เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 215 ที่รักพูดถูกค่ะ
เฉิงฉีตงดุนลิ้นเข้าไปในปากของหญิงสาว มือนั้นยื่นไปจับท้ายทอยของหญิง
สาว แล้วโน้มตัวไปประทับจูบนั้นให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ยวี่หว่านเหมือนกับนักเรียนประถมที่ยังผ่อนลมหายใจไม่เป็น เธอกลั้นลม
หายใจไว้จนหน้าแดงแต่กลับไม่อยากผละออกจากเฉิงฉีตง มือเล็กๆ ของเธอ
จับแขนเสื้อของเขาไว้แน่นราวกับจะใช้แรงทั้งหมดที่มี…..
“อืม…..” ตอนนี้เธอแทบจะไม่มีแรงแล้ว จึงครางออกมาเบาๆ
เฉิงฉีตงรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเธอถึงจะผละออกจากเธอ แต่ตอนนั้นไฟ
ปรารถนานั้นอยู่เหนือเหตุผลเสียแล้ว
เขาโน้มตัวไปอุ้มเธอขึ้นมา แล้วเปิดประตูรถด้านหลังออก หลังจากนั้นก็วาง
เธอลงบนเบาะหนังแท้อย่างเบามือ ตอนที่แผ่นหลังของยวี่หว่านพิงลงบน
เบาะหนังนั้น ก็รู้สึกเย็นวูบไปทั้งตัว
ทั้งสองคนล้วนแต่โตกันแล้ว รู้แล้วว่าสเต็ปต่อไปต้องเกิดอะไรขึ้น…..
ถึงแม้ในใจของยวี่หว่านจะรู้สึกเป็นกังวล แต่เธอก็ยังอยากจะมัดใจเฉิงฉีตงให้
ได้ เธอก็ต้องรั้งตัวเขาไว้ให้อยู่…..ในเมื่อเขาชอบร่างกายของเธอ งั้นเธอก็ต้อง
แสดงออกให้เขาพอใจ แล้วค่อยๆ ให้เขายอมรับเธอ
เหตุผลในการสนองความต้องการผู้อื่นนั้นเธอเข้าใจดี
ยวี่หว่านยื่นมือเรียวยาวไปโอบคอเฉิงฉีตงเอาไว้ แล้วทับตัวของเฉิงฉีตง
เล็กน้อย หลังจากนั้นก็พึมพำออกมาเสียงเบาๆ
“ที่นี่เหรอคะ?”
“ไม่ได้เหรอ?” เสียงหายใจของเฉิงฉีตงแรงขึ้นและแฝงด้วยความแหบพร่า
ทำให้ยวี่หว่านใจเต้นเร็วขึ้นมาทันที
“ที่นี่…..ไม่มีไอ้นั่น” ยวี่หว่านอายที่จะพูดสิ่งนั้นออกมา
“อันไหน” ฝ่ามือของเฉิงฉีตงถอดเสื้อตัวนอกของยวี่หว่านออกอย่างรวดเร็ว
คำพูดเพียงสองคำแต่กลับฟังดูเซ็กซี่สุดๆ ทำให้ยวี่หว่านรู้สึกบีบหัวใจขึ้นมา
“ถุงยาง…..” ยวี่หว่านจำได้ว่าเเฉิงฉีตงใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีอะไรกับ
เธอ เธอเองก็ไม่รู้ว่าเขาทำไปเพื่ออะไร เขาคิดว่าเธอไม่สะอาดหรือว่าเป็น
ความเคยชินของเขา ทั้งๆ ที่เขา…..มีลูกไม่ได้ แล้วทำไมเขาถึงยังต้องใช้มัน
แน่นอนว่ายวี่หว่านก็ไม่ได้เฝ้าถามเฉิงฉีตงว่าทำไมเขาถึงต้องใส่มัน แต่ในการ
แต่งงานครั้งนี้เธอเป็นฝ่ายที่อ่อนแอกว่า ถึงแม้ว่าปกติแล้วเธอจะฝีปากกล้า
แต่ก็มีหลายอย่างที่เธอเก็บไว้ในใจไม่กล้าถามแล้วก็ไม่กล้าพูด เพราะกลัวว่า
จะทำให้เฉิงฉีตงโกรธ
เฉิงฉีตงลดตัวลงต่ านิดหน่อย กลิ่นบุหรี่เย็นๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวเขาก็ลอยมา
ปะทะหน้าห้อมล้อมยวี่หว่านเอาไว้ บนตัวเขายังมีกลิ่นหอมของความเป็น
ชายอยู่ด้วยเป็นกลิ่นจางๆ แต่กลับทำให้ยวี่หว่านรับรู้ถึงกลิ่นนั้น
ยวี่หว่านชอบกลิ่นหอมของผู้ชาย พอเธอดมก็ได้กลิ่นกุชชี่ของผู้ชายที่มี
ชื่อเสียง เป็นกลิ่นอ่อนๆ แต่กลับดูมีเกรด และกลิ่นแบบนี้กลับไม่ใช่กลิ่น
น้ าหอมที่ไม่ได้ดูเป็นเชิงนักธุรกิจจนเกินไป แต่กลับเป็นกลิ่นที่ถูกดัดแปลงมา
มีความสุขุม หนักแน่น เหมือนว่าผลิตมาอย่างดีทุกขั้นตอน เหมาะสมกับนัก
ธุรกิจชายอย่างเฉิงฉีตง
“คุณบอกเองไม่ใช่หรอว่าผมมีลูกไม่ได้ แล้วจะใช้ถุงยางไปทำอะไร”
ยวี่หว่านคิดอยู่ในใจว่าจะใส่หรือไม่ใส่ก็เรื่องของคุณ ยังไงเธอก็แล้วแต่…..เธอ
คิดว่าถึงยังไงเฉิงฉีตงก็มีลูกไม่ได้ จะใส่หรือไม่ใส่ สำหรับเธอแล้วก็ไม่ต่างกัน
ดังนั้นเธอก็เลยเหยียดยิ้ม แล้วเงยหน้าขึ้นอยากจะเข้าใกล้เฉิงฉีตงอีกหน่อย
“ที่รักพูดถูกค่ะ”
คำว่า “ที่รัก” คำนี้เหมือนกับยั่วยวนประสาทของเฉิงฉีตงเข้าแล้ว ทำเอา
สติสัมปชัญญะที่เหลือเพียงน้อยนิดของเขาหายไป
บางครั้งผู้ชายก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่ประหลาด ผู้หญิงบางคนยั่วยวนแค่ไหนผู้ชายก็
ไม่มอง แต่ผู้หญิงบางคนแค่พูดไม่กี่คำก็ทำให้ไฟปรารถนาของผู้ชายลุกโชน
แต่ทั้งหมดก็ต้องดูด้วยว่าเป็นใคร
อย่างเช่นเฉียวยวี่หว่าน หน้าตาเหมือนกับนางจิ้งจอก เพียงแค่เธอมองก็
เหมือนยั่วยวนจิตวิญญาณ
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่เธอพูดเสียงอ่อนเสียงหวานว่า “ที่รัก” คำนี้ขึ้นมา…..
เฉิงฉีตงโน้มตัวลงไป แล้วพรมจูบลงบนซอกคอนุ่มๆ ของยวี่หว่าน
*
ศึกแห่งกามารมณ์นั้นสิ้นสุดลง ยวี่หว่านนั่งเหนื่อยอยู่บนเบาะหลังรถโดยไม่
อยากขยับ คืนนี้เฉิงฉีตงดูจะบ้าคลั่งเป็นอย่างยิ่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอารมณ์
ของยวี่หว่านที่เปลี่ยนไป ทำให้เธอรู้สึกว่าครั้งนี้สบายกว่าเมื่อสองครั้งที่แล้ว
ก่อนหน้านี้เธอเหมือนจะไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกสบายกับการสอดใส่ของเฉิงฉี
ตง แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกได้…..
บนร่างกายส่วนบนของเธอมีแต่เสื้อเชิ๊ตตัวสีขาวของเฉิงฉีตงที่พอจะปกปิด
เรือนร่างส่วนบนของเธอได้ เพราะเสื้อผ้าของเธอสกปรกจนใส่ไม่ได้เสียแล้ว
“คุณเฉิงคะ คุณทำเสื้อผ้าของฉันสกปรก” ยวี่หว่านเหมือนกับกำลังกล่าวหา
เฉิงฉีตง ตอนที่พูดก็ทำหน้าตาบึ้งตึง
“ขอโทษ” เฉิงฉีตงยังคงรักษาท่าทางสุภาพบุรุษอยู่ ตอนที่เขาเห็นรอยแดง
จ้ าๆ บนลำคอก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา
เมื่อครู่เขาไม่รู้หนักเบาจริงๆ…..ไม่รู้ว่าทำไม ปกติแล้วเฉิงฉีตงเป็นคนที่
ควบคุมตัวเองได้ดีมาก แต่กลับอดใจไม่ไหวที่ถูกเธอยั่วยวน
“คุณต้องชดใช้ให้ฉัน” ยวี่หว่านพูดขึ้นมาด้วยน้ าเสียงเรียบเฉย ขาเรียวยาว
สองข้างของเธอยังคงพาดอยู่บนขาของเฉิงฉีตง เธอนั่งมองเฉิงฉีตงสวม
เสื้อผ้าอยู่เงียบๆ
แผ่นหลังเรียบเนียนของยวี่หว่านพิงอยู่กับประตูรถด้านหลัง ดวงตาคู่นั้นจ้อง
มองใบหน้าของเฉิงฉีตงหลังจากเสร็จกิจ
“พรุ่งนี้ผมจะให้พ่อบ้านไปซื้อให้คุณเป็นการชดเชย”
“ฉันไม่ต้องการ ฉันอยากให้คุณไปเดินช็อปปิ้งเป็นเพื่อนฉัน” ยวี่หว่านเม้ม
ปาก เป็นการได้คืบจะเอาศอก แต่เธอไม่คิดว่าที่เธอต้องการนั้นมันมากเกินไป
การทำความรู้จักระหว่างเธอกับเฉิงฉีตงดูยังคงน้อยไป นอจากการพบกันที่
บ้านตระกูลเฉิงตอนกลางคืนแล้ว กลางวันจะได้พบกันหรือไม่ก็แล้วแต่
โชคชะตา ดังนั้นเธอจึงอยากออกไปเดินข้างนอกกับเฉิงฉีตง อย่างน้อยก็
น่าจะพอเป็นการบ่มเพาะความรู้สึกที่เขามีต่อเธอได้บ้าง
“อืม”
ยวี่หว่านคิดว่าเฉิงฉีตงจะปฏิเสธเสียงแข็ง แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะตอบรับทันที
เธอรู้สึกตกใจกับการได้รับการเอาใจแบบนี้ แล้วก็ไม่กล้าจะขออะไรมากไป
เพราะกลัวเขาจะปฏิเสธ
*
ที่บ้านตระกูลเฉิง
รถแล่นมาจอดตรงลานหน้าบ้านตระกูลเฉิง บนตัวของยวี่หว่านพันด้วยเสื้อ
นอกตัวบางที่สกปรกนั้น เธอจึงไม่รู้ว่าจะลงรถไปยังไง
“ผมจะขึ้นไปหยิบเสื้อผ้าที่ชั้นบนให้คุณ คุณรอผมอยู่ตรงนี้” ความหมายของ
เฉิงฉีตงก็คือเขาไปหยิบเสื้อลงมาให้เธอเปลี่ยนแล้วให้เธอเดินเข้าบ้านไปเอง
ยวี่หว่านจึงรีบพูดขึ้น “ขาฉันเจ็บ…..เดินไม่ไหว คุณอุ้มฉันเถอะ”
ตอนนี้เฉิงฉีตงพอจะจับทางแผนของยวี่หว่านได้ถูกแล้ว และก็รู้ว่าเธอจะพูด
แบบนี้
แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธเธอ ชายหนุ่มเดินไปที่เบาะหลังหลังจากนั้นก็เปิด
ประตูแล้วอุ้มยวี่หวานลงมา