เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 391 ถ้าเกิดคุณมีลูกนะ ผมจะเอาไปโยนทิ้ง
คำพูดของเฉียวยวี่หว่านที่ว่า “พอพี่แต่งงานแล้วก็มีลูกสักคนมาเป็นเพื่อน
เล่นสิคะ” เธอไม่รู้สึกว่ามันประหลาดอะไร แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองคิดผิด เพราะ
เธอแทบไม่รู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นยังอยู่……
แล้วก็ไม่เคยได้ยินกู้เหอพูดถึงคุณคนนั้นของตระกูลจี้เลย เหมือนกับว่าเขา
ไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาลอย่างนั้นแหละ
แต่พอได้ยินกู้เหอพูดว่าจะไม่แต่งงาน เฉียวยวี่หว่านก็รู้สึกตกใจไม่น้อย นึก
ถึงความเป็นไปได้ที่ไม่อาจเป็นไปได้……
น้ าเสียงที่กู้เหอใช้พูดออกมาเมื่อครู่มันดูเป็นธรรมชาติมากจนเฉียวยวี่หว่าน
รู้สึกว่าเหมือนเธอกำลังพูดเรื่องราวปกติ
แต่ว่า……กู้เหอแต่งกับผู้ชายคนนั้นของตระกูลจี้ไปนานแล้วไม่ใช่เหรอ?
เฉียวยวี่หว่านเริ่มสับสน เธอมองกู้เหอพลางถาม “พี่กู้เหอคะ พี่แต่งงานกับ
พ่อจี้ซ่าวแล้วไม่ใช่เหรอ”
เธอถามคำถามนี้ออกมาแบบตรงๆ และจริงจัง
เมื่อครู่เธอรู้สึกว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป แล้วกู้เหอล่ะ คิดว่าตัวเองพูดผิดด้วย
หรือเปล่า
ถ้ากู้เหอคิดว่าตัวเองพูดผิด ก็เท่ากับว่าได้พูดความจริงออกมาแล้ว เพราะ
ใครจะไปลืมเรื่องที่ตัวเองแต่งงานแล้วได้ล่ะ อีกทั้งไม่ได้เพิ่งแต่งได้แค่เดือน
สองเดือน แต่งมาหลายปีแล้วด้วย……
สีหน้าของกู้เหอเปลี่ยนไป เธอเริ่มหน้าซีด น้อยครั้งที่เฉียวยวี่หว่านจะได้เห็น
กู้เหอมีอาการประหม่า เพราะปกติเธอเป็นคนที่ทำอะไรรอบคอบคล้ายๆ
กับเฉิงฉีตง แค่ดูเฉิงฉีตงก็รู้แล้ว ว่าเขาเป็นคนรอบคอบแค่ไหน
“พี่พูดผิดน่ะ พ่อของจี้ซ่าวพักรักษาตัวนานจนพี่ลืมไปว่าตัวเองแต่งงาน
แล้ว” กู้เหอหัวเราะออกมาเธอใช้เสียงหัวเราะอันอ่อนโยนแก้เขินที่ตัวเองพูด
ผิดเมื่อครู่
แต่เฉียวยวี่หว่านก็ยังคงอึ้งอยู่ เธอเป็นคนชอบเก็บรายละเอียด หลังจากจับ
สังเกตกู้เหอได้เธอก็ยิ่งสงสัยหนักขึ้น
ถึงเฉียวยวี่หว่านจะสงสัย แต่เห็นกู้เหอหาทางลงให้ตัวเองแบบนี้แล้ว เธอจึง
ไม่ได้ถามอะไรกู้เหอต่อ ไม่อย่างนั้นจะเป็นการกดดันจนเกินไป
“ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีเหมือนกันนะคะ” เฉียวยวี่หว่านหัวเราะออกมาเป็นการ
เออออตามกู้เหอ
“การลืมว่าตัวเองแต่งงานแล้วก็เป็นความสุขอย่างหนึ่ง ทำให้เราเหมือนได้
กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง”
“ก็จริงนะ” กู้เหอยิ้มเล็กน้อย เฉียวยวี่หว่านดูออกว่าเธอฝืนยิ้ม
“งั้นพี่ก็ไม่อยาก……มีลูกใช่ไหม”เฉียวยวี่หว่านเห็นว่าวันนี้พอลงจากเครื่อง
ปุ๊บกู้เหอก็ตรงมาหาเต้าหู้เลย แสดงว่าเธอต้องชอบเด็กมากแน่ๆ
แต่ว่าดูจากสุขภาพพ่อของจี้ซ่าวและก็อายุแล้ว คงมีลูกอีกไม่ได้แน่ๆ
“ฉันชอบเด็กมาก นี่ก็คงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายในชีวิต” น้ าเสียงของกู้
เหอเหมือนผิดหวัง อันที่จริงเฉียวยวี่หว่านก็อยากถามกู้เหอว่าแล้วทำไมเลือก
แต่งงานกับพ่อจี้ซ่าวล่ะ
กู้เหอเกิดมาในตระกูลเฉิง ถึงจะใช้นามสกุลแม่ก็ตาม ยังไงก็ได้ชื่อว่าเป็นลูก
สาวของตระกูลเฉิง มีเงินใช้ไม่ขาดมือ
ปกติถ้าผู้หญิงสาวๆ ยอมแต่งงานกับผู้ชายสูงอายุเหตุผลคงหนีไม่พ้นเรื่อง
เงิน แล้วเหตุผลของกู้เหอล่ะ คืออะไร……
เฉียวยวี่หว่านไม่กล้าถามออกไปส่งๆ
“ตอนนี้การแพทย์เจริญก้าวหน้า คงมีได้ไม่ยากหรอกค่ะ” เฉียวยวี่หว่านพูด
อย่างหวังดี เธอไม่ได้มีเจตนาร้าย
กู้เหอรู้เรื่องนั้นดีจึงยิ้มตอบเธอเล็กน้อย ตอนที่เฉียวยวี่หว่านกำลังจะพูดต่อ
ทันใดนั้นก็มีเงาของใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องรับแขก
“ถ้าเกิดคุณมีนะ ผมจะเอาไปโยนทิ้ง” พอเห็นว่าเป็นจี้ซ่าวเดินเข้ามาทำเอา
เฉียวยวี่หว่านแทบช็อค
จี้ซ่าวมาที่นี่ได้ยังไง?!
ประตูห้องรับแขกไม่ได้ถูกปิดให้สนิท เฉียวยวี่หว่านสงสัยว่าจี้ซ่าวคงได้
ยินสิ่งที่เธอพูดกับกู้เหอทั้งหมด……
ดูจากเหตุการณ์แล้วก็น่าจะเป็นจริง
“ผมไม่อยากได้ทั้งน้องสาวแล้วก็น้องชาย”จี้ซ่าวเปลี่ยนรองเท้าเป็นรองเท้า
แตะ เขาอยู่ในชุดลำลอง มันช่างดูแตกต่างจากเวลาเขาใส่ชุดกาวน์จริงๆ
กู้เหอพอเห็นจี้ซ่าวเข้ามาก็ตกใจไม่แพ้เฉียวยวี่หว่าน แต่สิ่งที่มากกว่าก็คือ
เธอเริ่มเป็นกังวล
เกือบสองเดือนได้ที่กู้เหอไม่ได้เจอจี้ซ่าวเลย ช่วงที่ผ่านมาเธอต้องไปทำงาน
ต่างที่ถึงจะเหนื่อยแต่ก็สบายใจ เพราะไม่ต้องกลับบ้านไปแล้วเจอจี้ซ่าวที่ไม่
ค่อยลงรอยกับเธอนัก
ตอนที่พักรักษาตัวอยู่บ้านเธอได้ใช้เวลาอยู่กับจี้ซ่าวบ่อยๆ ต้องเจอหน้ากัน
ทุกวัน วันละหลายๆ ครั้ง ถึงแม้ว่าช่วงนั้นจี้ซ่าวจะไม่ได้รังแกเธอ แต่มันก็ทำ
ให้เธอใช้ชีวิตได้ไม่ค่อยสบายนัก
“ผมโตจนจะมีลูกได้แล้ว ถ้าคุณคลอดมาอีกแล้วจะให้ลูกคุณเรียกลูกผมว่า
อะไร นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว” ปากของจี้ซ่าวนี่มันช่างเหมือนกับเป็นเฉียวยวี่
หว่านในร่างผู้ชาย
เฉียวยวี่หว่านหน้านิ่ว พอเธออยากจะเถียงจี้ซ่าวกลับก็นึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่เขา
เดินเข้าบ้านมาสายตาก็เอาแต่จับจ้องไปที่กู้เหอ
กู้เหอไม่ได้มองจี้ซ่าว เธอเอาแต่ก้มดูเต้าหู้น้อย
เฉียวยวี่หว่านครุ่นคิด ไม่รู้ว่าเธอคิดมากไปเองหรือเปล่า เธอสังเกตมานาน
แล้วว่า เวลาที่มีกู้เหออยู่ด้วย จี้ซ่าวจะเอาแต่มองกู้เหอโดยไม่สนใจอย่างอื่น
……
เฉียวยวี่หว่านหวังว่าจะเป็นเธอที่คิดมากไปเอง
“พวกเราก็แค่คุยกันเล่นๆ” กู้เหอพูดออกมา ในใจเริ่มไม่สบอารมณ์ เธอรู้สึก
ว่าจี้ซ่าวพยายามทำให้เธอจนมุม
“คุณหมอจี้วันนี้ไม่ทำงานเหรอคะ มาที่นี่ได้ยังไง” น้ าเสียงของเฉียวยวี่
หว่านพูดเหมือนไล่แขก ถ้าเธอรู้ว่าจี้ซ่าวจะมาล่ะก็ เธอจะไม่ให้กู้เหอมาดู
เต้าหู้น้อยวันนี้แน่นอน
เป็นศัตรูกันจะให้มาเจอกันทำไม
“ฉีตงนัดผมมากินข้าวเย็นแล้วจะไปเล่นบาสกัน ผมเลยถือโอกาสมาดูเต้าหู้
น้อยของผมด้วย” จี้ซ่าวเดินเข้าไปนั่งข้างเต้าหู้น้อยอีกฝั่งหนึ่ง เวลานี้กู้เหออ
ยู่ด้านซ้าย จี้ซ่าวอยู่ด้านขวา เต้าหู้น้อยอยู่ตรงกลาง……
เฉียวยวี่หว่านหมดคำจะพูด ที่แท้เฉิงฉีตงก็เป็นคนเรียกเขามา……เมื่อคืน
ตอนที่กู้เหอบอกเธอว่าวันนี้จะมาก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว เฉิงฉีตงหลับไปแล้ว
เธอจึงไม่ได้บอกเขา เฉิงฉีตงก็คงไม่รู้ว่ากู้เหอจะมา ถึงได้นัดจี้ซ่าวมากินข้าว
เล่นบาสวันนี้พอดี
ถ้าเฉิงฉีตงรู้ว่าวันนี้กู้เหอจะมาก็คงไม่นัดจี้ซ่าวมาแน่ๆ เพราะรู้ว่าพอเจอกัน
ก็มีแต่จะเกิดเรื่อง
“เต้าหู้น้อย โตขึ้นอีกแล้วนะ” จี้ซ่าวเอื้อมมือไปแตะหน้าของเต้าหู้น้อยเบาๆ
เขารู้ว่าห้ามจับใบหน้าของเด็กทารก ไม่อย่างนั้นเด็กจะมีอาการน้ าลายยืดจน
เป็นนิสัย เขาจึงแค่แตะหน้าเบาๆ
เวลานี้เต้าหู้น้อยมาอยู่ในอ้อมกอดของกู้เหอ ตอนที่จี้ซ่าวเอามือมาแตะเขา
จึงอยู่ใกล้กับกู้เหอมากๆ……
เพื่อเป็นการรักษามารยาทกู้เหอไม่ได้เอาตัวออกห่าง แต่แค่รู้สึกเกร็งตอนจี้
ซ่าวเข้ามาใกล้……
เต้าหู้น้อยยิ้มพร้อมกับดิ้นไปมาอย่างดีใจให้จี้ซ่าว
เฉียวยวี่หว่านเห็นบรรยากาศกำลังเป็นไปด้วยดีจึงเดินเข้าครัวไปชงชามาให้
จี้ซ่าว
ในห้องรับแขกจึงเหลือแค่จี้ซ่าวกับกู้เหอ และเต้าหู้น้อยที่ยังพูดไม่ได้……
จี้ซ่าวเหลือบมองกู้เหอ “ชอบเด็กเหรอ”
กู้เหอไม่ชอบเวลาที่ต้องพูดคุยกับจี้ซ่าว เธอรู้สึกว่าทั้งเหนื่อยแล้วก็เกร็ง
สาเหตุก็เพราะความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างเธอกับเขา ดังนั้นเธอจึงไม่รู้ว่า
ควรวางท่าทีอย่างไรเวลาที่ต้องสนทนากัน
อย่างเช่นตอนนี้ เธอไม่รู้ว่าควรพูดแบบคนอายุเท่ากันดี หรือต้องใช้คำพูดใน
ฐานะคนที่เป็นแม่เลี้ยงดี
พอคิดดูแล้ววางมาดไว้หน่อยดีกว่า ไม่ว่าจะอย่างไรตอนนี้ฐานะเธอก็ถือว่า
เป็นผู้อาวุโสกว่า
“อืม” เธอตอบกลับไปคำเดียวด้วยท่าทีเย็นชา
จี้ซ่าวนิ่งไป เขานึกไม่ถึงว่าผู้หญิงคนนี้จะมีมุมแบบนี้ด้วย ท่าทางที่อุ้มเต้าหู้
น้อยก็ดูคล่องแคล่ว แถมเด็กที่อยู่ในอ้อมกอดเธอก็นอนนิ่งไม่ร้องสักแอะ
ตาสองชั้นของเต้าหู้น้อยกำลังจ้องจี้ซ่าวกับกู้เหอเหมือนกำลังฟังผู้ใหญ่ทั้ง
สองคนคุยกัน
“ไม่ใช่ว่าคุณกำลังวางแผนพึ่งพาการแพทย์เพื่อจะมีลูกกับพ่อผมอยู่หรอก
นะ” น้ าเสียงของจี้ซ่าวแฝงไปด้วยความสงสัย
กู้เหอเปลี่ยนท่าอุ้มเต้าหู้น้อย เด็กคนนี้พออยู่ในอ้อมกอดของป้าก็นอนนิ่งไม่
ดื้อไม่ซน
“ฉันชอบเด็กมันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะมีเอง เธอวางใจได้ ฉันคงไม่
คลอดน้องสาวหรือน้องชายให้เธอหรอก” น้ าเสียงของกู้เหอเย็นชากว่าจี้ซ่าว
มาก
จี้ซ่าวหน้าเสีย ท่าทีเย็นชาของกู้เหอทำให้เขาไปต่อไม่ถูก เขาครุ่นคิดว่าเมื่อ
ครู่ที่เขาพูดกับกู้เหอก็เป็นการคุยธรรมดาเขาไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นสักหน่อย
……
“งั้นก็ดี” จี้ซ่าวเอามือประสานไว้ด้านหลังศีรษะ วางท่าสบายๆ “ผมโตจน
จะมีลูกได้อยู่แล้ว ไม่อยากให้ลูกผมอยู่ๆ ก็มีอามีน้าเพิ่มเข้ามาหรอก”
“เธอจะมีลูกกับใคร” น้ าเสียงของกู้เหอเหมือนแม่ที่กำลังเค้นถามลูกตัวเอง
อยู่……
น้ าเสียงแบบนี้ทำให้จี้ซ่าวฟังแล้วไม่รื่นหู เขารู้สึกว่าตัวเองปฏิบัติตัวดีกับกู้
เหอขึ้นมากแล้ว ตอนเธอป่วยก็ดูแลเป็นอย่างดี
“จะแต่งงานก็ต้องแต่งกับแฟนตัวเองสิ” จี้ซ่าวยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “คุณอายุ
มากกว่าผม เรื่องง่ายๆ แค่นี้ก็ไม่รู้เหรอ แกล้งทำเป็นไร้เดียงสาหรือเปล่า
เนี่ย”
“ถ้าคิดจะมาเอาเปรียบเพื่อนฉันล่ะก็ล้มเลิกความคิดไปได้เลย” กู้เหอนึกถึง
ภาพที่เฉียวยวี่หว่านส่งให้ตัวเองดูตอนที่จี้ซ่าวควงอี้ซิงไปเดินเล่น
“เพื่อนคุณเหรอ เดี๋ยวผมคิดก่อนนะว่าคนไหน……” จี้ซ่าวแกล้งทำท่าคิด
เหมือนว่าตัวเองมีสาวในสต็อคหลายคน