เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 121 จะไม่ยอมให้ลู่อี้หนงได้อะไรไปแม้แต่
น้อย (1)
ตอนบ่าย ยวี่หว่านไปพบนักออกแบบหลายคนที่มี
ชื่อเสียงในวงการ คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นคนที่เธอรู้จักในงาน
เลี้ยงประจำปีของตระกูลเฉิงกรุ๊ป และก็พูดว่าเต็มใจจะไป
ร่วมงานวันเปิดสำนักงานออกแบบของเธอ
วันนี้ตอนบ่ายยวี่หว่านไปพบกับนักออกแบบสาว
ทั้งหมด พอเหล่าผู้หญิงรวมตัวกันก็เป็นการก็อสซิปชั้นดี
นี่เอง
“คุณนายเฉิง ฉันได้ยินมาว่าสำนักออกแบบของลู่อี้หนง
น้องสาวคุณก็กำลังจะเปิดเหมือนกัน เขายังสมัครเข้าร่วม
การแข่งขันนักออกแบบงานหนึ่งด้วย คุณจะสมัครด้วยมั้ย?”
ยวี่หว่านได้ยินดังนั้นก็อึ้งไปเล็กน้อย ทำไมลู่อี้หนงถึง
เปิดสำนักงานออกแบบได้เร็วขนาดนี้
ที่ลู่อี้หนงรีบจะเปิดสำนักงานออกแบบเพราะอยากจะ
เปิดให้ชนกับของเธอหรือเปล่า?
“สมัครสิคะ” ยวี่หว่านยิ้มออกมา ที่ที่มีลู่อี้หนง ทำไม
เธอถึงจะไม่ไปรอดูความสนุกล่ะ
“ผู้จัดงานเป็นใครคะ?”
“ได้ยินมาว่าเกาเฉิงกรุ๊ปเป็นคนจัดงานค่ะ จัดขึ้นมาก็
เพื่อจะรับสมัครตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเสื้อผ้า”
“เกาเฉิงกรุ๊ป…..” ยวี่หว่านขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย นั่นมัน
บริษัทของโหลวเฟิงไม่ใช่เหรอ?
“ใช่ เกาเฉิงกรุ๊ปในวงการธุรกิจนับว่าเป็นเบอร์ต้นๆ
ของบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่ยังไงก็สู้กับบริษัทตระกูลเฉิงกรุ๊ปของ
คุณเฉิงไม่ได้” นักออบแบบหญิงคนหนึ่งพูดด้วยรอยยิ้ม ถึง
จะประจบอย่างสุดโต่งแต่ก็เป็นความจริง เกาเฉิงกรุ๊ปมี
ชื่อเสียงมากในวงการธุรกิจ โดยเฉพาะที่ดินผืนใหญ่ในเมือง
B และเมืองติดทะเลที่อยู่ในมือของโหลวเฟิง ตอนนี้ราคาขึ้น
สูงลิ่ว
แต่ถ้าเปรียบเทียบกับตระกูลเฉิงกรุ๊ปที่มีรากฐานหยั่ง
ลึกแล้วถือว่ายังแตกต่างกันอยู่มาก
“แต่ช่วงนี้เกาเฉิงกรุ๊ปเหมือนตั้งใจจะพัฒนาธุรกิจด้าน
เสื้อผ้า เปิดรับนักออกแบบวัยรุ่นในประเทศเป็นหัวหน้าฝ่าย
เสื้อผ้าโดยให้เงินเดือนสูง พวกเราต่างก็อยากจะลองไปดู
เพราะเกาเฉิงกรุ๊ปให้เงินเดือนล่อใจมาก”
ยวี่หว่านฟังที่พวกเขาคุยกัน ก็ถึงกับยกคิ้วขึ้น
โหลวเฟิงกับเจียงซงเหนียนสนิทกัน ถ้าเธอไปขอร้อง
เจียงซงเหนียน เขาก็คงไม่ถึงกับไม่ยอมช่วยเธอหรอกมั้ง?
เธอไม่ได้สนใจอะไรมากกับเงินเดือนที่เกาเฉิงกรุ๊ปเสนอ
ให้ แค่เพียงใช้ชื่อคุณผู้หญิงตระกูลเฉิงในสำนักงานออกแบบ
กำไรที่ได้ก็เพียงพอให้เธอใช้จ่ายแล้ว ไม่แน่ตอนที่เธอเลิกรา
กับเฉิงฉีตง อาจจะคืนเงินสามสิบล้านให้เขาได้ โดยไม่เป็นหนี้
ต่อกัน
แต่ที่เธออยากจะเข้าร่วมการแข่งขันนี้ ก็เพราะว่าลู่อี้
หนงก็เข้าร่วมเหมือนกัน
ก็เท่านั้นเอง
เมื่อสองปีที่แล้วในการแข่งขันนักออกแบบสไตล์ลิสห
น้าใหม่ที่นิวยอร์ก เดิมทีลู่อี้หนงมีการแข่งขันอื่นที่ต้องเข้าร่วม
แต่เธอก็ยอมสละการแข่งขันนั้นเพื่อมาสมัครในสนามแข่งนั้น
เพื่อที่จะไม่ให้ยวี่หว่านได้ชัยชนะ
ครั้งนี้เมื่อลู่อี้หนงเสนอมาก เธอก็ต้องจัดให้
*
ตอนบ่ายยวี่หว่านไปบ้านตระกูลเจียงแต่ก็พลาดโอกาส
เพราะเจียงซงเหนียนไม่อยู่บ้าน พ่อบ้านบอกว่าเขาไปบ้าน
ตระกูลโหลว
ซึ่งตรงกับความต้องการของยวี่หว่านพอดี
เจียงซงเหนียนอยู่ที่บ้านของโหลวเฟิง งั้นก็พอดีเพราะ
เธอมาหาเจียงซงเหนียนก็เพื่อให้เขาช่วยติดต่อโหลวเฟิงให้
ยวี่หว่านเรียกรถแท็กซี่ไปบ้านตระกูลโหลว
เธอยังพอจะมีภาพความทรงจำกับบ้านตระกูลโหลว
ตอนเด็กๆ ที่เธอถูกเฉียวหลานซินส่งให้เจียงซงเหนียน ตอน
ที่เจียงซงเหนียนมาดื่มชาที่บ้านของโหลวเฟิงบางครั้งก็
จำเป็นต้องพาเธอมาด้วย ตอนนั้นยวี่หว่านจำได้
ว่าที่บ้านตระกูลโหลวมีพี่ชายคนหนึ่ง แต่ชื่ออะไรนั้น
เธอจำไม่ได้แล้ว
เธอลงรถที่หน้าประตูเขตของบ้านตระกูลโหลว
หลังจากที่เดินเข้าไปแล้วก็รู้สึกเลือนลาง เพราะเวลาผ่านไป
นานแล้ว เธอจำไม่ได้ว่าบ้านตระกูลโหลวคือหลังไหน
เธอเดินวนไปวนมาอย่างลังเลที่หน้าประตูคฤหาสน์อยู่
หลายหลัง แต่จะให้กดกริ่งเรียกทีละหลังๆ ก็คงจะไม่ได้สินะ
ทันใดนั้นเธอก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจาก
คฤหาสน์พอดี เธอไม่ทันจะคิดอะไรก็รีบเดินไปหาชายคนนั้น
“สวัสดีค่ะคุณ ฉันอยากจะถามสักหน่อยว่าบ้านตระกูล
โหลวของเกาเฉิงกรุ๊ปอยู่หลังไหนคะ”
ยวี่หว่านเงยหน้ามอง ผู้ชายคนนั้นสูงมาก ถูกดักถาม
ทางเข้ากะทันหันก็ไม่ได้มีความโกรธแต่อย่างใด
“หลังนี้” เขาชี้ไปที่คฤหาสน์ด้านหลัง แล้วใช้มือหนึ่งติด
กระดุมเสื้อสูท
ยวี่หว่านมองด้านหลังของเขา แล้วมองเขาอีกครั้ง
แล้วก็รู้สึกแทบไม่อยากจะเชื่อ เพราะผู้ชายคนนั้นออกมา
จากคฤหาสน์หลังนั้น หรือว่าเขาจะเป็นคนในครอบครัว
ตระกูลโหลว
แต่ว่าในภาพความทรงจำของยวี่หว่านเหมือนว่าบ้าน
ตระกูลโหลวจะไม่มีคนรูปร่างหน้าตาแบบนี้อยู่ ส่วนพี่ชายค
นั้นกับผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอก็ไม่มีตรงไหนที่เหมือนกันเลย
ไม่แน่เขาอาจจะเป็นแขกของบ้านตระกูลโหลวมั๊ง
“ขอบคุณค่ะ” ยวี่หว่านพยักหน้า แล้วขอบคุณอย่าง
สง่า เดินผ่านชายคนนั้นแล้วเดินเข้าคฤหาสน์ตระกูลโหลวไป
ผู้ชายคนนั้นหันไปมองยวี่หว่านแวบหนึ่งโดยไม่ได้คิด
อะไรมาก แล้วก็ขับรถออกไป
ยวี่หว่านเดินเข้าไปในคฤหาสน์ หลังจากที่พ่อบ้านได้ยิน
ว่าเธอเป็นลูกสาวเจียงซงเหนียนก็รีบพาเธอเข้าไป เพราะ
เจียงซงเหนียนอยู่ที่นั่นพอดี พ่อบ้านจะไม่ปล่อยให้เธอเข้าไป
ได้ยังไง
หลังจากที่ยวี่หว่านเข้าไปแล้วก็เห็นว่าเจียงซงเหนียน
กับโหลวเฟิงกำลังนั่งเล่นหมากรุกกันในห้องรับแขก โหลว
เฟิงอายุมากกว่าเจียงซงเหนียนอยู่สองปี ตอนที่ยวี่หว่านเห็น
โหลวเฟิงก็แทบจะจำเขาไม่ได้
“คุณลุงโหลว” เธอรู้สึกว่าจะยังไงก็คงไม่รอด เลยพูด
ออกมาตรงๆ
เพราะหากเธอไม่มาขอร้องโหลวเฟิง เฉียวหลานซินก็
คงจะใช้วิธีขอร้องโหลวเฟิงให้ช่วยลู่อี้หนง เธอจึงต้องรีบชิง
โอกาสซะก่อน
“เธอคือ…..” โหลวเฟิงตกใจที่ยวี่หว่านที่โผล่เข้ามาแบบ
ไม่ตั้งตัว เดิมทีเขากำลังก้มหน้าเล่นหมากรุกอยู่ กำลังคิดอยู่
ว่าหมากตัวต่อไปจะเดินยังไง ทันใดก็มีเสียงเรียก “คุณลุง
โหลว” ดังมาจากไม่ไกล ทำเอาเขาถึงกับตกใจขึ้นมา
เจียงซงเหนียนฟังออกว่าเป็นเสียงของยวี่หว่าน ตอน
นั้นเขานั่งหันหลังให้เธอ จึงหันไปมองยวี่หว่านทีหนึ่ง สีหน้าก็
หุบลง แววตาก็ปรากฏความตกใจ แต่นักการเมืองไม่
เหมือนกับนักธุรกิจ เขารู้ที่จะเก็บอารมณ์ ถึงแม้ว่าเจียงซง
เหนียนจะไม่พอใจและตกใจ แต่ก็เก็บอาการไว้เกือบได้
ทั้งหมด
“แกมาที่นี่ได้ยังไง” น้ำเสียงของเจียงซงเหนียนเหมือน
จะตำหนิเธอ
ยวี่หว่านยิ้มให้เขา “เมื่อกี้หนูเพิ่งไปที่บ้านมา แล้ว
พ่อบ้านบอกว่าพ่อมาที่บ้านคุณลุงโหลว หนูมีธุระด่วนจะมา
หาพ่อ แล้วก็คิดว่าหลายปีแล้วที่ไม่ได้มาหาคุณลุงโหลว ก็
เลยมาแบบปุบปับ คุณลุงโหลวคงไม่ถือสานะคะ”
ตอนที่ 121 จะไม่ยอมให้ลู่อี้หนงได้อะไรไปแม้แต่น้อย (2)
ยวี่หว่านปากหวาน ตั้งแต่เล็กก็เรียกโหลวเฟิงว่า “คุณ
ลุงโหลว” มาตลอด พอโหลวเฟิงได้ยินเด็กสาวคนนี้เรียก
เจียงซงเหนียนว่า “พ่อ” เขาก็รู้ทันทีว่าเธอเป็นลูกสาวคนนั้น
ของเจียงซงเหนียน
“เธอคือแม่หนูยวี่หว่านใช่มั้ย” โหลวเฟิงยิ้มให้เธอ ผม
ข้างๆ จอนหูของเขาเริ่มขาวแล้ว เขาวางหมากรุกลง แล้วรีบ
ลุกขึ้นสั่งให้แม่บ้านชงชา “แม่บ้าน รีบไปชงชามาแก้วนึง”
“ไม่รบกวนดีกว่าค่ะคุณลุงโหลว ตอนมาหนูเเวะซื้อ
ผลไม้มาด้วย ไม่รู้ว่าคุณลุงโหลวจะชอบรึเปล่า”
ยวี่หว่านวางผลไม้ลงบนโต๊ะรับแขกด้วยความเกรงใจ
เธอทำตามมารยาทได้ยอดเยี่ยมมาก
ปกติแล้วครอบครัวที่มีชื่อเสียงมักจะชอบให้แสดง
ออกมาให้ดีเลิศ โดยเฉพาะเรื่องมารยาท ยวี่หว่านก็แค่ทำ
ตามที่เขาชอบเท่านั้น
โหลวเฟิงยิ้มออกมา หันไปมองหน้าเจียงซงเหนียนที่สี
หน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนัก “ซงเหนียน ลูกสาวคนนี้ของคุณเหมือน
ตอนเด็กๆ ไม่เปลี่ยน ฉลาดเป็นที่รักของคนอื่น เด็กผู้หญิง
อายุเท่านี้สมัยนี้มีที่ไหนจะรู้จักมารยาทขนาดนี้ นี่ถือเป็น
วาสนาของคุณนะ ฮ่าๆ”
สีหน้าของเจียงซงเหนียนนิ่งจนน่ากลัว ทำเอายวี่หว่าน
ถึงกับกลัว แต่ก็ต้องเสแสร้งทำท่าทางเป็นลูกสาวที่ดีออกมา
“พ่อคะพ่อกับคุณลุงโหลวเทียบกันไม่ได้แล้วนะ หนูจำ
ได้ว่าคุณลุงโหลวชอบรำไทเก็กมาตลอด ถึงว่าดูยังหนุ่มยัง
แน่นขนาดนี้ ไม่รู้นี่คิดว่าพ่อแก่กว่าคุณลุงโหลวอีกนะ พ่อ
ต้องฝึกรำไทเก็กกับคุณลุงโหลวบ้างนะ” ยวี่หว่านจงใจพูดขึ้น
อย่างหนึ่งก็เพื่อจะเอาใจโหลวเฟิง อีกอย่างหนึ่งก็เพื่อจะพูด
กระทบกระทั่งเจียงซงเหนียน
ไม่กี่วันมานี้ใครบอกให้เจียงซงเหนียนไม่สนใจเธอ…..
เมื่อก่อนตอนที่ยวี่หว่านอยู่ที่บ้านตระกูลเจียง ก็มักจะ
พูดจากระทบกระทั่งใส่เจียงซงเหนียน เมื่อก่อนก็ทำไปเพื่อให้
ได้รับความสนใจจากพ่อก็เท่านั้น
“ฮ่าๆๆ ซงเหนียน คุณดูแม่หนูน้อยคนนี้” โหลวเฟิงฟัง
แล้วก็อารมณ์ดี มือชี้ไปที่ยวี่หว่านแล้วหัวเราะออกมา
แต่เจียงซงเหนียนกลับหน้าบึ้งตึง “ที่แกมาที่บ้าน
ตระกูลโหลว ต้องการอะไรกันแน่”
“หนูก็มาเยี่ยมคุณลุงโหลวไง” ยวี่หว่านทำหน้าตาไร้
เดียงสา
โหลวเฟิงแก้ไขบรรยากาศกระอักกระอ่วนด้วยการ
ให้ยวี่หว่านนั่งลงข้างเขา “ลุกสาวคุณแวะมาเยี่ยมผม คุณไม่
พอใจใช่มั้ย”
“เปล่า” เจียงซงเหนียนขมวดคิ้ว มองยวี่หว่านด้วย
ความไม่พอใจ
เจียงซงเหนียนปวดหัวกับลูกสาวคนนี้ของเขามาตั้งแต่
ไหนแต่ไร ตอนเด็กๆ ปากเธอก็ร้ายไม่เบา มักจะเถียงเขาคำ
ไม่ตกฟาก ตอนหลังเธอเกิดเรื่องขึ้นที่บ้านตระกูลลู่ซ้ำแล้วซ้ำ
อีก เขาก็เลยเหมือนจะทอดทิ้งเธอไป
“ยวี่หว่าน ตอนนี้หนูทำงานอะไรอยู่ละ” โหลวเฟิงดู
เหมือนจะไม่รู้เรื่องที่ยวี่หว่านเคยติดคุกมาก่อน เรื่องแบบนี้
สำหรับบ้านที่มีชื่อเสียงแล้วก็เป็นเพียงเรื่องไม่สำคัญ และ
สำหรับโหลวเฟิงเขาไม่ได้สนใจมันอยู่แล้ว ส่วนเจียงซง
เหนียนที่อับอายเพราะยวี่หว่าน แน่นอนว่าเขาไม่เอาเรื่องนี้
มาพูดกับเพื่อนแน่นอน
“นักออกแบบเสื้อผ้าค่ะ ไม่กี่วันสำนักงานออกแบบของ
หนูก็จะเปิดทำการแล้ว ถ้าคุณลุงโหลวมีเวลาว่างเข้ามา หนู
จะตัดชุดสูทให้นะคะ” ยวี่หว่านอมยิ้ม แล้วจิบน้ำชาไปทีหนึ่ง
น้ำชาชงได้เข้มข้นมาก เหมาะกับความชอบของคนสูง
วัย แต่สำหรับยวี่หว่านแล้วรู้สึกว่ามันขมไป
จริงๆ แล้วในใจของหญิงสาวรู้สึกกลัวอยู่มาก กลัวว่า
เจียงซงเหนียนจะขัดขวางเธอเข้า
“นักออกแบบเสื้อผ้างั้นเหรอ? ซงเจียง ทำไมคุณถึงไม่
บอกผม” โหลวเฟิงรู้สึกเหนือความคาดหมาย “ยวี่หว่าน ช่วง
นี้เกาเฉิงกรุ๊ปจัดการแข่งขันออกแบบเสื้อผ้า หนูสนใจจะมา
เข้าร่วมมั้ย?”
ยวี่หว่านยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย อืม โหลวเฟิงช่างเข้าทาง
เธอจริงๆ
“จริงเหรอคะ? บังเอิญจังเลย แต่หนูกลัวว่าฝีมือหนูจะ
ไม่ดี ทำให้คุณลุงโหลวเสียหน้าเอา” ยวี่หว่านพูดติดตลก
เจียงซงเหนียนมองเธอด้วยสายตาเย็นชา ยวี่หว่านเป็น
ลูกของเขา เธอคิดอะไรอยู่เขาจะไม่รู้ได้ยังไง
เธอมาก็เพื่อการแข่งขันนักออกแบบครั้งนี้
ยวี่หว่านรู้ว่าคนอย่างโหลวเฟิงมีความฉลาดเป็นกรดใน
วงการธุรกิจแบบนี้ ก็น่าจะพอรู้จุดประสงค์ของเธอ เธอก็แค่
เพียงกำลังแสดงละคร โหลวเฟิงก็แค่ใช้โอกาสนี้ชดเชยให้
เจียงซงเหนียน
“ก็ไม่เป็นไร ถือว่าไปลองสนาม ทั้งหมดลุงจัดการเอง”
โหลวเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม ยวี่หว่านฟังแล้วก็จิตใจสงบลงได้
บ้าง
“ขอบคุณค่ะคุณลุงโหลว”
“ใช่แล้ว เมื่อกี้เย่เฉิงเพิ่งจะออกไป หนูเจอกับเขามั้ย?”
โหลวเฟิงถามเธอด้วยรอยยิ้ม เพราะเขาชอบเธอมาก
เย่เฉิง เย่เฉิงคือใคร…..ในสมองของยวี่หว่านคิดชื่อนี้อยู่
คิดแล้วคิดอีกก็นึกไม่ออกว่าเย่เฉิงที่โหลวเฟิงพูดถึงนั้นคือ
ใคร
แต่เมื่อกี้เธอพบกับใครคนหนึ่งที่หน้าประตู เธอคิดว่า
ผู้ชายคนนั้นน่าจะใช่ “เย่เฉิง” แล้วแหละ
“ค่ะ เจอกันแล้ว”
“เมื่อกี้เย่เฉิงเพิ่งจะถามพ่อหนูว่าหนูสบายดีมั้ย ฮ่าๆ”
ในสมองของยวี่หว่านเหมือนจะเข้าใจอะไรขึ้นมา ก็
ตกใจอยู่เล็กน้อย
หรือว่าเย่เฉิงที่โหลวเฟิงพูดถึงคือลูกชายของเขา ยวี่
หว่านนึกย้อนกลับไปถึงหน้าตาของผุ้ชายที่เธอเจอเมื่อครู่นี้
ช่างไม่เหมือนกับหน้าตาเขาตอนเด็กๆ…..เอาเสียเลย
“หนูก็ไม่เจอกับพี่ชายมาหลายปีแล้ว” ยวี่หว่านยิ้ม
อย่างกระอักกระอ่วน จริงๆ แล้วเธอลืมพี่ชายคนนี้ไปจน
หมดแล้ว
ในความจำของเธอ โหลวเย่เฉิงเป็นเด็กที่จริงจัง น่าจะ
เกี่ยวกับการที่บ้านตระกูลโหลวเลี้ยงมาดี ทำให้โหลวเย่เฉิง
เรียนดีมาตั้งแต่เด็ก แต่เขาไม่ชอบเล่นซุกซนกับเพื่อนผู้ชาย
คนอื่นๆ แต่ทุกครั้งที่ยวี่หว่านมาที่บ้านตระกูลโหลวเขากลับ
ยอมเล่นกับเธอ แถมยังยอมดูการ์ตูนผู้หญิงเป็นเพื่อนเธอ
“ครั้งหน้านัดทานข้าวกันจะได้เจอกัน หนูยวี่หว่านมี
แฟนรึยังล่ะ?” หน้าตาของโหลวเฟิงเหมือนอยากได้ยวี่หว่าน
มาเป็นลูกสะใภ้ของบ้านตระกูลโหลวยังไงยังงั้น
“หนูแต่งงานแล้วค่ะ” ยวี่หว่านอมยิ้ม ทำเอาโหลวเฟิง
อึ้งด้วยความเสียดาย
“ไม่คิดเลยว่าจะถูกคนคว้าไปซะแล้ว ฮ่าๆ” โหลวเฟิง
พูดหัวเราะกับเจียงซงเหนียนแล้วชี้ไปทางยวี่หว่าน
ตอนแรกเจียงซงเหนียนก็ไม่รู้ข่าวเรื่องการแต่งงาน
ของยวี่หว่าน ตอนที่เห็นหนังสือพิมพ์เขียนพาดหัวข่าวซุบซิบ
เกี่ยวกับเฉิงฉีตงถึงจะรู้