เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 297 สามีฉันหล่อจังเลย
ยวี่หว่านออกมาจากบ้านตระกูลจี้แล้วก็ยังรู้สึกโมโห เพราะถูกเด็กรังแกก็เลย
อึดอัด
เธอนั่งแท็กซี่กลับไปบ้านตระกูลเฉิง ป้าเฉิงกำลังรดน้ าต้นไม้อยู่กับพ่อบ้านอยู่
ที่สวนหย่อม พอเห็นยวี่หว่านกลับมาก็รีบวางของในมือ เช็ดมือแล้วดินเข้า
มาหา
“คุณผู้หญิงกลับมาแล้วเหรอคะ วันนี้ลาภปากแล้วค่ะ คุณผู้ชายลงมือเข้า
ครัวเองเลยนะคะ” ป้าเฉิงเคยทานอาหารฝีมือเฉิงฉีตงมาก่อน เขาเป็นกุ๊ก
ฝีมือเยี่ยมคนหนึ่งเลย
แม้แต่ป้าเฉิงก็ชมเขาไม่หยุด
ยวี่หว่านอมยิ้ม ตอนที่เตรียมตอบกลับป้าเฉิง ป้าเฉิงก็สังเกตเห็นข้อมือ
ของยวี่หว่าน “คุณผู้หญิง มือไปโดนอะไรมาคะ”
“ถูกเด็กเกเรกัดมาค่ะ” ยวี่หว่านนึกถึงเด็กดื้อคนนั้นที่เป็นลูกชายของเสิ่นอี
หางก็โมโหขึ้นมา แต่ก็เอาความโกรธทั้งหมดที่มีไปลงกับเด็กไม่ได้ “เด็กเกเร
บ้านไหนทำไมพ่อแม่ถึงไม่อบรม” ป้าเฉิงเห็นผ้าก็อซที่พันไว้ก็เดาออกว่า
ข้อมือของยวี่หว่านต้องเจ็บหนักแน่ๆ
ยวี่หว่านไม่ได้พูดเรื่องข้อมือกับป้าเฉิงมาก เธอเพียงแต่หันไปกำชับกับ
พ่อบ้าน “ลุงเฉิงคะ ต่อไปถ้าเสิ่นอีหางมาที่นี่ให้กันเธอไว้นอกรั้ว ห้ามให้เธอ
เข้ามานะคะ”
ยวี่หว่านไม่ใช่คนที่จะทำอะไรเธอได้ง่ายๆ ถูกลูกชายของเสิ่นอีหางกัดเข้าให้
เธอจะไม่โต้ตอบกลับได้ยังไง
ในเมื่อรังแกเด็กไม่ได้ เธอจะรังแกเสิ่นอีหางไม่ได้เหรอ
“ครับ” ถึงแม้ว่าลุงเฉิงจะตกใจ แต่ก็ยังคงพยักหน้าทำตามที่ยวี่หว่านบอก
ยวี่หว่านคิดว่าในช่วงสั้นๆ นี้เสิ่นอีหางคงจะไม่พาลูกมาถึงบ้านแน่ๆ น่าจะ….
รอให้ผลตรวจ DNA ออกมาก่อน…..
ห้องรับแขก
ยวี่หว่านเข้ามาในบ้านก็ได้กลิ่นซี่โครงหมูน้ าแดง นี่เป็นอาหารที่ยวี่หว่านชอบ
มากที่สุด เพราะเธอเป็นคนชอบกินเนื้อ เฉิงฉีตงรู้ดีในส่วนนี้
ยวี่หว่านเดินตามกลิ่นหอมไปทางในครัว ในห้องครัวเฉิงฉีตงใส่ผ้ากันเปื้อน
กำลังทำอาหารอยู่
ยวี่หว่านมองดูแผ่นหลังได้รูปของเฉิงฉีตง ในใจก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่า สามีของ
ฉันหล่อจริงๆ…..
เฉิงฉีตงรู้สึกเหมือนว่าจะมีดวงตาคู่หนึ่งกำลังมองเขาอยู่ เขาจึงหันไปทางยวี่
หว่าน มองจนยวี่หว่านสั่นไปทั้งตัว
“กลับมาแล้วเหรอ” เฉิงฉีตงเอ่ยปาก แล้วหันกลับไปทำกับข้าวต่อ
“ค่ะ” ยวี่หว่านวางกระเป๋าลงแล้วเดินเข้าไปในครัว เธออุ่นน้ าให้ตัวเองแก้ว
หนึ่งแล้วดื่มลงไปสองสามอึก จากนั้นมองผ่านหลังของเฉิงฉีตงที่กำลังยุ่งอยู่
ด้วยท่าทางแน่นิ่ง จึงเม้มปากแล้วพูดขึ้น “คุณเฉิงคะ ใครก็บอกว่าผู้ชายที่
ทำงานอยู่จะหล่อที่สุด แต่ฉันคิดว่ายังไงผู้ชายที่ทำกับข้าวก็หล่อที่สุด”
“ออกไป” อยู่ดีๆ เฉิงฉีตงก็พูดขึ้นมา ทำเอายวี่หว่านถึงกับตกใจ
“คะ?” ทุกครั้งที่ยวี่หว่านได้ยินน้ าเสียงดุๆ ของเฉิงฉีตงก็จะกลัวมาก
“ในนี้กลิ่นควันกลิ่นอะไรก็แรง คุณออกไป” เฉิงฉีตงเอ่ยพูด ทำให้ยวี่หว่าน
พยักหน้าออกมาช้าๆ ที่แท้เขาหมายความว่าแบบนี้นี่เอง…..
เฉิงฉีตงเป็นคนให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทุกครั้งก็ทำให้ยวี่
หว่านรู้สึกเซอร์ไพรส์
เธอถือแก้วน้ าเดินออกไปเงียบๆ แต่ในใจกลับรู้สึกดีใจที่คุณเฉิงของเธอใส่ใจ
เธอขนาดนี้
หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านไป เฉิงฉีตงก็ยกอาหารที่ทำเสร็จออกมาวางเต็มโต๊ะ
ในห้องรับแขก
“เหมือนว่าจะเป็นของที่ฉันชอบทั้งนั้นเลย คุณเฉิงสังเกตฉันอยู่เงียบๆ
สิเนอะ” ยวี่หว่าน เดินไปที่หน้าโต๊ะกินข้าว แล้วลากเก้าอี้ออกมานั่ง
เฉิงฉีตงถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วนั่งลง เขาตักซุปให้ยวี่หว่านถ้วยหนึ่งโดยที่
ไม่ได้พูดอะไร
ยวี่หว่านหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบซี่โครงหมูน้ าแดงเข้าไปในปาก พอใจจน
เยินยอออกมา “ซี่โครงหมูน้ าแดงนี่อร่อยจริงๆ เลย ต่อไปถ้าคุณไม่อยากทำ
ธุรกิจบริษัทตระกูลเฉิงน่าจะพิจารณาเปิดร้านอาหารนะคะ”
408 คุณเป็นลูกน้องผมมั้ยล่ะ เฉิงฉีตงหยิบถ้วยขึ้นมาแล้วตักเข้าปากไปคำหนึ่ง
“จะลองพิจารณาค่ะ”
ยวี่หว่านเพิ่งจะพูดจบ อยู่ดีๆ ที่ข้างเท้าก็มีอะไรบางอย่างมาคลอเคลียอยู่
“พีนัท” ยวี่หว่านอยากจะโน้มตัวไปอุ้มพีนัทขึ้นมา แต่ทันใดก็ถูกเฉิงฉีตงห้าม
เอาไว้
“อย่าไปอุ้มมัน” น้ าเสียงของเฉิงฉีตงเหมือนผู้อำนวยการฝ่ายการสอนที่ดุ
มาก ยวี่หว่านโน้มตัวลงไป พีนัทก็เงยหน้าขึ้นมามองเฉียวยวี่หว่าน ทั้งสอง
“คน” ได้แต่แข็งทื่อทันที
พีนัทอยากจะกระโจนขึ้นมาบนตัวยวี่หว่านอย่างไม่เต็มใจ แต่เฉิงฉีตงกลับลุก
จากที่นั่ง เดินไปหาพีนัท โน้มตัวลงยกพีนัทขึ้นมาด้วยมือเดียวแล้วเดิน
ออกไป
ประมาณหนึ่งนาทีต่อมา เฉิงฉีตงก็เดินกลับมา ยวี่หว่านเห็นอ้อมแขนของเฉิง
ฉีตงว่างเปล่า เธอก็รู้ว่าเฉิงฉีตงจะต้องเอาพีนัทไปให้ลุงเฉิงแล้ว
“ถ้าขืนพีนัทยังเป็นแบบนี้ต่อไปเขาก็จะขาดความรัก” ยวี่หว่านพูดต่อว่าด้วย
ความไม่พอใจ
จริงๆ แล้วเธอรู้สึกว่าสัตว์เลี้ยงไม่ดีกับคนท้องคำพูดแบบนี้ดูไม่มีหลักฐานเลย
สักนิด ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ยินมา แต่เฉิงฉีตงกลับระมัดระวังจนเกินไป
แม้แต่ให้เธอแตะพีนัทก็ไม่ได้…..
“เขาจะเป็นพี่แล้ว ควรจะรู้เรื่องรู้ราวสักหน่อย” ตอนที่เฉิงฉีตงพูดคำพูด
น่าสนใจแบบนี้ด้วยท่าทางจริงจัง ทำให้ยวี่หว่านรู้สึกหมดวิธีจะแก้ไขปัญหา
เธอกินข้าวไปคำหนึ่ง แล้วพึมพำออกมา “ร้ายจริงๆ…..”
“พูดนินทาคนอื่น ยังจะพูดต่อหน้าเขาอีกเหรอ” เฉิงฉีตงถามกลับไปดุๆ
แต่ยวี่หว่านกลับไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด เธอยังคงนั่งกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย
ตอนนั้นเองที่เฉิงฉีตงอยู่ดีๆ ก็สังเกตเห็นที่ข้อมือของยวี่หว่าน
“เกิดอะไรขึ้น”
เฉิงฉีตงพูดด้วยท่าทีเย็นชา แล้ววางตะเกียบกับถ้วยลง
หลังจากนั้นก็ยื่นมือไปจับที่ข้อมือเฉียวยวี่หว่านด้วยแววตาเย็นชา
“ถูกลูกชายของแม่ซินซินของคุณกัดเข้าให้” ยวี่หว่านถูกกดดันจนวางถ้วย
กับตะเกียบลง พอนึกถึงท่าทางของเด็กดื้อคนนั้นที่กัดเธอ ในใจก็รู้สึกโกรธ
มาก…..
เฉิงฉีตงนึกขึ้นได้ว่าเด็กคนนั้นตอนนี้อยู่ที่บ้านตระกูลจี้ แล้ววันนี้เฉียวยวี่
หว่านก็ไปเยี่ยมกู้เหอที่บ้านตระกูลจี้เข้าพอดี
เขาละเลยเรื่องนี้ไป
“คุณไปรังแกเขาเหรอ” เฉิงฉีตงเอ่ยขึ้น ตอนที่เห็นผ้าก็อซบนมือของยวี่
หว่านก็เดาออกว่าต้องเป็นจี้ซ่าวที่ช่วยเธอพันแผล จี้ซ่าวเป็นหมอ
ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม ในเมื่อเขาช่วยเฉียวยวี่หว่านพันแผลแล้ว ก็คงไม่
มีอะไรให้น่าเป็นห่วง
“ทำไมคุณมาถึงก็พูดว่าฉันรังแกเขาล่ะคะ จริงๆ แล้วคุณสนิทกับฉันหรือ
สนิทกับเขากันแน่?” ยวี่หว่านพูดด้วยความไม่พอใจ
เฉิงฉีตงไม่ตอบเธอ “จี้ซ่าวบอกว่าไง”
“หมอจี้บอกว่าสองสามวันนี้อย่าให้โดนน้ า หลังจากนั้นก็ไปให้เขาทำแผลให้ก็
ได้ ไม่ได้มีปัญหาหนักหนาอะไร” ยวี่หว่านพูดตามความจริง แต่ถึงแม้จะพูด
ตามความจริง เฉิงฉีตงก็คงจะไม่เป็นห่วงเธอ ดังนั้นก็เลยพูดเสริมอีกประโยค
“แต่เด็กดื้อคนนั้นกัดแรงมาก ฉันรู้สึกเจ็บมากเลยค่ะ…..”