เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ - ตอนที่ 620 ภาคการแตูนแหงชาติ 20 นอกจากเฉิง เจวี้ยนก็มีแคฉินหรานที่รับมือกับเคนเนธได
- Home
- เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
- ตอนที่ 620 ภาคการแตูนแหงชาติ 20 นอกจากเฉิง เจวี้ยนก็มีแคฉินหรานที่รับมือกับเคนเนธได
“คุณหมายถึงยาขององคแกรการแพทยแ?” พ่อบ้านมู่ รู้สึกตัวเร็วมาก เขามองผู้อํานวยการเห่าด้วยความตกตะลึง
เมื่อสองวันก่อนผู้อํานวยการเห่าบอกไว้ว่าอาการปุวย ของนายท่านมู่ไม่สามารถรักษาได้ ทําได้แค่ประคองอาการไป เรื่อยๆ
เพียงแต่ว่าจําเป็นต้องใช้ยาทดลองที่อยู่ในรัฐMเสียส่วน ใหญ่
เวลาที่เหลืออยู่มีไม่มาก แต่ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนนี้เขาทํา ได้แค่พยายามยื้อสังขารนายท่านมู่ให้ดีที่สุด
ปใจจุบันในประเทศมีเพียงสองตระกูลในเมืองหลวง เท่านั้นที่สามารถติดต่อกับรัฐMได้ สําหรับเซี่ยงไฮ้นั้น แม้แต่
ตระกูลหลิ่วก็ยังไม่มีทางเป็นไปได้เลย ดังนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ตระกูลมู่ของพวกเขา
ผู้อํานวยการเห่าก็ยังไม่ถือว่าเป็นผู้มีอํานาจในเซี่ยงไฮ้ แต่เขามีความสามารถทางการแพทยแที่ยอดเยี่ยมและมี ชื่อเสียงโด่งดัง ตระกูลหลิ่วจึงให้ความเคารพเขามาก ในแต่ ละวันเขารับตรวจคนไข้จํานวนจํากัด แต่ถึงกระนั้นนายท่านมู่ ก็ถูกจัดลําดับไว้ในอีกสามเดือนหลัง ครั้งนี้การที่มู่จื่อหนิง สามารถทําให้ผู้อํานวยการเห่าแหกกฎตรวจอาการนายท่านมู่ ได้ ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทําให้คนตระกูลมู่ประหลาดใจเป็น อย่างมาก
ทว่าตอนนี้…
ยาทดลองที่แม้แต่ผู้อํานวยการเห่ายังหาได้ยากยังเป็นยา เพื่อสุขภาพที่อยู่ในมือมู่หนาน ? ?
“ไม่ผิด ผมรู้จักสัญลักษณแนี้ นายท่านมู่ ผมรบกวนขอ หนึ่งเม็ดเพื่อที่โรงพยาบาลผมจะได้ลองเอาไปทําวิจัยได้ไหม ครับ?” ผู้อํานวยการเห่ามองนายท่านมู่
เทคโนโลยีและอุปกรณแทางการแพทยแในประเทศยังด้อย กว่ารัฐMมาก
ช่วงไม่กี่ปีมานี้เป็นเพราะองคแกรทางการแพทยแได้ผลิต อัจฉริยะจากประเทศจีนถึงสองคน จึงค่อยๆ นําการแพทยแ ของประเทศก้าวหน้าขึ้น
ผู้อํานวยการเห่าอายุมากแล้ว แม้จะมีทักษะทาง การแพทยแขั้นสูง แต่ก็ยังไม่บรรลุมาตรฐานของศาสตราจารยแ แห่งองคแกรการแพทยแและไม่สามารถเข้าร่วมองคแกร การแพทยแในฐานะนักศึกษาเหมือนคนวัยหนุ่มสาวเหล่านั้นได้
ครั้งนี้ก็เป็นเพราะแสงอันเฉิดฉายของสองคนนั้น เขาถึง ได้มีโอกาสไปศึกษาแลกเปลี่ยนที่องคแกรการแพทยแกว่าครึ่ง เดือน
ครึ่งเดือนนี้เขาได้เก็บเกี่ยวความรู้มามากมาย องคแกร การแพทยแมีการแบ่งขั้น ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าที่ห้องปฏิบัติการมี ศาสตราจารยแอาวุโสระดับสูงหลายคนที่วิจัยยาทดลอง หลากหลายชนิด
ห้องปฏิบัติการเหล่านี้จะไม่ถูกนําเข้าสู่โรงพยาบาลอย่าง เป็นทางการเนื่องจากมีมูลค่าการเติบโตค่อนข้างสูง
ตอนที่ผู้อํานวยการเห่าเข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการเป็น ครั้งแรก ก็เคยมีนักศึกษาแนะนํายาทดลองพวกนี้ แต่ว่าตู้เก็บ ยายังถูกล็อกไว้ ผู้อํานวยการเห่าจึงได้แค่มองเท่านั้น
แม้เขาจะไม่เคยแตะต้องยาเหล่านี้มาก่อน แต่เขาก็จํา สัญลักษณแยาประเภทนี้ขององคแกรการแพทยแได้
เช่นเดียวกับขวดยาใบนี้
นายท่านมู่เองก็ตกใจเช่นกัน แต่เขาไม่ได้แสดงอาการ ออกมา แค่พูดเหมือนอย่างเคย “ได้แน่นอนครับ”
เป็นน้ําเสียงที่แข็งทื่อ
“ขอบคุณครับ” ก่อนหน้านี้ผู้อํานวยการเห่าปฏิบัติต่อ คนตระกูลมู่ในท่าทีที่ปกติมาก ไม่ต่างจากปฏิบัติกับคนทั่วไป
ทว่าเวลานี้กลับต้อนรับอย่างอบอุ่นและยังให้พยาบาลที่ อยู่ข้างๆ ยื่นนามบัตรให้นายท่านมู่ “นายท่านมู่ นี่คือเบอรแ ส่วนตัวของผม ต่อไปถ้าคุณมีปใญหาอะไรก็ติดต่อผมมาได้ทุก เมื่อ”
จากนั้นหัวหน้าแผนกเภสัชกรรมของโรงพยาบาลก็ถือยา มา
“เป็นยาทดลองของห้องปฏิบัติการอันดับหนึ่งในองคแกร การแพทยแจริงๆ ด้วย ห้องปฏิบัติการอันดับหนึ่งใช่ ห้องปฏิบัติการที่คุณกู้อยู่เมื่อก่อนไหม…” หัวหน้าแผนกเภสัช กรรมและบุคลากรทางการแพทยแหลายคนเดินมาหา ผู้อํานวยการเห่า
พวกเขาอภิปรายกันอย่างดุเดือด
คนตระกูลมู่ถูกกันออก พวกเขามองหน้ากัน
โดยเฉพาะพ่อบ้านมู่และนายท่านมู่
ก่อนหน้านี้ที่มู่หนานถือถุงพลาสติกมา พ่อบ้านมู่ยังนึกว่า ยานี้เป็นผลิตภัณฑแอาหารเสริมที่ขายตามท้องตลาดทั่วไป ทั้ง สองจึงไม่ได้สนใจ เมื่อเทียบกับยานี้ สิ่งที่นายท่านมู่สนใจกว่า
นั้นก็คือเมื่อลูกพี่ลูกน้องมู่หนานรับของขวัญเขาไปแล้วและยัง ส่งของขวัญตอบแทนกลับมา ทัศนคติมู่หนานที่มีต่อเขา จะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
แต่ใครจะรู้ล่ะว่าตอนนี้…
พวกเขาต่างก็รู้สึกได้ถึงท่าทีที่พวกผู้อํานวยการเห่า ปฏิบัติต่อนายท่านมู่
ท้ายที่สุด ผู้อํานวยการเห่าก็พานายท่านมู่ไปส่งข้างนอก
เมื่อคนมากบารมีอย่างผู้อํานวยการเห่าออกมาส่งด้วย ตัวเอง คนตระกูลมู่ต่างก็ประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้รับการ ดูแลเป็นอย่างดี
“ท่านมู่ คุณคงรู้แล้วว่าตอนเช้าพวกเรามีประชุม เป็น การบรรยายของคุณกู้ท่านนั้นโดยเฉพาะ ช่วงนี้เขาอยู่ที่เซี่ยง
ไฮ้” เนื่องจากยาทดลอง ผู้อํานวยการเห่าคิดๆ ดูแล้วก็เอ่ย ขึ้นมา “ถ้าเป็นไปได้…ช่างเถอะครับ”
“คุณกู้?” ท่านมู่มองผู้อํานวยการเห่า
ผู้อํานวยการเห่าอธิบาย “คุณกู้เป็นลูกศิษยแของ ผู้อํานวยการองคแกรการแพทยแ ผู้อํานวยการท่านนี้มีศิษยแก้น กุฏิสองท่าน เขานับว่าเป็นมือหนึ่งทางด้านเซลลแไวรัส”
หลังจากส่งนายท่านมู่ออกไป หัวหน้าเภสัชกรรมก็พูด ขึ้นมาด้วยน้ําเสียงประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด “ที่แท้ ตระกูลมู่ก็มียาทดลองของห้องปฏิบัติการอันดับหนึ่งจริงๆ ด้วย ได้ยินมาว่าแม้แต่กองกําลังในรัฐMก็ยังได้รับการ แจกจ่ายยาพวกนี้น้อยมาก การที่เขาได้ยาไป อาการปุวยของ นายท่านมู่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางรักษาได้เลย ถ้าสามารถเชิญคุณ กู้มารักษาได้”
ผู้อํานวยการเห่าส่ายหน้า ช่วงนี้คุณกู้ทุ่มเทให้กับ งานวิจัยทางวิทยาศาสตรแและกําลังวิจัยเอ็นไซมแมีชีวิตออกมา เขาหมกตัวอยู่ในห้องปฏิบัติการตลอดเวลา ส่วนใหญ่มักจะ ติดต่อกับกลุ่มอภิปรายโรคที่รักษายากในโรงพยาบาลไม่กี่ แห่งของประเทศเท่านั้น
ยากเกินไปที่จะเชิญเขามา
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทําไมเขาถึงไม่พูดกับนายท่านมู่
หัวหน้าเภสัชกรรมก็แค่พูดไปงั้นๆ
**
ทางด้านนี้ คนตระกูลมู่ที่นั่งอยู่ในรถยังคิดว่าเป็นภาพ หลอน
พ่อบ้านมู่ที่เคยเจอฉินหร่านกับเฉิงมู่ยังพอรับได้ แต่คน ที่รับไม่ได้ที่สุดคือมู่จงซี
มู่หนานเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีกําลังในการต่อสู้ในสายตา เขา เมื่อคนแบบนี้กลับตระกูลมู่มาช่วงชิงมรดกกับเขา มู่จงซี จึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
ทว่าตอนนี้…
นายท่านมู่กับพ่อบ้านมู่ต่างก็ไม่พูดอะไร
คนในรถนั่งอย่างเงียบๆ
เวลาสองทุ่ม มู่หนานก็มาที่บ้านตระกูลมู่เพื่อปรึกษาพิธี ไหว้มู่จงหยวนในวันพรุ่งนี้ นี่เป็นงานแรกที่มู่หนานอยู่ด้วย นายท่านมู่อยากหารือกับเขา
ทันทีที่มู่หนานเดินเข้าประตูมา เขาก็เห็นสายตาคน ตระกูลมู่มองมาที่เขาเสียส่วนใหญ่
ขวดยาสีขาวถูกวางไว้บนโต฿ะอย่างเป็นทางการ
“เสี่ยวหนาน ยาของลูกพี่ลูกน้อง…” นายท่านมู่มองมู่ หนาน
มู่หนานเห็นสถานการณแก็พอจะรู้แล้วว่ากู้ซีฉือกับฉินห ร่านหลอกเขาเข้าแล้ว แต่สีหน้าเขายังเป็นปกติ ค่อยๆ พูด ขึ้นมาว่า “ก็แค่ยาเพื่อสุขภาพที่ลูกพี่ลูกน้องผมให้มา ก็ไม่รู้ว่า เธอซื้อมันได้ที่ไหน”
มู่หนานบอกปใดและไม่ได้พูดถึงเรื่องฉินหร่านกับกู้ ซีฉือมากนัก
พอเห็นเขาบอกมาแบบนี้ มู่จงซีก็ค่อยๆ ถอนหายใจ ออกมา
น่าจะเป็นความเข้าใจผิด มิฉะนั้นมู่หนานก็คงไม่ถืออย่าง ลวกๆ แบบนั้น ช่วงนี้นายท่านมู่กําลังทําพินัยกรรม ถ้ามู่
หนานมีความสามารถจริงๆ ก็คงพูดออกมาหมดแล้ว หรือไม่ ก็แสวงหาผลประโยชนแให้ตัวเองบ้าง แต่ถึงกระนั้นคนตระกูลมู่บางส่วนก็ยังหวั่นใจ เปลี่ยน ทัศนคติที่มีต่อมู่หนาน มองได้จากตําแหน่งที่นั่งของมู่หนาน มู่หนานนั่งอยู่เงียบๆ ระหว่างที่ทานอาหารโทรศัพทแของ เขาก็ดังขึ้น ก้มหน้าดูก็พบว่าเป็นหนิงเวย คนบนโต฿ะต่างก็มองการเคลื่อนไหวของมู่หนาน ถ้า ออกไปรับสายตอนนี้ก็ดูจะจงใจเกินไป เขารับสายทันทีโดยไม่ไปไหน “แม่” “สืบได้หรือยัง?” ปลายสาย หนิงเวยเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมา
“ครับ พรุ่งนี้เราจะไปสุสาน…แม่ก็มาดูหน่อยสิ” มู่หนาน เม้มปาก เขาวางตะเกียบและหลุบตาลง
มู่หนานรู้ดีว่าหนิงเวยมีปมในใจ หนิงเวยลาออกจาก โรงเรียนมัธยมมาทํางาน แต่มู่หนานกลับพบใบรับรอง ปริญญาเอกวิชาเคมีของหนิงเวยในสัมภาระของยาย
เมื่อเทียบกับเมืองหลวง เธอยังต่อต้านเซี่ยงไฮ้มากกว่า
หลังจากนั้นไม่นานหนิงเวยก็ตอบ “แม่จะคิดดูอีกที แกก็ ดูแลตัวเองด้วย”
มู่หนานวางสายด้วยสีหน้าเรียบเฉย คนบนโต฿ะอาหารได้ ยินกันหมดว่าเขาเรียกแม่ นายท่านมู่ที่กําลังทานผักไตร่ตรอง อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า “พรุ่งนี้แม่เธอมาดูจงหยวนไหม?”
มู่หนานผงกหัว เขาเข้าใจหนิงเวยดีว่าเธอจะต้องมา
“พ่อบ้านมู่ ไปซื้อตั๋วให้คุณหนิง” นายท่านมู่ผงกหัว เขา ไม่ได้ถามอะไรมาก แค่ให้พ่อบ้านมู่เตรียมซื้อตั๋ว
เซี่ยงไฮ้และเมืองหลวงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ในช่วงปิดเทอมฤดูร้อนและวันหยุด เวลานี้หาจองตั๋วมาเซี่ยง ไฮ้ไม่ได้แล้ว
ต้องรอจองอีกสามวัน
“เธอน่าจะบอกแม่เธอก่อนว่าช่วงนี้ค่อนข้างมา ลําบาก…” หลังจากทานข้าวเสร็จ นายท่านมู่ก็มองมาทางมู่ หนาน “ฉันจะลองหาคนในเมืองหลวง…”
หนิงเวยตามมาไม่ทันแน่ๆ
มู่หนานคุยเรื่องพิธีไหว้มู่จงหยวนกับนายท่านมู่เสร็จก็ลุก ขึ้น เขาบอกลานายท่านมู่ “เรื่องตั๋วคงไม่รบกวนพวกคุณ แล้ว”
เฉิงมู่บอกเขาว่ามีวิธี
“ช่วงนี้ตรงกับการประชุมสุดยอดพอดี รถไฟถูกระงับไป หลายขบวนและยังมีการจํากัดรถนอกพื้นที่อีกด้วย บอกแม่ เธอด้วยว่าไม่ต้องรีบ อีกสองวันค่อยมาก็ได้” นายท่านมู่กล่าว
การประชุมสุดยอดของเซี่ยงไฮ้เกิดขึ้นอย่างฉุกละหุก ตามที่มู่จื่อหนิงพูดไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนนี้มีการควบคุมการ คมนาคมทุกรูปแบบอย่างเข้มงวด
หากต้องการซื้อตั๋วก็คงซื้อไม่ได้แน่ มู่หนานผงกหัวและไม่ได้พูดต่อ **
อีกด้านหนึ่ง เฉิงมู่ได้แจ้งเรื่องตั๋วกับเฉิงเจวี้ยนแล้ว
เฉิงเจวี้ยนวางหลอดทดลองแล้วหยิบกระดาษทิชชูที่มี น้ํายาฆ่าเชื้อออกมาเช็ดมืออย่างตั้งอกตั้งใจ “น้าจะมา? นาย ให้เฉิงจินไปเตรียมการ”
เฉิงมู่พยักหน้าแล้วหยิบโทรศัพทแมาคุยเรื่องนี้กับมู่หนาน
นี่ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อะไร อีกฝุายก็เป็นหนิงเวย แม้ เฉิงเจวี้ยนจะไม่ได้เอ่ยปาก เฉิงจินก็เตรียมการอยู่แล้ว ที่เฉิงมู่ มาบอกเรื่องนี้กับเฉิงเจวี้ยน หลักๆ ก็เพราะต้องการบอกเฉิง เจวี้ยนว่าหนิงเวยจะมาเซี่ยงไฮ้
การที่น้าของฉินหร่านมาเซี่ยงไฮ้ไม่ใช่เรื่องเล็ก
นอกจากนี้ยังมีการประชุมสุดยอด เฉิงมู่จึงต้อง ระมัดระวังเป็นธรรมดา ถ้าหากพรุ่งนี้ฉินหร่านไม่มีธุระอื่น เขาก็เตรียมจะไปรับด้วยตัวเอง แต่ถ้ามีธุระ เขาก็จะให้คน ตระกูลหลิ่วไปรับ
“บินวันพรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าและน่าจะมาถึงสนามบิน ประมาณเก้าโมง ผมจะจัดคนไปรับเธอ” หลังจากได้รับข้อมูล ตั๋วเครื่องบินแล้ว เฉิงมู่ก็ส่งให้มู่หนานก่อนจะคุยเรื่องจริงจัง กับเฉิงเจวี้ยน “คุณชายเจวี้ยน พรุ่งนี้คุณต้องไปพบคนจาก หลายๆ รัฐ ทางด้านการประชุมสุดยอดต้องการตัวคุณ แต่ใน เวลาเดียวกันทางด้านตระกูลหลิ่วก็มีการติดต่อเจรจากับเคน เนธ”
ครั้งนี้เฉิงเจวี้ยนไม่ได้มาเซี่ยงไฮ้เป็นเพื่อนฉินหร่าน เท่านั้น แต่เขายังคิดจะสร้างเส้นสายทางธุรกิจในเซี่ยงไฮ้ด้วย และตระกูลที่เฉิงจินเลือกก็คือตระกูลหลิ่ว
เฉิงเจวี้ยนใช้นิ้วเคาะโต฿ะโดยไม่รู้ตัว หลังจากครุ่นคิดอยู่ พักหนึ่งก็บอกเฉิงมู่ว่า “พรุ่งนี้นายตามคุณหนูฉินไปตระกูล หลิ่ว”
ในเซี่ยงไฮ้ นอกจากเฉิงเจวี้ยนก็มีแค่ฉินหร่านที่รับมือกับ เคนเนธได้
เฉิงมู่รู้ เพียงแต่ว่า…
คนตระกูลหลิ่วจะเชื่อคุณหนูฉินหรือไม่?