เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 223 ถ้าเฉิงฉีตงหลงรักเธอ เธอก็จะทิ้งไพ่ใบสุดท้ายไป
ยวี่หว่านรู้ว่าทำยังไงถึงจะจับจุดอ่อนของเฉิงฉีตงได้ โหลวเย่เฉิงก็คือจุดอ่อน
ของเฉิงฉีตง…..
ผู้ชายเกิดแรงหึงขึ้นมายังไงก็รุนแรงกว่าผู้หญิง
ยวี่หว่านจงใจเอาโทรศัพท์เข้าหาตัวเองไม่ให้เฉิงฉีตงเห็นว่าเธอคุยอะไร เธอ
อยากเห็นท่าทางขี้หึงจนรีบร้อนของเขาแบบชัดๆ เหมือนกับว่าทำแบบนี้แล้ว
ถึงจะรู้สึกได้ถึงความมีตัวตนยังไงยังงั้น
อย่างน้อยการที่เขาหึงก็ทำให้เธอรู้ว่าเขาสนใจเธอ เขาไม่รู้ว่าตอนที่เธอ
สารภาพรักแล้วเขาเงียบนั้น เธอรู้สึกเสียใจแค่ไหน ไม่ว่าจะผ่านไปกี่วันแล้ว
เธอก็ยังเสียใจไม่หาย
“คุณยังติดต่อกับเขาเป็นการส่วนตัวเหรอ” เฉิงฉีตงหรี่ตาลงแฝงไว้ด้วยการ
คุกคาม
ยวี่หว่านเลิกคิ้วแล้วหยิบขวดน้ าขึ้นมาเปิดออกดื่ม แล้วเอาโทรศัพท์ใส่
กระเป๋าไว้ จงใจให้ดูเหมือนว่าในโทรศัพท์มีอะไรซ่อนอยู่…..
“ใช่น่ะสิ เพื่อนตอนเด็กนี่นา ก็เหมือนคุณกับพี่จี้แบบนั้นแหละ” ยวี่หว่าน
เรียกจี้ซ่าวเลียนแบบเสิ่นอีหาง ถึงยังไงเธอก็รู้สึกว่าอยู่ดูการแสดงของเสิ่นอี
หางแบบนี้เธอก็ไม่ได้มีความสนใจอะไร อารมณ์ก็หงุดหงิดยังไงชอบกล ถึงแม้
เมื่อกี้จะเอาชนะเวินจิ่นมาได้ แต่เธอก็ยังรู้สึกอัดอั้น อาจจะเป็นเพราะว่าที่นี่มี
เสิ่นอีหางอยู่ด้วยมั้ง ทำให้เธอรู้สึกได้ถึงอันตรายที่อยู่รอบข้าง…..
“ผมกับจี้ซ่าวงั้นเหรอ คุณช่างยกย่องโหลวเย่เฉิงจริงๆ” เฉิงฉีตงกดเสียง
ต่ าลง แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจ
เฉิงฉีตงกับจี้ซ่าวเป็นอะไรกัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนคือสนิทกันจน
สามารถใส่กางเกงตัวเดียวกันได้มาตั้งแต่เด็กจนโต นึกไม่ถึงว่าเฉียวยวี่หว่าน
จะกล้าเอาความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับโหลวเย่เฉิงมาเปรียบเทียบ เธอกับ
โหลวเย่เฉิงสนิทกันถึงขั้นใส่กางเกงตัวเดียวกันมาตั้งแต่เด็กงั้นเหรอ?
“ตอนเด็กๆ ไม่มีใครดีกับฉัน นอกจากซานซานกับพี่ชายของฉันที่จะเป็นห่วง
ฉันบ้าง ในความทรงจำในตอนเด็กของฉันก็มีแต่โหลวเย่เฉิงที่ดีกับฉัน” ยวี่
หว่านจงใจพูดให้เกินจริงและรุนแรงไปนิด ถึงแม้ตอนนั้นโหลวเย่เฉิงจะดีกับ
เธอจริงๆ และดูแลเธอดีมาก…..
ยวี่หว่านแอบเห็นสีหน้าของเฉิงฉีตงยิ่งดูคลุมเครือ เขาเม้มปากบางสนิทไม่
พูดไม่จา ตอนนี้ในโรงละครปินไห่ปิดไฟส่วนใหญ่ลงแล้ว ใบหน้าอันหล่อเหลา
ของเฉิงฉีตงยิ่งดูบึ้งตึงอยู่ท่ามกลางแสงไฟมืดมิด
“เมื่อก่อนที่ฉันไปบ้านตระกูลโหลวกับพ่อ โหลวเย่เฉิงเห็นฉันผอมๆ แห้งๆ ก็
จะซื้อของอร่อยๆ มาให้ฉันกิน และถ้ารู้ว่าฉันจะไปก็จะเตรียมของอร่อยไว้ให้
ฉันล่วงหน้าวันนึง การบ้านที่ฉันทำไม่ถูกเขาก็จะสอนให้ฉัน เขาสอนเก่งมาก
เลยนะคะ” ยวี่หว่านยิ้มจนตาแทบจะปิด “แล้วก็อีกอย่างนึง เมื่อก่อนโหลว
เฟิงถามโหลวเย่เฉิงว่าโตขึ้นจะหาภรรยาแบบไหน โหลวเย่เฉิงก็เลยบอกว่า
เหมือนฉันแบบนี้”
ประโยคหลังนั้นยวี่หว่านพูดเสริมเอาเอง
แต่จริงๆ แล้วตอนนั้นโหลวเฟิงเคยถามคำถามนี้กับโหลวเย่เฉิงจริงๆ แต่
โหลวเย่เฉิงที่ตอนนั้นยังเด็กอยู่ได้เพียงแต่ยิ้มแล้วพูดว่า “ว่าง่ายเหมือนยวี่
หว่าน”
เหมือนยวี่หว่านกับว่าง่ายเหมือนยวี่หว่าน สองประโยคนี้ความหมายต่างกัน
โดยสิ้นเชิง…..
แต่ยวี่หว่านทำไปเพื่อยั่วเฉิงฉีตง ดังนั้นจึงปั้นน้ าเป็นตัวขึ้นมา ใครบอกให้เขา
นั่งดูการแสดงของคนรักเก่ากันล่ะ
ถึงแม้เธอจะมาด้วยความเต็มใจ แต่ในใจก็ยังรู้สึกไม่พอใจ
สีหน้าของเฉิงฉีตงยิ่งบึ้งตึงจนดูไม่ได้ ความเย็นชาที่อยู่รอบๆ ยิ่งรุนแรงขึ้น
ทำเอายวี่หว่านอดไม่ได้ที่จะเกิดความกลัว…..ถึงแม้ว่าบางครั้งเธอจะมีความ
กล้ามาก แต่พูดจบแล้วก็นั่งเตรียมดูงิ้วไปเงียบๆ
ไฟบนเวทีถูกปิดลงแล้วฉากก็ค่อยๆ เปิดออก เสิ่นอีหางอยู่ในชุดกระโปรงสี
ชมพูกลีบบัว ในมือถือพัดแบบพับ เดินออกมาจากหลังเวทีอย่างสง่างาม พอ
เธออ้าปากร้อง เสียงปรบมือจากผู้ชมก็ดังขึ้นไม่หยุด
ถึงแม้ว่ายวี่หว่านจะเป็นคนที่ไม่ชอบงิ้ว แต่ก็รู้ว่าเสิ่นอีหางเสียงดี แม้แต่คน
นอกอย่างเธอฟังก็ยังรู้สึกว่าเธอร้องเพราะ…..
เสียงร้องดังอยู่บนเวที แววตาของเสิ่นอีหางเหมือนจะเก็บอารมณ์เอาไว้
มากมาย เพียงแค่มองใครก็ทำให้รู้สึกว่าจั๊กจี้ไปถึงกระดูก ถึงว่าตอนนั้นเฉิงฉี
ตงถึงได้ชอบเธอ…..
406
เธอหันไปมองเฉิงฉีตงเห็นเขากำลังตั้งใจดูบนเวที ตอนที่เห็นสายตาที่กำลัง
จดจ้องอย่างตั้งใจนั้น อารมณ์โกรธก็ขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอทันที
เธอใช้รองเท้าส้นสูงสะกิดเตะไปที่เท้าเฉิงฉีตง “คุณตั้งใจดูขนาดนี้ ถ้าไม่รู้นี่ก็
คงคิดว่าคุณเฉิงเข้าใจเรื่องงิ้วดี”
ยวี่หว่านพูดเสียงเบาเพื่อไม่ให้รบกวนคนที่อยู่ข้างๆ
ดวงตาคู่สวยของเธอจ้องอยู่ที่ดวงตาของเฉิงฉีตง แววตานั้นแฝงไว้ด้วยความ
ไม่พอใจ
เฉิงฉีตงหันมามองยวี่หว่านด้วยแววตาเฉยชาแล้วเอ่ยออกมาว่า “ชื่นชม”
ตอนที่เขาพูดคำนี้ออกมาก็เหมือนตั้งใจทำให้ยวี่หว่านโกรธ ยวี่หว่านรู้สึกว่า
เฉิงฉีตงจะต้องกำลัง “เอาคืน” เธอแน่ๆ
เพราะเมื่อกี้เธอพูดถึงโหลวเย่เฉิง ดังนั้นเขาก็เลยตั้งใจดูเสิ่นอีหาง…..
ยวี่หว่านโกรธจดกัดฟันแน่น แล้วจ้องผู้ชายที่อยู่ข้างๆ “ทำไมคุณไม่ชื่นชม
ฉันบ้าง ฉันว่าฉันน่าดูกว่าแฟนเก่าของคุณนะ”
ยวี่หว่านไม่ได้มีความมั่นใจในหน้าตาของตัวเองขนาดนั้นเพียงแต่เธอเชื่อว่า
ใบหน้ามาจากจิตใจ คนอย่างเสิ่นอีหางที่มีจิตใจดำมืดถึงแม้จะหน้าตาดีก็ทำ
ให้เสน่ห์ลดลงไปมาก
เฉิงฉีตงหันไปมองเธอ พอเห็นว่าใบหน้าเล็กๆ เรียวๆ นั้นเต็มไปด้วยความขี้
หึงและความไม่พอใจ
เขาก็แค่ล้อเธอเล่น แต่เธอกลับใส่อารมณ์
“งั้นทำไมคุณถึงไม่เคยส่งข้อความหาผมล่ะ ผมว่าผมดีกว่าพี่ชายเล็กของคุณ
อีก”
พอเขาพูดประโยคนี้ออกมา ยวี่หว่านก็แทบจะกระอักเลือด…..
เธอรู้ว่าเขาจงใจ
เธออยากจะโต้ตอบทันทีว่าทีคุณยังลงทุนการทัวร์การแสดงให้คนรักเก่าของ
คุณตั้งสี่ครั้ง แต่เธอก็กลั้นมันไว้ไม่พูดออกมา เพราะถ้าเธอพูดไปแม้แต่ไพ่ใบ
สุดท้าย
การแต่งงานครั้งนี้เดิมทีก็เปราะบางอยู่แล้ว เธอเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็ต้องถือ
ไพ่ใบสุดท้ายไว้ให้แน่น ต่อไปถึงแม้ต้องแยกทางกัน จะได้จากกันด้วยดี
แต่ถ้าเฉิงฉีตงหลงรักเธอ ก็จะไม่เหมือนกัน เธอก็สามารถทิ้งไพ่ใบสุดท้ายนี้ได้
ดังนั้นไม่พูดตอนนี้จะดีกว่า
“งั้นต่อไปฉันจะส่งข้อความหาคุณบ่อยๆ ดีมั้ยคะ”
ยวี่หว่านรู้ว่าเฉิงฉีตงรอประโยคนี้ แต่เขากลับหันไปอย่างเสแสร้ง ยวี่หว่านรู้ดี
ว่าเขารู้สึกดีในใจแค่ไหน