เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 36
ตอนที่ 36
เหตุการณ์ในพงศาวดารที่ถูกค้นพบโดยผู้เล่นนั้นเป็นบันทึกของเหตุการณ์โดยย่อ ไม่มีใครรู้ว่าแรงจูงใจที่แท้จริงในการสังหารหมู่ของหญิงสาวผู้นั้นคืออะไรและเธอเป็นใคร แม้แต่เจมส์ก็ถูกทิ้งให้ตกอยู่ในความสงสัย
ในปัจจุบันตัวตนที่เจมส์สงสัยว่าเป็นกุญแจที่นำไปสู่การไขความลับนี้ก็คือหญิงสาวที่มักจะมาที่สุสานแห่งนี้ในทุกๆเย็นวันศุกร์ซึ่งตามเวลาของเส้นทางดวงดาวช่วงเวลาที่เธอจะปรากฏตัวขึ้นนั้นจะเป็นวันพรุ่งนี้
“ อยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไรให้ทำ ฉันควรเริ่มต้นภารกิจสุดท้ายได้แล้ว ” เจมส์เอ่ยขึ้นหลังจากนั้นเขาก็เดินลับหายไปจากสุสาน
เจมส์ควบอาชาเมฆหมอกผ่านป่าในเวลายามค่ำคืน ไปตามเส้นทางเกวียนที่ตัดเป็นเส้นตรงลงไปทางใต้เจมส์ผ่านทางแยกที่นำไปสู่ดันเจี้ยนแห่งแรกและยังคงมุ่งหน้าไปตามเส้นทาง
ลึกเข้าไปในหุบเขาที่เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ป่าสองข้างทางเริ่มที่จะรกชัฏขึ้นทุกขณะ เช่นเดียวกันแสงของคบไฟจากกลุ่มผู้เล่นก็มีให้เห็นน้อยลงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไปสองข้างทางก็ไม่มีกิจกรรมใดๆของผู้เล่นให้เห็น หลงเหลือแต่เพียงป่าสงัดที่มีเพียงแสงดาวเท่านั้นที่ช่วยส่องสว่างในยามค่ำคืน
ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งในที่สุดอาชาเมฆหมอกก็พาเจมส์มาถึงยังป่าที่ดูแตกต่างไปจากเดิม ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยความวิเวกวังเวง สายลมของที่นี่ให้ความรู้สึกเย็นสะท้านไปจนถึงไขสันหลัง
ต้นไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่อยู่ในระยะสายตานั้นดูเหมือนจะมีสภาพที่ไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ ทั้งหมดยืนต้นตาย กิ่งก้านแตกแขนงแทงออกไปเหมือนหอกแหลมแม้ว่าต้นไม้เหล่านี้จะไร้ใบแต่กิ่งก้านของพวกมันก็ดูหนาตามืดมนไปหมด นอกจากนั้นเปลือกไม้ของต้นไม้ทั้งหมดที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้มีสีดำสนิทเหมือนกับความมืดภายในหุบเหวลึก
นี่คือภูเขาแห่งความมืด ในอดีตมันเป็นสถานที่ยอดฮิตของผู้เล่นนักล่าภารกิจ ด้วยความที่ว่าภูเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยความลึกลับมากมายที่ซ่อนอยู่จึงทำให้มันมีภารกิจที่รอการค้นพบอยู่มากมายเช่นเดียวกัน
ถ้าหากว่าเจมส์จำไม่ผิดภูเขาลูกนี้ลูกเดียวมีภารกิจอยู่ไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยภารกิจซึ่งแน่นอนว่าผลตอบแทนของภารกิจส่วนใหญ่ก็น่าตื่นตาตื่นใจเช่นกัน
อย่างไรก็ตามเจมส์ไม่ได้มาที่นี่เพื่อเก็บเกี่ยวความมั่งคั่งจากภารกิจส่วนใหญ่ที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ เขาอยู่ที่นี่เพื่อหนึ่งภารกิจในจำนวนกว่าร้อยภารกิจ นอกจากนี้มันยังไม่ใช่ภารกิจที่มอบผลตอบแทนมหาศาล มันเป็นภารกิจที่ให้ผลตอบแทนทั่วๆไปแต่ก็สำคัญมากสำหรับเจมส์
“ อาจจะต้องใช้เวลาบ้าง ฉันจำไม่ได้ว่าสถานที่แห่งนั้นอยู่ตรงไหน. . . มันควรจะอยู่แถบๆทางตะวันตกของภูเขา ” เจมส์พึมพำ ปัญหาของการมีชีวิตยาวนานคือความทรงจำที่มีมากจนเกินไป
ลงจากอาชาเมฆหมอกเจมส์เลือกที่จะเดินทางด้วยเท้าเพราะจากนี้ไปจะเป็นเขตของภูเขาแห่งความมืดที่ซึ่งมีความอันตรายอย่างมากสำหรับความแข็งแกร่งของเขาในปัจจุบัน
ต้องบอกก่อนนะว่าภูเขาแห่งความมืดนั้นเป็นพื้นที่ของมอนสเตอร์ที่มีระดับโคจรสูงกว่า 20 ซึ่งส่วนใหญ่มีระดับร่างกายโคจรเฉลี่ยอยู่ที่ 20-25
สำหรับความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ที่อยู่ในพื้นที่แถบนี้สามารถอธิบายได้อย่างง่ายๆ มอนสเตอร์ทั่วๆไปที่พบเห็นได้ในหุบเขาแห่งความมืดแต่ละตัวนั้นมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของความแข็งแกร่งของพาหะชั่วร้ายในดันเจี้ยนระดับทั่วไป
แม้แต่เจมส์ที่มั่นใจในตนเองก็ไม่กล้าที่จะประมาทในเวลานี้ หุบเขาแห่งความมืดไม่ใช่สถานที่ของผู้เล่นที่มีระดับร่างกายโคจรต่ำกว่า 20 ถ้าหากเจมส์ไม่พบว่าทักษะของจอมขลังผีร้ายนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่าที่คาดไว้เขาจะไม่กล้ามายังหุบเขาแห่งความมืดด้วยระดับร่างกายโคจรเพียงเท่านี้
คบไฟถูกจุดขึ้นแสงสว่างสีส้มนวลขับไล่ความมืดในยามค่ำคืน มันสว่างพอที่จะทำให้สามารถมองเห็นพื้นที่โดยรอบในระยะห้าเมตร แม้ว่าแสงไฟจะทำให้ตนเองนั้นกลายเป็นจุดสนใจของมอนสเตอร์ที่อยู่ในภูเขาแต่เจมส์ก็ต้องจำใจ
เมื่อเจมส์ก้าวเข้ามาในพื้นที่ของภูเขาแห่งความมืดบรรยากาศก็เปลี่ยนแปลงไปถนัดตา อากาศเย็นและแห้ง แสงดาวที่ส่องสว่างในยามค่ำคืนค่อยๆจางหายไปโดยเงาของกิ่งก้านไร้ใบของต้นไม้
แรกๆก็ยังพอมองเห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวได้บ้างแต่เมื่อเจมส์เดินเข้าไปได้ห้าร้อยเมตรท้องฟ้าก็ถูกทดแทนด้วยกิ่งไม้สีดำที่มีความแปลกประหลาด
เดิมทีกิ่งไม้เหล่านี้ควรจะมีลักษณะเล็กแหลมและชี้ไปยังทิศทางต่างๆแต่ทว่ากิ่งไม้ในบริเวณนี้มีลักษณะคล้ายกับเถาวัลย์เกินกว่าที่จะเรียกว่ากิ่งไม้ มันคดงอและจับตัวกันเป็นปมที่ยากจะคลายออก
นอกจากนี้กิ่งไม้ที่คล้ายกับเถาวัลย์ยังแตกแขนงออกไปมากมายทำให้ปมที่พันกันยุ่งเหยิงนั้นแน่นขนัดจนเกือบจะไม่มีช่องว่างให้แสงลอดผ่าน
นี่เป็นสาเหตุว่าทำไมเจมส์จึงต้องพึ่งพาคบไฟแม้ว่ามันจะทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจของมอนสเตอร์ก็ตาม ถ้าหากว่าไม่มีแสงสว่างจากคบไฟ ในเวลานี้สิ่งที่เขาเห็นจะมีเพียงความมืดมิดทุกทิศทุกทาง
เดินได้เพียงไม่นานในที่สุดมอนสเตอร์ตัวแรกก็ออกมาทักทายผู้บุกรุก มันเป็นตะขาบยักษ์ที่ซึ่งมีขนาดลำตัวยาวกว่าสามเมตร ร่างกายของมันมีสีดำสลับขาวบ่งบอกถึงความเป็นพิษสูง
ตะขาบยักษ์ริปเปอร์ ร่างกายโคจรระดับ 21 [พิษ,ต้านทานกายภาพ] HP : 9,200
สิ่งแรกที่เจมส์ทำเมื่อเผชิญหน้ากับตะขาบยักษ์ริปเปอร์ไม่ใช่การชักดาบออกมาจากฝักแต่เป็นการคว้ายาเม็ดออกมาจากช่องเก็บของ
: ท่านได้รับผลจากเม็ดยาต้านชา เกรด 1 :
ป้องกันสถานะเหน็บชาได้ระดับหนึ่งเป็นเวลา 60 นาที
ทันทีที่เจมส์กลืนยาเม็ดตะขาบยักษ์ริปเปอร์ก็เริ่มต้นการโจมตี มันเปิดขากรรไกรที่แหลมคมเหมือนกับดาบเผยให้เห็นโครงสร้างภายในช่องปากที่น่าสยดสยองก่อนที่จะพ่นควันสีม่วงออกมา
พิษเหน็บชาความสามารถที่น่ารังเกียจ มอนสเตอร์ส่วนใหญ่ในภูเขาแห่งความมืดนั้นมีพิษและพิษเหน็บชาคือพิษที่อันตรายที่สุดในเกาะเริ่มต้นแห่งนี้ ผู้เล่นที่ถูกพิษจะไม่สามารถควบคุมร่างกายของตนเองได้ กล้ามเนื้อของพวกเขาจะแข็งเกร็ง ระยะเวลาขึ้นอยู่กับระดับร่างกายโคจร
แน่นอนว่าเมื่ออยู่ในสถานะเหน็บชาผู้เล่นจะไม่สามารถเคลื่อนไหวซึ่งไม่ต่างอะไรจากคนที่ตายแล้ว
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเจมส์จึงกลืนเม็ดยาต้านชาเป็นอันดับแรก ถ้าหากเขาถูกพิษเหน็บชาก่อนที่จะได้ทันกินยาเม็ด ไม่ว่าเขาจะมีอาวุธที่ทรงอานุภาพหรือเม็ดยาสวรรค์ก็ไม่สามารถช่วยให้เขารอดพ้นจากความตายไปได้
ตะขาบยักษ์ดูเหมือนจะงุนงงเมื่อพบว่าเหยื่อของมันไม่ได้รับผลกระทบจากพิษ เจมส์อาศัยช่วงเวลานั้นในการสะบัดนิ้วในเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกใช้ทักษะมนต์ขลังผีร้าย
วินาทีต่อมาดาบโลหะที่ดูประณีตกว่าดาบสำริดก็ถูกชักออกจากฝัก นี่คือดาบเล่มใหม่ที่เจมส์ได้มาจากการเคลียร์ดันเจี้ยนแห่งแรกระดับทั่วไป นอกจากความสวยงามมันไม่มีอะไรพิเศษไปกว่าดาบสำริดที่เจมส์เคยใช้ แน่นอนว่ามันเป็นอุปกรณ์ระดับทั่วไปเช่นกัน
ในขณะเดียวกันเสียงครวญครางของวิญญาณร้ายจำนวนมากก็ดังขึ้น หลังจากที่เจมส์มีร่างกายโคจรถึงระดับ 19 เขาก็สามารถเรียกวิญญาณร้ายได้ 39 ตัวในคราวเดียว
วิญญาณร้ายทะลักออกมาจากหลุมมิติที่เชื่อมต่อกับขุมนรก พวกมันกรีดร้องและโจมตีใส่ตะขาบยักษ์ริปเปอร์ในทันที
-225
-212
-217
-231
. . .
ชุดตัวเลขความเสียหายปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของตะขาบยักษ์ มอนสเตอร์ส่งเสียงหวีดแหลมแสบหูเนื่องจากความเจ็บปวดที่มันได้รับ
ด้วยความสามารถของทักษะมนต์ขลังผีร้ายระดับ 15 ทำให้เมื่ออยู่ในยามค่ำคืนวิญญาณร้ายที่เจมส์เรียกออกมาสามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่าในช่วงเวลาปกติถึง 45% เหตุนี้จึงทำให้เพียงแค่การโจมตีชุดแรกก็ทำให้ตะขาบยักษ์ริปเปอร์สูญเสียพลังชีวิตไปแล้วกว่า 8,400 หน่วย
ตะขาบยักษ์ทำการโจมตีโต้กลับ มันเหยียดร่างและพุ่งคมเขี้ยวทั้งสองเข้าหาเจมส์แต่กระนั้นเองมอนสเตอร์ที่น่าสงสารก็ทำได้แค่คว้าลม
หลังจากนั้นกลุ่มก้อนของวิญญาณร้ายก็ย้อนกลับมาเพื่อทำการโจมตีรอบสอง ตะขาบยักษ์ริปเปอร์ส่งเสียงร้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่มันจะแน่นิ่งไป
การต่อสู้ในครั้งนี้เจมส์ใช้เวลาเพียงไม่ถึงห้าวินาทีในการกำจัดตะขาบยักษ์เดอะริปเปอร์ที่มีพลังชีวิตกว่า 9,200 หน่วย
: ท่านได้รับละอองดาว 726 หน่วย :
“ การเปิดโหมดสัมผัสอย่างถ่องแท้ทำให้จอมขลังผีร้ายมีประสิทธิภาพอย่างน่าเหลือเชื่อ ” เจมส์บ่นพึมพำ สายตาของเขาจ้องมองร่างของตะขาบยักษ์ด้วยความสงสาร
สำหรับการต่อสู้ของเจมส์ในฐานะจอมขลังผีร้ายนั้นไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับผู้เล่นจอมขลังผีร้ายทั่วไปได้ นั่นเป็นเพราะว่าเจมส์ได้เปิดโหมดสัมผัสอย่างถ่องแท้จึงทำให้ทักษะของเขามีประสิทธิภาพมากกว่าทักษะของจอมขลังผีร้ายคนอื่นๆ
นอกจากนี้โหมดสัมผัสอย่างถ่องแท้ทำให้เจมส์นั้นมีอิสระในการใช้ทักษะที่มากกว่าใครๆ เขาสามารถเรียกใช้ทักษะได้โดยที่ไม่ต้องร่ายและไม่จำเป็นต้องยืนนิ่งเพื่อกำกับการโจมตีของวิญญาณร้าย
ในทางกลับกันจอมขลังผีร้ายที่ยังไม่เปิดโหมดสัมผัสอย่างถ่องแท้ เมื่อใช้มนต์เรียกวิญญาณร้ายพวกเขาจะไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายเพราะด้วยข้อจำกัดของทักษะมนต์เรียกวิญญาณร้ายจำเป็นจะต้องยืนอยู่นิ่งๆเพื่อควบคุมวิญญาณร้าย มิเช่นนั้นวิญญาณเหล่านั้นจะไม่ทำการโจมตีและจะหายไปอย่างรวดเร็ว
เช่นเดียวกันหากจอมขลังผีร้ายถูกโจมตีในระหว่างที่ใช้ทักษะ วิญญาณร้ายก็จะหลุดออกจากการควบคุมและพวกมันก็จะกลับไปยังขุมนรกที่จากมา สามารถกล่าวได้ว่าทักษะของจอมขลังผีร้ายแม้ว่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่าทักษะของศาสตร์จักรวาลพื้นฐานอื่นๆแต่ก็ต้องแลกมาด้วยข้อจำกัดที่มากมาย
ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมจอมขลังผีร้ายคนอื่นๆไม่สามารถล่าได้ด้วยตัวคนเดียวและมีเพียงชายคนนี้เท่านั้นที่สามารถรีดเร้นศักยภาพของจอมขลังผีร้ายได้ตั้งแต่แรกเริ่ม ทั้งหมดเป็นเพราะการเปิดโหมดสัมผัสอย่างถ่องแท้
—
(2/3) CH/Today