เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 49
เมื่อเจมส์ได้รับทักษะพิเศษของจอมขลังผีร้ายแล้วเขาก็พบว่าดารินยังมอบของขวัญให้อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าหากว่าระบบไม่ได้แสดงรายละเอียดสำหรับของขวัญชิ้นนี้เจมส์จะไม่มีทางทราบได้เลย
: ท่านได้รับคำอวยพรจากดาริน :
ดารินรู้สึกขอบคุณในความมีน้ำใจของท่าน เธอมอบคำอวยพรให้ท่านประสบกับความสำเร็จในการเดินทาง
– ท่านมีโชคชะตาเกี่ยวข้องกับยาเม็ดต้านชะตา
– คำอวยพรจากดารินทำให้ท่านโชคดีขึ้นเล็กน้อย
-ดารินได้ทิ้งกลิ่นอายทางสายเลือดไว้ในตัวท่าน โปรดระมัดระวังกลิ่นอายนี้มีผลต่อความสัมพันธ์แรกเริ่มกับ NPC บางตัว
—
เมื่อได้เห็นรายละเอียดของสิ่งที่ได้รับเจมส์ก็ไม่สามารถหักห้ามมุมปากให้ขดโค้งเป็นรอยยิ้ม โชคชะตาที่เกี่ยวข้องกับยาเม็ดต้านชะตาคือคำอวยพรแรกซึ่งสิ่งนี้จะส่งผลให้เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงภารกิจความปรารถนาของดารินแต่มันไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี
การมีโชคชะตาที่เกี่ยวข้องกับเม็ดยาต้านชะตานั่นก็หมายความว่าการตามหาเม็ดยาต้านชะตาจะง่ายขึ้นมาก โชคชะตาคือตัวช่วยที่ยอดเยี่ยมที่สุดในการตามหายาเม็ดต้านชะตา
“ มันกลายเป็นว่าฉันถูกผูกมัดกับภารกิจด้วยคำอวยพรของเธอ แต่นั่นก็ไม่เลวเลย โดยที่ฉันไม่ต้องเสียเวลาตามหาเบาะแสต่างๆเมื่อถึงเวลาโชคชะตาจะนำพาฉันเอง ”
สำหรับคำอวยพรที่สอง เพิ่มโชคเล็กน้อยให้กับเขา นี่คือคำอวยพรที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับเจมส์ โชคไม่ใช่ค่าสถานะ มันไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้จากการเพิ่มระดับร่างกายโคจร
ในเป็นโลกของความเป็นจริงโชคอาจจะเป็นสิ่งที่เลื่อนลอยไม่มีอยู่จริงสำหรับใครบางคนแต่ในเส้นทางดวงดาวโชคคือองค์ประกอบของความสำเร็จ
ในอดีตเกือบ 95% ของผู้ชนะการแข่งขันเส้นทางดวงดาวได้รับความช่วยเหลือจากโชค พวกเขาทั้งหมดครอบครองคำอวยพรหรือเครื่องรางที่มีความสามารถในการมอบโชคดีให้กับพวกเขา
แน่นอนว่าเครื่องรางหรือคำอวยพรที่เพิ่มโชคดีให้กับผู้ที่ครอบครองนั้นหายากอย่างไม่น่าเชื่อ มันมีน้อยพอๆกับศาสตร์ดวงดาวระดับล้ำค่าขั้นสูงที่ซึ่งในจำนวนผู้เล่นหนึ่งแสนคนจะมีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่ครอบครองสิ่งเหล่านี้
เมื่อทราบว่าคำอวยพรจากดารินนั้นได้มอบโชคดีให้กับเขาเจมส์ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความตื่นเต้นยินดีในหัวใจ
อย่างไรก็ตามสำหรับสิ่งสุดท้ายที่มาพร้อมกับคำอวยพรนั้นไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นพรหรือคำสาปแช่ง
“ ฉันหวังว่าสายเลือดของเธอจะไม่ใช่สายเลือดที่เป็นศัตรูกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ ” เจมส์พึมพำในขณะเดียวกันน้ำเสียงของเขาก็ทำให้มันดูคล้ายกับการอธิษฐาน นี่เป็นเรื่องที่จริงจังมากสำหรับเจมส์
ในเส้นทางดวงดาวกลิ่นอายทางสายเลือดสามารถบ่งบอกได้ถึงที่มาและภูมิหลังของบุคคลได้โดยคร่าวๆ แต่ผู้ที่สามารถรับรู้กลิ่นอายทางสายเลือดจากตัวของบุคคลนั้นมีเพียงผู้ที่ครอบครองสายเลือดเดียวกันหรือผู้บ่มเพาะที่มีระดับการบ่มเพาะถึงนายพลดวงดวงดาวเท่านั้นที่จะสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายทางสายเลือดได้
ถ้าหากว่าสายเลือดของดารินคือสายเลือดที่เป็นศัตรูกับเผ่าพันธุ์ของมนุษย์แล้วนั่นจะกลายเป็นข่าวร้ายที่สุดสำหรับเจมส์ เขาจะกลายเป็นศัตรูกับอาณาจักรของมนุษย์ทั้งหมดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แผนการที่เขาวางเอาไว้จะต้องถูกรื้อออกและเส้นทางในการแก้ไขชะตากรรมของโลกจะยากลำบากมากกว่าเดิม
นี่เป็นปัญหาร้ายแรงยิ่งกว่าการถูกตราหน้าว่าเป็นคนนอกรีต. . .
หลังจากที่ได้รับทักษะพิเศษของจอมขลังผีร้ายแล้วเจมส์ก็ไม่มีธุระใดๆกับหมู่บ้านเริ่มต้นอีกต่อไป เขาเอ่ยคำลากับดารินก่อนที่จะออกเดินทางมุ่งหน้าสู่พื้นที่ภูเขาแห่งความมืด
โดยการขี่อาชาเมฆหมอกทำให้เจมส์มาถึงภูเขาแห่งความมืดในช่วงสาย เมื่อมาถึงเจมส์ก็เดินทางผ่านป่าที่มืดทึบไปยังพื้นที่ของภารกิจ
ใช้เวลาเดินทางเพียงครึ่งชั่วโมงเจมส์ก็ได้มาถึงยังที่ตั้งของเทวรูปเซรอสที่อยู่ท่ามกลางกระแสธารของน้ำตกสายเล็ก ด้วยความที่ว่าเขาไม่มีพิกัดที่แน่นอนของมอนสเตอร์เป้าหมายเจมส์จึงทำได้แค่สุ่มค้นหาพื้นที่โดยรอบ
มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกของเทวรูปเพียงแปดร้อยเมตรเจมส์ก็พบเข้ากับสัญญาณการคงอยู่ของฟิลด์บอสลิงยักษ์ป่ามืด
ป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้สีดำที่ยืนต้นตายและโดมเถาวัลย์ที่พันเกี่ยวกันจนแน่นขนัดในเวลานี้แทบจะไม่เหลือเค้าเดิมอยู่เลย
สิ่งที่เจมส์เห็นอยู่ในปัจจุบันคือเศษซากที่หลงเหลืออยู่จากการอาละวาดของสิ่งมีชีวิตที่มีพละกำลังมหาศาล ต้นไม้สีดำหลายสิบต้นถูกทำลายจนล้มระเนระนาด บางต้นหักโค่นราวกับว่ามันถูกกระแทกโดยเรี่ยวแรงของสัตว์ประหลาด บางต้นถูกดึงออกไปทั้งรากแม้กระทั่งโดมเถาวัลย์ที่แน่นหนาก็ยังถูกดึงออกจนขาดกระจุย
จากจุดที่ยืนอยู่เจมส์สามารถมองเห็นท้องฟ้าสีครามได้เต็มตา แสงอาทิตย์ในยามสายได้ปัดเป่าความมืดทึบของป่าในบริเวณนี้ไปจนเกือบจะหมดสิ้น สิ่งเหล่านี้สามารถบ่งบอกได้ว่าความเสียหายที่เกิดจากการอาละวาดของมอนสเตอร์นั้นรุนแรงเพียงใด
ขณะนั้นเองเสียงดังตึงตังและแรงสั่นสะเทือนจากระยะไกลก็ปรากฏขึ้น ด้วยความเงียบสงัดของป่ามันเป็นเรื่องง่ายที่จะจับสัมผัสถึงสัญญาณที่เกิดขึ้นนี้แม้ว่ามันจะเบาบางก็ตาม
“ นั่นควรจะเป็นลิงยักษ์ป่ามืดที่กำลังตกอยู่ในสถานะคลุ้มคลั่ง ” เจมส์พึมพำ
โดยไม่รีรอเจมส์มุ่งไปตรงไปยังจุดที่ซึ่งเป็นที่มาของเสียง ห่างออกไปเพียงห้าร้อยเมตรเขาก็พบเข้ากับลิงยักษ์ป่ามืดที่กำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง
โครม ! ต้นไม้หักโค่นลงจากการเหวี่ยงแขนของลิงยักษ์สีดำ ร่างกายที่สูงกว่าสามเมตรทำให้มันดูเหมือนกับคิงคองสัตว์ประหลาดชื่อดังที่ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ของศตวรรษที่ 21
ลิงยักษ์ป่ามืดในปัจจุบันอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งทำให้มันมีความดุร้ายมากกว่าปกติ นอกจากซากของต้นไม้ที่ล้มระเนระนาดแล้วเจมส์ยังเห็นซากของมอสเตอร์ไม่ต่ำกว่าสิบตัวที่ถูกสังหารโดยลิงยักษ์ป่ามืด
โอววววววว !! ลิงยักษ์คำรามลั่น มันใช้มือทุบหน้าอกของตัวเองเพื่อแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะต่อสู้
ภายใต้เงาของต้นไม้ในป่าทึบเจมส์ยังคงเฝ้าสังเกตการณ์ลิงยักษ์อยู่ห่างๆ เขาไม่ต้องการที่จะเริ่มต้นการต่อสู้กับฟิลด์บอสที่อยู่ในสถานะคลุ้มคลั่ง การเดินดุ่มๆเข้าหาฟิลด์บอสที่กำลังคลั่งนั้นมีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะทำ
เพียงแค่รอเวลา . . .
แน่นอนว่าฟิลด์บอสนั้นเป็นมอนสเตอร์ที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ยิ่งเมื่อมันตกอยู่ในสถานะคลุ้มคลั่งความแข็งแกร่งของมันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ อย่างไรก็ตามฟิลด์บอสมีสิ่งหนึ่งที่ไม่ต่างกันกับผู้เล่น พวกมันมีความเหนื่อยล้า
ในปัจจุบันเจมส์เพียงเฝ้ารอเวลาที่ฟิลด์บอสเกิดอาการเหนื่อยล้าหลังจากการอาละวาดอย่างต่อเนื่องเมื่อนั้นจะเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการปรากฏตัวของเขา
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงในที่สุดลิงยักษ์ป่ามืดก็เริ่มจะแสดงให้เห็นถึงอาการของความเหนื่อยล้า การเคลื่อนที่ของมันช้าลงและความดุร้ายรุนแรงก็ลดลงเช่นกัน
เสียงหอบหายใจที่ได้ยินจากระยะไกลเป็นสัญญาณที่เด่นชัดที่สุดของอาการเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นกับฟิลด์บอส เมื่อรู้เช่นนั้นมันก็ถึงเวลาที่เจมส์จะเริ่มต้นการย้ายของเขา
“ ควรจะได้เวลาแล้ว ” เจมส์พึมพำหลังจากนั้นเขาก็เดินออกมาจากที่ซ่อน
เมื่อเจมส์เข้าไปใกล้มากพอลิงยักษ์ป่ามืดก็สามารถตรวจพบการปรากฏตัวของเขา มันหันมองมายังเจมส์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคลุ้งคลั่งของสัตว์ร้าย
โอววววว !! ลิงยักษ์ป่ามืดขู่คำราม มันยืดตัวขึ้นพร้อมกับทุบหน้าอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม นี่คือสัญญาณของการท้าทาย !
ลิงยักษ์ป่ามืด ร่างกายโคจรระดับ 26 [ฟิลด์บอส,พละกำลัง] HP : 320,000
รายละเอียดของฟิลด์บอสปรากฎขึ้นในทันทีเมื่อเจมส์ตกเป็นเป้าหมายของการสังหาร สำหรับการท้าทายของฟิลด์บอสนั้นแน่นอนว่าเจมส์ตอบรับคำท้าอย่างไม่รีรอ
เจมส์โยนยาเม็ดสองชนิดเข้าไปในปากซึ่งได้แก่ยาเม็ดฟื้นฟูวิญญาณและยาเม็ดกายแกร่งที่ช่วยเพิ่มค่าสถานะร่างกาย แขนและขาจำนวนเล็กน้อย หลังจากนั้นเจมส์ก็ตวัดนิ้วในเชิงสัญลักษณ์เพื่อเรียกใช้ทักษะมนต์เรียกวิญญาณร้าย ในวินาทีต่อมาวิญญาณร้ายจำนวนสี่สิบตนก็โผล่ออกมาจากหลุมมิติที่เชื่อมต่อกับขุมนรก
เสียงหวีดร้องของความโกรธแค้นและทุกทรมานของวิญญาณร้ายดังสะท้านไปทั่งทั้งบริเวณ ในการต่อสู้ครั้งนี้เจมส์ไม่ได้เปิดใช้งานทักษะแดนผีวิญญาณร้ายเพราะผลของมันไม่มีผลต่อมอนสเตอร์ระดับบอส นอกจากนี้การใช้งานทักษะดังกล่าวจะกินพลังวิญญาณของเขาในปริมาณมหาศาล สำหรับการต่อสู้ระยะยาวนั่นไม่ใช่สิ่งที่ดี
เมื่อวิญญาณร้ายทั้งสี่สิบดวงปรากฏตัวขึ้นพวกมันก็ลอยวนเวียนอยู่รอบๆร่างกายของจอมขลังผีร้ายผู้อัญเชิญราวกับกำลังรอคำสั่ง
“ มาเถอะ ” เจมส์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบ
ราวกับว่าฟิลด์บอสนั้นเข้าใจความหมายในพูดของชายหนุ่ม มันคำรามก้องป่าก่อนที่จะพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วเต็มพิกัด
ตึง ตัง ตึง ตัง ! เสียงฝีเท้าที่เกิดจากการวิ่งของฟิลด์บอสดังหนักแน่นและชัดเจน ลิงยักษ์เคลื่อนที่เข้าหาเจมส์ด้วยความเร็วที่เกินกว่าขนาดตัวของมันเอง
ด้วยความสมจริงของเส้นทางดวงดาวที่แทบจะไม่แตกต่างจากโลกในความเป็นจริงทำให้ภาพของฟิลด์บอสในเวลานี้ดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก หากว่าเป็นผู้เล่นขวัญอ่อนที่ยืนอยู่ที่นี่พวกเขาจะสั่นกลัวจนทำอะไรไม่ถูก นั่นเป็นเพราะความกดดันที่เกิดจากฟิลด์บอสนั้นไม่ใช่สิ่งที่ธรรมดาเลย มันโหดร้ายและรุนแรงกว่าออร่าความกดดันของพาหะชั่วร้ายที่ซึ่งเป็นบอสมอนสเตอร์ของดันเจี้ยนแห่งแรกอย่างเทียบไม่ติด
แต่แน่นอนสำหรับเจมส์นั้นออร่าคุกคามของลิงยักษ์ป่ามืดนั้นไม่มีผลต่อจิตใจของเขา ในอดีตเขาเคยเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายที่น่ากลัวยิ่งกว่านี้ นั่นไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้เลย
ในที่สุดระยะห่างระหว่างทั้งสองก็ได้มาบรรจบกัน ลิงยักษ์ป่ามืดง้างแขนที่ใหญ่โตของมันเพื่อเตรียมพร้อมที่จะปิดฉากการต่อสู้ครั้งนี้ในทันที ในสายตาของมันมนุษย์ผู้นี้ไม่ต่างอะไรจากแมลงที่สามารถบดขยี้ได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว
—