เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 426 ผมกำลังช่วยคุณนะ!
“กี่เม็ด”
“เม็ดเดียว”
จี้ซ่าวเทยาออกมาหนึ่งเม็ดแล้วป้อนกู้เหอ เธอยื่นมือมาหยิบเข้าปากแล้ว
กลืนเลยโดยไม่ต้องกินน้ าตาม
ยาแก้ปวดไม่ออกฤทธิ์ในทันที กู้เหอยังคงขดตัวอยู่ เนื้อตัวมีเหงื่อออก เธอ
รู้สึกว่าเบื้องหน้ามีแต่ดาวเต็มไปหมด……ตอนลืมตามองจี้ซ่าว รู้สึกว่าหน้า
เขาเต็มไปด้วยดาว……
ที่เขาว่าป่วยจนเบลอ มันคงเป็นแบบนี้สินะ
“ดีขึ้นไหม” จี้ซ่าวถามอย่างร้อนรน เขาเห็นแขนของกู้เหอขนลุกไปหมด แต่
หน้าผากยังคงมีเหงื่อออกอยู่เต็ม เลยไม่รู้ว่าควรจะห่มผ้าให้หรือเอาผ้าห่ม
ออก เพราะไม่แน่ใจว่าเธอร้อนหรือหนาว……
“เป็นหมอไม่รู้หรือไงว่ายาแก้ปวดไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีน่ะ”
กู้เหอถาม
น้ าเสียงเจือไปด้วยอารมณ์ไม่อยากพูด
อาการปวดประจำเดือนของกู้เหอหนักมาก ทุกครั้งที่ปวดเธอจะนอนอยู่บน
เตียงทั้งวัน ไม่ได้ไปทำงาน แค่ก่อนหน้านี้จี้ซ่าวไม่เคยใส่ใจเธอ จึงไม่รุ้ว่าเวลา
เธอปวดประจำเดือนเป็นหนักแค่ไหน
เจอคำถามนี้เข้าไปจี้ซ่าวถึงกับอึ้ง อันที่จริง……เขาร้อนใจจนลืมไปเลย เขา
คิดว่ายาแก้ปวดเป็นยาวิเศษ พอลงท้องก็ออกฤทธิ์ทันที
คุณออกไปก่อน” กู้เหอขมวดคิ้ว เธอเอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงจนมิด
ผู้หญิงเวลาปวดประจำเดือนเป็นช่วงที่น่าเกลียดที่สุด หน้าซีดเซียว หน้านิ่ว
คิ้วขมวด นอนขดตัว กู้เหอเป็นคนที่ห่วงเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเอง แล้วจะ
ให้จี้ซ่าวมานั่งจ้องอยู่ได้อย่างไร
“หนาวเหรอ” แน่นอนว่าจี้ซ่าวไม่เข้าใจจิตใจผู้หญิง ไม่เพียงแต่จะไม่ออกไป
แต่ยังถามกลับอีก
กู้เหอกำลังหงุดหงิด แต่เธอปวดจนไม่มีแรงจะแสดงมันออกมา เธอหายใจเข้า
ลึกๆ หนึ่งที “ฉันพักอีกเดี๋ยวก็หาย คุณออกไปก่อน”
“อาหารเช้าคุณอยากกินอะไร ผมจะไปทำให้ พอหายก็ลงมากิน” จี้ซ่าวมี
ท่าทีที่ดีต่างจากปกติ ถึงช่วงนี้เขาจะดีกับเธออยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่ถึงขั้นเป็น
ห่วงเป็นใย นี่นับเป็นครั้งแรก
กู้เหอได้ฟังก็รู้สึกตกใจนิดหน่อย แต่ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์คิดอะไรมากนัก
“ไม่อยากกิน”
คำพูดของกู้เหอเหมือนเป็นการฏิเสธจี้ซ่าวตรงๆ แต่จี้ซ่าวไม่ได้โกรธ เขากลับ
เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ
ผ่านไปครึ่งชั่วโมงกู้เหอก็ลงมาจากชั้นบน เธอรู้สึกดีขึ้นมากแล้วจึงไปล้าง
หน้าแปรงฟันทาครีมบำรุงผิว แต่ไม่มีเวลาแต่งหน้า เธอคิดว่าเดี๋ยวค่อยไป
แต่งบนรถ
วันนี้เธอมัดผมที่ยาวประบ่าเป็นหางม้าต่ าๆ สวมชุดสูทสีดำล้วนของYSL ทำ
ให้ดูน่าเชื่อถือและมีระดับ แต่การแต่งตัวแบบนี้ทำให้เธอดูแก่มากกว่าตอน
ปกติ และเธอก็ตั้งใจให้มันเป็นอย่างนั้น
วันนี้เป็นวันประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น จะต้องทำตัวให้ดูน่าเชื่อถือถึงจะถูก
เธออายุน้อย อีกทั้งยังเป็นผู้หญิง การที่ได้เข้ามาทำงานในบริษัทก็เพราะ
ความสัมพันธ์ของเธอกับจี้หยวนหาง หากเธอแต่งตัวสวยๆ แบบวัยรุ่น คาด
ว่าหลายคนคงไม่ให้ความเคารพเธอ
กู้เหออยู่ในฐานะคุณนายแห่งตระกูลจี้ เธอจึงต้องทำตัวให้ดูเป็นภรรยาของ
ผู้ชายวัยใกล้หกสิบ
จี้ซ่าวต้มโจ๊กไว้นิดหน่อยเมื่อครู่ เขากำลังจะขึ้นไปดูอาการของกู้เหอ ก็พอดี
กับที่เธอแต่งตัวเสร็จแล้วกำลังเดินลงมา
“ดีขึ้นแล้วเหรอ”
“อืม” กู้เหอเดินไปที่หน้าโต๊ะอาหาร เธอตัดสินใจกินอะไรนิดหน่อยค่อยไป
ถ้าไม่อย่างนั้นกว่าจะประชุมเสร็จเธอคงจะหิวจนตาลาย
“คุณปวดประจำเดือนบ่อยๆ เคยไปหาหมอบ้างไหม” จี้ซ่าวดันชามโจ๊กไป
ข้างหน้าเธอ ตอนนี้อาการปวดยังไม่หายไป ดังนั้นอารมณ์จะแปรปรวนนิด
หน่อย พอจี้ซ่าวดันชามโจ๊กมาให้เธอก็แค่ส่ายหัวเล็กน้อย ไม่ได้คิดมากกับ
การกระทำของจี้ซ่าว
“ที่โรงพยาบาลผมแผนกสูติเก่งใช้ได้ ถ้าคุณว่างแล้วอยากไปตรวจ ผมจะ
แนะนำหมอให้” จี้ซ่าวกินอิ่มแล้ว จึงนั่งดื่มกาแฟอยู่ฝั่งตรงข้ามกับกู้เหอ
กู้เหอกินโจ๊กไปหลายคำ เป็นโจ๊กผักที่รสชาติอ่อนๆ กินกับไข่ที่เหยาะซีอิ๊ว
เพิ่ม ทำให้รสชาติอร่อย
“โอเค” กู้เหอไม่ได้อิดออด ช่วงที่ผ่านมาเธอไม่มีเวลามาสนใจเรื่องปวด
ประจำเดือนเลย รู้สึกว่ามันเป็นอาการปกติของผู้หญิง พอจี้ซ่าวพูดแบบนี้เธอ
จึงเริ่มมีความคิดที่จะลองไปตรวจดูที่โรงพยาบาล “นึกไม่ถึงว่าคุณจะ
ทำกับข้าวเป็น”
“แค่ต้มโจ๊กเอง อาหารที่ผมทำ อร่อยกว่าที่เฉิงฉีตงทำอีก” จี้ซ่าวไม่ลืมที่จะ
เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเฉิงฉีตง
กู้เหอคิดว่าการกระทำของเขากับเฉิงฉีตงมันเป็นการกระทำของเด็ก
“งั้นอีกหน่อยคุณนายจี้ในอนาคตก็สบายแล้วสินะ” กู้เหอพูดออกมาเรื่อย
เปื่อย ตอนอยู่บ้านเฉิงฉีตงเธอเคยพูดว่าอิจฉาเฉียวยวี่หว่านที่มีสามี
ทำอาหารเก่ง
ตอนนั้นจี้ซ่าวเองก็ได้ยิน มาตอนนี้ได้ยินกู้เหอพูดอีก เขาก็นิ่งไปหลายวินาที
แล้ววางแก้วกาแฟลง
“คุณนายจี้คนนี้ก็สบายนะครับ ถ้าอยากกินอีกล่ะก็ ผมก็จะลำบากไปทำให้
เดี๋ยวนี้” ตอนที่จี้ซ่าวพูดสายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าของกู้เหอ
หน้าเธอไม่ได้ทาแป้ง จึงเห็นเป็นสีผิวของผู้หญิงสาวๆ โดยทั่วไป แต่กลับจง
ใจแต่งตัวให้ตัวเองดูแก่ ถึงมันจะไม่ได้ดูแย่ แต่ก็ทำให้จี้ซ่าวรู้สึกขัดใจ
เขายังคงไม่เข้าใจว่าทำไมกู้เหอถึงแต่งงานกับพ่อของเขา
กู้เหอพอได้ยินจี้ซ่าวพูดแบบนี้ จึงตอบกลับว่า “เอาสิ คุณถนัดทำกับข้าว
อะไรล่ะ”
“อยากกินอะไร บอกกระผมได้เลยขอรับ” จี้ซ่าวยักคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง แล้วยิ้ม
พลางมองกู้เหอ
“พูดแล้วนะ”
กู้เหอกินอีกหน่อยแล้วจึงลุกขึ้นยืน เธอหยิบกระเป๋าขึ้นมา “เดี๋ยวคุณขับรถ
นะ”
จี้ซ่าวไม่ถามว่าทำไม ยังไงซะเป้าหมายของพวกเขาก็คือบริษัท ดังนั้นขับรถ
ไปคันเดียวก็พอ
บนรถ
จี้ซ่าวเหลือบไปมองกู้เหอที่กำลังแต่งหน้า เขาอดไม่ได้ที่จะถามออกมา
“ผู้หญิงทุกคนสามารถแต่งหน้าบนรถได้หมดเลยใช่ไหม”
กู้เหอกำลังวาดคิ้ว “ไม่รู้สิ บางครั้งถ้าฉันแต่งตัวไม่ทันก็จะให้คนขับรถไปส่ง
แล้วก็แต่งหน้าบนรถเอา”
“สุดยอด”
“……”
*
ณ ห้องประชุมภายในบริษัทในเครือตระกูลจี้
นี่เป็นห้องประชุมที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท วันนี้เป็นการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นที่
ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปีที่แล้ว
กู้เหอนั่งตรงตำแหน่งประธาน เธอเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่อยู่ตรงหน้า จี้
ซ่าวนั่งเก้าอี้ตัวแรกที่อยู่ด้านซ้าย ส่วนเก้าอี้ตัวแรกด้านขวาเว้นว่างเอาไว้
เพราะเป็นที่นั่งของจี้เจี๋ย
“นั่นมันคุณชายรองไม่ใช่เหรอ วันนี้รู้จักมาบริษัทด้วย” ผู้ถือหุ้นที่อ้วนลงพุง
คนหนึ่งเดินเข้ามา พอเห็นจี้ซ่าวนั่งอยู่ในที่ประชุมก็เริ่มพูดจาแดกดัน
วันนี้จี้ซ่าวสวมชุดสูทรองเท้าหนังนับว่าเป็นภาพที่หาได้ยาก ทั้งนี้ก็เพื่อเป็น
การให้เกียรติที่ประชุม
จี้ซ่าวเงยหน้าขึ้นไปมองชายคนดังกล่าวที่เดินเข้ามานั่งข้างๆ เขาคุ้นหน้า
ผู้ชายคนนี้ที่เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น
แต่ในความเป็นจริงจำนวนหุ้นในบริษัทเกือบ 90%
อยู่ในมือของคนใน
ตระกูลจี้ ผู้ถือหุ้นพวกนี้ถึงจะมีหุ้นมากแค่ไหนมันก็แค่ส่วนน้อยอยู่ดี จี้ซ่าวพอ
ได้ฟังคำพูดของผู้ชายคนนี้ก็เริ่มไม่สบอารมณ์
หมายความว่าไง ในที่นี้เขาเป็นคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจมากที่สุดแล้ว
ไม่ใช่เหรอ ก็หุ้นเขาเยอะที่สุดนี่
“รบกวนชงกาแฟให้แก้วหนึ่งครับ” จี้ซ่าวเริ่มเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คตรง
หน้า เขาพูดออกมาแบบสบายๆ
ผู้ชายที่นั่งข้างๆ พอได้ฟังก็ถึงกับอึ้งไป เขาจ้องจี้ซ่าวอยู่หลายวินาที แล้วจึง
หันไปมองกู้เหอ
กู้เหอรู้ว่าจี้ซ่าวเริ่มก่อกวนอีกแล้ว เธอไม่อยากยุ่งจึงเริ่มอ่านเอกสาร
“คุณชายรอง คุณควรจะใช้เลขาหรือไม่ก็ผู้ช่วยให้ไปชงกาแฟให้นะครับ ผม
มาประชุม” ผู้ชายที่นั่งข้างๆ พูดพลางกระชับสูทตัวนอกเข้ามา ประหนึ่ง
ต้องการทำให้เห็นว่าตัวเองมาในฐานะอะไร น้ าเสียงตอนพูดเจือไปด้วยความ
ไม่พอใจเป็นอย่างมาก
จี้ซ่าวได้ฟังก็หันไปมองเขาแวบหนึ่ง “อ้อ ผมคิดว่าคุณเป็นพวกมาดูแลความ
สงบในที่ประชุมเสียอีก”
“คุณ……” ผู้ชายคนนี้เริ่มโกรธ โดนหาว่าตัวเองเป็นพนักงานรักษาความ
ปลอดภัย หากดูจากฐานะของเขาแล้วไม่แปลกที่จะโกรธ
กู้เหอได้ฟังบทสนทนาของผู้ชายทั้งสองคนแล้ว ก็ไม่ได้พูดเพื่อช่วยใคร แค่
รู้สึกว่าจี้ซ่าวทำเกินไปหน่อย
การหาเรื่องในที่ประชุมนับว่าเป็นการกระทำที่ไม่ค่อยฉลาดเสียเท่าไร แต่จี้
ซ่าวเป็นพวกใจกล้า เขามักจะพูดและทำตามอำเภอใจเสมอ
โชคดีที่บรรดาผู้ถือหุ้นค่อยๆ ทยอยกันเข้ามา
*
ขณะที่การประชุมดำเนินไปได้เกินกว่าครึ่งทาง ทันใดนั้นก็มีคนพูดกับกู้เหอ
ขึ้นมา
“คุณนายจี้ครับ เมื่อครู่ที่คุณพูดถึงปัญหาเรื่องหุ้น ตอนนี้ผมมีหนึ่งคำถาม
ครับ” ผู้ถือหุ้นรายหนึ่งพูดขึ้น สายตาที่มองกู้เหอแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์
กู้เหอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้อาจจะไม่ราบรื่นนัก แทบจะทุกครั้งที่มีการประชุมใหญ่
ผู้ถือหุ้น เธอจะโดนบรรดาผู้ถือหุ้นพวกนี้คัดค้านอยู่ไม่มากก็น้อย เพราะว่า
พวกเขาต่างก็ดูถูกเธอ สาเหตุไม่ใช่เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่มานั่งอยู่ใน
ตำแหน่งนี้ แต่เป็นเพราะเธออาศัยการแต่งงานกับจี้หยวนหางทำให้มานั่งอยู่
ตรงนี้ได้
อีกทั้งยังอายุน้อยอีกด้วย
ถึงแม้ว่าหลายปีมานี้กู้เหอจะสร้างผลงานในบริษัทอยู่ไม่น้อย แต่คนที่สงสัย
ในตัวเธอก็ยังคงมีอยู่อีกเยอะ
“ว่ามาค่ะ” กู้เหอวางปากกาหมึกซึมในมือลง จี้ซ่าวหันไปมองเธอพลางคิดใน
ใจว่าคนพวกนี้ต้องการจะทำอะไร
หากมองจากมุมของจี้ซ่าว สายตาของกู้เหอนิ่งสนิท ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ
“ผมอยากรู้ว่าวันนี้คุณมาในฐานะตัวแทนของประธานจี้ แต่หากวันหนึ่งท่าน
ไม่อยู่แล้ว ใครจะมานั่งในตำแหน่งนี้ล่ะครับ” น้ าเสียงของชายคนนี้เต็มไป
ด้วยการเย้ยหยัน ทำให้มือข้างหนึ่งของกู้เหอที่วางอยู่บนขากำหมัดเข้าหากัน
คำถามนี้พวกเขาไม่เคยถามมาก่อน เพราะดูเป็นการจงใจเล่นงาน
กู้เหอนิ่งไป เธอจะไม่รีบตอบอะไรไปหากไม่ได้คิดให้รอบคอบเสียก่อน
แต่วินาทีถัดมาก็มีเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้น ปากกาที่อยู่ในมือจี้ซ่าวลอยไปอยู่
กลางโต๊ะ มันลอยไปทางคนที่ถามคำถามเมื่อครู่ ทำให้คนถามถึงกับตกใจ
จากที่นั่งอยู่ดีๆ ก็ตกใจจนลุกขึ้นยืน
กู้เหอเองก็ตกใจกับการกระทำของจี้ซ่าว แต่จี้ซ่าวก็ยังพอระงับอารมณ์ได้บ้าง
ที่ไม่โยนไปโดนตัวคนพูด แต่โยนไปที่คอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านหน้าชายผู้นั้น
แทน
“ทำอะไรน่ะ” ชายคนนั้นตกใจอยู่ไม่น้อย เขาเอามือทาบหน้าอก
จี้ซ่าวยังนั่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เขาพูดออกมาอย่างเย็นชา “ขอโทษนะครับ
ถ้าเกิดทักษะการฟังของผมไม่ได้มีปัญหาล่ะก็ เมื่อครู่เหมือนผมจะได้ยินคุณ
ถามถึงหากพ่อผมไม่อยู่แล้วจะเป็นอย่างไรต่อ”
ชายคนนั้นมองไปรอบๆ ในใจยังคงรู้สึกหวาดหวั่น คงตกใจมากจริงๆ เขา
แกล้งไอสองครั้ง เหมือนต้องการเรียกความมั่นใจกลับคืนมา
“แค่กแค่ก……สถานการณ์ของท่านประธานพวกเราต่างรู้ดี ท่านจะอยู่ได้อีก
นานแค่ไหนคุณชายรองก็น่าจะเข้าใจ วันนั้นยังไงก็ต้องมาถึง ตอนนี้พวกเราก็
มาเปิดอกคุยกันตรงๆ ไม่ดีกว่าหรือ หากถึงวันนั้นเข้าจริงๆ จะได้ไม่วุ่นวาย
……”
“พ่อผมยังไม่ตายคุณก็มานั่งคิดแล้วว่าใครจะมานั่งตำแหน่งนั้น คุณคิดว่าคุณ
เป็นใครเหรอ” น้ าเสียงของจี้ซ่าวแย่มาก กู้เหอจึงรีบพูดตัดบทจี้ซ่าวขึ้นมา
ทันที
“จี้ซ่าว” กู้เหอไม่อยากให้เขาทำกิริยาล่วงเกินใครมากไปกว่านี้
จี้ซ่าวหันไปมองกู้เหอ สายตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก “คุณดู
เอานะคนปากหมาๆ พูดแบบนี้ออกมา คุณทนได้เหรอ อีกอย่าง เขาต้องการ
จะเล่นงานคุณชัดๆ”
ชายคนนั้นเริ่มเครียด เขานึกไม่ถึงว่าคุณชายรองแห่งตระกูลจี้จะขี้โมโหขนาด
นี้ เพราะเขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
พอวันนี้ได้มาเจอก็พบว่า……นิสัยของคุณชายรองนั้นดุกว่าท่านประธานขึ้น
เป็นทวีคูณ……รับมือได้ยาก
จี้ซ่าวหันกลับไปมองเขา “กู้เหอเป็นคนของตระกูลจี้ ต่อไปคิดจะเล่นกับใครก็
ช่วยใช้สมองคิดให้ดีๆ ก่อนนะ”
“คุณชายรอง บริษัทนี้ไม่ใช่ของบ้านคุณคนเดียวนะครับ ยังมีผู้ถือหุ้นรายอื่น
อีก”
“ถือหุ้นอยู่แค่น้อยนิดก็เที่ยวมาอวดเบ่ง ไม่ลองพูดมาดูล่ะว่ามีหุ้นอยู่เท่าไร”
จี้ซ่าวยกมือขึ้นถูจมูก น้ าเสียงของเขาแฝงไปด้วยความโกรธและการเย้ยหยัน
ชายคนนั้นพอโดนจี้ซ่าวบีบให้พูดถึงจำนวนหุ้นที่มีอยู่ในมือ หูของเขาก็แดง
ไปหมด
อันที่จริงในบรรดาผู้ร่วมประชุมทั้งหมดนอกจากจี้ซ่าวแล้ว ผู้ถือหุ้นรายอื่น
ต่างก็มีหุ้นอยู่ในมือเพียงน้อยนิด หากพูดออกมา……ก็มีแต่จะขายหน้า
“สังคมสมัยนี้เงินเป็นใหญ่ หุ้นมีอยู่ไม่เยอะก็อย่าเที่ยวโผล่หัวออกมา คนอื่น
เขาจะเด็ดหัวเอา เข้าใจที่ผมพูดไหม” จี้ซ่าวรู้สึกโกรธมากจริงๆ คำพูดแย่ลง
เรื่อยๆ
“จี้ซ่าวพอได้แล้ว!” กู้เหอกัดฟันแล้วพูดขึ้นมาทันที
“ผมกำลังช่วยคุณนะ!”
“ไม่ต้องมาช่วยฉัน” กู้เหอขบฟันกรอด เธอขมวดคิ้วพลางจ้องจี้ซ่าว