เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 246 เล่ห์เหลี่ยมทุกรูปแบบ
ประโยคนี้ของเฉิงฉีตงพูดทิ่มแทงเข้ากลางใจของจี้ซ่าวเข้าให้
เขาขมวดคิ้วบึ้งตึง “พอเหอะ”
เฉิงฉีตงไม่ได้จะพูดต่อ แต่ตอนนี้ความคิดของจี้ซ่าวกลับไปไกลแล้ว
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเรียนคณะแพทย์ในมหาวิทยาลัย ตอนนั้นกู้เหอก็แต่งเข้า
บ้านตระกูลจี้แล้ว ตอนนั้นจี้ซ่าวรู้สึกว่ามุมมองโลกของเขาได้พังทลายลงแล้ว
พ่อหย่ากับแม่เพราะผู้หญิงคนนี้ ตั้งแต่ตอนนั้นแม่ของเขาก็กลับไปอยู่บ้าน
เกิดแล้วไม่กลับมาอีกเลย
ปีนั้นเองที่จี้ซ่าวทำเรื่องในตอนที่ยังเรียนแพทย์อยู่ เขาต่อยตีกับผู้ชายคนหนึ่ง
เพื่อผู้หญิงอีกคน จริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนที่หาเรื่องก่อน แต่กลับถูก
กล่าวหาว่าเป็นคนที่หาเรื่องก่อนซะงั้น
ตอนนั้นฝ่ายปกครองก็ติดต่อพ่อของเขาไป แต่พ่อของเขาไปทำงาน
ต่างประเทศก็เลยกลับมาจัดการกับลูกชายคนนี้ไม่ได้ และตอนนั้นพ่อของเขา
ก็ยังไม่ถึงขั้นป่วยจนล้มหมอนนอนเสื่อ
พ่อของเขาก็เลยให้กู้เหอไปที่มหาวิทยาลัย และตอนนั้นจี้ซ่าวก็ไม่รู้ว่ากู้เหอ
จะมา
ตอนที่กู้เหอไปที่มหาวิทยาลัย ทุกคนที่เรียนในคลาสเดียวกับจี้ซ่าวกำลังทำ
การทดลองกายวิภาคศาสตร์ของหนูอยู่ในห้องทดลอง เขาไม่คิดเลยสักนิดว่า
กู้เหอจะมา ตอนนั้นเพื่อนๆ ในคลาสเรียนต่างก็ล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่าง
กู้เหอกับจี้ซ่าว บางคนที่ชอบซุบซิบก็ถามจี้ซ่าวไม่ยอมปล่อยว่ารู้สึกยังไงที่มี
แม่เลี้ยงสาวขนาดนี้
ตอนนั้นจี้ซ่าวก็เลยโมโห เพราะเรื่องนี้ทำเอาเขาแย่อยู่พักใหญ่
ดังนั้นวันนี้ที่เฉิงฉีตงพูดถึงคำว่า “ผู้ปกครอง” จี้ซ่าวก็เลยอารมณ์เสียขึ้นมา
เฉิงฉีตงเห็นจี้ซ่าวเงียบไปก็ตัดสินใจวกกลับไปเรื่องเดิม “เฉียวยวี่หว่านนัด
พบหมอเฉพาะทางที่โรงพยาบาลของแกให้ฉันวันพรุ่งนี้ ฉันแคนเซิลไม่ได้ แก
ช่วยฉันแคนเซิลหรือไม่ก็ยกให้คนที่เขาต้องการก็ได้”
เฉิงฉีตงหมดหนทางก็เลยโทรหาจี้ซ่าว
จี้ซ่าวเป็นหมอในโรงพยาบาลนั้น เพียงแค่เขาติดต่อคนที่โรงพยาบาลก็
สามารถช่วยเขายกเลิกนัดไม่ก็ยกให้คนอื่นได้ทันที ซึ่งสำหรับจี้ซ่าวแล้วมัน
เป็นเรื่องง่ายเสียยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก
แต่หลังจากจี้ซ่าวฟังจบก็เหมือนฟ้าหลังฝนที่สดใส เขาหัวเราะขึ้นมาทันที
“ยวี๋หวานน้อยนัดพบหมอให้แกจริงๆ เหรอ”
เฉิงฉีตงเงียบไปหลายวินาที แล้วตอบกลับด้วยน้ าเสียงเย็นชา “แคนเซิลนัด
ให้ฉันด้วย”
คำพูดแบบสั่งการนั้นกลับขู่จี้ซ่าวไม่สำเร็จ จี้ซ่าวยังคงหัวเราะ “ฉันว่าแกก็
จริงๆ ตัวแกทำให้เธอท้องไม่ได้รึไง รอให้เธอท้องแล้วก็จะไม่กล้าพูดว่าแกมี
ลูกไม่ได้แล้ว แกเป็นถึงประธานกรรมการบริษัทตระกูลเฉิง แต่ถูกหาว่ามีลูก
ไม่ได้ ถ้าถูกพูดออกไปจะน่าอายแค่ไหน ที่สำคัญก็คือเมียแกเป็นคนปล่อย
ข่าวนี้ออกไปด้วย”
จี้ซ่าวอดไม่ไหวส่งเสียงหัวเราะออกมา ทำให้เฉิงฉีตงยิ่งทวีความโกรธมากขึ้น
“ช่วยแคนเซิลนัดไม่ก็ยกคิวให้คนอื่นให้ฉันด้วย ที่เหลือแกก็หุบปากซะ”
“ได้ๆๆ วางใจฉัน” จี้ซ่าวหัวเราะจนจุก ในใจก็คิดว่าเฉิงฉีตงน่าจะอยากให้
เขาเอาคิวนัดไปให้คนอื่น เพราะว่าเฉิงฉีตงหมดหนทางจะปฏิเสธ “คำเชิญ”
ของยวี่หว่านได้ พรุ่งนี้ก็แค่ไปหาหมอแผนกเฉพาะทางผู้ชายอย่างว่าง่าย แต่
ถ้าเขาช่วยยกคิวไปให้คนอื่น ก็จะกลายเป็นว่ายวี่หว่านจองคิวไม่ได้ แค่นี้ก็ไม่
ต้องเข้าพบหมอแล้ว
ความคิดเจ้าเล่ห์ของเฉิงฉีตง จี้ซ่าวรู้และเข้าใจชัดเจน
“อืม” เฉิงฉีตงกงวางสายไป หลังจากที่สูบบุหรี่หมดมวนเขาก็กลับเข้าไปใน
ห้องนอนใหญ่
เขาเห็นยวี่หว่านเข้าไปนอนอยู่ใต้ผ้าห่มหันหลังให้เขา
เขาเปิดผ้าห่มออกแล้วแทรกตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มเช่นกัน เพราะบนตัวเขามีกลิ่น
บุหรี่ ชายหนุ่มเลยไม่ได้เข้าไปใกล้เธอ เขาตั้งใจว่ารอให้กลิ่นบุหรี่จางลง
หน่อยแล้วค่อยขยับเข้าไปใกล้เธอ
คืนนี้เฉิงฉีตงไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด บางทีอาจจะเป็นเพราะสองสามวันมานี้
ไม่ได้เข้าใกล้เฉียวยวี่หว่าน
เดิมทีเขากับยวี่หว่านก็ไม่ได้มีอะไรกันมาสักพักแล้ว สำหรับเขาแล้วร่างกาย
ของเฉียวยวี่หว่านนั้นดึงดูดเขาเป็นอย่างมาก แล้วเมื่อคืนเขาก็ต้องการจะ
ลงโทษเธอ ก็เลยยับยั้งชั่งใจตัวเองเอาไว้
แต่คืนนี้ เฉิงฉีตงรู้สึกห้ามใจตัวเองไม่ค่อยอยู่แล้ว
เขาตะแคงตัวไปแล้วยื่นมือยาวๆ ของตัวเองไปจับร่างบางของหญิงสาวมาไว้
ในอ้อมกอด
เฉียวยวี่หว่านพลิกตัวมาหันหน้าเข้าหาเขา แต่ตายังคงปิดเหมือนหลับอยู่…..
เฉิงฉีตงรู้สึกไม่พอใจ เพราะไม่เคยเห็นว่ายวี่หว่านจะหลับเร็วขนาดนี้
เพราะว่าเคยนอนด้วยกันมานานแล้ว เฉิงฉีตงเองก็รู้ถึงความเคยชินในการ
นอนของยวี่หว่านดี ปกติเธอจะต้องพลิกไปพลิกมาอยู่นานกว่าจะหลับสนิท
ไม่ได้หลับเร็วได้ถึงขนาดนี้
แต่วันนี้เธอกลับหลับเร็วมาก
เล่ห์เหลี่ยมที่เธอมีนั้น เฉิงฉีตงรับรู้มันได้
ดังนั้นเขาจึงเอ่ยปากพูดด้วยน้ าเสียงแหบๆ เบาๆ “เฉียวยวี่หว่าน”
“…..” เฉียวยวี่หว่านไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ ตาสองข้างยังคงปิดสนิท ไม่มี
อาการขยับใดๆ
เฉิงฉีตงคิดอยู่ว่าเฉียวยวี่หว่านจะต้องแกล้งหลับ เขาจึงพูดต่อ “ถ้าคุณยัง
แกล้งหลับ ผมจะอุ้มคุณไปนอนที่ห้องนอนแขก”
คำพูดประโยคนี้แฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่ง แต่ยวี่หว่านฟังแล้วกลับรู้สึกว่า
น่ารัก…..
จริงๆ แล้วตอนนี้เธอยังไม่ได้หลับ เพียงแต่รู้สึกดวงตาอ่อนล้า ก็เลยปิดตาพัก
กะว่าจะรอจนเฉิงฉีตงเรียกเธอ
แต่นึกไม่ถึงว่าเฉิงฉีตงจะยั้งไม่อยู่จนต้องเรียกเธอเร็วขนาดนี้ ดูเหมือนว่าเฉิง
ฉีตงจะทนไม่ไหวซะแล้ว…..
ยวี่หว่านแอบยิ้มอยู่ในใจ แต่สีหน้ายังคงไม่แสดงอาการใดๆ ตาก็ยังปิดอยู่
แล้วทำท่าทางเหมือนคนที่หลับแล้ว
“อือ” เธอพลิกตัวนิดหน่อย ทำเป็นเหมือนว่าถูกเฉิงฉีตงเสียงดังรบกวน แต่
หลังจากพลิกตัวแล้วก็ไม่มีท่าทีใดๆ ทำให้เฉิงฉีตงรู้สึกไม่สบอารมณ์
เฉิงฉีตงรู้ว่าเธอกำลังแกล้งหลับ แต่กลับไม่มีวิธีที่จะทำให้เธอตื่น เขารู้ว่าถ้า
ทำเธอตื่นแล้ว จากนิสัยของเฉียวยวี่หว่านต้องโกรธเพราะความง่วงที่เขา
ปลุกให้เธอตื่น
นิสัยของเธอ ตอนนี้เขาจับทางถูกแล้ว…..
เฉิงฉีตงไม่มีวิธีอื่นใดนอกจากทำได้เพียงขมวดคิ้วมองหลังผอมเพรียวของ
หญิงสาว ยอมให้เธอแกล้งหลับอยู่อย่างนั้น
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เฉิงฉีตงก็รู้สึกว่าครั้งนี้เฉียวยวี่หว่านน่าจะหลับไป
แล้วจริงๆ ไม่เช่นนั้นทำไมถึงเงียบอยู่นานขนาดนี้
เขาอดใจไม่ไหวจึงยื่นมือไปลูบไล้ร่างกายท่อนบนของยวี่หว่าน…..
จริงๆ แล้วยวี่หว่านไม่ได้หลับ เธอยังมีสติอยู่เต็มร้อย
ตอนที 247 เหอะๆ คุณร้ายมาก
มือของเฉิงฉีตงเริ่มไม่อยู่นิ่ง เขาเริ่มถอดชุดนอนของเธอออกอย่างหลงใหล
คนที่เคยลิ้มลองเนื้อก็ยากที่จะกินมังสวิรัติ เฉิงฉีตงเองก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น
มือของเขาเริ่มอยู่ไม่สุข
เขารู้สึกว่ายังไม่พอ จึงโน้มตัวไปจูบที่ซอกคอของเฉียวยวี่หว่าน แล้วอ้อยอิ่ง
อยู่บนหลังใบหูเล็กๆ ของเธออยู่อย่างนั้น…..
ตอนที่ความต้องการของเขาพลุ่งพล่าน ก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวที่แฝงไว้
ด้วยความเย้ยหยันดังอยู่ข้างหู “เมื่อคืนคุณเฉิงพูดว่าไม่ให้ฉันแตะเนื้อต้องตัว
ไม่ใช่เหรอคะ ทำไมวันนี้ถึงเริ่มมาแตะต้องตัวฉันก่อนเองล่ะ หรือว่าพวก
ผู้ชายปากไม่ตรงกับใจกันทั้งนั้น”
น้ าเสียงของยวี่หว่านฟังดู “เย้ยหยัน” อย่างแรง ทั้งยังฟังดูยิ้มเยาะ
เฉิงฉีตงได้ยินเสียงพึมพำทีอยู่ข้างหูก็ชะงักสิ่งที่กำลังกระทำอยู่ทันที…..
เขาลุกออกจากซอกคอของหญิงสาว สายตาก็พลันจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าแล้ว
สบตาเธอ
เฉิงฉีตงรู้สึกประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด เพราะเธอไม่ขยับอยู่กว่าครึ่งชั่วโมง
จนเขาคิดว่าเธอหลับไปแล้ว
แต่เฉิงฉีตงกลับประเมินยวี่หว่านต่ าไป ความอดทนของเธอมีสูงมากพอ นี่ก็
เป็นผลมาจากการที่บ้านตระกูลลู่สอนให้เธอเป็นแบบนี้
เฉิงฉีตงยื่นมือไปหยิกที่เอวอ่อนนิ่มของเธออย่างแรง เมื่อก่อนถึงจะเป็นตอนที่
ร่วมรักกันเขาก็ทำหยาบคายแบบนี้กับเธอน้อยมาก แต่คืนนี้กลับต่างกัน
เขานึกถึงคำพูดของจี้ซ่าว ทำให้เธอท้อง แบบนี้เธอก็จะได้ไม่คิดเรื่องที่จะพา
เขาไปพบหมอเพื่อรักษาที่เขามีลูกไม่ได้อีก
แต่เฉิงฉีตงรู้สึกกังวล เพราะถ้าเฉียวยวี่หว่านท้องขึ้นมา ชีวิตคู่ของพวกเขาก็
จะมีลูกเข้ามา…..ตามมุมมองของเฉิงฉีตงแล้ว มันไม่ยุติธรรมกับยวี่หว่าน เขา
เองมีการวางแผนและความคิดของตัวเอง
ไม่ใช่ว่าเขาคิดเรื่องนี้ซับซ้อนเกินไป แต่เฉียวยวี่หว่านคิดเรื่องนี้ง่ายเกินไป
สองสามวันมานี้เขาคิดแต่เรื่องนี้ ก็เลยยิ่งสูบบุหรี่จัด เพราะในใจสับสน…..
“ทำไมคุณถึงเงียบไปล่ะ” สายตาเปล่งประกายของเฉียวยวี่หว่านจ้องอยู่ที่
เฉิงฉีตง
“ผมกำลังคิดว่าจะใช้ท่าไหน”
เฉิงฉีตงใบหน้ายังคงเป็นปกติ แต่คำที่พูดออกมากลับดูลื่นไหล ทำเอายวี่
หว่านถึงกับตกใจ
เธอขมวดคิ้ว สีหน้ายังทำเป็นปกติ แต่ในใจกลับไม่สงบ “ฉันเหนื่อยแล้ว
อยากนอน”
พูดจบเธอก็ขยับตัวออกจากด้านล่างเฉิงฉีตงจนไปถึงขอบเตียงอีกฝั่ง
แต่เฉิงฉีตงกลับไม่คิดจะปล่อยเฉียวยวี่หว่าน เขาโน้มตัวไปช้อนตัวยวี่หว่าน
มาอีกครั้ง
“คุณมั่นใจ”
“ไม่งั้นจะทำไมล่ะ?” ยวี่หว่านคิดอยู่ในใจว่าคุณมีสิทธิ์อะไรที่ฉันต้องให้ความ
ร่วมมือตอนที่คุณต้องการ เมื่อคืนตอนที่ฉันต้องการแต่คุณกลับทำเป็นหยิ่ง
ยโส
เฉิงฉีตงทำแบบนี้จะต้องถูกสั่งสอนซะบ้าง
“ถ้าคุณหลับแล้วเราจะมีลูกกันได้ยังไงล่ะ?” เฉิงฉีตงถามประโยคนี้กลับไปได้
ดีมาก ถามเอาจนยวี่หว่านอึ้งกิมกี่
“คุณคิดว่าถ้าฉันไม่นอน แล้วเราจะมีลูกกันได้เหรอ” ยวี่หว่านเลิกคิ้วแล้ว
ถามกลับไปน้ าเสียงแฝงไว้ด้วยความไม่เชื่อและการเย้ยหยัน
ตอนนี้เขายังไม่ได้รักษาแล้วจะมีลูกได้ยังไง
“เฉียวยวี่หว่าน ถ้าผมรู้ว่าใครเอาเรื่องที่ผมมีลูกไปได้ไปป่าวประกาศ ผมจะ
จับมันตัดลิ้นซะ” คำพูดของเฉิงฉีตงฟังดูเหมือนจะข่มขู่ทั้งยังล้อเล่นยังไงยัง
งั้น
ยวี่หว่านรู้ว่าเฉิงฉีตงไม่ได้โหดร้ายน่ากลัวขนาดนั้น เขาก็แค่พูดเล่น จงใจพูด
ให้ดูรุนแรงไปก็เท่านั้น
“งั้นก็ดีเลย เพราะเย่เซียวหยางเป็นคนพูด” ยวี่หว่านฝืนยิ้มออกมา แล้วพูด
กับเฉิงฉีตงด้วยน้ าเสียงราบเรียบ
จริงๆ แล้วตอนแรกเริ่มนั้นซานซานป็นคนช่วยเธอหาข้อมูล แล้วเย่เซียวห
ยางก็พูดแบบนี้จริงๆ ยวี่หว่านเองไม่ได้โง่ถึงขนาดดึงซานซานออกมา ดังนั้น
ก็เลยต้องหาแพะรับบาป
จริงๆ แล้วเย่เซียวหยางเหมาะมากที่จะเป็นแพะรับบาป เพราะถึงยังไงเย่
เซียวหยางก็ไม่ใช่คนดี ความโกรธแค้นระหว่างเขากับเฉิงฉีตงไม่ได้มีมาแค่ปี
สองปีแล้ว เธอจะพูดแบบนี้ก็ไม่เป็นไร
ผลก็คือเฉิงฉีตงได้ยินที่เย่เซียวหยางพูดว่าเขาแบบนี้ เส้นเอ็นที่อยู่บน
หน้าผากก็กระตุกขึ้นมาสองครั้ง ดูเหมือนเขาจะไม่พอใจเอามาก
“เขาพูดกับคุณเมื่อไร” เฉิงฉีตงไม่ได้ตามเซ้าซี้ว่าซานซานเคยพูดกับยวี่
หว่านแบบนี้หรือไม่ เพราะเฉียวยวี่หว่านสนิทกับซานซาน เฉิงฉีตงเองก็ไม่ถึง
ขั้นเอาความโกรธไปลงที่ซานซาน
แต่กับเย่เซียวหยางนั้นต่างกัน สำหรับเรื่องที่หาว่าเขามีลูกไม่ได้นั้นเฉิงฉีตง
เก็บงำความโกรธเอาไว้ในใจ ไม่มีที่จะระบายมันออกมา
“เคยพูดสองครั้งแล้ว ครั้งแรกที่ฉันพบเขาที่โรงพยาบาล เขาพูดจาเสียดสีฉัน
ว่าจะไปแผนกสูติทำไม ในเมื่อคุณมีลูกไม่ได้ อีกครั้งก็ที่จอดรถบริษัทตระกูล
เฉิง เขาก็พูดจาเสียดสีฉันอีกรอบ”
“อืม” คำว่า “อืม” ของเฉิงฉีตงตอบได้เฉยชามาก เฉยชาจนยวี่หว่านไม่
เข้าใจว่าเฉิงฉีตงกำลังคิดอะไรอยู่
“เย่เซียวหยางทำเกินไปขนาดนี้ คุณยังจะให้เขาอยู่ในบริษัทตระกูลเฉิงอีก
เหรอ?” ยวี่หว่านรู้สึกว่าเขาเลี้ยงงูพิษไว้ใกล้ตัว แล้วเย่เซียวหยางก็ค่อนข้าง
ดุ ถ้าหมดหนทางก็อาจจะกัดไปทั่ว
“เอาไว้ใกล้ตัวถึงจะมั่นใจได้ว่าเขาจะไม่ไปทำเรื่องอะไรข้างนอก เขาอยากได้
หุ้นของบริษัท งั้นก็ให้เขาอยู่ที่บริษัทตระกูลเฉิงไปตลอดชีวิตเลยแล้วกัน ให้
เขาได้ลิ้มลองความหอมหวานบางครั้งบางคราว ความต้องการของเขาก็จะ
ยิ่งสูงขึ้นๆ แต่จะไม่ให้เขาได้อำนาจที่แท้จริงตลอดไป มันยังจะทำให้เขา
ทรมานเสียยิ่งกว่าการไล่เขาออกไปตอนนี้”
เฉิงฉีตงมีการวางแผนเป็นของตัวเอง เมื่อก่อนเขาตั้งใจว่าจะไม่บอกใคร มาก
ที่สุดก็พูดกับคุณปู่ตอนที่เขาว่างๆ แต่ตอนนี้เขายอมบอกกับเฉียวยวี่หว่านอีก
คน
เมื่อก่อนเขายังไม่มีคนนอนข้างๆ มีเรื่องจะพูดก็ไม่มีเวลาเหมาะสมที่จะพูด
แต่ตอนนี้เขามีแล้ว
“เหอะๆ คุณร้ายมาก” ยวี่หว่านพูดยิ้มๆ แล้วยื่นมือไปถูปลายจมูกโด่งของ
เฉิงฉีตง
ท่าทางแบบนี้ดูกำกวมมาก ทำให้โสตประสาทของเฉิงฉีตงยิ่งตึงเครียดขึ้นมา
เขายื่นมือไปจับมือเล็กๆ ที่อยู่ไม่เป็นสุขของเธอ “ไม่ชอบเหรอ”
น้ าเสียงเบาๆ นั้นดังมาจากปากของชายหนุ่มที่คร่อมอยู่บนตัวเธอ ชายหนุ่ม
กดคิ้วต่ าลงข้างหนึ่ง เผยให้เห็นถึงเสน่ห์ของความเป็นชายที่ร้อนแรง ตาสอง
ชั้นของเฉิงฉีตงดูไม่ค่อยเหมือนกับคนอื่นๆ ข้างหนึ่งลึกข้างหนึ่งตื้น ทำให้
บางครั้งที่เขามองใครก็ดูนักเลงๆ ขึ้นมา แต่เพราะว่าหน้าตาของเขาดูเป็น
สุภาพบุรุษ ทำให้ความเป็นนักเลงนั้นถูกกลบไป แต่แค่เพียงบางครั้งที่ได้เห็น
ก็ทำให้ยวี่หว่านใจเต้นแรงขึ้นมา…..
“ไม่ชอบ” แต่พอคำพูดจะออกจาก
ปากกลับเปลี่ยนไปเป็น “ชอบ” ขึ้นมาทันที
ค่ าคืนนั้นยวี่หว่านรู้สึกว่ามันยาวนานมาก เพราะคืนนี้เรี่ยวแรงของเฉิงฉีตงดู
เหมือนจะฮึกเหิมมาก อีกทั้งคืนนี้ชายหนุ่มไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย ยวี่หว่านเอง
ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะตอนนี้เธออยากมีลูก เขาไม่ใส่ถุงยางอนามัยมันถือ
เป็นเรื่องที่ดีสำหรับเธอ ถึงแม้ตอนนี้เฉิงฉีตงจะมีลูกไม่ได้ แต่ถ้าเกิดมันดันฟลุ๊
คขึ้นมาล่ะ
จริงๆ แล้วยวี่หว่านยังคงมีความหวังอยู่เล็กน้อย ถึงแม้จะน้อยมากก็ตาม
*
เช้าวันต่อมา
ยวี่หว่านตื่นเช้ามาก ถึงแม้จะรู้สึกปวดตัว แต่ก็ยังตื่นเช้าลงไปเตรียมนมอุ่นๆ
ให้เฉิงฉีตง ก่อนที่เขาจะออกไปวิ่งจ๊อกกิ้งก็ส่งให้เขาดื่มหน่อยหนึ่ง ตอนที่เขา
กลับมาจากวิ้งเธอก็ทำอาหารเช้าแสนอร่อยไว้รอเขา
ความคิดเล็กๆ นี้ของยวี่หว่านปิดเฉิงฉีตงไม่มิด เพราะเขารู้ดีว่าที่เธอทำไป
เพราะจะพาเขาไปโรงพยาบาล ถึงได้เอาใจเขาขนาดนี้
เฉิงฉีตงเองก็ไม่ได้พูดอะไร เขาลากเก้าอี้ออกนั่งลงแล้วเริ่มลงมือทาน โดย
อ่านข่าวธุรกิจไปพลางทานไปพลาง
ยวี่หว่านทานแซนวิชไปพลางก็เงยหน้าขึ้นมองเฉิงฉีตง ตอนนั้นเองที่สายตา
เธอมองอยู่ที่หน้าหนังสือพิมพ์อีกด้านที่เฉิงฉีตงกำลังนั่งอ่านอยู่
“บริษัทเกาเฉิงกรุ๊ปเปลี่ยนประธานกรรมการคนใหม่ คนที่มานั่งแทนที่ก็คือ
ลูกชายคนเดียวของโหลวเฟิง” ตอนที่ยวี่หว่านเห็นตัวอักษรประโยคนี้ก็อ่าน
อยู่ในใจ ในใจคิดอยู่ว่าโหลวเย่เฉิงจะขึ้นมารับตำแหน่งแล้วเหรอ โหลงเฟิง
จะลงไปอยู่เบื้องหลังเร็วขนาดนี้เลยเหรอ เธอยังคงคิดว่าโหลวเฟิงอย่างน้อย
น่าจะนั่งครองตำแหน่งประธานกรรมการของบริษัทเกาเฉิงกรุ๊ปอยู่อีกหลายปี
ยวี่หว่านคิดไปคิดมาจนใจลอย เฉิงฉีตงเห็นหญิงสาวจ้องอยู่ที่หนังสือพิมพ์ที่
เขาอ่านไม่ละสายตา คิ้วก็ขมวดขึ้นมา เขาพลิกหน้าหนังสือพิมพ์ไปดูก็เห็นว่า
หน้านั้นเขียนไว้ว่าอะไร
ยวี่หว่านรีบละสายตาออกจากตรงนั้น แล้วกระแอมขึ้นมาด้วยความอึดอัด
“แค่กๆ…..ฉันเห็นมันพอดี”
ขณะนั้นเองที่พีนัทมางับที่เท้าของเฉิงฉีตงเข้าพอดี มันร้องบ๊อกๆ ออกมา
เฉิงฉีตงก็เลยเอาหนังสือพิมพ์วางลงไปข้างปากของมัน พีนัทจึงคาบ
หนังสือพิมพ์นั้นไปเล่นทันที
เฉียวยวี่หว่านคิดอยู่ในใจว่า เฉิงฉีตงช่างเป็นคนใจแคบจริงๆ…..
เพราะบนหนังสือพิมพ์นั้นเขียนถึงโหลวเย่เฉิง เขาก็เลยไม่พอใจ
*
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ยวี่หว่านก็ตามดูเฉิงฉีตงอยากจะให้เขา
ไปโรงพยาบาลด้วยกันให้ได้
เปรียบเทียบกับเมื่อวานแล้ว วันนี้เขาดูไม่ได้ต่อต้านเธอขนาดนั้น เขาขับรถ
พายวี่หว่านไปที่โรงพยาบาล
ยวี่หว่านพาเขาไปที่แผนกเฉพาะทางของผู้ชาย ตรงทางเดินไปแผนกเฉพาะ
ทางของผู้ชาย เฉิงฉีตงกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ เขากำลังจัดการเรื่องงานอยู่ยวี่
หว่านเห็นว่าเฉิงฉีตงไม่ได้มีท่าทางกังวลใจเลยคิดว่าเขาคงจะรับได้แล้ว
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เฉิงฉีตงคุยโทรศัพท์เสร็จก็หันเดินมา
“น่าจะไม่มีคิวของผมแล้ว ที่บริษัทมีเรื่องผมต้องกลับไป ให้ผมไปส่งคุณ
มั้ย?”
เฉียวยวี่หว่านเกิดอาการงง เธอยื่นมือไปชี้ที่จอ LCD บนผนัง “คิวต่อไปก็
เป็นคิวของคุณแล้วค่ะ ทำไมจะไม่มีคิวคุณล่ะคะ”
ทันใดนั้นเอง สีหน้าของเฉิงฉีตงก็บึ้งตึงขึ้นมา จริงๆ แล้วจี้ซ่าวไม่ได้ยกเลิกคิว
ให้เขา!