เป่ยจิน ข้าจะย้อนอดีต...ไปสร้างความร่ำรวย - ตอนที่ 32 หาซื้อทาส
“ไม่ใช่คนร้ายหรอก เจ้าพวกที่เราปล่อยไปนั้น
แหละ” จินหลงตอบข้อสงสัยของข้าอีกรอบ
“อ่ะ เช่นนั้นพวกเขาจะตามเรามาอีกทำไมกัน”
“อาจจะตามมาคุ้มครองความปลอดภัยกระมัง”
“เป็นเช่นนั้นหรอกหรือ ดีแหะ เหมือนมีองครักษ์
ส่วนตัวเลย อิอิ”
“งั้นก็ปล่อยพวกเค้าไปเถอะ ถ้ายังไม่ทำอะไรเราก็
คงไม่มีสาเหตุให้ต้องกำจัด”
“อืม แล้วแต่เจ้าละกัน”
“ท่านพ่อ ท่านตา เจ้าค่ะ เราไปต่อกันเถอะเจ้าจินห
ลงบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเจ้าค่ะ”
“อืม ได้ ว่าแต่เจ้าม้าแฝดมันยังไม่ยอมขยับเลนนะ
สิ”
“หืมม จินฮุย จินเฮย ไปกันเถอะ”
ก่อนหน้าที่จะเข้าเมือง ท่านตาและท่านพ่อได้เข้า
ไปคุยเรื่องติดต่อซื้อที่ดินกับ ผู้ใหญ่บ้านเป็นที่เรียบร้อย
แล้ว นั้นคือบริเวณที่ติดกับที่ดินที่เพิ่งซื้อไป โดยทำ
สัญญาซื้อขายเพิ่มอีก 100 หมู่ เท่ากับว่าตอนนี้บ้านข้า
มีที่ดินประมาณ 200 หมู่ที่ซื้อใหม่กับที่ดินเก่าของท่าน
ตาท่านยาย
ส่วนการติดต่อเรื่องสร้างคารเพิ่มเติม ท่านตาและ
ท่านพ่อบอกว่า ให้เราพูดคุยก่อนที่จะเข้าไปโรงค้าทาส
เลย เผื่อถูกใจทาสคนใด จะได้ให้พวกเค้ากลับบ้าน
พร้อมกัน จะได้ไม่เสียเวลา
ท่านพ่อและท่านตาเลือกที่จะนำข้า ไปโรงค้าทาสที่
ใหญ่ที่สุดในตลาดค้าทาสแห่งนี้ เพราะไม่ต้องการให้ข้า
อยู่ในตลาดค้าทาสนานๆ ตลาดค้าทาสที่นี ้ยิ่งมีขนาด
เล็ก การดูแลทาสก็จะยิ่งปล่อยปละละเลยตามเงินได้ไป
ด้วย และยิ่งใหญ่ก็จะยิ่งมีตัวเลือกของทาสหลาย
ประเภท
ในโรงค้าทาสที่นี้จะมีลักษณะเสมือนของขังขนาด
สี่เมตรคูณสี่เมตร นอกจากนี้ ยังแยกออกเป็นแต่ละโซน
โดยจะแบ่งระดับของทาสจากสาเหตุที่โดนขายออกมา
เช่น โซนทาสชายขายแรงงาน ระดับดี โซนทาสชายขาย
แรงงาน ระดับกลาง และโซนทาสชายขายแรงงาน
ระดับแย่ จะราคาลดหลั่นลงมาแต่ราคาจะลดลง การ
ควบคุมก็จะยิ่งยากตามไปด้วย
อีกทั้งโรงค้าทาสที่นี้ถือว่ามีบริการสำหรับลูกค้าที่มี
เงิน แต่ไม่ต้องการลงไปเลือกในแต่ละโซนด้วยตนเอง
เพียงแค่ให้พนักงานนำรายชื่อทาสและประวัติมาให้ดู
ภายในห้อง หากต้องการคนใดก็ให้เลือกรายชื่อและส่ง
ให้พนักงานไปนำตัวมา หากชอบใจก็ทำสัญญาได้ทันที
“เรียนนายท่านต้องการเดินลงไปดูหรือเปิดห้อง
ขอรับ”
“ท่านพ่อ ท่านตาเจ้าขา หลานอยากเข้าไปดูเองเจ้า
ค่ะ”
“ได้ตามใจเจ้าเถิด”
“หลานขออุ้มจินหลงไปด้วยนะเจ้าคะ”
“ได้ๆ งั้นเจ้านำทางเถิด”
“ขอรับนายท่าน”
เมื่อจินเออร์เดินตามหลังพนักงานเข้าไปในกรงขัง
เหล่านั้น คนในกรงขังต่างมองนางด้วยความสงสัย ว่า
ทำไมคุณหนูน้อยผู้หนึ่ง คนดูแลถึงกล้าปล่อยให้เดิน
เข้ามมาในที่ๆ ไม่เหมาะสมกับเด็กน้อย แต่บางส่วนก็
พอจะเข้าใจได้เพราะมีคุณหนูสูงศักดิ์หลายๆ คนที่โดน
เลี้ยงด้วยความตามใจ อยากทำอะไรก็ทำได้
“ถึงแล้วขอรับนายท่าน เอ่อ…” เมื่อนำทางมาถึง
พนักงานจึงเอ่ยปากขึ้นมา
“จินเออร์เจ้าจะให้พ่อกับท่านตาเลือกหรือเจ้าจะ
เลือกเอง”ท่านพ่อพูดตัดหน้าพนักงานคนนั้น เมื่อเห็น
ว่าพนักงาน กำลังจะถามอะไรออกมา
“ข้าช่วยเจ้าเลือกเอง” จินหลงเอ่ยออกมา เอ่ยใน
ใจให้ข้าได้ยินนะ
“ลูกขอเลือกเองนะเจ้าค่ะ จินหลงอยากเลือกเจ้า
ค่ะ” ข้าที่กำลังจะขอท่านพ่อเลือกพอดี จึงเอ่ยออกไป
“ได้ๆ ดีจริงเชียว” ท่านตาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียง
เชื่อมั่นในตัวจินหลง
“เช่นนั้นคุณหนูต้องการทาสแบบใดหรือขอรับ”
พนักงานที่เมื่อเห็นว่านายท่านทั้งสองให้ความสำคัญกับ
คุณหนูน้อยตรงหน้ามาก จึงเอ่ยออกไป
“ข้าต้องการทาสชายที่ใช้แรงงานได้อายุประมาณ
15-30 ปี 2 คน ทาสหญิงที่ทำกับข้าวได้อายุ 15-40 ปี
จำนวน 4 คน เจ้าค่ะ”
จู่ๆ จินหลงก็วิ่งลงจากอ้อมแขนของจินเออร์และวิ่ง
ไปยังกรงขังกรงหนึ่งด้านในสุดของโรงค้าทาส ทำเอา
นางและท่านตา ท่านพ่อ รวมถึงพนักงานในร้านวิ่งตาม
แทบไม่ทัน เจ้าตัวแสบเอ๊ยย
“แอ๊ก แอ่กๆ เหอๆ // เจ้าวิ่งวงมาทำไมจินหลง”
“ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างนะสิ ยัยเด็ก
อัปลักษณ์”
“อีกแล้วนะเจ้า เจ้านะสิอัปลักษณ์ ดูตัวสิ แทบจะ
ใส่เสื้อที่ท่านยายตัดเย็บให้ไม่ได้แล้ว หึหึ”
“จะ เจ้า หึยยย” จินหลงเมื่อโดนจินเออร์ตอบ
กลับมาแบบนี้ก็ทำอันใดไม่ได้นอกจากสะบัดหน้าหนีไป
อีกทาง
“ว่ายังไง เจ้าจินหลงวิ่งมาทำไมหรือลูก” เมื่อท่าน
พ่อตามมาถึง จึงเอ่ยถามออกมา ด้วยไม่รู้สาเหตุที่มันวิ่ง
ออกมาแบบนี้
“มันบอกว่าเจออะไรบางอย่างเจ้าค่ะ”
“งั้นหรือไหน ดูสิ ตาก็อยากรู้เช่นกัน”
“เจ้าจ้องกรงนี้ทำไมจินหลง มีอะไรงั้นหรือ” จิน
เออร์สังเกตเห็นว่าจินหลงวิ่งมาหยุดที่กรงๆ หนึ่งและ
เอาแต่ยืนนิ่งมองคนในกรงขัง
“คนข้างในนะ คนนั้น เลือกเค้าสิ” จินหลงเอ่ย
ออกมา
“ได้ๆ ท่านผู้คุมเจ้าค่ะ ข้าเลือกชายคนนั้นเจ้าค่ะ”
จินเออร์ที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องเลือกคนๆ นั้น แต่ก็ไม่ได้ถาม
อะไรจินหลงออกไป เพราะนางไว้ใจและเชื่อใจในตัว
จินหลงอยู่แล้ว
“เอ่อ คุณหนูขอรับ จะดีหรือ คือว่า…” เมื่อ
พนักงานเห็นว่าจินเออร์ต้องการเลือกคนในกรงขังคน
ไหน จึงเอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกัก
“มีอะไรหรือเจ้าคะ” ทำไมพนักงานถึงทำท่าทาง
แปลกๆ กัน ไม่ใช่ว่าโรงค้าทาสที่นี้ขายทาสทุกแบบเป็น
ปกติอยู่แล้วหรือ
“กรงนี้เป็นกรงที่จะขายไปต่างแดนนะขอรับ ดังนั้น
ราคาสินค้าจะแพงกว่าเดิมหลายเท่า หากคุณหนูยินดี
จ่าย…”
“ข้ายินดีจ่ายเจ้าค่ะ” ข้ารีบเอ่ยตัดบท สิ่งที่
พนักงานคนนั้นจะพูดออกมา เพราะเห็นว่า จินหลงยัง
ยืนยันที่จะเลือกคนในกรงให้ได้
ชายคนดังกล่าวโดนเรียกตัวออกมาหน้ากรงขัง
และหลังจากฟังสิ่งที่ผู้คุมพูดกับพนักงานแล้วพบว่า มี
ครอบครัวหนึ่งต้องการซื้อตัวเขาไป เพียงแต่เป็นคนใน
เมืองนี้ ไม่ใช่คนต่างแดนอย่างที่กลัว เมื่อเห็นว่าตนเอง
จะไม่โดนขายไปต่างแดนแล้ว จึงคุกเข่าลงหน้าจินเออร์
แบบไม่ทันให้ ครอบครัวเปั่ยได้ทันตั้งตัว
“คุณหนู นายท่านขอรับ โปรดเมตตาข้าด้วยเถอะ”
ชายคนดังกล่าวเอ่ยออกมาพร้อมกับโขกศีรษะอย่างแรง
ไม่ยอมหยุด จึงข้าต้องห้ามไว้และถามออกไป
“อืม มีอะไรงั้นหรือเจ้าค่ะ”
“โปรดเมตตาครอบครัวของข้าด้านในด้วยเถอะ
ขอรับ” ว่าจบก็หันไปทางคนจำนวน 3 คน ที่ตอนนี้มี
สภาพอิดโรยภายในกรงขัง โดยมีชายรุ่นราวคราว
เดียวกับท่านตา และหญิงวัยกลางคน รุ่นราวคราว
เดียวกับท่านแม่ และอีก1 ชีวิตเป็นเด็กผู้ชายที่อายุ
น่าจะมากกว่าข้า 3-4 หนาวได้
“เอ่อ ข้าจะได้อะไรตอบแทนจากท่านอย่างนั้นหรือ
เจ้าค่ะ” จริงๆ แล้วข้านะมันคนดีขี้สงสารคน เพียงแต่
ข้านะ ชอบรักษาผลประโยชน์ให้กับตนเองมากกว่า จึง
เอ่ยถามสิ่งที่จะแลกกับความช่วยเหลือออกไป
“ข้าและครอบครัวยินดีทำสัญญาชีวิตขอรับ”
“สัญญาชีวิต คืออะไรหรือเจ้าค่ะ ท่านตา ท่านพ่อ”
สัญญาชีวิตงั้นหรือ มิใช่ว่าสัญญาตายอะไรเทือกนั้นใช่
หรือไม่
“สัญญาชีวิต คือสัญญาที่ไม่สามารถไถ่ถอนได้
ตลอดไป โดยจะทำสัญญาอื่นอีกในชีวิตมิได้” ท่านตา
เอ่ยตอบคำถามของข้าออกมา
“อืมม ท่านตา ท่านพ่อเจ้าขา” ข้าพูดพลาง
กระพริบตาปริบๆ ใส่
“ได้ รบกวนเจ้าทำสัญญาซื้อขายคนทั้งหมดที่ข้า
ต้องการเถิด”
“เพียงเท่านี้หรือขอรับ”
“แหะๆ ข้าว่าแค่นี้ก่อนก็พอเจ้าค่ะ ลองทำสัญญา
ดูก่อน ”
“ได้ จินเออร์”
“ขอบพระคุณขอรับนายท่าน” เอ่ยจบชายคน
ดังกล่าวจึงหันกลับไปสวมกอดบุคคลทั้งสามที่โดนเรียก
ออกมาด้านหลังด้วยความดีใจ
หลังจากนั้นเมื่อทำธุระเสร็จจากโรงค้าทาส ได้ทาส
มาจำนวนสี่ชีวิตด้วยกัน จึงมอบเงินให้แก่คนทั้งหมดไป
ซื้อเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นต่างๆ จากนั้นนัดกันให้ไป
เจอที่หน้าประตูเมือง ในตอนเย็น
“อ่ะ นี้เงิน พวกเจ้าไปซื้อชุดมาเปลี่ยนและซื้อของ
ทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้เถิด แล้วไปรอข้าที่หน้าประตู
เมือง ยามเย็นข้าจะออกไป”
“มากเกินไปหรือไม่ขอรับ”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านตาของข้ารวย อิอิ”
“เอ่ออ เช่นนั้นขอบพระคุณมากๆ ขอรับ พวกข้า
สัญญาว่าจะ…”