เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 290 อยู่ต่อหน้าเฉิงฉีตงเธอก็คือคนอ่อนแอ
จี้ซ่าวก็ช่างกระไรจริงๆ ตอนเด็กๆ ต้องรับผิดแทนเฉิงฉีตง ตอนนี้ยังต้องช่วย
เฉิงฉีตงรับผิด…..ความผิดนี้ ต้องช่วยรับมาจนถึงอีกรุ่นหนึ่งแล้ว…..
จี้ซ่าวหมดหนทางจะปฏิเสธ ถึงไม่เห็นแก่หน้าเฉิงฉีตง ก็ต้องเห็นแก่หน้าเสิ่นอี
หาง จี้ซ่าวกับเสิ่นอีหางเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก จะไม่เต็มใจช่วยเธอดูลูกก็
คงจะไม่ได้สินะ มันก็คงจะดูไม่มีความสุภาพบุรุษไปหน่อย
“โอเค” จี้ซ่าวรู้สึกเป็นทุกข์ แต่กลับยิ้มแล้วลูบหัวของเด็กชาย
ไม่ว่าพ่อของเด็กคนนี้จะเป็นใคร จี้ซ่าวก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้น่าสงสาร ไม่พูดเรื่อง
ที่เขาไม่มีพ่อมาตั้งแต่เด็ก แม้แต่พ่อแท้ๆ ที่แม่ตัวเองพร่าบอกเขาก็ยังเป็น
เรื่องโกหก…..
จี้ซ่าวรู้สึกสงสารจับใจ ในที่สุดก็เลยตอบตกลงเสิ่นอีหาง
เสิ่นอีหางคิดว่าถึงลูกเธอจะไปอยู่ที่บ้านตระกูลจี้ก็ยังดี เพราะเท่าที่เธอ
รู้จักเฉิงฉีตง เขามักจะไปหาจี้ซ่าว ถ้าเป็นแบบนี้ โอกาสที่ลูกจะเจอกับเฉิงฉี
ตงก็มีอยู่มาก เธอยังคงมีหวังอยู่บ้าง เธอคิดว่าเฉิงฉีตงจะต้องไปดูเด็กคนนี้
เขาไม่มีทางใจด่าแน่นอน…..
เสิ่นอีหางคิดไปว่าถ้าอยากจะส่งลูกไปอยู่กับเฉิงฉีตง ส่าคัญที่สุดก็คือเฉียวยวี่
หว่าน เพียงแค่เฉียวยวี่หว่านตีจากเฉิงฉีตงไป พวกเขาถึงจะมีวันที่จะได้อยู่
ด้วยกันแล้ว…..
“หางหาง ท่าไมไม่ขอบคุณลุงจี้ล่ะ” เสิ่นอีหางสะกิดที่บ่าของลูกชาย
เด็กชายเงยหน้าขึ้นมองจี้ซ่าว “ของคุณครับลุงจี้”
จี้ซ่าวยื่นมือไปลูบที่หัวของเด็กชาย แล้วมองเฉิงฉีตงด้วยสายตาแข็งทื่อ เฉิง
ฉีตงไม่แสดงอาการอะไร จี้ซ่าวจึงท่าได้เพียงรับเด็กคนนี้ไว้…..
*
หลังจากออกจากโรงพยาบาล เฉิงฉีตงก็ขับรถกลับไปที่บริษัทตระกูลเฉิง ครั้ง
นี้เสิ่นอีหางไม่ได้ตามเขามา แต่กลับรีบปลีกตัวไปเพราะตอนเที่ยงเธอต้องนั่ง
รถไฟความเร็วสูงไปที่เมือง A
ที่ออฟฟิศ ย่านใจกลางธุรกิจ
ยวี่หว่านก่าลังจัดการเรื่องของเจินอิ้น แต่ใจกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เมื่อ
สักครู่ที่เลขามารายงานความคืบหน้าของออเดอร์เธอก็เหม่อลอย
ตอนนี้ที่เธออยู่ในห้องท่างานคนเดียวอารมณ์ความรู้สึกก็ยิ่งสับสน
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า อยากจะโทรหาเฉิงฉีตงไม่ก็ส่ง
ข้อความหาเขา แต่ทุกครั้งที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็วางมันกลับไปเพราะความ
ลังเลที่มีอยู่ในใจ
เธอรู้สึกสับสนว่าจริงๆ แล้วเรื่องของเฉิงฉีตงเป็นยังไงกันแน่ เพราะข้อมูลที่
ซานซานเช็คมาได้นั้นไม่ผิดแน่…..
ยวี่หว่านยื่นมือไปก่าผมไว้ก่าหนึ่ง ในใจวุ่นวายไปหมด เธอโยนดินสอที่อยู่ใน
มือ ลุกขึ้นหยิบกระเป๋าแล้วเตรียมจะออกจากห้องท่างาน
พอเปิดประตูห้องท่างานก็เจอเข้ากับเลขา
“คุณเฉียวคะ อีกเดี๋ยวมีประชุม คุณจะไปไหนคะ”
“ฉันมีธุระนิดหน่อย เลื่อนประชุมไปเป็นพรุ่งนี้ ฝากขอโทษกับทุกคนแทนฉัน
ด้วย”
เฉียวยวี่หว่านหมดหนทางแล้วจริงๆ วันนี้เธอไม่มีกะจิตกะใจจะ
ท่างานอะไรเลย เธอเพียงแต่อยากจะไปหาเฉิงฉีตงแล้วคุยกับเขาให้รู้เรื่อง
“เอ่อ ค่ะ…..” เลขาดูจะงงๆ ตั้งแต่ที่เลขาท่างานกับยวี่หว่านมาระยะหนึ่ง
แล้ว เธอรู้สึกว่าเฉียวยวี่หว่านไม่ใช่คนที่จะตัดสินใจโดยพละการ การประชุม
นี้ตัดสินใจตั้งแต่เมื่อสองวันที่แล้ว คิดไม่ถึงว่าอยู่ดีๆ วันนี้เฉียวยวี่หว่านจะ
เลื่อนออกไป
จะต้องเกิดเรื่องอะไรที่ค่อนข้างจะส่าคัญแน่ๆ เธอก็เลยไม่กล้าถามเซ้าซี้
เฉียวยวี่หว่านออกมาจากออฟฟิศก็รีบลงจากตึกไป เธอเดินไปที่ตึกใหญ่ของ
บริษัทตระกูลเฉิงแล้วขึ้นไปห้องท่างานของเฉิงฉีตงที่ชั้นบนสุด
เฉิงฉีตงอยู่ในห้องท่างานคนเดียว ช่วงเช้าวันนี้ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะว่าง เพราะ
วันนี้ตอนบ่ายเขาจะต้องพายวี่หว่านไปตรวจที่โรงพยาบาล ดังนั้นเขาก็เลย
เลื่อนงานทุกอย่างออกไป ตอนบ่ายคุณปู่นัดจะมาดื่มชากับเขายังถูกเฉิงฉีตง
เลื่อนออกไปเหมือนกัน
คุณปู่เฉิงไม่พอใจมากกับเรื่องที่ถูกหลานของตัวเองปฏิเสธ เพราะมันเป็น
เรื่องที่เสียเกียรติ ดังนั้นคุณปู่ก็เลยไปดื่มชากับเสิ่นเฉินอันที่ยังอยู่ในเมือง B
แทน
ช่วงนี้เสิ่นเฉินอันยังคงอยู่ในเมือง B ยังไม่ได้กลับไปที่ตี้ตู สาเหตุก็เพราะต้อง
ดูแลย่าของซานซาน เสิ่นเฉินอันเป็นคนที่กตัญญูมาก เขาเลื่อนงานออกไป
จนหมดเพื่อดูแลแม่ของเขาก่อนที่จะฟื้นตัว
ตอนที่ยวี่หว่านเดินออกมาจากประตูลิฟต์ พอดีที่ลู่เฉินก่าลังก่าชับงานกับ
เลขา พอเห็นเฉียวยวี่หว่านเดินจ้่าอ้าวเข้ามาจึงรีบวางงานในมือแล้วเดินไป
ทางเฉียวยวี่หว่าน “คุณผู้หญิง”
“ผู้ช่วยลู่” เฉียวยวี่หว่านเห็นลู่เฉินก็หยุดลง “ฉีตงอยู่ในห้องท่างานมั้ยคะ”
“ครับ บอสเพิ่งจะกลับมา”
เพิ่งจะกลับมา จะกลับมาจากที่ไหนล่ะ…..เมื่อสักครู่ยวี่หว่านเห็นเฉิงฉีตง
กับเสิ่นอีหางแล้วก็เด็กคนนั้นที่ประตูทางเข้าโรงพยาบาล แน่นอนว่าเฉิงฉีตง
จะต้องเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล
เธอคิดว่าเขาไปตรวจ DNA มา
“ข้างในไม่มีใครใช่มั้ย ฉันเข้าไปได้มั้ยคะ” ยวี่หว่านคิดว่ายังไงที่นี่ก็เป็น
บริษัทตระกูลเฉิง เธอจะเข้าออกตามอ่าเภอใจไม่ได้
“ไม่มีใครครับ บอสอยู่ข้างในคนเดียว” ลู่เฉินไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขาได้แต่พูด
ยิ้มๆ
“ขอบคุณค่ะ” ยวี่หว่านสูดหายใจเข้าเบาๆ แล้วเดินไปทางห้องท่างานของ
เฉิงฉีตง
“เข้ามา” ยวี่หว่านได้ยินเสียงของเฉิงฉีตงความโกรธที่มีก็หายไปทันที เธอ
รู้สึกว่าเธออ่อนแอทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าเฉิงฉีตง ความแข็งแกร่งไม่มีเลยสักนิด
ความโกรธมีอยู่เต็มเมื่อกี้ พอได้ยินเสียงทุมต่าชวนหลงใหลของเฉิงฉีตงใจก็
อ่อนลงทันที…..
เธอบิดลูกบิดประตูแล้วเปิดประตูเข้าไป
ในห้องท่างาน เฉิงฉีตงตงก่าลังซื้อของออนไลน์อยู่หน้าคอม
เฉิงฉีตงไม่เคยซื้อของออนไลน์มาก่อน นี่แป็นครั้งแรกที่ลู่เฉินสอนให้เขา เขา
ตั้งใจจะซื้อหนังสือเตรียมตัวส่าหรับคนท้องกับของส่าหรับคนท้องที่พี่สาว
ของลู่เฉินแนะน่ามา แต่ทว่าตอนนี้ก็แค่ดูไว้ก่อน ยังไม่ได้สั่งสินค้า
รอหลังจากตอนบ่ายที่มั่นใจแล้วก็สามารถสั่งซื้อสินค้าได้แล้ว
“คุณเฉิง” เฉียวยวี่หว่านเดินเข้ามาแล้วมองไปทางเฉิงฉีตงที่ก่าลังนั่งอยู่หน้า
คอม เฉิงฉีตงคิดไม่ถึงว่าเฉียวยวี่หว่านจะมาหาเขาที่ท่างาน เขาจึงรีบกดปุ่ม
ปิดพักหน้าจอทันที เพื่อไม่ให้ยวี่หว่านเห็นของที่เขาดูในชอปปิ้งออนไลน์
“ท่าไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?” เฉิงฉีตงเอ่ยถามด้วยเสียงเบาๆ ชวนหลงใหล “ตอน
เที่ยงทานข้าวด้วยกันมั้ย?”
ในสายตาของเฉิงฉีตง เฉียวยวี่หว่านติดเขามาก ดังนั้นเขาก็เลยคิดไปว่าที่
เฉียวยวี่หว่านมาหาเขาก็เพราะจะมากินข้าวเที่ยงด้วยกัน
เฉียวยวี่หว่านชะงักไปเล็กน้อยแล้วหยิบใบตรวจใบหนึ่งออกจากกระเป๋า เดิน
เข้าไปแล้ววางลงบนโต๊ะท่างานของเฉิงฉีตง เสียงดังปึ๊ก
“คุณเฉิงคะ คุณมีลูกไม่ได้ไม่ใช่เหรอ!”