เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 280
เหมือนความรู้สึกโกรธนั้นสะสมอยู่ในใจ จะทำออกยังไงก็เอาไม่ออก
“ค่ะ” ยวี่หว่านพยักหน้า เธอคิดว่าไม่มีอะไรมากก็แค่เธอพะอืดพะอมกับปวด
ท้องก็แค่นั้นเอง กระเพาะของเธอถูกใช้งานจนแย่มาตั้งแต่ตอนที่อยู่ในคุก
ดังนั้นเธอจึงไม่ได้สนใจอะไรมาก เพียงแต่เธอเห็นท่าทางเคร่งเครียดของเฉิงฉี
ตงก็รู้สึกแปลก ปวดท้องเป็นแค่เรื่องเล็กๆ ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเฉิงฉีตงถึง
ต้องกังวลขนาดนี้ด้วย
เฉิงฉีตงเดินไปหยิบนมร้อนแก้วหนึ่งจากอีกฝั่งมา แล้วส่งให้ยวี่หว่าน
ยวี่หว่านรู้สึกว่าตอนนี้เฉิงฉีตงนับวันยิ่งทำในสิ่งที่ทำให้เธอชอบ เธอรับแก้วนม
นั้นมาดื่มไปอึกหนึ่ง นมร้อนไหลสู่กระเพาะทำให้รู้สึกอุ่นๆ
เพราะเมื่อกี้้ที่เฉิงฉีตงคุยกับลู่หงหยางทำให้หลายๆ คนรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้คือ
เฉิงฉีตง
วันนี้คนที่มางานวันเกิดของเฉียวหลานซินล้านแต่เป็นคนมีชื่อเสียงในแวดวง
ธุรกิจ แล้วก็นักการเมืองอีกไม่น้อย เพราะความจำเป็นของนักธุรกิจที่ต้องการ
ไต่ขั้นนั้นเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้บ่อย นักธุรกิจในมณฑลใกล้ๆเหล่านี้เห็น
เฉิงฉีตงแล้วก็ไม่อยากปล่อยโอกาสที่จะสานสัมพันธ์กับเขา
เพราะถึงอย่างไรการจะพบกับเฉิงฉีตงได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
ดังนั้นหลังจากที่เขาคุยกับลู่หงหยางเสร็จ รอบๆ ข้างเฉิงฉีตงก็รายล้อมไปด้วย
ผู้คน
ยวี่หว่านนั่งอยู่อีกฝั่งอย่างเซ็งๆ เพราะเฉิงฉีตงอยากให้เธอนั่งพัก ทั้งๆ ที่เธอ
ไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด…..ทำไมต้องให้เธอนั่งพักกันนะ
ยวี่หว่านไม่เข้าใจการการะทำของเฉิงฉีตงในวันนี้เอาเสียเลย รู้สึกว่าการ
กระทำของเขาในวันนี้กับวันปกติไม่ค่อยจะเหมือนกัน แต่ต่างกันยังไงนั้น เธอ
ก็บอกไม่ถูก
ขณะนั้นเองข้างๆ เธอก็มีคนมานั่ง ยวี่หว่านหันไปมองตามสัญชาตญาณทันที
ตอนที่เห็นว่าคนที่นั่งลงนั้นคือลู่อี้หนง อารมณ์ที่ดีจากการได้ดื่มนมร้อนๆ เข้า
ไปก็พาลหงุดหงิดขึ้นมา
ใครต่างก็พูดว่า “คู่แข่งที่เจอกันมักจะอิจฉากัน” แต่ระหว่างเธอกับลู่อี้หนงนั้น
ถือว่าเป็นแบบฉบับของ “พี่น้องที่เจอกันแล้วอิจฉากัน”
“เธอโผล่ออกมาดึกๆ ทำเอาอีกนิดฉันจะคิดว่าเห็นผีแล้ว” คำพูดของยวี่หว่าน
ไม่น่าฟัง เพราะระหว่างเธอกับลู่อี้หนงนั้นขาดกันมาตั้งนานแล้ว ยังไงก็ไม่ต้อง
เสแสร้งทำเป็นพี่น้องที่แสนดีใส่กัน สองคนพูดจาตรงๆ ใส่กัน แล้วจะเสแสร้ง
ไปทำไมกันล่ะ
ตั้งแต่เล็กจนโตทั้งสองคนก็ไม่ลงรอยกัน
แล้วจะเสแสร้งไปให้ใครดู?
“เฉียวยวี่หว่าน นี่มันบ้านฉัน” ลู่อี้หนงพูดยิ้มๆ กับยวี่หว่าน ดวงตาดุจใบหลิว
ของหล่อนเป็นประกาย ในมือถือแก้วแชมเปญแกว่งไปมาเบาๆ
“แม่เชิญฉันมา อีกอย่าง อย่ามาแกว่งแก้วแชมเปญของเธอหน้าฉัน เธอแกว่ง
จนฉันปวดหัว ถ้าอยากจะทำไฮโซ ทำเป็นคนดังก็ไปทำหน้าคนอื่น คิดว่าฉันไม่
รู้ธาตุแท้ของเธอเหรอ410
“เฉียวยวี่หว่าน ได้ยินแม่บอกว่าเธอจะให้แม่ยอมรับต่อหน้าผู้คนว่าเธอเป็นลูก
ของแม่กับเจียงซงเหนียนเหรอ” ลู่อี้หนงมาหายวี่หว่านเพราะมีจุดประสงค์นี้
ยวี่หว่านรู้สึกเหมือนถูกหมาป่าจับได้ยังไงยังงั้น เธอรู้สึกทั้งใจสั่นขวัญหายทั้ง
ยังไม่พอใจเอามากๆ
เธอเดาออกว่าเฉียวหลานซินจะต้องบอกกับลู่อี้หนงแน่ๆ…..แม่เธอคนนี้ไม่ว่า
เธอจะพูดอะไร ลู่อี้หนงก็จะรู้ทันที
อารมณ์ไม่พอใจของยวี่หว่านนั้นเริ่มทับถมขึ้นมาช้าๆ จนเต็มอก ความรู้สึก
ของคนเรานั้นแผ่ซ่านไปอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกเจ็บปวดนั้นแผ่ซ่านจากใน
หัวใจเธอจนถึงปลายเล็บ แม้แต่ฝ่ามือของเธอก็รู้สึกปวดแปลบๆ…..
“แล้วยังไงเหรอ นี่เป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ฉันกับเฉิงฉีตงจะมางานวันเกิดของ
ท่าน พวกเรามาแล้ว ท่านก็ต้องทำตามสัญญา”
“ถือสิทธิอะไร” ลู่อี้หนงยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้ารูปไข่ เธอยิ้มออกมาเบาๆ ถ้ายวี่
หว่านเป็นคนข้างๆ ที่ไม่รู้อะไรก็จะคิดว่าลู่อี้หนงกำลังพูดคุยยิ้มแย้มกับพี่สาว
ด้วยความอ่อนโยน
ทันใดนั้นยวี่หว่านก็รู้สึกเหมือนถูกเฉียวหลานซินหักหลังขึ้นมายังไงยังงั้น และ
ในความเป็นจริงแล้ว ความเป็นจริงก็เป็นแบบนั้น…..
“เธอพาเฉิงฉีตงมาก็ดีแล้ว แต่แม่ไม่มีทางสนใจเธอหรอก คนที่ให้ความสำคัญ
กับชื่อเสียงอย่างท่าน ถึงแม้ว่าคนภายนอกจะรู้ว่าเธอเป็นลูกของท่านกับใคร
ท่านก็ไม่มีทางยอมรับหรอก ข่าวลือก็คือข่าวลือ ยังไงเธอก็ไม่มีวันได้ชื่อว่าเป็น
ลูกสาวของท่านหรอก”
คำพูดเหล่านี้ของลู่อี้หนง ทำให้ยวี่หว่านเข้าใจไปว่า เฉียวหลานซินไม่กล้ามา
พูดกับเธอเอง เพราะกลัวเธอจะเหมือนหมาจนตรอกที่กัดไม่เลือก ก็เลยให้ลู่อี้
หนงเป็นคนมาบอกแทน
ยวี่หว่านเชื่อในซิกเซนส์ว่าต้องเป็นแบบนั้น ในใจก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจและเกลียด
เพิ่มขึ้นมา
“แม่ไม่กลัวว่าถ้าเฉิงฉีตงรู้เข้าแล้วเขาจะปิดทางทำมาหากินของเขาเหรอ ไม่
ต้องพูดถึงในวงการธุรกิจ เอาแค่ทุกคนที่อยู่ในรั้วบ้านตระกูลลู่ ฉันเชื่อว่าไม่มี
ใครไม่กลัวเฉิงฉีตง แม่ช่างเลือกหาเรื่องได้ถูกคนจริงๆ” ถึงแม้ยวี่หว่านจะพูด
ด้วยน้ าเสียงประชดประชัน แต่น้ าเสียงของเธอก็แฝงไว้ด้วยความสั่นเครือ
เพราะเธอรู้สึกหวาดกลัว
ถึงแม้ว่าเฉียวหลานซินจะทำไม่ดีกับเธอไว้มาก แต่ก็ไม่เคยโกหกเธอมาก่อน…..
แม่โกหกลูกสาว มันคือแนวคิดยังไงกัน แถมยังเป็นการโกหกเพื่อหลอกใช้
“ถึงยังไงเฉิงฉีตงก็เป็นลูกเขยของบ้านตระกูลลู่ ถ้าเขากล้าทำอะไรแม่ คนใน
สังคมก็จะพากันเมาท์จนเขากระอักเลือดตาย” น้ าเสียงของลู่อี้หนงฟังดูเหนือ
ชั้นกว่า ทำเอายวี่หว่านรู้สึกยิ่งไม่พอใจ
เธอลุกขึ้น ชำเลืองมองลู่อี้หนงที่นั่งอยู่บนเก้าอี้แล้วกัดฟันพูด “เธอกับแม่คิด
ผิดแล้ว ฉันไม่ใช่ลูกสาวของบ้านตระกูลลู่ของเธอ เฉิงฉีตงเองก็ไม่ใช่ลูกเขย
ของตระกูลลู่”
ยวี่หว่านขอบตาแดงรื้น เธออยากจะพูดจาแรงๆ เพื่อข่มขวัญลู่อี้หนง แต่พอ
คิดได้ว่าที่ลู่อี้หนงทำแบบนี้ก็เพราะได้รับคำสั่งมาจากเฉียวหลานซิน ก็เหมือน
ความรู้สึกโกรธนั้นสะสมอยู่ในใจ จะทำออกยังไงก็เอาไม่ออกยังไงยังงั้น…..
ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงแบบนี้ ก่อนหน้านี้เธอเคยเป็นมาก่อน ตอนที่เธออยู่ใน
ศาล ตอนที่ไปฟังคำพิพากษา แต่เฉียวหลานซินกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร
ตอนนั้นยวี่หว่านพร่ าบอกกับตัวเองในใจว่ายังไงก็จะให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก
ไม่ได้ แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นอีกแล้ว…..
เธอพูดคำพูดแรงๆ ไม่ออก เพราะความอัดอั้นที่มีอยู่ในใจ
เธอหันไปเห็นเฉียวหลานซินมองเธออยู่จากที่ไม่ไกล ถ้าเธอดูไม่ผิด ในดวงตา
ของเฉียวหลานซินนั้นเหมือนจะมีความสำนึกผิดและความกังวลอยู่
ความรู้สึกผิดแบบนี้ทำให้ยวี่หว่านอยากจะยิ้มเยาะ
เฉียวหลานซินน่าจะกำลังสงสารเธออยู่สินะ แต่เธอไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร
ยิ่งไม่ต้องการให้แม่แท้ๆ ของเธอมาสงสาร
ยวี่หว่านหันหลังไป ทันใดก็มีมือคู่หนึ่งจับที่ไหล่ของเธอไว้