เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 16 ระดับทักษะ
ตอนที่ 16 ระดับทักษะ
เมื่อมอนสเตอร์ถูกฆ่าสิ่งที่ผู้เล่นจะได้รับมีเพียงละอองดาวเท่านั้น ถ้าหากว่าผู้เล่นต้องการวัตถุดิบมีค่าอื่นๆของมอนสเตอร์พวกเขาสามารถหาได้จากศพ
เจมส์ชำแหละศพของหมาป่าทุ่งหญ้าทั้งสี่ด้วยความชำนาญ มือของเขาเคลื่อนไหวไปก่อนหน้าคำแนะนำจากระบบก้าวหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่มือใหม่
อย่างไรก็ตามแม้ว่าเจมส์จะมีประสบการณ์จากการชำแหละศพของมอนสเตอร์มานับไม่ถ้วนแต่ความรวดเร็วก็ขึ้นอยู่กับระดับทักษะของเขา
: คุณได้รับ หนังหมาป่าทุ่งหญ้า x5 :
: คุณได้รับ เขี้ยวหมาป่า x2 :
: คุณได้รับ เนื้อหมาป่า x7 :
: ทักษะชำแหละศพความชำนาญเพิ่มขึ้น 5 :
ทักษะชำแหละศพ ระดับ 1 [5/20] : เพิ่มโอกาสในการได้รับวัตถุดิบล้ำค่าเมื่อชำแหละศพ +1%
ศพทั้งห้าใช้เวลาเกือบสามนาทีในการชำแหละ มันเป็นขั้นตอนที่กินเวลามากกว่าการต่อสู้เสียอีก
การชำแหละศพคืองานที่น่าเบื่อแต่ด้วยความมั่งคั่งของเจมส์ในปัจจุบันเขาไม่สามารถละเลยศพเหล่านี้ เมื่อวัตถุดิบถูกชำแหละออกไปจนหมดแล้วซากที่เหลืออยู่ของหมาป่าทั้งห้าก็เลือนไปโดยอัตโนมัติ
เจมส์ออกเดินทางต่อไป เขามุ่งหน้าลงใต้โดยใช้แสงของดวงดาวเป็นเครื่องนำทาง สาเหตุที่เจมส์ไม่ได้จุดคบไฟเพราะเขาไม่ต้องการเป็นจุดเด่นมากจนเกินไป
ในทุ่งหญ้าแห่งนี้มอนสเตอร์ในเวลากลางคืนนั้นมีความดุร้ายมากและพวกมันไม่กลัวแสงไฟ ในทางกลับกันมอนสเตอร์ส่วนใหญ่มักจะวิ่งเข้าหาแสงไฟในทันทีที่มันพบเห็น เมื่อผู้เล่นค้นพบสิ่งนี้พวกเขาจะคิดค้นการฟาร์มละอองดาวในรูปแบบใหม่ซึ่งก็คือการก่อกองไฟเพื่อล่อมอนสเตอร์ให้เข้ามาหา อย่างไรก็ตามวิธีนี้สามารถทำได้แค่ในทุ่งหญ้าแห่งนี้เท่านั้น
เจมส์ไม่ได้สนใจทริคการฟาร์มดังกล่าวแม้ว่ามันจะให้ผลลัพธ์ที่ดีแต่ก็ไม่เหมาะสำหรับผู้เล่นเดี่ยวอย่างเขา
หลังจากที่ได้ยืดเส้นยืดสายกับฝูงหมาป่าเจมส์ก็เดินทางต่อไป เขามักจะหยุดเป็นครั้งคราวเมื่อพบกับมอนสเตอร์ ส่วนใหญ่เจมส์จะเสียเวลาไปกับการชำแหละศพมากกว่าการต่อสู้
ด้วยระดับโคจรร่างกายที่เพิ่มถึงระดับ 2 ทำให้เจมส์สามารถอัญเชิญวิญญาณร้ายได้สองตัวในคราวเดียว การโจมตีของวิญญาณร้ายแต่ละตัวนั้นสร้างความเสียหายได้มากถึง 60-80 หน่วยซึ่งในทุ่งหญ้าแห่งนี้ไม่มีมอนสเตอร์ธรรมดาตัวใดที่สามารถทนการโจมตีของวิญญาณร้ายทั้งสองดวงได้
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เจมส์เลือกศาสตร์จอมขลังผีร้ายเพราะความเสียหายในช่วงเริ่มต้นของจอมขลังผีร้ายนั้นสูงมาก อาจจะเรียกได้ว่าเป็นศาสตร์จักรวาลพื้นฐานที่ขี้โกงในช่วงเริ่มต้น
แต่อย่างไรก็ตามเมื่อถึงจุดๆหนึ่งจอมขลังผีร้ายจะถูกศาสตร์อื่นๆครอบงำเพราะข้อจำกัดจากการโจมตีทางวิญญาณ
การโจมตีส่วนใหญ่ของจอมขลังผีร้ายนั้นคือธาตุวิญญาณซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับผลทางกายภาพใดๆ แม้พลังป้องกันทางกายภาพของเป้าหมายจะถูกมองข้ามแต่ผลกระทบความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีทางวิญญาณจะถูกหักล้างโดยความแข็งแกร่งทางวิญญาณของเป้าหมาย
หากว่าเป้าหมายมีความแข็งแกร่งทางวิญญาณต่ำกว่าวิญญาณร้ายที่จอมขลังผีร้ายเรียกออกมา ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะมากกว่าศาสตร์อื่นๆอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากว่าเป้าหมายมีความแข็งแกร่งทางวิญญาณสูงกว่าวิญญาณร้าย ความเสียหายจะกลายเป็นศูนย์
นอกจากนี้การเพิ่มความแข็งแกร่งของวิญญาณร้ายที่จอมขลังผีร้ายสามารถเรียกออกมาได้นั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก ทางที่ง่ายที่สุดคือการยกระดับทักษะ นอกเหนือจากนั้นเป็นสิ่งที่ได้มาโดยยาก หากว่าเจมส์ไม่ได้เป็นผู้ที่มาจากอนาคตเขาจะไม่เลือกเส้นทางของจอมขลังผีร้าย
เจมส์ใช้เวลากว่าสี่ชั่วโมงในการเดินทางในที่สุดเขาก็มาถึงยังแนวชายป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้หน้าทึบ มันเป็นจุดสิ้นสุดของทุ่งหญ้า
เมื่อมองไปยังเส้นของฟ้าจะเห็นแสงสว่างสีฟ้าครามจางๆซึ่งบ่งบอกว่ามันเป็นเวลาเกือบจะเช้าแล้ว เจมส์ตัดสินที่ที่จะหยุดพักเพราะเขารู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้าทางร่างกายและความกระหาย
แน่นอนว่าความเหนื่อยล้าและความอยากอาหารนั้นเป็นสิ่งที่ผู้เล่นทุกคนมี ตัวละครของพวกเขาไม่แตกต่างจากร่างกายของมนุษย์ทั่วไป ดังนั้นเมื่อเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดๆหนึ่งพวกเขาจะรู้สึกเหนื่อยล้าและหิวโหย
เมื่อเหนื่อยล้าผู้คนก็ต้องพักผ่อนเมื่อหิวก็ต้องกิน มันเป็นตรรกะง่ายๆที่มนุษย์ทุกคนรู้ อย่างไรก็ตามในเส้นทางดวงดาวผู้เล่นที่ยังไม่สามารถเปิดโหมดสัมผัสอย่างถ่องแท้พวกเขาจะได้รับความรู้สึกเจ็บปวดเพียงแค่ 20% จากความรู้สึกที่แท้จริงเท่านั้น
เหตุนี้เองผู้เล่นบางคนอาจจะเผลอเรอมองข้ามเจ็บปวดของกล้ามเนื้อที่เป็นผลมาจากความเหนื่อยล้าหรือความเจ็บปวดของกระเพาะอาหารเมื่อยามหิวในบางครั้ง อย่างไรก็ตามโชคดีที่ระบบเส้นทางดวงดาวนั้นจะมีการแจ้งเตือนเมื่อความเหนื่อยล้าหรือความหิวโหยถึงจุดวิกฤติดังนั้นจึงมีผู้เล่นน้อยมากที่จะตายเพราะความเหนื่อยล้าหรือความหิวโหย
แต่สำหรับเจมส์ที่ปรับระดับค่าความรู้สึกเจ็บปวดถึง 80% แล้วเขาสามารถรับรู้ได้ถึงสถานะร่างกายของตนเองได้อย่างชัดเจน โดยไม่รอให้ร่างกายถึงจุดวิกฤติเขาจะพักทันที
จ้องมองพื้นที่โดยรอบเมื่อไม่พบสัญญาณการคงอยู่ของมอนสเตอร์เจมส์ก็เริ่มสร้างที่พักชั่วคราว เขานำชุดเต็นท์สำเร็จรูปที่ได้มาจากภารกิจการเรียนรู้ทักษะดำรงชีพออกมาและเปิดใช้งาน
ป๊อป ! เสียงดังขึ้นพร้อมกลุ่มควันจางๆระเบิดขึ้น เพียงพริบตาเต็นท์ที่กางเสร็จเรียบร้อยก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า เจมส์ไม่รีรอที่จะมุดเข้าไปภายใน
: คุณได้รับการปกป้องจากที่พักแรมระดับ 1 มอนสเตอร์ทั่วไปจะไม่ค้นพบและโจมตีคุณ :
: คุณได้รับโบนัสจากทักษะดำรงชีพ ที่พักแรมระดับ 1 เมื่อพักผ่อนฟื้นคืนพลังงานเร็วขึ้น 20% :
เจมส์ฟังเสียงของระบบที่ดังขึ้นก่อนที่เขาจะเปิดหน้าต่างสถานะเพื่อตรวจสอบการเก็บเกี่ยวในตลอดสี่ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ โอ้ มันมากกว่าที่ฉันคาดเอาไว้นิดหน่อย อาจเป็นเพราะยังไม่มีผู้เล่นมากนัก ” เจมส์พึมพำพร้อมเผยรอยยิ้มเล็กๆ
การเดินทางสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเจมส์ได้ฆ่ามอนสเตอร์ไปร้อยแปดสิบกว่าตัว ถึงแม้ว่าเจมส์ให้ความสำคัญกับการเดินทางมากกว่าการล่ามอนสเตอร์แต่จำนวนมอนสเตอร์ที่เขาสังหารก็ยังถือว่ามากเมื่อเทียบกับการล่าของผู้เล่นทั่วไป
มันอาจจะเป็นเพราะว่าพื้นที่ยังไม่ผ่านการบุกเบิกโดยกลุ่มผู้เล่นจึงทำให้มีมอนสเตอร์อยู่ชุกชุม
ในปัจจุบันเจมส์มีละอองดาวถึง 2012 หน่วย เขาไม่รีรอที่จะเพิ่มค่าสถานะของตนเอง
:: ยินดีด้วย ร่างกายโคจรของคุณระดับเพิ่มเป็น 5 ::
วึ้ง ! ออร่าสีฟ้าจางๆเรืองออกมาจากร่างกายของเจมส์ เมื่อระดับร่างกายโคจรเพิ่มขึ้นถึงสามระดับในคราวเดียวทำให้เจมส์รู้สึกได้ถึงความสะดวกสบายภายในร่างกาย เขารู้สึกว่ากล้ามเนื้อของเขากระชับขึ้นและประสาทสัมผัสทั้งห้าคมขึ้นอย่างมีนัย
“ มันเป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ ”
ค่าละอองดาว 720 หน่วยถูกใช้ไป อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีละอองดาวหลงเหลืออยู่เกือบหนึ่งพันสามร้อยหน่วยแต่เจมส์ก็ยังไม่สามารถเพิ่มค่าสถานะของเขาได้ มันเป็นเพราะเขายังขาดเงื่อนไข
: เงื่อนไขครบถ้วน เปิดใช้งานระดับทักษะ :
: เพิ่มระดับทักษะของศาสตร์จักรวาลพื้นฐานห้าแต้มเพื่อปลดขีดจำกัดร่างกายโคจร :
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นโดยที่เจมส์ไม่แปลกใจนัก โดยระดับทักษะนี้เป็นระดับทักษะของศาสตร์จอมขลังผีร้ายซึ่งในตอนแรกระดับของทักษะประจำศาสตร์พื้นฐานนั้นไม่มีอยู่ แต่เมื่อผู้เล่นมีร่างกายโคจรถึงระดับ 5 พวกเขาจะปลดล็อคระดับทักษะดังที่กล่าวมา
เจมส์ไม่รีรอที่จะเรียกดูอินเทอร์เฟซของศาสตร์จักรวาลพื้นฐาน
มนต์เรียกวิญญาณร้าย [ ใช้ 100 ละอองดาวเพื่อเพิ่มระดับ ]
ด้วยจำนวนละอองดาวที่เหลืออยู่เจมส์ใช้ละอองดาวเพิ่มระดับมนต์เรียกวิญญาณร้ายในทันที เขาใช้ละอองดาว 100 หน่วยเพิ่มมนต์เรียกวิญญาณร้ายถึงระดับ 1 จากนั้นใช้อีก 200,300,400 เพื่อเพิ่มระดับของมนต์เรียกวิญญาณร้ายให้ถึงระดับ 4
ในปัจจุบันเจมส์เหลือค่าละอองดาวเพียง 292 หน่วยซึ่งไม่เพียงพอที่จะเพิ่มระดับของทักษะหรือค่าสถานะใดๆ
ผลลัพธ์จากการทำงานตลอดสี่ชั่วโมงถูกใช้ไปจนเกือบหมดในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที แม้จะเจ็บปวดแต่มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อมองดูความสามารถของทักษะมนต์ขลังผีร้ายที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้เจมส์รู้สึกดีขึ้น
มนต์เรียกวิญญาณร้าย ระดับ 4 [ใช้ 500 ละอองดาวเพื่อเพิ่มระดับ] : จอมขลังผีร้ายผู้หลงผิดในเส้นทางแห่งความมืด ใช้พลังวิญญาณจำนวนหนึ่งเพื่อเรียกวิญญาณร้ายจำนวน 4+[ระดับโคจรร่างกาย] จากขุมนรกออกมาช่วยต่อสู้
คำร่าย : ดวงวิญญาณแห่งขุมนรก ปลดปล่อยความแค้นผ่านการเชื่อมต่อแห่งข้า
แก่นทักษะ(เปิดใช้งานหลังจากร่างกายโคจร > 1) : สะสมละอองดาวจากศีรษะ ดวงตาและแขน รวบรวมที่จุดกึ่งกลางร่างกาย สร้างเจตจำนงด้วยวิญญาณในการเรียกผีร้ายจากขุมนรกจากนั้นผสานเจตจำนงนั้นเข้ากับก้อนละอองดาว เมื่อก้อนละอองดาวควบแน่นกลายเป็นพลังแห่งความมืดจึงขับมันออกผ่านเท้าข้างหนึ่งข้างใด ผลพิเศษ : – ยกเลิกคำร่ายเมื่อเรียกใช้ทักษะโดยวิธีใช้แก่นทักษะ
– เมื่อเรียกใช้ทักษะโดยวิธีใช้แก่นทักษะจำทำให้วิญญาณร้ายที่ถูกเรียกมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 14% หากใช้ทักษะโดยเงื่อนไขดังกล่าวในเวลากลางคืนวิญญาณร้ายจะมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 34%
– ลดการใช้ค่าพลังวิญญาณลงเมื่อเรียกใช้ทักษะโดยวิธีใช้แก่นทักษะลง 44%
::
ภายในเต็นท์ที่เงียบสงบเจมส์โบกนิ้วของเขาเล็กน้อยในขณะเดียวกันจิตใจของเขาก็มุ่งเน้นไปกับการควบคุมละอองดวงดาวที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายเพื่อเรียกใช้ทักษะมนต์ขลังผีร้าย
เพียงสองวินาทีหลังจากนั้นวิญญาณร้ายจำนวนเก้าดวงก็ได้โผล่ออกมาจากขุมนรก หากว่าหลินตงเห็นภาพนี้ดวงตาของเขาจะต้องถลนออกมานอกเบ้า
เพื่อนของเขาคนนี้เพิ่งจะเปิดใช้โหมดสัมผัสอย่างถ่องแท้แต่ก็สามารถเรียกใช้ทักษะมนต์ขลังผีร้ายด้วยแก่นทักษะในเวลาสั้นๆแค่สองวินาที เมื่อเทียบกันแล้วกว่าที่หลินตงจะสามารถใช้ทักษะด้วยวิธีการดังกล่าวภายในสองวินาทีนั้นหลินตงจะต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยอยู่นานร่วมเดือน
แน่นอนมันเป็นเพราะว่าเจมส์นั้นคุ้นชินอยู่แล้วกับการควบคุมละอองดาวภายในร่างกาย ไม่เช่นนั้นเขาจะไม่เรียนรู้สิ่งต่างๆเร็วเท่านี้
“ ตอนนี้ฉันสามารถเรียกวิญญาณเก้าดวงได้ในคราวเดียว มันสมควรที่จะถูกเรียกว่าศาสตร์สุดโกงในช่วงเริ่มต้น ” เจมส์เอ่ยพร้อมดวงตาที่เปล่งประกาย ในชีวิตก่อนหน้านี้หลินตงมักจะคุยโอ้อวดเกี่ยวกับศาสตร์มนต์ขลังผีร้ายต่อหน้าเขาเสมอ แม้ว่าในบางครั้งมันอาจจะดูเว่อร์เกินจริงไปบ้างแต่เมื่อเจมส์ได้มีโอกาสสัมผัสกับความวิเศษของศาสตร์ดังกล่าวเขาเริ่มเชื่อคำโอ้อวดของหลินตงบ้างแล้ว