เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 239 สักวันไม่ช้าก็เร็วคุณจะตายเพราะปากเอา
“อย่ามาล้อเล่น ฉันคือคุณนายเฉิง จะจอดรถที่ลานจอดรถบริษัทตระกูลเฉิง
ไม่ได้เหรอ” ยวี่หว่านไม่อยากต่อปากต่อค้ากับเย่เซียวหยาง หมุนตัวล็อค
ประตูรถ เตรียมเดินออกจากลานจอดรถ
เย่เซียวหยางก็รีบล็อคประตูรถเดินตามยวี่หว่านออกไป
“พี่สะใภ้ คุณไม่อยากรู้ความลับเกี่ยวกับพี่ชายผมจริงๆ เหรอ” เย่เซียวหยาง
ต้องการท้าในสิ่งที่เขาต้องการให้ได้ ทุกครั้งที่เจอหน้าก็จะหยิบเอา‘ความลับ’
มาพูด ซึ่งยวี่หว่านก็ไม่รู้จริงๆ ว่าความลับในปากเขานั้นคือเรื่องอะไร
แต่ว่าเธอก็ไม่ได้อยากรู้ เธอคิดว่าการรู้จักเฉิงฉีตงจากปากคนอื่นคือการรู้จัก
เขาจากมุมที่คนอื่นคิด เธอไม่ฟังความจากปากใครง่ายๆ ความเข้าใจผิด
บางครั้งก็มาจากการเชื่อในสิ่งที่คนอื่นพูด
เธอไม่อยากให้เกิดการเข้าใจผิดระหว่างเธอกับเฉิงฉีตง ดังนั้นก็ไม่อยากจะรู้
‘ความลับ’จากปากเย่เซียวหยาง
“ไม่อยากรู้” ยวี่หว่านใส่รองเท้าส้นเตี้ยเดินฉับๆ พักนี้เธอไม่ค่อยใส่รองเท้า
ส้นสูง นานๆ จะใส่บ้างเป็นบางครั้ง ตั้งแต่เฉิงฉีตงซื้อรองเท้าส้นเตี้ยให้เธอ
หลายคู่เธอก็เปลี่ยนใส่ทุกวัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเฉิงฉีตงเป็นคนซื้อหรือเพราะ
สาเหตุอื่น แต่ยวี่หว่านรู้สึกว่ารองเท้านั้นสวยทุกคู่เลย
“ถ้าคุณคันปากขนาดนั้น ก็ไปเจรจากับเฉิงฉีตงจะไม่ดีกว่าเหรอ เอาเรื่องนี้มา
ต่อรองกับฉันยังไม่สู้ไปขู่เจ้าตัวโดยตรงจะไม่ได้ผลเร็วกว่าเหรอ ใช่มั้ย?”
ยวี่หว่านยักคิ้ว พูดเสียงเรียบ
เธอไม่ชอบขี้หน้าเย่เซียวหยางอย่างไม่มีเหตุผล คิดว่าน้าเสียงการพูดการจา
ของเขาไม่น่าฟังเอามากๆ ฟังแล้วรู้สึกอึดอัดไม่สบาย
เย่เซียวหยางรีบเดินตามไป เหมือนอยากบอกให้ยวี่หว่านรู้สุดฤทธิ์
“คุณไม่อยากรู้จริงๆ น่ะเหรอว่าท้าไมเฉิงฉีตงเขาถึงมีลูกไม่ได้” เย่เซียวหยาง
เห็นยวี่หว่านก้าลังจะเดินจากไป จึงรีบเอ่ยปากหวังให้ยวี่หว่านขอร้องให้เขา
พูดต่อ “ที่จริงตอนที่เฉิงฉีตงอยู่กับเสิ่นอีหางเขาสามารถมีลูกได้นะ พวกเขามี
ลูกด้วยกันคนนึง เสิ่นอีหางบอกเฉิงฉีตงว่าเธอเอาลูกออกแล้ว แต่ความจริง
คือเธอคลอดลูกตอนที่พักการเรียนในปีนั้น”
ยวี่หว่านจากเดิมที่เดินอย่างเร็ว แต่พอได้ยินประโยคหลัง ฝีก้าวกลับ
หยุดชะงักลง หันหลังไปทางเย่เซียวหยาง
เธอกลืนน้าลายลงคออึกใหญ่ เพื่อให้ตัวเองสงบ
เธอเป็นคนใจเย็นมากคนนึง จะลงมือท้าอะไรสิ่งแรกที่ต้องค้านึงคือเหตุผล
ไม่ใช่ความรู้สึก
ดังนั้นเธอจะไม่เชื่อใครง่ายๆ ยิ่งเป็นค้าพูดของคนอย่างเย่เซียวหยางยิ่งแล้ว
ใหญ่
“พูดจามั่วซั่วต้องรับโทษทางกฏหมายนะจ้ะน้องหยางหยาง ตอนเด็กๆ ไม่
เคยเรียนกฎหมายและความรู้ทั่วไปเหรอ” ยวี่หว่านพูดเสียงเรียบ สายตา
เยาะเย้ย
“เด็กคนนั้นตอนนี้ก็อยู่ที่เมือง B ป้าสะใภ้ของเสิ่นอีหางเป็นคนเอาไปเลี้ยง ทุก
เดือนเสิ่นอีหางจะส่งเงินก้อนนึงให้ป้าสะใภ้เธอ พี่อยากได้ที่อยู่ป้าสะใภ้ของ
เธอแล้วไปดูหน้าลูกของสามีพี่มั้ยล่ะ?”
ค้าพูดประโยคครึ่งหลังของเย่เซียวหยางช่างทุเรศสิ้นดี น้าเสียงนั้นท้าให้ยวี่
หว่านรู้สึกคลื่นใส้เหมือนมีลมมาจุกที่หน้าอก
ยวี่หว่านนิ่งไปชั่วขณะ เย่เซียวหยางได้เห็นสีหน้ายวี่หว่านตามที่เขาอยาก
เห็นสมใจอยาก
ป้าสะใภ้ของเสิ่นอีหาง คือคนที่โดนเธอขับรถชนครั้งก่อนไม่ใช่เหรอ……
“ปากก็ปากของคุณ คุณอยากพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ฉันไปบังคับคุณไม่ได้ แต่
ฉันจะบอกอะไรให้อย่างนึง สักวันไม่ช้าก็เร็วคุณจะตายเพราะปาก” เมื่อก่อน
ท่าทีของยวี่หว่านที่มีต่อเย่เซียวหยางก็ไม่ได้แย่ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็น
รังเกียจเอาเสียมาก
เย่เซียวหยางก็ไม่พูดอะไรมาก ดูเหมือนว่าจะรอให้เธอมาถามเขาต่อ จากนั้น
ก็ยื่นข้อแลกเปลี่ยนกับเธอ
แต่ยวี่หว่านเองกลับไม่อยากจะสนใจเย่เซียวหยางสักเท่าไหร่ แล้วเธอก็หัน
หลังเดินออกไป
เมื่อเธอเดินออกจากลานจอดรถชั้นใต้ดินก็รู้สึกแสงแยงตา น่าจะเป็นเพราะ
เมื่อกี้อยู่ในชั้นใต้ดินนานเกินไป เมื่อโดนแสงแดดส่องกะทันหันเลยรู้สึกไม่
สบาย
410
ฮัลโหล” ชายหนุ่มน้าเสียงเย็นเยือกเพราะน่าจะยังโกรธไม่หาย
“คุณเฉิง ที่จอดรถชั้นใต้ดินของบริษัทตระกูลเฉิง ใช่คุณให้ลู่เฉินจัดไว้ให้
พนักงานบริษัทฉันรึเปล่าคะ” เรื่องราวที่ยวี่หว่านสงสัยเมื่อครู่ก็คือเรื่องนี้
แต่ก่อนยวี่หว่านไม่ได้คิดอะไรเยอะก็เพราะเธอโดนปิดกั้นไม่ให้รับรู้เรื่องราว
ตลอด แต่ว่าคิดดูดีๆ ตอนนี้ ท้าไมถึงได้มีเรื่องดีๆ ขนาดนี้นะ
ท้าเลทองแหล่ง CBD ใจกลางเมือง B แบบนี้ แม้แต่ที่จอดรถก็เปรียบเสมือน
ทองค้า บริษัทตระกูลเฉิงกรุ๊ปคนก็เยอะขนาดนี้ จะปล่อยให้มีพื้นที่จอดรถเกิน
มาได้ยังไง ในแต่ละวันก็มีการล็อคที่จอดไว้ให้แค่ไม่กี่คน
“ที่จอดรถอะไร” เสียงเฉิงฉีตงพูดเหมือนก้าลังขมวดคิ้ว แต่ว่ายวี่หว่านก็ไม่
เชื่อเขาอยู่ดี
เธอรู้ว่าเฉิงฉีตงก้าลังท้าเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ที่จริงแล้วเรื่องนี้เขาเป็นคนจัดการ
เพราะนอกจากพวกประธานบริษัทตระกูลเฉิงแล้วใครจะกล้าไปแตะต้องที่
จอดรถ
“งั้นคุณก็ท้าเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไปเถอะ ยังไงสิ่งดีๆ ที่คุณมอบให้ ฉันจะรับมันไว้
ขอบคุณนะคะสามี” ยวี่หว่านพูดเสียงหวาน นึกถึงเรื่องที่เย่เซียวหยางพูด
เรื่องลูกของเฉิงฉีตง แม้ว่ายวี่หว่านจะเชื่อใจเฉิงฉีตง แต่ว่าความระแวงไม่
ไว้ใจของผู้หญิงยังคงมีอยู่ จึงได้พูดเสริมไปอีกประโยค “อ้อ ใช่ เมื่อกี้ฉัน
เจอเย่เซียวหยางที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน เขาใส่ร้ายคุณอีกแล้วนะ บอกว่าตอน
ที่เสิ่นอีหางท้องลูกของคุณนั้นเธอไม่ได้ท้าแท้ง ตอนนี้เด็กยังอยู่ที่เมือง B คุณ
คิดว่าฉันควรจะเชื่อค้าที่เขาพูดมั้ย?”
ยวี่หว่านพูดประโยคนี้ได้เป็นปกติ เหมือนกับพูดเรื่องสัพเพเหระยังไงยังงั้น
เพราะว่าเธอเชื่อใจเขา รู้ว่าเฉิงฉีตงผู้ฉลาดเฉลียวคงไม่พลาดเรื่องอะไรแบบ
นี้
“ผมกับเสิ่นอีหางไม่เคยมีอะไรกัน จะมีลูกมาจากไหน”
เฉิงฉีตงพูดปน
อารมณ์โกรธเล็กน้อย แต่ว่าอารมณ์โกรธนี้ไม่ใช่โกรธยวี่หว่านแต่เป็นเย่
เซียวหยาง เฉิงฉีตงคิดว่าเย่เซียวหยางปากเสีย สามารถปั้นน้าเป็นตัวได้เก่ง
จริงๆ
“เฮ้อ ฉันก็ก็ว่างั้นแหละ ยังไงคุณก็มีลูกไม่ได้ จะมีเด็กมาจากไหนใช่มั้ยคะ”
ยวี่หว่านพูดแซวข้าขัน
ชายหนุ่มเงียบชั่วขณะ เหมือนไม่ได้รู้สึกโกรธ ผ่านไปสองสามวินาทีถึงเอ่ย
ปาก “วางแล้วนะ”
ยวี่หว่านเม้มปากมองหน้าจอมือถือที่ดับสนิท
*
ตอนเย็น ยวี่หว่านเลิกงานแล้วจึงขับรถไปหาซานซานที่โรงพยาบาลทหาร
ระหว่างทางเธอมองเห็นร้านสัตว์เลี้ยง เธอคิดอยากจะเลี้ยงหมา จอดรถเสร็จ
แล้วจึงเดินเข้าไปในร้าน