เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา - ตอนที่ 597 วิงวอนขอบุญบารมี วิถีแห่งกำเนิดวาสนา
- Home
- เพิ่งเป็นเซียนได้ไม่นาน ลูกหลานกลับขอให้ข้าลงเขา
- ตอนที่ 597 วิงวอนขอบุญบารมี วิถีแห่งกำเนิดวาสนา
ทามกลางความวางเปลา สองเงารางยืนเคียงขางกัน หมอกประหลาดรายลอมรอบตัวพวกเขา แสงสีทองสะทอน ออกมาจากดวงตาพวกเขา ยืนอยูตรงห้วงลึกความวางเปลา “ไมนึกเลยวาแดนความวางเปลานี้จะมีตัวตนที่แข็งแกรง เซนนื้อยู เขาไปถึงขั้นประมุขชะตาอมตะแล้วแนนอน” “เป็นไปได้สูงมาก ไมอย่างนั้นจะเป็นใหญ่ในแดน ประหลาดแหงนี้ได้อยางไร” สองเงารางนี้มีรูปรางเป็นเผามนุษย์ อยางน้อยภายนอก ก็เป็นเชนนัน คนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีแดงเพลิง มีงูเหลือมดำพัน รอบเอว ใบหนาดูฝานโลกมาอยางโชกโชน เผมสีขาวถูกรวบไว ใตกวาน อีกคนสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงิน ฺหน้าตาหลอเหลา ขางหลังเป็นหอกยาวขยับแสงวูบวาบลอยอยู บุรุษเสื้อคลุมสีแดงมีนามวาจี้จั้ง บุรุษเสื้อคลุมสีน้ำเงิน มีนามวาเฉินซาง ทังสองคนหลงเขามาในแดนประหลาด มาร
ประหลาดทัวไปทำอะไรพวกเขาไมได แตพวกเขาก็ยังหนีออก ไปจากที่นี่ไมได้ กอนหน้านี้เจียงฉางเชิงทะยานผานเหนือศีรษะพวกเขา อำนาจคุกคามนาพรั่นพรึงนั้นทำให้ตอนนี้พวกเขานึกถึงก็ยัง
หวาดผวา
จี้ จั้งหันไปมองเฉินซางกอนจะเอยถาม “ในเมื่อพวกเรา หนีออกไปไมไดแลว หรือวาเราจะตามเขาออกไปดี” ฉินซางขมวดคิว “เรายัง1 ไมรู้ที่มาที่ไปของเขา ยังไม่รู้จัก นิสัยใจคอ ถ้าเกิดทำให้เขาโกรธขึ้นมา. ถึงพวกเขาจะมั่นใจในตนเอง แตหลังจากที่ได้เห็นพลัง ของเจียงฉางเชิง พวกเขาก็ไมคิดวาตัวเองจะเอาชนะอีกฝ่าย
ได
กระทังเฉินซางยังรูสึกวาฬากคนผูนันจะจัดการพวกเขา พวกเขาก็ไมมีทางขัดขืนได้เลย จี้จั้งพูดด้วยความจนปัญญา งมารประหลาดพวกนัน จะทำอะไรเราไมได แตถานานเขา ปราณประหลาดก็จะพัวพัน
เรา ถึงตอนนัน สถานการณภก็มีแตจะเลวรายยิงกวาเดิม สู้เดิมพันไมดีกวารี” ฉินซางคิดจะคาน แตก็ตองยอมรับวามีแตตองเดิมพัน จริงๆ ถึงอยางไรพวกเขาก็เขามาในแดนประหลาดไดสักระยะ หนึ่งแล้ว ทำอยางไรก็หนีออกไปไมได้ ทั้งสองคนพูดคุยกันอยูอีกครูหนึ่งกอนจะมุงหน้าไปตาม แสงสีทองของเจียงฉางเชิง ไม่ใชแคพวกเขาสองคน สิ่งมีชีวิตที่ยังเหลือรอดในแดน ประหลาดตางก์เริ่มมีความคิดเซนนี้ ล้วนเหาะเหินไปทางเจียง ฉางเชิงกันหมด ทวาเจียงฉางเชิงมีพลังแข็งแกรงมาก ยิ่งนัก พวกเขาจึง ไมกล้าเข้าไปใกล้มากเกินไป ได้แตตามอยูไกลฯ เจียงฉางเชิงไปที่ใดก็จะมีมารประหลาดเหลือคณานับ กระโจนเขามา ดวยความสามารถเป็นอมตะ เหลามาร ประหลาดจึงตอสู้อย่างไมคิดชีวิตได้ตลอด ความจริงแลว เจียงฉางเชิงเพียงแคไมอยากฆาพวกเขา ในตอนนี้ ความสามารถในการคืนชีพของมารประหลาด
มีปราณประหลาดเป็นรากฐาน หากทำลายแดนประหลาดทิง ไปฺมารประหลาดก็จะสลายไปเอง
เพียงแตวาเขายังไมอยากทำเชนนัน ยังอยากอยูตอ อีกหนอย
เวลาผันผานไป เป็นเวลาหนึ่งหมื่นปีแลวนับตั้งแตที่เจียงฉางเชิงบรรลุ วิชามรรคาธรรมชาติขันทีสิบหก ปราณประหลาดก็ยังเจาะเข้า กายทองคงกระพันกำเนิดจักรวาลของเขาไมได ควรจบไดแลว! เขายืนอยูกลางความวางเปลา เหลตามองสิ่งมีชีวิต มากมายที่อยูไกลออกไป เขาไมได้คิดอะไรเป็นพิเศษกับสิ่งมี ชีวิตที่คิดจะอาศัยพลังของเขาเพื่อมีชีวิตรอดเหลานี้ เดังนั้น จึงปลอยให้สิ่งมีชีวิตเหลานี้ตามเขามาได้ เจียงฉางเชิงแหงนหน้ามองกอนจะเอยด้วยน้ำเสียงทุม
“ทลาย’
หวงความวางเปลาเบืองหนาพังทลายลงโดยพลัน
คือรอยแยกทีฉีกขาดดวยดัชนีมรรคพิฆาตโลกา มันปรากฏขึน
กลางหวงมิติ ทำใหหมอกประหลาดเกิดการปันปวน กอตัวขึน เป็นพายุนาสะพรึงเหนือธรรมชาติ เหลาสิ่งมีชีวิตที่อยูไกลออก ไปก็พากันสำแดงพลังของตนเพือตอตาน
“ทางรอดของพวกเจาอยูตรงนัน รีบไปเสีย ไมอยางนัน พวกเจ้าจะต้องดับสลายไปพร้อมกับแดนแหงนี้!” เจียงฉางเชิงพูดด้วยน้ำเสียงเฉยเมย เหลาสิ่งมีชีวิตที่อยูไกลออกไปได้ยินเซนนั้นภก็มองหน้ากัน จนกระทั่งจี้ จั้งกับเฉินซางเหาะนำไปกอน พวกเขาถึงได้ตาม
ออกไ ขณะมุดเข้าไปในรอยแยกมิตินั้น เจี้จั้งได้สงกระแสจิต ไปหาเจียงฉางเชิง “พวกเรามาจากเทวสถานถำวายสะ ตอง ขอบคุณผู้อาวุโสมากที่ชวยเอาไว้ ภายภาคหน้าหากมีเรื่องใด ที่พวกเราสองคนพอจะชวยได ก็ขอให้มาหาพวกเราสองคนที่ เทวสถานถำวายสะ!” เทวสถานถ้ำวายสะ? .เจียงฉางเชิงไมเคยไดยินชือนี้มากอน และไมรูวาเทียบ กับมหาวิถีบำเพ็ญหลุดพนทังสามแหงแลวเป็นอยางไร เดาวา
คง ไมดอยไปกวาเทาไร กระทังแข็งแกรงกวาดวยซำเพราะ
พลังของทั้งสองคนนี้ก็แข็งแกรงเกินกวาอริยราชันทั่วไปแล้ว นอกจากสองคนนี้แล้ว สิ่งมีชีวิตอื่นไมกล้าประจบเจียง ฉางเซิงเลย ได้แตหนีไปอยางรวดเร็ว “ทำลายแดนประหลาด เจาชางโอหังอวดดีจริงๆ!” เสียงเย็นเยียบดังขึ้น เจียงฉางเชิงเหลตามอง ตรงห้วงลึก ความวางเปลามี เงารางสูงใหญ่กำลังเดินเขามาเป็นมาร ประหลาดที่มีมูลคาสี่ล้านสี่แสนนั้น เป็นตัวตนที่แเข็งแกรงที่สุด ในแดนประหลาด ตอนนีมูลคาลดลงมาเหลือสามลานเกา แสนแตมเซนไหวมรรคาสวรรคแลว เจ้านี่ตายด้วยน้ำมือของเจียงฉางเชิงมาไมต่ำกวาร้อย ครัง แตก็ยังปากแข็ง
เจียงฉางเชิงครานจะตอปากตอคำกับเขาแลว จึงทำแค พูดเสียงเบา สลาย’ เพิ่งจะพูดจบ กายทองคงกระพันกำเนิดจักรวาลของเขา ก็เปลงแสงนาสะพรึง พลันกลืนกินทังแดนประหลาด ฟ้าดินสิ้นสลาย!
แดนประหลาดหายไป ลอดกาล!
เหนือแดนเซียนพรหมฺตนสรวงสวรรคมหามรรคา เจียงฉางเชิงปรากฏตัวขึ้นบนกิ่งไม้ กิ่งของต้นไม้นี้
กวางใหญ่มากเหมือนยืนอยูบนแผนดินใหญ่ เขาโบกมือขวาก็ ปรากฏราง แยกผานภูขึ้นมารางหนึ่ง เมื่อมองขึ้นไป บนต้น สรวงสวรรคมหามรรคามี รางเ แยกผานภูอยูหนึ่งร้อยหกสิบห้า รางแลว ล้วนกำลังนั่งสมาธิฝึกบำเพ็ญกันอยางเงียบๆ ยิ่งมีรางแยกผานกูเยอะขึบ น เจียงฉางเซิงก็มีความคิดที่จะ ปรับแกมหาคายกลเทพสังหารสิบสองนคราสวรรค เขานั่งลงอยูที่เดิม ฺเริ่มใครครวญถึงคายกล เขาทีบรรลุขันพรหมรางเทวะแลวไมรีบรอนฝึกฝน
ยกระดับอภินิหารในมือกอนแลวคอยวากัน พวกเยี่ยสวินตี่และเจียงอี้ที่อยูใต้ต้นสรวงสวรรค์มหา มรรคาไมไดสังเกตเห็นเจียงฉางเชิงเลย ฺถาขันพรหมรางเทวะ ไมอยากให้พวกเขาเห็น ตอให้ขั้นพรหมรางเทวะยืนอยู่ ตรงหนาพวกเขา พวกเขาก็ยังไมสังเกตเห็น
ในชวงเวลาทีเจียงฉางเชิงออกไปขางนอก มีจักรพรรดิ เซียนมากมายมาที่แดนเซียนพรหมฺบนแผนดินก็ให้กำาเนิดสิ่ง มีชีวิตที่แข็งแกรงขึ้นไมน้อย สรรพชีวิตท้องถิ่นพวกนี้แคเปิด ปัญญาก็บำเพ็ญเชียนไดรวดเร็วมาก เจียงฉางเชิง/ เค้นพบจุดนี้ เหมือนวายิ่งใช้แต้มโซคชะตา มากเทาไร สรรพชีวิตของโ โลกนี้ก็จะยิ่งมีพรสวรรค์ที่สูงมากขึ้น เทานัน
เวลาผันผานไป
ในวันหนึง ข้างบอน้ำลืมชาติภพ เยี่ยสวินตี่พักการฝึกบำเพ็ญอยางหาดูได้ยาก เขากำลัง เลนกับสุนัขอสูรแหงความอลหมานในทะเลสาบ ตั้งแตที่สุนัขอสูรแห่งความอลหมานถูกเจียงฉางเชิง สังหารก็เกิดใหม่ แตเมื่อตกลงไปในบอน้ำลืมชาติภพก็ลืมอดีต ไปแล้ว เทากับวากลับชาติมาเกิดใหม่ จนเมื่อเยี่ยสวินตี่พบมัน ทั้งสองก์ผูกกรรมกัน แม้แตกับพวกเจียงอี้ก็เป็นเซนเดียวกัน ล้วนเลี้ยงมันเป็นสัตว์ เลี้ยง
ทันใดนัน
เนัขอสูรแหงความอลหมานก็กระโดดขึนมาจาก ทะเลสาบ มันยืนสี่ขามองไปยังทิศหนึ่ง แยกเขี้ยวเหาเสียงดัง สามหางแกวงไปมาไมหยุด ราวกับวาทิศนันมีศัตรูธรรมชาติ มาเยือน
เยี่ยสวินตี๋มองไปด้วยความประหลาดใจ เขาแผพลังจิต ออกไปก็ไมพบความผิดปกติใด เฒาลีลับลิขิตสวรรคเดินเขามาถาม มันเป็นอะไรรี” เมื่อกอนสุนัขอสูรแห่งความอลหมานไมเคยก้าวร้าว เซนนี้มากอน ตอนนี้อยูที่พันมหาโลกา เขาจึงต้องระวังไว้ เพราะ :เมื่อนานมาแลวสุนัขอสูรแหงความอลหมานก็เคย มาที่พันมหาโลกา แม้เตาลี้ลับลิขิตสวรรค์จะเลื่อมใสในตัว มรรคาจารย์ แต่ก็ไมคิดวามรรคาจารย์จะไร้พายอยางแท้จริง ภายในพันมหาโลกาเกิดเรื่องใดขึ้นก็ไมแปลกเลย ไมวาจะพบ ตัวตนที่แข็งแกรงเพียงใดก็ยังอยู่ในเหตุและผล “ขาเองก็ไมแน่ใจเหมือนกัน”
เยียสวินตีขมวดคิว เขาพยายามปลอบมัน กระทังใชพลัง
อาคม ปรากฏวาสุนัขอสูรแหงความอลหมานพลันเหามาทาง เขา ทำเขาตก ใจจนวิญญาณแทบหลุดจากราง ตอนนี้เขาเป็นจักรพรรดิเซียนฺตบะระดับขั้นเซียน ทองเอกเทวะแข็งแกรงเพียงใดกัน เหตุใดถึงตกใจกับปีศาจที่ ตนเลี้ยงมาจนโตได้เลา เยี่ยสวินตี่พลันฉุกคิดขึ้นได้วาสุนัขอสูรแห่งความ อลหมานไม่ใชปีศาจธรรมดา เจียงอี้ที่อยูไกลออกไปลืมตาขึ้น ตาม มองไปทีสุนัขอสูรแหงความอลหมานดวยความแปลกใจ ที่สุนัขอสูรแห่งความอลหมานเหาเมื่อครูนี้ทำให้เขารู้สึก เหมือนเจอคนประเภทเดียวกัน แนนอนวาไมไดหมายถึงสายเลือดเผาเจียง แตเป็น ตัวตนของเทพแหงมหามรรคา ตั้งแตที่มหันตภัยวิถียุทธิ์ สิ้นสุดลง เจียงอี้ก็ยอมเปลี่ยนจากเทพแหงมหันตภัยเป็นเทพ แหงมหามรรคาเชนกัน ก็เหมือนกับเทพแหงเคราะหรายกับ
เทพแหงจิตมารในมรรคาสวรรค
ไมผิดแนมันจะตองเป็นเทพแหงมหามรรคาแนนอน
กระทั่งเหนือกวาขา เหตุใดถึงอาศัยอยู่ในทะเลสาบแหงนี้ หรือวาทานปู่เป็นคนเลี้ยงไว้’ เจียงอี้ครุนคิดอยู่เงียบๆ ทะเลสาบแหงนี้กไมธรรมดา ไปฉีเคยเตือนอยูหลายครั้งวา อยาลงทะเลสาบ ไมอย่างนั้นจะเกิดผลลัพธที่รายแรงเกินกวา ที่จะจินตนาการได้ ขณะเดียวกัน ดานบน เหนือกิงไมสูงหลายสิบลานลี เจียงฉางเซิงก็ ลืมตาขึ้นเชนกัน เขามองไปยังสงครามหนึ่ง ฝั่งหนึ่งในนั้นคือกองทัพ มรรคาอริยะที่กอนหน้านี้คิดจะบุกแดนเซียนพรหม อริยอัคร จักรพรรดิคนนันกึลงมือแลว พวกเขากำลังปิดลอมเทพแหง มหามรรคาที่แข็งแกรงองค์หนึ่ง สวนมูลคาของเทพแห่งมหา มรรคา ก็เกือบจะหนึงลานแตมเซนไหวมรรคาสวรรค
ฝ่ายมรรคาอริยะมีอริยอัครจักรพรรดิสองคน กองทัพตัง
ขบวนปีดลอมเทพแหงมหามรรคา
มหาคายกลของมรรคาอริยะแข็งแกรงมาก ทำให้เจียง ฉางเชิงไดเปิดโลกกวาง เขาไมนึกเลยวามรรคาอริยะก็มีคาย กลของตนเองเชนกัน คายกลพันธนาการกฎเกณฑมหามรรคา ของหวงสุญญตานัน เทพแหงมหามรรคาทีถูกกักขังสง เสียงรองโหยหวนออกมา ราวกับวากำลังเรียกเทพแหงมหา มรรคาคนอืน ดัง นั้นสุนัขอ. สูรแหง ความอลหมานจึงคลั่งขึ้นมา สมรภูมิรบนั้นหางไกลจากแดนเซียนพรหมมาก แม้แต จักรพรรดิเซียนก็ยังมองไมเห็น เจียงฉางเ เชิงมองแคทีเดียวก็ไมได้ใส่ใจอีก แดนประหลาดไมได้ให้รางวัลรอดชีวิตกับเขา มิหนำซ้ำ กอง เทัพมรรคาอริยะพวกนี้ มีแคอริยอัครจักรพรรดิที่มรรคา อริยะสงมาบุกแดนเซียนพรหมเทานันทีเขาสนใจ นัขอสู กรแหงความอลหมานคลั่งไดครูหนึง สุดทายก็
สงบลง
ทางๆ เด้านเทพแห่งมหามรรคาที่ถูกขังก์เริ่มตกเป็นรอง ถูก อริยอัครจักรพรรดิสองคนรวมมือกันจนออนกำลังลงเรื่อยๆ สามพันปีตอมา เจียงฉางเซิงกลับมาตำหนักเมฆามวง
เขากับรางแยกสลับตัวกันโดยที่ไมมีใครรู้มูหลิงลั่วกับไป ฉีก็ไมไดทันสังเกต เขานังบนบัลลังกเทพสวรรคมหามรรคา เหยียดกาย พลางพูดปลงอยู่ในใจ นั่งนี่แหละสบาย!’ จากนี้จะได้นั่งแล้ว จะไมยืนอีกแล้ว! เจียงฉางเชิงปรายตามองไปฉีก็พบวานางไมได้ฝึก บำเพ็ญ แตนั่งกลุมใจอยู่ คิ้วขมวดจนแทบจะชนกันอยูแล้ว “เจ้ากำลังกลุมอะไรอยูรึ” เจียงฉางเชิงถาม เขายอมรู้วาไปฉีกำลังคิดอะไรอยู่ ในเมื่อนางคิดอยูนาน ขนาดนี้แล้วก็ยังไมเข้าใจ เขาจึงเข้ามาชวยดีกวา ถึงอย่างไรก็เป็นปีศาจของเขา อยูกับเขามานานขนาดนี้ จะไมลำเอียงเลยไดอยางไร ไปฉีได้ยินกึเงยหน้าขึ้นด้วยอาการใจลอย จนเมื่อนาง รู้ตัววานายทานกำลังถาม นางจึงเดินมาที่หน้าบัลลังก์ จักรพรรดิเทพสวรรคมหามรรคาอยางระมัดระวัง เมื่อพบวา นายทานลืมตาขึ้น นางก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันควัน
นางเกาะทีหนาขาของเจียงฉางเชิงพลางเอยอยางนาสง สาร “นายทาน ข้าไมเข้าใจเลยจริงๆ วาข้าควรจะเดินบน เส้นทางแห่งบุญบารมือยางไรกัน” เจียงฉางเชิงจับคางของนาง”เจาลืมแลวหรือวาเจา
มีนามวาอะไร” “ข้ามีนามวาไปฉี วาแตมันอย่างไรกันหรือ’
“หืม?”
“ทานหมายถึงพระแมฝูหยวนหรือ’ ‘ถูกตอง เจาคิดในแนวทางของการกำเนิดวาสนา [1]ก็ได้ ลัทธิ เผาพันธุ์และคำสอนในโลกนี้ดูเหมือนเป็นการ เสริมพลังอำนาจของตนเอง แตก็เป็นการมอบวาสนาใหกับสิง มีชีวิตที่ออนแอเชนกัน เทวาไมมีวิธีใดที่จะเพิ่มวาสนาได้ โดยตรง หากเจ้าทำได้ บุญบารมีของเจ้าก็จะบริสุทธิ์ มากยิ่งขึ้น” ไปฉีเอยด้วยสีหน้ากลุ้มใจและอมทุกข์ แตวา…ให สงวาสนาไปทั่วทุกที่ มันก็เหนื่อยเหมือนกันนะเจ้าคะ..
เจียงฉางเซิงกลาวอยางมีความหมายลึกซึง “เจาสา
มารถวิงวอนขอบุญบารมีจากมรรคาสวรรคได ขอแคทุกสรรพ ชีวิตมีความจริงใจที่แท้จริง ภก็ยอมได้รับวาสนาจากสวรรค์ผ่าน
เจาได”
[1] ฝูหยวน หมายถึงกำเนิดวาสนา