เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 135 เฉิงฉีตงคนเดียวก็ต้านตระกูลดังได้กี่ตระกูล
แล้ว คิดดูเอาละกัน
ยวี่หว่านนอนต่ออีกสองสามชั่วโมง หลังจากตื่นนอนก็
ได้รับข้อความแจ้งว่าต้องเอากระดาษสเก็ตซ์ไปส่งเพราะทาง
นั้นไม่รับการส่งทางอีเมล และต้องไปส่งด้วยตัวเองถึงจะ
ผ่าน
เธอรีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วเรียกรถแท็กซี่ไปที่บริษัทเกา
เฉิงกรุ๊ป
บริษัทเกาเฉิงกรุ๊ปตั้งอยู่ในย่านธุรกิจเช่นเดียวกับบริษัท
ตระกูลเฉิงกรุ๊ป ยวี่หว่านคิดว่าอีกสักพักหลังจากออกจาก
บริษัทเกาเฉิงกรุ๊ปแล้วก็จะเข้าไปหาเฉิงฉีตงที่บริษัทตระกูล
เฉิงกรุ๊ป แบบนี้ก็จะไปสถานีตำรวจพร้อมกันได้
รถแท็กซี่จอดตรงหน้าประตูทางเข้าบริษัทเกาเฉิงกรุ๊ป
เธอลงจากรถแล้วขึ้นไปที่ชั้น 16 ตามที่ในข้อความแจ้งไว้
พอออกจากลิฟท์ชั้น 16 ยวี่หว่านก็ถึงกับตกใจทันที
คนเยอะแยะไปหมด…..คนที่เข้าร่วมการแข่งขันการ
ออกแบบของบริษัทเกาเฉิงกรุ๊ปครั้งนี้จะเยอะไปมั้ย
ทุกคนล้วนแต่เข้าแถวตามลำดับ แถวที่ต่อกันแทบจะ
ยาวไปจนถึงหน้าลิฟต์ ในมือทุกคนล้วนแต่ถือกระดาษส
เก็ตซ์ไว้
ยวี่หว่านถือกระดาษสเก็ตซ์ม้วนยาวเข้าไปต่อแถว เธอ
ดูสถานการณ์ก็ รู้สึกว่าน่าจะต้องรอคิวเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง
…..
ขณะเดียวกันนั้นเองที่ประตูลิฟต์เปิดออก ทันใดก็มี
เสียงของผู้หญิงดังมาจากข้างหลัง
“ยวี่หว่าน”
ยวี่หว่านได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเอง เธอจึงรีบหันไป
ตามเสียง ตอนที่เห็นเป็นกู้เหอก็ประหลาดใจขึ้นมา
“พี่…..กู้” ยวี่หว่านยังไม่ชินกับการเรียกกู้เหอว่าพี่ ถึง
ยังไงก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น
กู้เหอใส่เสื้อโค้ทสีครีม ในมือถือกระเป๋าแอร์เมส
เบอร์กิ้นสีเดียวกัน ท่าทางโดดเด่น ผู้หญิงที่มีความรู้และ
อ่อนโยนยืนอยู่หน้าลิฟต์ ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่หันมามอง
เธอ
“พี่ได้ยินคุณปู่บอกว่าสำนักงานออกแบบของเธอกำลัง
เปิดตัว เธอมาเข้าร่วมการแข่งขันการออกแบบของเกาเฉิง
กรุ๊ปงั้นสิ” กู้เหอมองกลุ่มคนที่แออัดยัดเยียด ก็ฝืนยิ้ม
ออกมา
“ค่ะ ใช่ค่ะ” ยวี่หว่านยิ้ม “พี่ล่ะ?”
“ฉันมาหาประธานโหลวของเกาเฉิงกรุ๊ป ทางเรามี
โครงการที่ร่วมมือกับเขา”
“แบบนี้นี่เอง พี่เข้าไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันจะยืนต่อ
แถวตรงนี้ต่อ”
กู้เหอพยักหน้า “งั้นพี่ขอตัวเข้าไปก่อน”
“ค่ะ”
ยวี่หว่านยืนต่อแถวอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย เพราะ
เธอใส่รองเท้าส้นสูงมาจึงทำให้เมื่อยขาอยู่บ้าง โดยเฉพาะส้น
เท้า ยืนอยู่นานก็เลยไม่สบายเท้าขึ้นมา
ในขณะนั้นเอง ยวี่หว่านก็เห็นร่างอ้อนแอ้นอรชรของ
ใครบางคนเดินไปที่หน้าสุดของแถว เธอสวมรองเท้าส้นสูงดู
สงบแต่กลับดูเย่อหยิ่งทะนงตน
ยวี่หว่านหรี่ตาลง นี่มันไม่ใช่ลู่อี้หนงเหรอ?
เธอเกือบจะลืมไปแล้ว ที่เธอมาเข้าร่วมการแข่งขันนี้ก็
เพราะลู่อี้หนง แล้วทำไมเขาจะไม่มา
ลู่อี้หนงเดินเข้าไปหน้าสุดแล้วส่งกระดาษสเก็ตซ์ให้กับ
ผู้ตรวจสอบภายใต้สายตาของกลุ่มคนที่มอง โดยที่ไม่ได้
กังวลว่าใครว่าวิจารณ์ยังไง
“คนนั้นทำไมทำเเบบนี้…..แซงคิว”
“ใช่ ทำไมไม่เคารพกฎระเบียบ”
ทุกคนพากันตำหนิลู่อี้หนง แต่เธอกลับไม่ได้สนใจ ยวี่
หว่านเเสยะยิ้ม ขอให้ลู่อี้หนงมองไม่เห็นเธอ
แต่ตอนที่ลู่อี้หนงเดินผ่านยวี่หว่านไป ในที่สุดเธอก็เห็น
เธอเข้าจนได้
“เฉียวยวี่หว่าน เธอหลบอะไรเหรอ?” ลู่อี้หนงพูดด้วย
น้ำเสียงนิ่งเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันเหมือนกับคนที่
สูงส่งที่มองคนต่ำต้อยยังไงยังงั้น
ยวี่หว่านไม่พอใจกับน้ำเสียงของลู่อี้หนงอย่างมาก เธอ
ใช้น้ำเสียงแบบนี้มาตั้งแต่เล็กจนโต
“หลบคนเลว” ยวี่หว่านเลิกคิ้วแล้วหันมาทางลู่อี้หนง
ลู่อี้หนงไม่คิดว่ายวี่หว่านจะปากดีขนาดนี้ ทำให้คนที่ฟัง
อยู่ถึงกับสีหน้านิ่งงัน เงยหน้าขึ้นมามองยวี่หว่านด้วยท่าทาง
รังเกียจ
“เป็นคุณนายเฉิงไม่ใช่เหรอ? ทำไมมายืนต่อแถวอยู่ตรง
นี้ล่ะ ถ้าเธออยากจะส่งแล้วรีบกลับไป คุณเฉิงแค่พูดประโยค
เดียวก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ?”
ลู่อี้หนงจงใจพูดเสียงดัง สร้างความสนใจให้คนที่อยู่
ข้างๆ ไม่น้อย
ยวี่หว่านแอบกัดฟัน รู้สึกว่าความบ้าของลู่อี้หนงนับวัน
ยิ่งอวดดีขึ้น
ใบหน้าสวยรับกับคิ้วนั้นเงยขึ้นมาแล้วยกคิ้ว
“ใช้ความสามารถตัวเองจะดีกว่า ถึงตอนนั้นใครก็จะ
มานินทาไม่ได้” ยวี่หว่านพูดด้วยความเย็นชา ในขณะนั้นเอง
ที่ลู่อี้หนงจ้องกระดาษสเก็ตซ์ในมือเธอแล้วยิ้มออกมา
ลู่อี้หนงหันหลังกลับออกไป ทำเอายวี่หว่านรู้สึก
แปลกๆ ขึ้นมา เธอจบแค่นี้เหรอ? จากนิสัยของลู่อี้หนงแล้ว
ควรจะพูดเสียดสีเธออีกหลายประโยคถึงจะถูก
ตอนนั้นยวี่หว่านต่อแถวอยู่คนหลังสุด เธอต่อแถวอยู่
นานก็ยังเป็นคนสุดท้าย และตอนนั้นเองที่เธออยากจะเข้า
ห้องน้ำขึ้นมา เธอคิดว่าตอนนี้แล้วก็ไม่น่าจะมีใครมาเพิ่มอีก
ถึงจะมาก็ไม่น่าจะกี่คน
ดังนั้นเธอก็เลยตัดสินใจถือกระดาษสเก็ตซ์ไปห้องน้ำ
หลังจากที่เธอเข้าห้องน้ำเสร็จและเตรียมตัวจะไปเข้า
แถวต่อ ข้างหลังก็มีเสียงรองเท้าส้นสูงของใครบางคนเดิน
เข้ามา
เสียงรองเท้าที่ดังมานั้น ทำเอายวี่หว่านกลับอกสั่น
ขวัญแขวน
หญิงสาวหนังตากระตุกขึ้นมา เหมือนกับว่าจะเกิดเรื่อง
ไม่ดีขึ้นอย่างนั้น…..
ยวี่หว่านมองผ่านกระจกตรงอ่างล้างหน้าก็เห็นร่างของ
ลู่อี้หนงที่เดินเข้ามา
ถ้าพูดอย่างไม่มีอคติแล้ว ไม่ว่าจะหุ่นหรือหน้าตาของลู่
อี้หนงก็จัดอยู่ในขั้นดี ถ้าอยู่ในวงการสาวสวยที่มีชื่อเสียง เธอ
ก็ต้องอยู่แถวหน้า มองครั้งเดียวก็ไม่มีวันลืมแบบนั้น
ยวี่หว่านไม่แน่ใจว่าถ้าตอนแรกเธอไม่ไปที่บ้านตระกูล
เฉิงเพื่อแย่งตำแหน่งคุณนายเฉิงมาจากลู่อี้หนง ตอนนี้
ตำแหน่งนี้จะเป็นของลู่อี้หนงมั้ย? แล้วเฉิงฉีตงจะหลงสเน่ห์
ของลู่อี้หนงรึเปล่า?…..
ทั้งหมดนี้เธอไม่อาจรู้ได้ เธอไม่เคยเชื่อใจในความยับยั้ง
ชั่งใจของผู้ชาย ยังไงก็มีสาวสวยอยู่ตรงหน้า จะอดใจไหวได้
ยังไง
“เฉียวยวี่หว่าน ทำไมของๆ ฉัน เธอต้องแย่งไปทุก
อย่าง” ลู่อี้หนงสีหน้าไม่เปลี่ยน สองมือประสานกันข้างหน้า
เดินเข้ามาหายวี่หว่านด้วยความมั่นใจ แล้วเงยหน้าข้นมอง
เธอแบบนิ่งๆ
ยวี่หว่านถึงกับสันหลังเย็นขึ้นมาบ้างเล็กน้อย เธอรู้สึก
ว่าขำกับประโยคที่ลู่อี้หนงถามขึ้นมา
ทั้งๆ ที่ทุกเรื่องต้องพูดว่าลู่อี้หนงเป็นคนแย่งถึงจะถูก
…..
“ถ้าเป็นของเธอจะแย่งยังไงก็ไม่สำเร็จ แต่ถ้าไม่ใช่ของ
ของเธอ สุดท้ายยังไงก็ไม่ใช่ของเธอ” ยวี่หว่านเลิกคิ้วแล้วพูด
ขึ้น เธอคิดว่าถ้าตอนนั้นลู่อี้หนงแต่งงานกับเฉิงฉีตง ชีวิตของ
เธอก็คงจะแย่มาก…..
แต่เธอโชคดีมาก
ลู่อี้หนงยิ่งเข้ามาใกล้ยวี่หว่าน ทำให้ยวี่หว่านยิ่งระวังตัว
มากขึ้นตามสัญชาตญาณ
ยวี่หว่านส่งสายตาเย็นชาให้ลู่อี้หนง รู้สึกว่าเธอเหมือน
ลูกระเบิดที่รอเวลาระเบิดได้ทุกเวลา
“การแข่งขันครั้งนี้ เธออย่าคิดว่าจะชนะ” ลู่อี้หนงพูด
เด็ดขาด
“เหอะๆ” ยวี่หว่านกระตุกยิ้ม เหมือนกับได้ยินเรื่องเล่า
ที่น่าขำที่สุด “ความมั่นใจที่ไหนทำให้เธอกล้าพูดแบบนี้ อ๋อ
ฉันนึกออกแล้ว เธอคิดจะใช้โหลวเย่เฉิงเป็นเครื่องมือสินะ
เธอคิดว่าถ้าพึ่งโหลวเย่เฉิง เธอก็จะชนะการแข่งขันครั้งนี้น่ะ
เหรอ? หรือว่าเธออยากแต่งงานเข้าบ้านตระกูลโหลว เป็น
คุณผู้หญิงตระกูลโหลว”
ยวี่หว่านมองความคิดของลู่อี้หนงออกทันที ความคิด
ของเธอก็มีอยู่เท่านี้
ลู่อี้หนงไม่ปิดบัง “ใช่ คุณแม่พูดกับโหลวเฟิงเรียบร้อย
แล้ว ให้ฉันลองคุยกับพี่เย่เฉิงดูก่อน ถึงแม้ว่าตระกูลโหลวจะ
สู้ตระกูลเฉิงไม่ได้ แต่ก็เป็นคนดังระดับแถวหน้า ส่วนฉันก็ยัง
มีตระกูลลู่เป็นแบ็คอัพให้”
แต่เธอก็มีแค่บ้านตระกูลเฉิงก็เท่านั้น
ยวี่หว่านได้ยินแค่ครึ่งประโยคก็เย็นสันหลังวูบ แต่เธอก็
ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจ แต่กลับแสยะยิ้มออกมา
“เฉิงฉีตงคนเดียวก็ต้านตระกูลดังได้กี่ตระกูลแล้ว เธอ
คิดดูเอาเองละกัน” ยวี่หว่านอมยิ้ม แต่ในใจกลับฟุ้งซ่าน
เธอแต่งงานกับเฉิงฉีตงโดยเอาทุกอย่างเข้าเดิมพัน
จริงๆ แล้วไม่มีใครสนับสนุนเธอเลย…..
เธอมีแค่เฉิงฉีตงเท่านั้น
ทันใดนั้นเอง ลู่อี้หนงก็เข้าใกล้เธอ ตอนที่เธอใจลอยก็
รีบแย่งเอากระดาษสเก็ตซ์ในมือเธอไป แล้วจุ่มลงในอ่างน้ำ
ข้างๆ ยวี่หว่านเบิกตากว้าง เหมือนมองผิดไปอย่างนั้น หญิง
สาวร้องเสียงแหลมออกมา
“ลู่อี้หนง เธอทำอะไรของเธอ!”