เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 611 ภาคการแตูนแหงชาติ 11 ออกหมัด หนักมาก
ผู้จัดการทั่วไปยังคงพูดคุยกับอีอีจื่อหนิงอยู่ภายในห้อง ทํางาน
ทั้งสองกําลังปรึกษาเรื่องการโปรโมทผลงานใหม่ของอีอีจื่ อหนิง
ในตอนนี้ตลาดบนโลกออนไลนแดูคึกคักขึ้นจากภาพยนตรแ ไลฟแอคชันเรื่อง “ดินแดนแห่งเทพ” โดยเฉพาะการร่วม แสดงของซุปเปอรแสตารแฉิน ที่มีฐานแฟนคลับกว่าครึ่งใน วงการบันเทิง และเรื่องที่เขากําลังออดิชั่นยังเป็นเรื่อง “ดินแดนแห่งเทพ” อีกอย่างฐานแฟนคลับของมั่วเวิ่นแห่ง ท้องนภาและอีอีจื่อหนิงก็มีไม่น้อยเช่นกัน
มนุษยแนั้นมักยึดผลประโยชนแเป็นหลัก
ทางบริษัทเอ็กซแตรีมคอมิกสแเองก็เพิ่งเซ็นสัญญากับอีอีจื่ อหนิง ซึ่งเป็นโอกาสดีที่สามารถใช้ความนิยมของ ซุปเปอรแสตารแฉินและมั่วเวิ่นแห่งท้องนภาช่วยอีอีจื่อหนิงใน การโปรโมทหนังสือเล่มใหม่
อีอีจื่อหนิงเป็นนักวาดที่มีพรสวรรคแเป็นอย่างมาก ภาพวาดของเธอดูละมุนและมีความหมายลึกซึ้ง แต่ก็แฝงไป ด้วยความลึกลับในด้านมืด ในอนาคตทุกคนทั้งตําแหน่งน้อย ใหญ่ในบริษัทเอ็กซแตรีมคอมิกสแล้วนต้องชื่นชมเธอ
“โอเค ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะกําหนดวันวางจําหน่าย สําหรับการแตูนเล่มใหม่เป็นวันที่ยี่สิบหกมิถุนายนนี้” หลังจาก ไปส่งมู่จื่อหนิงแล้ว ผู้จัดการทั่วไปก็หยิบมือถือแล้วเดินเข้าไป ในห้องประชุม
แผนการตลาดที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ จําเป็นต้องได้รับการ ตัดสินใจจากทุกฝุายจากในบริษัท
เขาได้ถือเอกสารที่จําเป็นต้องใช้ในวันนี้ก่อนเดินจากไป
ณ ห้องประชุม
ฝุายการตลาดกําลังพรีเซนตแแผนการให้กับทุกคนในห้อง ประชุมอยู่หน้าโปรเจคเตอรแโฮโลแกรม
ผู้จัดการทั่วไปหยิบเอกสารในมือขึ้นมาดูพลางฟใงพรี เซนตแไปด้วย แต่แล้วเมื่อพลิกไปถึงหน้าสุดท้าย ก็รู้สึก ประหลาดใจเมื่อได้เห็นแผนงานของบรรณาธิการเสิ่น
เขาชําเลืองมองครู่หนึ่ง สายตาพลันหยุดตรงบรรทัดแรก ซึ่งกล่าวถึงชื่อของผู้เซ็นสัญญา…
ตะเกียงวิเศษ
สายตาของผู้จัดการทั่วไปชะงักไปชั่วครู่
ถ้าเขาจําไม่ผิด ตะเกียงวิเศษเป็นคนที่บริษัทต้องการ สนับสนุนในตอนแรก แต่จู่ๆ อีกฝุายก็ไม่ยอมต่อสัญญา อีก ทั้งยังยอมทิ้งค่าตัวมหาศาลและไม่ยอมแม้กระทั่งออก “ซิริ อุส” ภาคสองด้วย
หากย้อนกลับไปในช่วงยุคเริ่มต้นของการแตูนในประเทศ หากผู้จัดการทั่วไปได้เห็นชื่อตะเกียงวิเศษคงจะตื่นเต้นมาก
แต่ว่าตอนนี้บนโลกอินเทอรแเน็ตชื่อตะเกียงวิเศษแทบจะ ไม่ขึ้นอันดับในการค้นหา อีกทั้งทางบริษัทเอ็กซแตรีมคอมิกสแก็ ยังสามารถหานักเขียนระดับเทพที่มีความสามารถพอกันมา แทนที่ได้
ผู้จัดการทั่วไปไม่ได้ตื่นเต้นขนาดนั้น แต่กลับรู้สึก ประหลาดใจเล็กน้อย
เขามองไปที่เอกสารอีกพักใหญ่แล้วรอจนใกล้เลิกประชุม จึงใช้มือยันโต฿ะลุกขึ้น ก่อนพูดคุยเรื่องนี้กับทุกคนในที่ประชุม
ทุกคนในที่ประชุมล้วนอยู่ในวงการการแตูนในประเทศ ต่างก็รู้สึกคุ้นเคยเมื่อกล่าวถึงผู้นําเทรนดแอย่างตะเกียงวิเศษ หลายคนมองหน้ากันไปมา “ตะเกียงวิเศษ?”
“ใช่แล้ว บรรณาธิการเสิ่นกําลังขอทรัพยากรเกรด Aให้ ตะเกียงวิเศษ” ผู้จัดการทั่วไปมองไปยังชายสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ใบหน้าเรียบเฉยที่นั่งอยู่ด้านหน้า
และนั่นคือคุณชายใหญ่ตระกูลมั่ว มั่วจือไหว
ช่วงนี้ทรัพยากรที่ดีสุดของบริษัทมักถูกส่งให้อีอีจื่อหนิง
นอกจากนี้วันที่ยี่สิบหกก็เป็นวันที่ออกการแตูนเล่มใหม่ ของอีอีจื่อหนิงด้วย
หากบรรณาธิการเสิ่นให้เขาพูดว่า ตะเกียงวิเศษเป็นแค่ ศิลปินหน้าใหม่ ยังดีกว่าให้เรียกตะเกียงวิเศษว่าเป็นคนที่ครั้ง หนึ่งเคยยืนอยู่จุดสูงสุดเสียอีก
ผู้จัดการทั่วไปก็ไม่มีทางยอมตกลงง่ายๆ แน่นอน
มั่วจือไหวเมื่อได้ยินดังนั้นก็ตะลึงไปชั่วครู่ เขาหรี่ตาลง เล็กน้อย แล้วมองไปทางผู้จัดการทั่วไปที่ถือเอกสารอยู่และ ชะงักไปเช่นกัน “ตะเกียงวิเศษเหรอ?”
“ใช่ครับ” ผู้จัดการทั่วไปส่งเอกสารของบรรณาธิการเสิ่น ให้กับมั่วจือไหว “ชนกับอีอีจื่อหนิงพอดี อีกอย่าง…ตะเกียง วิเศษออกจากวงการไปนานหลายปีแล้ว ผมคิดว่าให้ตะเกียง วิเศษทดลองตลาดก่อนจะดีกว่า”
ผู้บริหารระดับบนหลายคนพากันพยักหน้าเห็นด้วย
มั่วจือไหวก้มมองเอกสารในมือของตัวเอง
ผ่านไปพักใหญ่เขาก็เงยหน้าขึ้นด้วยแววตามุ่งมั่น “เซ็น สัญญาขั้นแรก แล้วให้บรรณาธิการเสิ่นมาพบผม”
“ห้ะ…” เมื่อได้ยินการตัดสินใจของมั่วจือไหว ผู้จัดการ ทั่วไปถึงกับตกตะลึง
มั่วจือไหวถือสัญญาฉบับนั้นแล้วเดินจากไป
ในห้องพักด้านนอกมู่จื่อหนิงยังคงรอมั่วจือไหวอยู่ เมื่อ เห็นเขาเดินมาเธอก็ค่อยๆ วางแก้วน้ําลงด้วยท่าทางใจเย็น แต่คิดไม่ถึงว่ามั่วจือไหวจะเดินผ่านเธอไปในทันที
“คุณหนูมู่” ผู้ช่วยของมั่วจือไหวจ้องมองไปทางมู่จื่อหนิง ด้วยท่าทางรู้สึกผิด “คุณชายมั่วยังมีเรื่องสําคัญที่ต้องจัดการ วันนี้คงคุยเรื่องบทกับคุณไม่ได้แล้วล่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ” มั่วจื่อหนิงยิ้มให้ผู้ช่วย “ฉันกําลังจะไป เยี่ยมคุณปูุพอดีเลย”
…
ในตอนนี้ฉินหร่านยังคงนั่งอยู่บนรถ
วันนี้เฉิงเจวี้ยนต้องไปพบตระกูลหลิ่วเพื่อเจรจาธุรกิจ
ตระกูลหลิ่วเลือกสนามกอลแฟเป็นจุดนัดพบ ในมือเฉิง เจวี้ยนถือร่มสีฟูาเพื่อบังแดดให้ฉินหร่าน เขาพูดด้วยน้ําเสียง ทุ้มต่ําว่า “ถ้าเธอเบื่อ ก็ไปหาเหยียนซีได้นะ สถานที่ถ่าย รายการวาไรตี้ของเขาอยู่ไม่ไกลจากที่นี่”
ถ้าพาฉินหร่านไปร่วมเจรจาธุรกิจกับตระกูลหลิ่ว เกรงว่า เธอจะไม่มีความอดทนมากพอ
ได้ยินแบบนั้น ฉินหร่านก็โบกมืออย่างใจลอย “โอเค คุณ ไปเถอะ”
“ทั้งหมดนี้เป็นที่ของตระกูลหลิ่ว คุณนายเฉิงจะเดินเล่น ที่ไหนก็ได้” เถ้าแก่หลิ่วที่อยู่ไม่ไกลนักพูดขึ้นด้วยน้ําเสียงที่
ค่อนข้างเกรงใจ “เมื่อวานเพิ่งได้ข่าวว่าคุณนายเฉิงจะมา เที่ยวที่เซี่ยงไฮ้ ต้องขอโทษด้วยที่ต้อนรับได้ไม่ทันท่วงที นี่คือ หลิ่วเจวี๋ยคนสนิทของผม ถ้าทั้งสองท่านอยากเที่ยวชมเมือง เซี่ยงไฮ้ก็สามารถเรียกใช้ได้ตลอดเลย เขาเติบโตที่นี่ อาจจะ ช่วยอย่างอื่นไม่ได้มาก แต่อย่างน้อยก็สามารถเป็นคนขับรถ นําทางได้”
เถ้าแก่หลิ่วเป็นชายหนุ่มอายุราวสามสิบปี หน้าตาหล่อ เหลา และบุคลิกน่าเกรงขามมาก
เฉิงเจวี้ยนเห็นฉินหร่านนั่งอยู่บนเก้าอี้หวายใต้ร่มกันแดด ขนาดใหญ่ จึงวางสัมภาระของฉินหร่านลงมุมหนึ่งบนโต฿ะ
เมื่อเฉิงจินไม่อยู่ เฉิงเจวี้ยนเองก็ไม่ค่อยคุ้นเคยกับเซี่ยงไฮ้ เถ้าแก่หลิ่วจึงตั้งใจอยู่เป็นเพื่อนเขา และเฉิงเจวี้ยนก็ไม่ได้คิด
มากอะไร บวกกับคิดถึงคําพูดของกู้ซีฉือ จึงพยักหน้ายินยอม “ขอบคุณครับเถ้าแก่หลิ่ว”
“เรื่องเล็กครับ” การที่เถ้าแก่หลิ่วสามารถอยู่ในตําแหน่ง นี้ด้วยวัยเพียงเท่านี้ แน่นอนว่าฝีมือต้องไม่ธรรมดา และยังมี ความทะนงตัวสูงอีกด้วย แต่เมื่อเห็นเฉิงเจวี้ยนเขากลับแสดง ท่าทีถ่อมตน แถมน้ําเสียงที่ใช้ยังแฝงไปด้วยความเคารพและ เกรงกลัว “เชิญทางนี้ครับ”
ทั้งสองไปเจรจาธุรกิจต่อในสนามกอลแฟ
เมื่อเจรจาเสร็จสิ้น เถ้าแก่หลิ่วก็ยังส่งเฉิงเจวี้ยนอย่าง นอบน้อม จากนั้นก็หันไปทางหลิ่วเจวี๋ย “นายตามคุณนาย เฉิงไป”
หลิ่วเจวี๋ยพยักหน้ารับ เมื่อเดินไปสองก้าว จึงถามอย่าง ลังเลว่า “เถ้าแก่ คุณกับคุณชายเฉิงคนนี้…”
ดูเกรงใจกันเกินไปแล้ว
ได้ยินดังนั้น เถ้าแก่หลิ่วไขว้มือไว้ด้านหลัง
เรื่องที่เกิดขึ้นที่เมืองหลวงถูกปิดบังโดยผู้มีอิทธิพลหลาย คน ทําให้คนที่เมืองเซี่ยงไฮ้ไม่ทราบรายละเอียดภายใน
แต่เถ้าแก่หลิ่วรู้แต่แรกแล้วว่าทั้งสองเมืองนี้มีทั้งด้าน สว่างและด้านมืด เขาจึงเตรียมแผนการรับมือไว้เสมอ และ แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าไม่มีใครในเมืองหลวงกล้ายั่วยุคุณชายสาม แห่งตระกูลเฉิง เพราะแม้แต่ตระกูลหยางซึ่งเป็นหนึ่งในห้า ตระกูลยักษแใหญ่ในเอเชียก็ถูกเขาทําลายมาแล้ว
“แล้วคุณนายเฉิงล่ะครับ…” หลิ่วเจวี๋ยขมวดคิ้วและพูด กับหญิงสาวที่ดูไม่ได้เร่งรีบไปไหน
“ทํางานให้ดีๆ แล้วจะได้ดีเอง” ใต้ดวงอาทิตยแที่ร้อนระอุ ภายใต้ใบหน้าที่แยกแยะเรื่องงานและเรื่องผู้คนออกได้อย่างดี ของเถ้าแก่หลิ่ว ช่างดูน่าเกรงขาม
“ครับ” หลิ่วเจวี๋ยเข้าใจท่าทีของเถ้าแก่หลิ่ว จึงไม่ได้ กล่าวอะไรต่อ
…
ตอนที่บรรณาธิการเสิ่นติดต่อฉินหร่าน
หลิ่วเจวี๋ยกําลังพาฉินหร่านและเฉิงเจวี้ยนไปร้านอาหาร ไพรเวทที่ยอดนิยมในเมืองเซี่ยงไฮ้
ข้อความใหม่ในวีแชทเด้งขึ้นไม่หยุด
ฉินหร่านพลันเปิดอ่านข้อความในมือถือ…
[เอกสารการเซ็นสัญญา.doc]
[ตะเกียงวิเศษได้รับทรัพยากรชั้นหนึ่งของบริษัทไป แถม ยังได้การโปรโมทไปอีกด้วย แต่กว่าจะได้การโปรโมทมาไม่ ง่ายเลย เพราะเดิมทีบริษัทตั้งใจจะมอบหมายให้อีอีจื่อหนิง แต่ภายในบริษัทก็มีข้อพิพาทเกิดขึ้นมากมาย และช่วงนี้ก็เป็น ช่วงพีคของการโปรโมทอีกด้วย ส่วนเรื่องของงานเปิดตัวของ คุณทางบริษัทได้ลงความเห็นเป็นวันที่ยี่สิบสี่นะ คุณคิดว่า อย่างไร?]
วันที่ยี่สิบหกเป็นวันที่อีอีจื่อหนิงออกการแตูนใหม่ แม้ว่า บรรณาธิการเสิ่นเชื่อมั่นในตัวตะเกียงวิเศษอย่างไม่มีข้อ โต้แย้ง แต่ก็กลัวความนิยมของอีอีจื่อหนิง
ดังนั้นจึงให้ตะเกียงวิเศษออกการแตูนใหม่ก่อนอีอีจื่อหนิง
ไม่เช่นนั้น หากอีอีจื่อหนิงได้ออกก่อน บรรณาธิการเสิ่น เกรงว่าผลของการโปรโมทจะลดลงอย่างมาก เพราะอย่างไรก็
ชื่อเสียงของอีอีจื่อหนิงมีมากมาย หลายคนก็ชื่นชมในตัวเธอ เช่นกัน
[เกือบลืมไปเลย คุณชายมั่วเพิ่มเพื่อนคุณไป คุณอย่าลืม ตอบรับคําขอเพิ่มเพื่อนของเขานะ]
มือของฉินหร่านกําลังกดมือถือ
ผ่านไปครู่ใหญ่ จึงได้รับเอกสารสัญญา
[ตกลง]
เมื่อเห็นว่ามีการตอบรับเอกสารฉบับนี้แล้ว บรรณาธิการ เสิ่นจึงรู้สึกโล่งใจ
แต่เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ พอเขาเงยหน้าขึ้นมองไปยัง คนที่ทํางานในออฟฟิศ ผู้จัดการทั่วไปกําลังขมวดคิ้วพร้อม จ้องมองไปทางมั่วจื่อไหว “นายน้อยมู่ การโปรโมทจะดันให้ สัปดาหและครั้ง รีบให้ตะเกียงวิเศษไปแบบนี้…”
เนื่องจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการแตูนในประเทศ อีกทั้งนิยายเสียงก็ได้รับความนิยมอย่างมากมาย บริษัทเอ็กซแตรีมคอมิกสแจึงถือว่าเป็นแอปพลิเคชันที่เป็นที่ นิยมอย่างกว้างขวางที่สุดในประเทศ อีกทั้งความหลากหลาย ของภาษาทําให้ยอดผู้เข้าชมต่อวันมีมากกว่าหนึ่งล้านคน
การการโปรโมทเป็นหนึ่งในการสนับสนุนที่ดีที่สุดของ บริษัทเอ็กซแตรีมคอมิกสแ นั่นคือเพียงสัปดาหและครั้ง
วันที่ยี่สิบหกมิถุนายนเป็นวันที่ออฟฟิศเชียลเพจของ “ดินแดนแห่งเทพ” ประกาศคัดเลือกนักแสดงอย่างเป็น ทางการ ซึ่งเป็นเวลาที่ดีเป็นประเด็นร้อนมากที่สุด
ในเวลานี้บริษัทเอ็กซแตรีมคอมิกสแได้กลายเป็นเมืองที่น่า กลัวอย่างเมืองเฉิงตู ทั้งที่บริษัทยอมรับกลายๆ แล้วว่านี่จะ
เป็นงานแถลงข่าวของอีอีจื่อหนิง แต่ใครจะคิดว่ามั่วจือไหว ตัดสินใจยกให้ให้ตะเกียงวิเศษ
“นั่นสิคุณชายมั่ว ไม่ว่าจะเป็นด้านรางวัลที่ได้รับหรือ ความนิยมชมชอบ แม้แต่ศักยภาพของอีอีจื่อหนิงก็สูงกว่า ตะเกียงวิเศษมาก การยอมให้การโปรโมทกับตะเกียงวิเศษใน เวลานี้ จะทําให้เธอและแฟนคลับของเธอไม่พอใจ โดยเฉพาะ …”
การดันตะเกียงวิเศษจะมีประโยชนแเหรอ?
ในเวลานี้คนส่วนใหญ่ในห้องทํางานต่างพากันสงสัย อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ตะเกียงวิเศษออก “ซิริอุส” ภาค แรกและห่างหายจากวงการไปนาน ถึงจะกลับคืนวงการ ตอนนี้ก็เลยยุคทองนั่นไปแล้ว
มั่วจือไหวค่อยๆ ส่ายหน้า “ตกลงตามนี้”
อย่างไรก็ตามอํานาจตัดสินใจในบริษัทเอ็กซแตรีมคอมิกสแ ก็ยังเป็นของตระกูลมั่ว เมื่อผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ เห็น มั่วจือไหวตัดสินใจแบบนี้ ก็ได้แต่มองหน้ากันแล้วเดินออก จากห้องทํางานไป
ผู้ช่วยเฉาเมื่อเห็นบรรณาธิการเสิ่นก็รีบถือเอกสารตามไป ด้วยความว้าวุ่นใจ “การโปรโมทนี้ คงไม่… ทําให้อีอีจื่อหนิง ไม่พอใจหรอกนะคะ…”
บรรณาธิการเสิ่นได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “การโป รโมทดันเธอคนเดียวมาสามรอบแล้วนะ เธอยังอยากได้เพิ่ม อีกรอบเหรอ?”
อีกอย่างบริษัทเอ็กซแตรีมคอมิกสแก็โปรโมทให้อีอีจื่อหนิง ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมแล้ว
ผู้ช่วยเฉาได้แต่ส่ายหน้า “ระวังไว้ก่อนดีกว่าค่ะ”
ในเวลาเดียวกัน มู่จื่อหนิงก็รู้เรื่องที่การโปรโมทช่วยดัน แล้ว
เธอกําลังทานอาหารกับนายท่านมู่
เมื่อได้ยินข่าวนี้เธอเดินออกมาข้างนอกพร้อมมือถือ พลางฟใงบรรณาธิการของเธอที่อยู่ปลายสายเอื้อนเอ่ย พลัน ร่างบางที่มีท่าทีสง่างามมาโดยตลอด ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็น ชาในทันที “เปลี่ยนวันที่ออกการแตูนเล่มใหม่ของฉัน”
เธอเอ่ย “เป็นวันที่ยี่สิบสี่นั่นแหละ”
บรรณาธิการของมู่จื่อหนิงที่อยู่ปลายสายตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนพูดด้วยความมั่นใจว่า “จื่อหนิง วิธีของเธอโหดเหี้ยม จริงๆ ถึงแม้ว่าอีกฝุายจะได้รับการโปรโมท แต่ความนิยมและ ยอดขายยังสู้ไม่ได้ ถึงเวลานั้นแม่จะหัวเราะให้เสียงดังลั่นเลย เอาล่ะ ฉันจะไปจัดการเดี๋ยวนี้แหละ