวิญญาณของเขา
ขณะกลืนกินวิญญาณสมุนมารระดับแปดหลี่ลี่ก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย แต่เมื่อบรรลุระดับแปดแล้ว การกลืนกินวิญญาณของหัวหน้าสมุนมาร ย่อมแตกต่างจากสมุนมารทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพียงพริบตาเดียว มันก็พุ่งเข้าไปในทะเลวิญญาณของหลี่ลี่แล้ว