เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 226 สู้เผ่าอีกาสวรรค์ลำพัง
ตั้งแต่ดวงอาทิตย์ดวงที่สองปรากฏขึ้น ยังไม่ถึงครึ่งวัน
ท้องฟ้าก็มีดวงอาทิตย์เพิ่มเป็นเก้าดวง รวมกับดวงเดิม กลายเป็นสิบดวงสาดส่องกลางฟ้า!
ทั่วทั้งฟ้าดินร้อนระอุ แม้แต่หมอกหนาที่ปกคลุมเขามังกรผงาดยังถูกแดดแผดเผาจนเบาบาง
ต้าจิ่งยังมีโชคชะตาปกป้อง จึงยังไม่ทำให้ประชาชนร้อนจนยากจะฝืน แต่ก็ชั่วคราว
หากเวลายืดเยื้อไป โชคชะตาก็จะต้านทานความร้อนไม่ไหว
ดวงอาทิตย์สิบดวงลอยอยู่บนฟ้า เป็นภาพตระการตาอย่างยิ่ง
ทั่วทั้งใต้หล้าต่างตื่นตระหนก หากดูจากประวัติศาสตร์ ลางบอกเหตุเช่นนี้มักหมายถึงหายนะใหญ่กำลังจะมา
ในชั่วพริบตา ผู้คนต่างหวาดหวั่นไม่สงบ
แล้วสิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็เกิดขึ้น
ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่สุดเริ่มลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก
แต่เก้าดวงที่เหลือยังคงค้างอยู่ ณ ที่เดิม ไม่ไหวติง
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ก็เท่ากับไม่มีการผลัดเปลี่ยนกลางวันกลางคืนอีก
นี่ไม่ใช่เรื่องดี!
ทั่วทั้งเมืองหลวงต่างพูดถึงเรื่องนี้ แม้แต่เจียงเซอก็ยังต้องตกใจ จนต้องมาขอพบเจียงฉางเชิง
เจียงฉางเชิงยังไม่ทันพูดอะไร เจียงเจียนก็พูดความจริงออกมา พอเจียงเซอได้ฟังเขาก็นิ่งไปก่อนจะเอ่ยว่า
“มรรคาจารย์ ท่านอย่าเพิ่งลงมือเร็วเกินไป รออีกหน่อยเถอะ ต้าจิ่งไม่อาจเป็นผู้ที่ออกหน้าก่อนใครได้”
แม้คำพูดนี้จะเห็นแก่ตัว แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้
หากเจียงฉางเชิงลงมือก่อน ต้าจิ่งจะกลายเป็นเป้าหมายหลักของเผ่าปีศาจทันที
จีอูจวินก็เข้าใจหลักการข้อนี้ดี นางจึงไม่กล้ากดดันเจียงฉางเชิงเกินไป
เพราะเขาเคยออกโรงมาแล้ว ตนไมดับโลกา ก่อนหน้าก็เป็นเขาที่จับมา และวิหคทมิฬนั่นด้วย
นางมีลางสังหรณ์ว่าเรื่องวิหคทมิฬนั้นต้องเกี่ยวกับเจียงฉางเชิงแน่
บนโลกนี้ เผ่ามนุษย์จะมีเพียงมรรคาจารย์เท่านั้นหรือที่ออกหน้าได้
จีอูจวินไม่เชื่อ
เจียงเซอไม่ได้อยู่ต่อ หลังรู้ความจริงแล้วก็รีบจากไปทันที
เรื่องนี้ต้องรีบชี้แจง ไม่เช่นนั้นประชาชนจะคิดว่าโอรสสวรรค์ไร้ความสามารถ จนสวรรค์ทนดูไม่ได้
นี่ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริง เพราะในสายตาของประชาชนส่วนใหญ่มีเพียงต้าจิ่ง
พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโลกภายนอกกว้างใหญ่เพียงใด
อีกด้านหนึ่ง
หลินเฮาเทียนที่กำลังดูดกลืนเลือดพลังจากศพของปราชญ์ปีศาจเงยหน้าขึ้นมอง
เขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากแล้วพึมพำว่า
“ทำไมถึงมีดวงอาทิตย์มากมายแบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าฟ้าดินจะถึงจุดจบแล้ว…”
เขากระวนกระวายใจอย่างยิ่ง
เขายังไปไม่ถึงต้าจิ่ง ยังไม่ได้เหยียบสู่จุดสูงสุดของวิถียุทธ์ ไม่อยากมาตายแบบนี้
เหยี่ยวอัสนีเวหาส่งเสียงร้องต่ำด้วยความไม่สบายสุดๆ หลินเฮาเทียนจำต้องปลอบโยนมัน
“ต่อให้ต้องตายจริงๆ ก็มีข้าอยู่เป็นเพื่อนเจ้า กะอีแค่นกเจ้ากลัวเหรอ!”
เหนือท้องทะเลกว้าง สายน้ำเต็มไปด้วยหมอกลอยตลบ เรือทะเลหลายลำกำลังแล่นไปข้างหน้า
เหล่านักยุทธ์ทั้งบนดาดฟ้าและลอยตัวอยู่กลางอากาศต่างก็เช็ดเหงื่อ มองขึ้นไปบนฟ้าด้วยความหวาดผวา เมื่อเห็นดวงอาทิตย์สิบดวง
“ดวงอาทิตย์เยอะขนาดนี้ เป็นลางร้ายมหันต์แน่ๆ!”
“ร้อนเกินไปแล้ว แม้แต่น้ำทะเลยังเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ”
“ดูทางตะวันออกสิ ปลาหลายตัวกระโดดขึ้นจากผิวน้ำเลย”
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดจึงมีดวงอาทิตย์มากมายเช่นนี้”
“ข้าเคยได้ยินว่าในอดีตก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกัน
มีหลายดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่หลายปี ทำให้สิ่งมีชีวิตในแดนมนุษย์ถูกแดดเผาตายทั้งเป็นไปถึงเก้าส่วน”
“จริงหรือเปล่า จะลากยาวขนาดนั้นเชียวหรือ”
เหล่านักยุทธ์แห่งตระกูลมู่ต่างถกเถียงกันเสียงเซ็งแซ่ ส่วนใหญ่ล้วนรู้สึกไม่สบายใจ
มู่เสวียนกังไปหามู่หลิงลั่ว แล้วถามว่า
“เรื่องนี้จะลองถามท่านเทพเซียนดูไหม”
มู่หลิงลั่วส่ายหน้ากล่าวว่า
“นั่นมันดวงอาทิตย์นะเจ้าคะ ท่านตา ท่านจะหวังให้เทพเซียนมายิงดวงอาทิตย์ทั้งเก้าดวงลงมาอย่างนั้นหรือ
เรารีบออกจากเขตทะเลนี้ต่างหากคือเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง”
“ก็จริง”
มู่เสวียนกังเห็นว่ามีเหตุผล จึงรีบเดินออกจากห้องทันที
มู่หลิงลั่วหันไปมองดวงอาทิตย์ที่ขอบฟ้านอกหน้าต่าง คิ้วเรียวงามขมวดแน่น
นางหยิบใบหยกเกล็ดทองขึ้นมา แล้วถอนหายใจเบาๆ
หากเป็นสัตว์ปีศาจ นางยังใช้ใบหยกเกล็ดทองสังหารได้
แต่ดวงอาทิตย์นั้นสูงและไกลขนาดนั้น จะฆ่าได้อย่างไร?
ในความคิดของนาง ดวงอาทิตย์ไม่มีทางทำลายได้ และไม่ใช่แค่นางที่คิดแบบนี้ คนส่วนใหญ่ก็คิดเช่นเดียวกัน
หนึ่งวันต่อมา อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง
ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นอีกครั้ง ไปรวมกับอีกเก้าดวงที่ค้างอยู่
ข้างๆ ดวงอาทิตย์เหล่านั้นก็ปรากฏจุดแสงเล็กๆ มากมาย
เจียงฉางเชิงสายตาเฉียบแหลม มองเห็นชัดเจน
จุดแสงเหล่านั้นคืออีกาสวรรค์ขนาดเล็กจำนวนหนึ่ง
เขาคำนวณคร่าวๆ แล้ว ความแข็งแกร่งรวมของฝูงอีกาทองนี้เกินแปดสิบล้านแต้มเซ่นไหว้ไปแล้ว
เทียบได้กับการส่งอีกาสวรรค์มาเกินครึ่งเผา ขบวนรบน่าสะพรึงกลัวมาก
พลังร้อนที่รวมตัวกันนั้น รุนแรงจนเกินต้าน
เจียงฉางเชิงขมวดคิ้ว คิดในใจว่า
‘ยังไม่มีใครลงมืออีกหรือ เผ่ามนุษย์ของโลกนี้อ่อนแอถึงเพียงนี้เลยหรือ’
เขาได้เตรียมตัวจะหนีไว้เรียบร้อยแล้ว
เริ่มสังหารอีกาสวรรค์ทั้งหมดบนฟ้าก่อน แลวนำประชาชนต้าจิ่งเข้าไปในโลกมรรคา
จากนั้นค่อยหลบหนี ถือเป็นการรักษาเชื้อสายเผ่ามนุษย์ไว้ให้โลกนี้
เขาลุกขึ้นมายืน เริ่มขยับยืดเส้นยืดสาย
จีอูจวินถามด้วยความตื่นเต้น
“มรรคาจารย์ ท่านจะลงมือแล้วหรือ”
คนอื่นๆ ต่างหันมามองเขาเช่นกัน
เจียงฉางเชิงตอบว่า
“เปล่าหรอก แค่ยืดเส้นยืดสายไว้ก่อน หากพวกอีกาสวรรค์บุกมา จะได้พาพวกเจ้าเผ่นหนี”
ทันทีที่คำพูดนี้เอ่ยออกมา ทุกคนต่างอึ้งงัน
ไป๋จีรีบพุ่งเข้ามาก่อน แล้วกล่าวว่า
“นายท่านช่างดีเหลือเกิน ท่านต้องพาข้าไปด้วยนะเจ้าคะ ไม่ว่าท่านไปที่ใด ข้าจะติดตามไปทุกแห่ง คอยรับใช้ท่านตลอดไป”
เยี่ยสวินตี้เอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ว่า
“มรรคาจารย์ แม้แต่ท่านยังสู้กับเผ่าอีกาสวรรค์ไม่ได้หรือ?”
เจียงฉางเชิงตอบว่า
“แน่นอนว่าไม่ ข้าแค่กลัวยุ่งยาก”
ทุกคนเงียบกริบ
ใช่แล้ว ไม่ว่าจะฆ่าหรือไม่ฆ่าเผ่าอีกาสวรรค์ ก็ล้วนจะนำปัญหาใหญ่มาไม่สิ้นสุด
จีอูจวินถอนหายใจในใจ หากมีใครกล้าออกมา แบ่งเบาแรงกดดันกับมรรคาจารย์ เรื่องคงไม่ถึงขั้นนี้
ถึงจะเป็นเทพเซียน แต่เมื่อต้องเผชิญกับการตอบโต้ของทั้งเผ่าปีศาจ ก็ย่อมเป็นแรงกดดันมหาศาล
นางเคยขึ้นสู่สนามรบของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ จึงรู้ดีว่าเผ่าปีศาจนั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
แต่เธอก็เข้าใจดีถึงความคิดของเหล่าผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่ามนุษย์
ทุกคนล้วนไม่อยากออกหน้าก่อน ต่างคิดว่าแค่ปล่อยให้เผ่าอีกาสวรรค์ระบายโทสะให้เสร็จๆ ก็พอ
ยังไงราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ล่มสลายไปแล้ว เผ่ามนุษย์ย่อมต้องเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความอดทนยาวนานแน่นอน
ด้วยความแข็งแกร่งของเผ่ามนุษย์ในตอนนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชนะเผ่าปีศาจได้
“มรรคาจารย์ แล้วประชาชนของต้าจิ่ง กับโอรสสวรรค์จะทำอย่างไรล่ะ” เจียงเจียนอดถามไม่ได้
เจียงฉางเชิงกล่าว
“รออย่างอดทนเถิด”
พูดจบ เขาก็ไม่สนใจใครอีก มุ่งมั่นยืดเส้นยืดสายต่อ
นับตั้งแต่ได้คันศรเทพยิงตะวันมา เขายังไม่เคยได้ใช้พลังของมันอย่างเต็มที่เลย
ถือว่าเป็นการกดข่มของวิเศษนี้โดยแท้
ยิ่งรวมกับวิชา ‘วิชาเกาทัณฑ์ตำอี้พิฆาตโลก’ วันนี้ต้องทำให้เผ่าอีกาสวรรค์ไม่มีวันได้กลับไป!
พอคิดถึงตรงนี้ เจียงฉางเชิงก็รู้สึกตั้งหน้าตั้งตารอนิดหน่อย
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงบางอย่าง หันศีรษะไปดู รอยยิ้มบนใบหน้าจึงปรากฏ
‘ว่าแล้วเชียว! เผ่ามนุษย์ไม่ไร้ค่าถึงเพียงนั้น ยังมีวีรบุรุษเหลืออยู่อีกไม่น้อย!’
เขาใช้เนตรฟ้าดินไร้ขอบเขตมองออกไป ก็เห็นชายชุดคลุมม่วงคนหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้าอย่างรวดเร็ว
ทะลวงทะเลเมฆหลายชั้น เป้าหมายตรงไปยังเผ่าอีกาสวรรค์ ความเร็วว่องไวนัก!
เจียงฉางเชิงคำนวณระดับพลังของอีกฝ่ายเงียบๆ
[ต้องใช้แต้มเซ่นไหว้สิบสามล้าน ดำเนินการต่อหรือไม่]
สิบสามล้านแต้มเซ่นไหว้!
ขั้นถ้ำสวรรค์ระดับเก้า!
ไม่แปลกใจเลยที่กล้าออกหน้า
ตอนนี้ผู้ฝึกขั้นแปดและขั้นถ้ำสวรรค์ระดับเก้าทั่วทั้งโลกต่างก็หดหัวอยู่
ส่วนผู้แข็งแกร่งยิ่งกว่านั้น คงกลัวจะสร้างปัญหา จึงเลือกจะอดทน
โดยเฉพาะผู้แข็งแกร่งที่รอดชีวิตจากราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์
พวกเขาเพิ่งพ่ายแพ้มาไม่นาน ยิ่งไม่กล้าออกหน้าใหญ่
“พวกสัตว์ชั้นต่ำ! คิดว่าเผ่ามนุษย์เราไม่มีคนแล้วหรือไง!”
ชายชุดคลุมม่วงพุ่งขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว ดวงตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนไปโกรธเกรี้ยว
เขาชื่อกวนทงโยว ฝึกยุทธ์มามากกว่าห้าร้อยปี
แม้มิใช่คนของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็วิ่งทั่วเขตทะเล ไม่เคยเจอคู่ต่อสู้สักครั้ง ในใจจึงรู้สึกหยิ่งผยองเต็มเปี่ยม
เมื่อภัยครั้งใหญ่ของเผ่าปีศาจมาเยือนไม่มีใครในเผ่ามนุษย์กล้าออกหน้า
เช่นนั้นเขา กวนทงโยว จะเป็นคนทำเอง!
ยังไงเขาก็เดียวดาย เดินทางทั่วหล้า ไม่กลัวเผ่าปีศาจตามล่า!
ยิ่งเขาบินสูงขึ้น ฟ้าก็เริ่มจางจากสีฟ้า เปลี่ยนเป็นความมืดมิดไร้ขอบเขตแทน
เขาเห็นดวงอาทิตย์ทั้งเก้า รอบๆ ยังมีจุดไฟเล็กๆ มากมาย เล็กจนน่าตกตะลึง
กวนทงโยวยกมือขวาขึ้น กำไลข้อมือปล่อยแสงเย็นวาบ หอกยาวหนึ่งเล่มปรากฏในมือ
เขาปลดปล่อยพลังปราณออกมาทั้งร่าง ราวกับเสือมังกรล้อมรอบร่าง พลังกดดันรุนแรงจนหยุดไม่อยู่!
พลังของเขาทำให้เผ่าอีกาสวรรค์สังเกตเห็น อีกาสวรรค์ทั้งเก้าหันมามองพร้อมกัน
อีกาสวรรค์ตัวอื่นรอบๆ ก็หันตามมาด้วย
อีกาสวรรค์ที่ดูเหมือนตัวเล็กๆ แท้จริงก็ใหญ่ไม่น้อย
เพียงแต่ว่าเปลวไฟของพวกตัวใหญ่รุนแรงกว่า แผดแสงเจิดจ้าเหมือนดวงตะวัน
ไม่นาน กวนทงโยวก็มาถึงเหนือสุดของทะเลเมฆ เงยหน้ามองอีกาสวรรค์เต็มฟ้า
เปลวเพลิงสะท้อนบนใบหน้าเขา ทว่าดวงตายังเปี่ยมด้วยโทสะ ไม่แปรเปลี่ยน
เบื้องหน้าอีกาสวรรค์นับไม่ถ้วน เขาช่างเล็กจ้อยราวกับเผชิญหน้ากับเทพเซียนทั่วทั้งฟากฟ้า
“นักยุทธ์เผ่ามนุษย์ เจ้ายังกล้ามาเผชิญหน้าพวกเราเพียงลำพัง เจ้ารู้ฐานะพวกเราหรือไม่”
อีกาสวรรค์ตัวใหญ่ที่สุดเอ่ยถามเสียงเย็น สายตามองกวนทงโยวอย่างหยามเหยียด
กวนทงโยวตะโกนกลับอย่างโกรธเกรี้ยว
“อีกาสวรรค์ เผ่าที่เป็นตัวแทนของดวงตะวัน แต่พฤติกรรมต่ำช้าเช่นนี้ คู่ควรกับฐานะหรือ”
อีกาสวรรค์ตอบเสียงเย็น
“ชนรุ่นหลังเผ่าเราหายสาบสูญในมหาสมุทรไร้สิ้นสุด เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือเผ่ามนุษย์แน่
เห็นว่าเจ้าฝึกยุทธ์ไม่ง่าย แล้วยังกล้ามาคนเดียว เช่นนั้นจะให้ทางรอดแก่เจ้า
หาชนรุ่นหลังของเผ่าให้เจอ พวกเราก็จะหยุดปล่อยเปลวเพลิง”
เมื่อได้ยิน กวนทงโยวก็หัวเราะลั่นอย่างสามหาว
“ฮ่าๆๆ น่าขันนัก! ชนรุ่นหลานของพวกเจ้าฆ่าฟันเผ่ามนุษย์ตามอำเภอใจ
พอถูกจับกลับ เป็นเผ่ามนุษย์ที่ไร้มารยาทเหรอ? ถ้าเป็นข้าที่เจอ จะไม่แค่จับ แต่ฆ่าทิ้งทันที!
เจ้าพวกสัตว์เดรัจฉาน! เผ่ามนุษย์ของเราเพียงแค่โชคซะตาไม่อำนวยชั่วคราว
แต่ในที่สุดย่อมกลับมาเป็นเจ้าแห่งสรรพสิ่งได้อีกแน่นอน!
วันนี้ข้าจะเป็นคนแรกที่สังหารสัตว์เดรัจฉานเช่นพวกเจ้าให้เผ่ามนุษย์!”
พูดจบ กวนทงโยวก็แววตาแน่วนิ่ง แล้วพลันแปรเป็นแสงสีม่วงพุ่งเข้าฟาดฟันเผ่าอีกาสวรรค์
ความเร็วของเขานั้นเร็วราวสายฟ้า
พริบตาเดียวก็พุ่งเข้าใส่อีกาสวรรค์ตัวหัวหน้าที่ใหญ่ที่สุด เขาจับหอกยาวสองมือ กระหน่ำแทงใส่ศีรษะของมันด้วยความโกรธ
ตู้ม!
เปลวเพลิงบนร่างของหัวหน้าอีกาสวรรค์พุ่งขึ้นสูง อีกาสวรรค์ตัวอื่นๆ รีบล้อมกวนทงโยวไว้
พ่นเปลวไฟลุกโซนใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง
กวนทงโยวใช้พลังปราณป้องกันทั่วร่าง แต่หอกยาวของเขากลับแทงทะลุหน้าผากหัวหน้าอีกาสวรรค์ไม่ได้
จึงต้องกระโดดถอยห่างออกจากทะเลเพลิง
อีกาสวรรค์ทั้งหลายหันขวับ แล้วสองตัวที่เป็นระดับขั้นถ้ำสวรรค์ระดับเก้าเช่นเดียวกันก็พุ่งฆ่าเขาอย่างรวดเร็ว
กวนทงโยวคำรามลั่น ร่างถ้ำสวรรค์หลายร่างหลอมรวมกันอยู่ด้านหลัง
ถึงกับมีเก้าขั้นถ้ำสวรรค์ แต่ละถ้ำกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
พริบตาเดียว ทั้งขั้นถ้ำสวรรค์ระดับเก้าก็ไหลเข้าร่างของเขา แล้วเขาก็พุ่งหอกไปข้างหน้าอย่างดุดัน
พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวแปรเป็นกระแสน้ำสีม่วงพุ่งโจมตีทันที
กระแทกใส่อีกาสวรรค์สองตัวยักษ์จนต้องถอยร่น
กระแสน้ำสีม่วงนั้นมีพลังมหาศาล ถึงกับกดเปลวเพลิงของอีกาสวรรค์ให้มอดลงได้
กวนทงโยวไม่หยุดมือ แปรร่างเป็นสายรุ้งแห่งแสงอีกครั้ง พุ่งเข้าไปในกระแสน้ำสีม่วง
ทำให้พลังของมันทวีคูณจนบดขยี้อีกาสวรรค์ตัวยักษ์สองตัว
เปลวเพลิงบนร่างของพวกมันถูกกดจนจางหาย เผยให้เห็นร่างจริงสีแดงฉาน
“จงตายเสียเถอะ”
กวนทงโยวคำรามลั่น มือที่จับหอกยาวบิดหมุนอย่างเฉียบคม ฟาดตัดแนวขวาง
กระแสสีม่วงกลั่นพลังปราณออกมาเป็นคมดาบ เฉือนร่างอีกาสวรรค์ตัวยักษ์ทั้งสองจนขาดเป็นแนวขวาง
ขนนกสีแดงลอยว่อน เลือดร้อนระอุสาดกระเซ็น ส่งเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดออกมา