เล่ห์ร้ายพิชิตรัก - ตอนที่ 441 พวกนายคงไม่คิดว่าฉันจะชอบเขาหรอกนะ ฉันไม่ได้โง่นะ!
จี้ซ่าวนั่งอยู่บนฝากระโปรงรถ พลางดื่มเบียร์เข้าไปอีกหลายอึก เขารู้สึกว่า
เบียร์พวกนี้ไร้รสชาติมาก แต่เขาก็ไม่อยากไปดื่มเหล้าที่ผับ ไม่มีอารมณ์ใดๆ
ทั้งนั้น
“นายถามเรื่องนี้ทำไม นายอยู่บ้านเดียวกันกับพี่ฉันมาตั้งนาน ยังไม่รู้ว่าเขา
เป็นคนแบบไหนอีกงั้นเหรอ” เดิมทีเฉิงฉีตงรู้สึกง่วงมาก แต่พอได้คุยโทรศัพท์
จี้ซ่าวก็หอบเอาความง่วงของเขาไป
เขาเดินออกไปตรงระเบียง เฉิงฉีตงรู้สึกว่าจี้ซ่าวกับกู้เหอคงมีปัญหากันไม่
น้อย
จี้ซ่าวเอากระป๋องเบียร์ทิ้งไปด้านข้างรถ เฉิงฉีตงได้ยินเสียงกระป๋องตกลง
บนพื้นดังลอยเข้ามาในโทรศัพท์ เขาเลิกคิ้วขึ้นพลางพูด “ทิ้งขยะส่งเดช
นักเรียนจี้ซ่าวอยากโดนครูยึดดอกไม้แดงคืนเหรอ”
“……” จี้ซ่าวรู้สึกว่ามุกตลกของเฉิงฉีตงฝืดมาก เขาไม่ได้หัวเราะออกมาเลย
สักนิด
ตอนเรียนอนุบาล จี้ซ่าวชอบแข่งกับเฉิงฉีตงว่าใครจะมีดอกไม้แดงมากกว่า
กัน คุณครูที่โรงเรียนอนุบาลตั้งกฎขึ้นมาว่า เด็กที่นอนกลางวันจะได้รับ
ดอกไม้แดงสองดอก ตอนนั้นจี้ซ่าวชอบแอบหนีออกไป ทั้งชั้นเรียนเขาเป็น
เด็กที่ไม่ชอบนอนกลางวันที่สุดแล้ว แล้วก็เป็นเด็กที่ชอบก่อกวนที่สุดด้วย แต่
นับตั้งแต่คุณครูตั้งกฎนี้ขึ้นมา เขาก็บังคับให้ตัวเองนอนกลางวันทุกวัน
ดังนั้นเฉิงฉีตงจึงชอบยกเรื่องนี้ขึ้นมาล้อเป็นประจำจนถึงตอนนี้
จี้ซ่าวไม่ได้โกรธอะไร เขาขมวดคิ้วพลางพูด รีบพูดมา”
เฉิงฉีตงคิดสักพัก “โดดเดี่ยว ฉลาด รอบคอบ มีความคิด แล้วก็หาเงินเก่ง”
นี่คือนิยามของกู้เหอในสายตาของเฉิงฉีตง จริงๆ แล้วระยะเวลาที่เฉิงฉีตงได้
อยู่กับกู้เหอยังน้อยกว่าของจี้ซ่าวด้วยซ้ า กู้เหอไม่ทำตัวสนิทกับใคร กับคนใน
ครอบครัวก็ด้วย เธอไม่ได้ทำตัวใกล้ชิดเท่าไรนัก
“นายคิดว่าเขาจะเป็นคนที่อยู่ๆ ก็ชอบหาเรื่องคนโดยไร้เหตุผลไหม” ถึงแม้
จี้ซ่าวจะรู้สึกว่าไม่ควรถามเฉิงฉีตงเรื่องนี้ แต่เขาก็อดไม่ได้ ถ้าไม่ถามเรื่อง
พวกนี้จากเฉิงฉีตง เขากลัวว่าคืนนี้คงได้กลั้นใจตาย
“ไม่หรอก” เฉิงฉีตงตอบคำถามของจี้ซ่าวอย่างมั่นใจ “กู้เหอไม่ใช่คนที่ชอบ
หาเรื่องใคร ไม่มีทางเป็นคนไร้เหตุผล”
พอได้ฟังเฉิงฉีตงพูดจี้ซ่าวก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ……
กู้เหอไม่ใช่คนที่จะหาเรื่องใครโดยไม่มีเหตุผล นั่นก็หมายความว่าครั้งนี้ที่กู้
เหอหาเรื่องเขาจะต้องมีสาเหตุแน่ๆ
แล้วมันเพราะอะไรล่ะ เขาคิดจนสมองจะระเบิดก็ยังคิดไม่ออก จี้ซ่าวภูมิใจ
ในความฉลาดของตัวเองมาตลอด แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกว่าเหมือนระดับไอคิวจะ
ถดถอย เขาตามกู้เหอไม่ทัน
ตอนเช้ายังดีดีอยู่เลย……
“ทำไม ทะเลาะกับกู้เหอเหรอ” เฉิงฉีตงถามนิ่งๆ จี้ซ่าวได้ฟังก็รู้สึกแปลกใจ
คิ้วของจี้ซ่าวขมวดเข้าหากัน “ตรงไหนที่บอกว่าฉันกับเขาทะเลาะกัน นาย
พูดเหมือนกับว่าฉันเป็นแฟนกับเขา ไม่ได้ทะเลาะ แค่พี่สาวนายแปลกๆ นิด
หน่อย วันนี้ตอนเช้าฉันไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากับเขามา ตอนบ่ายก็เล่นปืน
ฉีดน้ ากัน ใครจะไปคิดว่าพอกลับถึงบ้านก็เปลี่ยนไป แล้วยังมาพูดว่าให้ฉัน
รักษาระยะห่างกับเขาด้วย ประธานเฉิง ท่านช่วยวิเคราะห์หน่อยได้ไหมว่า
มันเรื่องอะไรกัน”
จี้ซ่าวอยากรู้คำตอบจริงๆ จึงอดไม่ได้ที่จะเรียกเฉิงฉีตงว่า “ประธานเฉิง”
เฉิงฉีตงพอได้ฟังคำพูดของจี้ซ่าว คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันโดยที่ไม่รู้ตัว
“นายไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากับเขาเหรอ”
“ใช่น่ะสิ หรือที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามันจะมีอะไรแอบแฝงงั้นเหรอ”
“เปล่า”
“……”
จี้ซ่าวคิดจริงๆ ว่าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้านั่นมีความหมายกับกู้
เหอมาก ห้ามมีใครไปกับเธอด้วย เขายังรู้สึกดีใจอยู่เลยที่กู้เหอพาเขาไปด้วย
ใครจะไปคิดว่าเฉิงฉีตงจะมาเล่นอะไรแบบนี้……
เฉิงฉีตงนิ่งไปสักพัก แล้วจึงพูดออกมาด้วยน้ าเสียงที่จริงจัง “ในเมื่อเขา
อยากให้นายรักษาระยะห่าง ก็ทำตามที่เขาบอกไปแค่นั้น”
“รักษาระยะห่างเหรอ ฉันไปทำอะไรให้เขางั้นเหรอ” จี้ซ่าวรู้สึกงง ก่อนหน้า
นี้จี้เจี๋ยก็พูดแบบนี้ ตอนนี้กู้เหอก็พูด คิดไม่ถึงว่าเฉิงฉีตงก็เอาด้วย แล้วทำไมมี
แค่เขาที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำเรื่องอะไรผิดไปล่ะ
“นายไม่ฟังที่ฉันแนะนำ แล้วโทรหาทำไม” เฉิงฉีตงพูดออกมาตรงๆ ทำให้จี้
ซ่าวรู้สึกโต้กลับไม่ถูก
จี้ซ่าวเปิดเบียร์อีกกระป๋อง เขาดื่มไปสองอึกก็รู้สึกว่ามันไร้รสชาติ แต่ไม่ดื่มก็
ยิ่งรู้สึกเบื่อ ทุกอย่างขัดแย้งกันไปหมด
เขาอ้าปาก นิ่งไปสักพักแล้วจึงพูดว่า “ฉีตง นายกับพี่ฉัน แล้วก็กู้เหอทุกคน
พูดเหมือนกันหมดว่าให้ฉันรักษาระยะห่างกับเขา ดูท่าพวกนายอยากให้ฉัน
กลับไปร้ายแบบเก่าอีกใช่ไหม พอเมื่อก่อนที่ฉันคอยจ้องเล่นงานเขาพวกนาย
ก็มาบอกให้เพลาๆ ลง มาบอกว่าชีวิตเขาไม่ง่าย พอตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ฉัน
พยายามที่จะดีกับเขาให้มากขึ้น พยายามลืมเรื่องแม่แล้วอยู่กับเขาแบบสันติ
พวกนายกลับมาบอกให้ฉันรักษาระยะห่างกับเขาอีก งั้นไหนลองสอนฉัน
หน่อย อะไรคือการรักษาระยะห่างแบบที่ว่า”
จี้ซ่าวเริ่มอารมณ์ขึ้น น้ าเสียงของเขาเหมือนเป็นการคาดคั้น
เฉิงฉีตงนิ่งเงียบไป แล้วจึงพูดขึ้น “นายเริ่มหงุดหงิดอะไร”
“ก็ฉัน!” จี้ซ่าวพูดออกมาได้แค่นั้นก็หยุดลง แล้วก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อดี
จี้ซ่าวใส่อารมณ์มากขึ้นเรื่อยๆ มันยิ่งทำให้จิตใจของเฉิงฉีตงเริ่มไม่สงบ
แต่เฉิงฉีตงยังคงแสดงออกด้วยท่าทีนิ่งเฉย “งั้นฉันถามนาย นายเพศอะไร”
จี้ซ่าวคิดว่าตัวเองได้ยินผิด จึงโต้กลับทันที “ไร้สาระ ฉันเป็นผู้ชายหรือเปล่า
ทำอย่างกับนายไม่รู้ พวกเราอาบน้ ามาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ นะ”
“คำพูดนี้ของนายมันคิดได้หลายอย่างนะ” เฉิงฉีตงพูดแก้ให้เขา “ฉันโดน
บังคับต่างหาก มันเป็นความต้องการของคุณปู่ที่อยากให้เราอาบน้ าด้วยกัน
ตอนเด็กๆ”
จี้ซ่าวหงุดหงิดพอแล้ว “นายถามทำไม”
“กู้เหอเป็นผู้หญิง นายเป็นผู้ชาย อายุยังพอๆ กันอีก นายลองคิดดูสิว่าทำไม
ทุกคนถึงได้บอกให้นายรักษาระยะห่างกับเขา”
“……” จี้ซ่าวนิ่งเงียบไปสักพัก แล้วหัวเราะอย่างเย็นชา “พวกนายคงไม่คิด
ว่าฉันจะชอบเขาหรอกนะ ฉันไม่ได้โง่นะ!”
พอเฉิงฉีตงได้ยินเสียงหัวเราะอันเย็นชาของจี้ซ่าว เขาก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไร