เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 19 นายลูกชิ้นกับนายขี้โม้
ตอนที่ 19 นายลูกชิ้นกับนายขี้โม้
หากนับเวลาภายในเส้นทางดวงดาวคืนนี้จะเป็นคืนที่สี่ที่เส้นทางดวงดาวได้เปิดให้ผู้เล่นสัมผัสกับโลกเหนือจินตนาการ
ใช้เวลาสามวันอยู่ภายในป่านอกเมืองในที่สุดร่างกายโคจรของเจมส์ก็เพิ่มขึ้นถึงระดับ 15 นอกจากนั้นระดับทักษะมนต์เรียกวิญญาณร้ายของเจมส์ก็เพิ่มขึ้นถึงระดับ 15 เช่นเดียวกัน
การทำงานหนักย่อมให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม !
: ทักษะมนต์เรียกวิญญาณร้ายถึงระดับ 15 :
: ท่านได้รับทักษะใหม่ :
แดนผีวิญญาณร้าย ระดับ 1 [ใช้ 10,000 ละอองดาวเพื่อเพิ่มระดับ] : จอมขลังผีร้ายผู้หลงผิดในเส้นทางแห่งความมืด เมื่อเรียกวิญญาณร้ายจากขุมนรกจะทำให้พื้นที่โดยรอบรัศมี 50 เมตรกลายเป็นพื้นที่ต้องสาป ศัตรูที่อยู่ในระยะแดนผีวิญญาณร้ายถูกลดความเร็วในการเคลื่อนที่ 10% พลังวิญญาณอ่อนแอลง 5%
ประเภททักษะ สนับสนุน : ไม่มีคำร่าย ทักษะจะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อทำให้การใช้ทักษะมนต์เรียกวิญญาณร้าย
– เมื่อใช้ทักษะมนต์เรียกวิญญาณร้ายควบคู่กับแดนผีวิญญาณร้ายจะทำให้กินพลังวิญญาณเพิ่มขึ้น 20% ตลอดระยะเวลาที่ทักษะมีผลค่าพลังวิญญาณของผู้ใช้จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ** สามารเปิดหรือปิดทักษะได้
ผลพิเศษ : เมื่อใช้ทักษะมนต์เรียกวิญญาณร้ายด้วยแก่นทักษะจะทำให้ผลดีบัฟของแดนวิญญาณร้ายมีผลทับซ้อนสูงสุด 2 ชั้น ทุกๆ 5 วินาทีเกิดผลทับซ้อนหนึ่งครั้ง
::
: ท่านเพิ่มระดับทักษะของศาสตร์จักรวาลพื้นฐานถึงสิบห้าแต้ม ขีดจำกัดร่างกายโคจรปลดล็อคแล้ว :
เจมส์เดินทางกลับมายังหมู่บ้านเริ่มต้นซึ่งในช่วงเวลาที่เขามาถึงนั้นมันเป็นช่วงเช้าตรู่ มองไปรอบๆจะเห็นได้ว่าผู้เล่นส่วนใหญ่นั้นกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการสังหารมอนสเตอร์ที่อยู่บนทุ่งหญ้า เสียงกรีดร้องของมอนสเตอร์และเสียงกู่ร้องของผู้เล่นนั้นทำให้สภาพแวดล้อมในปัจจุบันเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
หันกลับมายังหมู่บ้านเริ่มต้นเจมส์ไม่แปลกใจเลยกับภาพที่เขาเห็น มันเป็นความแออัดของฝูงชนและพื้นที่ภายในหมู่บ้านเกือบจะไม่มีที่ให้ยืน
อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเดินเข้าไปในหมู่บ้านเจมส์ก็รู้สึกถึงความอ่อนล้าของร่างกาย ตลอดแปดชั่วโมงที่ผ่านมาเขาไม่ได้พักเลย
“ ควรจะมองหาที่พักแถวๆนี้ ไม่งั้นฉันคงสลบไปแน่ๆ ”
เจมส์เลือกพื้นที่ด้านนอกแนวกำแพงหมู่บ้านเพื่อเป็นที่กางเต็นท์ ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันไม่ว่าสถานที่ใดๆหากมันอยู่ใกล้กับหมู่บ้านนั้นล้วนแล้วแต่ถูกจองโดยเต็นท์ของผู้เล่นทั้งนั้นซึ่งเจมส์โชคดีที่เขาเจอพื้นที่ที่ว่างอยู่พอดี
เมื่อเต็นท์ถูกสร้างขึ้นเจมส์ก็เตรียมพร้อมที่จะเข้านอนเพื่อฟื้นฟูพลังงาน อย่างไรก็ตามเขาถูกทักโดยผู้เล่นที่กางเต็นท์อยู่ข้างๆกันเสียก่อน
“ เห้ เพิ่งเสร็จจากการล่าเหรอ ? ”
เสียงทักทายทำให้เจมส์หยุดชะงัก เขาชะโงกหน้าหันกลับมาและพบกับผู้เล่นหนุ่มที่ซึ่งมีอายุวัยใกล้เคียงกัน เหนือศีรษะของเขาแสดงให้เห็นนามเรียก “ นายลูกชิ้น ” นอกจากนั้นที่ใกล้ๆกันเจมส์ยังเห็นฝักดาบอยู่ข้างๆผู้เล่นชายคนนั้น เขาควรจะเป็นจอมดาบทำลายล้าง. . .
“ ใช่ ” เจมส์เอ่ยตอบง่ายๆ
“ ฉันเดาว่าท้องนายคงว่างอยู่ ถ้านายไม่รังเกียจมาทานด้วยกันสิ ฉันกำลังจะทำอาหารพอดี ” นายลูกชิ้นเอ่ย
เห็นว่าชายหนุ่มกำลังตัดสินใจนายลูกชิ้นจึงรีบเอ่ยเสริม “ ฉันเลี้ยงเอง ”
ได้ยินเช่นนั้นเจมส์ก็ยักไหล่ . . .ใครบ้างไม่ชอบของฟรี
กองไฟถูกก่อขึ้นพร้อมกันนั้นนายลูกชิ้นก็นำหม้อออกมาจากช่องเก็บของ เขาตั้งหม้อบนกองไฟและนำวัตถุดิบต่างๆใส่ลงไปอย่างช่ำชอง
“ นายชอบทำอาหารเหรอ ? ” เจมส์ชวนคุยตามมารยาท เขาไม่ใช่คนที่ไร้ซึ่งมนุษยสัมพันธ์ไปซะทีเดียว
“ จริงๆฉันเรียนเชฟ นอกจากนี้ทักษะการทำอาหารของฉันยังถึงระดับสามแล้วนะ ” นายลูกชิ้นเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
“ โอ้ มื้อนี้ต้องสุดยอดแน่ๆ ”
ใช้เวลาเพียงไม่นานหม้อที่ตั้งอยู่บนเตาไฟก็ส่งกลิ่นหอมออกมา เห็นได้ชัดว่าการทำอาหารของนายลูกชิ้นนั้นประสบความสำเร็จซึ่งกลิ่นหอมเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างดีว่าอาหารจานนี้ไม่ใช่ของเสีย
“ เอาล่ะเรียบร้อย บริการตัวเองนะสหาย ” นายลูกชิ้นเอ่ย
เจมส์พยักหน้าก่อนที่เขาจะยื่นมือไปยังหม้อที่กำลังร้อนฉ่า นิ้วชี้ของเขาจิ้มไปบนผิวหม้อมันให้ความรู้สึกอุ่นเล็กน้อยจากนั้นเมนูระบบก็ปรากฏขึ้น
เจมส์เลือกแบ่งอาหารจากนั้นถ้วยซุปที่เหมาะสำหรับผู้รับประทานหนึ่งคนก็ปรากฏบนมือของเขา
: ซุปเนื้อสมุนไพรทั่วไป เกรด 1 :
เพิ่มโบนัสการฟื้นฟูพลังงาน +20% ฟื้นฟูค่าพลังวิญญาณ 15%
“ ซุปดี ” เจมส์พึมพำ
ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังจัดการกับชามซุปของแต่ละคน นายลูกชิ้นก็เอ่ยขึ้น “ สุดยอดไปเลยนะเกมนี้ เหมือนกับได้มาใช้ชีวิตอยู่อีกโลกนึงเลย ”
“ มีอะไรที่ทำให้นายแปลกใจกว่านี้รออยู่อีกเยอะ. . . ”
คำพูดของผู้เล่นหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆทำให้นายลูกชิ้นหันมามองด้วยสายตาประหลาดใจ “ โอ้ ดูเหมือนว่านายจะรู้อะไรมาสินะ ”
เจมส์เพียงยักไหล่ง่ายๆในเชิงให้คำตอบแต่การแสดงออกของเขาก็ยังคลุมเครือราวกับคำพูดเมื่อกี้เป็นเพียงแค่การคาดเดา
“ ว่าแต่นายเลเวลเอ้ย โคจรร่างกายของนายถึงไหนแล้วล่ะ ? ”
“ สิบห้า ”
คำตอบของชายหนุ่มแปลกหน้าทำให้นายลูกชิ้นเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมา “ ฮ่าๆ นายนี่มันขี้โม้จริงๆ ในปัจจุบันยังไม่มีใครเกินระดับสิบสองเลยแค่ค่าละอองดาวขึ้นไประดับสิบสองก็ใช้ไม่ต่ำกว่าหมื่นแล้ว ”
เห็นว่านายลูกชิ้นไม่เชื่อเขา เจมส์ก็ไม่ได้ใส่ใจเขาเพียงแค่ยักไหล่อย่างที่เคยเป็น “ ขอบคุณสำหรับอาหาร ” เอ่ยสิ้นเจมส์ก็มุดหายเข้าไปในเต็นท์ของตนเอง
นายลูกชิ้นเองก็ยักไหล่พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่เป็นมิตรราวกับจะบอกว่า “ ไม่เป็นไร ”
อย่างไรก็ตามก่อนที่การสนทนาของทั้งสองจะสิ้นสุดลงอย่างแท้จริง เสียงของผู้เล่นขี้โม้ก็ดังออกมาจากภายในเต็นท์ “ ถ้านายเลือกจอมดาบทำลายล้าง นายควรจะลองไปแถวๆแนวป่า มองหาด้วงดิน ที่นั่นเป็นที่ที่ดี ”
ได้ยินเช่นนั้นนายลูกชิ้นก็แสดงความประหลาดใจครู่หนึ่งก่อนที่จะเก็บคำแนะนำไว้ภายในใจ
อย่างไรก็ตามในช่วงเย็นของวันนั้นนายลูกชิ้นก็ได้ไปยังสถานที่ที่เขาได้รับคำแนะนำ เขาพบกับมอนสเตอรท์ที่มีชื่อว่าด้วงดิน เขาได้ลองสู้กับมอนสเตอร์ตัวดังกล่าวที่มีระดับร่างกายโคจรสูงกว่าตนเองถึงสองระดับแต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นเหนือความคาดหมาย
ด้วยทักษะของจอมดาบทำลายล้างที่มีผลเป็นธาตุไฟทำให้เขาสามารถสร้างความเสียหายให้กับด้วงดินที่เป็นธาตุดินเป็นจำนวนมาก แม้ว่าการต่อสู้เป็นไปด้วยความทุลักทุเลแต่ค่าละอองดาวที่ได้รับนั้นคุ้มกว่าการล่าบนทุ่งหญ้าหลายเท่าตัว เมื่อคิดถึงคำแนะนำของผู้เล่นขี้โม้ นายลูกชิ้นก็รู้สึกว่าบางทีชายคนนั้นอาจจะไม่ได้โกหกเขา ถ้าจำไม่ผิดผู้เล่นคนนั้นมีนามเรียกว่า “ จักรพรรดิดวงดาว ”
-D-