เส้นทางดวงดาว - ตอนที่ 80
ตอนที่ 80
ในปัจจุบันเจมส์ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน NРС ในบางครั้งเขาจะเห็นผู้เล่นแต่จำนวนผู้เล่นก็ยังคงบางตา พื้นที่สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าที่ขายสินค้าทุกชนิด อุปกรณ์ เครื่องใช้ เสื้อผ้า อาวุธ สมุนไพร มันเกือบจะครอบคลุมแทบทั้งหมด
สถานที่แห่งนี้คือตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตตะวันออกของเมืองอากุน มันสามารถเรียกได้ว่าศูนย์กลางทางการค้าของเมืองใหญ่ ทุกๆวันถนนในบริเวณนี้จะแน่นขนัดไปด้วยขบวนพ่อค้าและชาวเมืองที่มาจำจ่ายใช้สอยกันอย่างหนาตา
หลังจากที่เสร็จสิ้นธุระจากสมาคมผู้บ่มเพาะเจมส์ก็เดินทางมายังตลาดในเขตตะวันออกทันที สำหรับภารกิจที่จะเริ่มต้นขึ้นในวันพรุ่งนี้เจมส์ไม่สามารถเริ่มต้นได้โดยที่ไม่เตรียมตัวอะไรเลย
“ ถ้าเส้นทางดวงดาวเปิดระบบร้านค้าประมูลมันคงจะสะดวกกว่านี้มาก ” เจมส์บ่นในขณะที่สายตาของเขาสอดส่องมองหาสิ่งที่ต้องการ
กล่าวถึงระบบร้านค้าประมูลนั้นเป็นเหมือนกับร้านค้าออนไลน์ที่ซึ่งผู้เล่นสามารถซื้อขายไอเท็มได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ผู้เล่นไม่จำเป็นจะต้องเดินทางเพื่อไปรับสินค้าด้วยตัวเอง ทันทีที่ธุรกรรมเสร็จสิ้นสินค้าที่ผู้เล่นต้องการจะถูกส่งเข้าไปในช่องเก็บของในทันที แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในเรื่องของภาษีแต่เมื่อเทียบกับความสะดวกสบายแล้วมันเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า
ไม่นานเจมส์ก็หยุดอยู่หน้าร้านยาเล็กๆที่เต็มไปด้วยสมุนไพรและเม็ดยาหลากหลายชนิด แน่นอนว่ากลิ่นฉุนของสมุนไพรเป็นเอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับสถานที่เช่นนี้
“ นายท่านยินดีต้อนรับ ร้านยาของเรามีทั้งยาเม็ดและสมุนไพรทั้งสดและอบแห้ง แน่นอนว่าราคายังต่ำกว่าหอการค้าใหญ่ๆ ไม่ทราบว่านายท่านกำลังมองหาสิ่งใดอยู่ ? ” เฒ่าแก่ร้านที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มรีบเดินออกมาต้อนรับด้วยความกระตือรือร้น
เจมส์ยิ้มเล็กน้อยในเชิงตอบรับจากนั้นเขาก็เดินเข้าไปภายในร้านพร้อมกับเลือกดูสมุนไพรด้วยความพิถีพิถันโดยไม่มีสัญญาณว่าจะเริ่มต้นการสนทนาแต่อย่างใด
ปัจจุบันเจมส์กำลังตรวจสอบดูคุณภาพของสมุนไพรที่วางขายอยู่ภายในร้าน แม้ว่าราคาจะถูกแต่ก็ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป นอกจากนี้คุณภาพของสมุนไพรยังเกี่ยวข้องกับอัตราความสำเร็จในการปรุงเม็ดยาตั้งแต่เกรด 3 ขึ้นไปอีกด้วย
ในส่วนของวิธีการตรวจดูคุณภาพสมุนไพรนั้นไม่สามารถพึ่งพาความช่วยเหลือจากระบบ ผู้เล่นจะต้องตรวจดูด้วยตาพร้อมกับพึ่งพาความรู้ของตนเอง สำหรับเจมส์ที่มีประสบการณ์ในเส้นทางนักปรุงยาอยู่แล้วเขาไม่มีปัญหาในเรื่องของการตรวจสอบคุณภาพของสมุนไพร มันเป็นความรู้พื้นฐาน . . .
หลังจากที่ตรวจสอบสมุนไพรโดยการสุ่มเจมส์ก็พบว่าร้านค้าแห่งนี้มีสมุนไพรคุณภาพปานกลางซึ่งอยู่เกณฑ์มาตรฐานความต้องการของเขา
“ เฒ่าแก่ ข้าต้องการใบของต้นพาร์รินสองกิโลกรัม ผงของรากสนใบดำห้าร้อยกรัม แล้วก็ไม่ทราบว่าร้านของเฒ่าแก่มีหัวใจของพยัคฆ์เพลิงตาแดงหรือไม่ ราคาเท่าไหร่ ? ” ในเวลานี้เจมส์ก็ได้เอ่ยสิ่งที่เขาต้องการซึ่งรายการทั้งหมดถูกจัดให้อยู่ในรายการวัตถุดิบเกรดสามทั้งสิ้น
“ แน่นอนนายท่านร้านของข้ามีสินค้าเหล่านั้น ใบของต้นพาร์รินราคากิโลกรัมละสามเหรียญทอง รากสนใบดำบดละเอียดราคากรัมละสองเหรียญเงิน สำหรับหัวใจพยัคฆ์เพลิงนับว่าเป็นสินค้าหายาก ราคาของมันคือสิบเหรียญทองต่อหนึ่งชิ้น ทั้งหมดรวมเป็นยี่สิบหกเหรียญทองนายท่าน ” เฒ่าแก่เอ่ยก่อนที่จะจ้องมองชายหนุ่มผู้เป็นลูกค้าในเชิงสอบถามความสมัครใจ
เมื่อได้ฟังราคาเจมส์ก็หยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพยักหน้ายอมรับราคาของเฒ่าแก่ แม้ว่าหัวใจของพยัคฆ์จะมีราคาแพงไปหน่อยแต่ก็เป็นส่วนต่างที่ไม่มากนัก
จากการทำงานหนักโดยการปรุงยาเม็ดให้กับสมาคมนักปรุงยาทำให้เจมส์พอมีรายได้อยู่บ้าง เขาได้ค่าตอบแทนโดยรวมแล้วกว่าห้าสิบเหรียญทองในเวลาเพียงแค่สิบวัน
เมื่อเฉลี่ยรายรับหลังจากที่เจมส์เข้าสู่อีรอนเขามีรายได้ต่อวันมากถึงห้าเหรียญทองซึ่งมันเป็นจำนวนที่ผู้เล่นทั่วไปไม่สามารถเอื้อมถึง แน่นอนว่าส่วนสำคัญที่ทำให้เจมส์สามารถหารายได้ได้มากมายถึงขนาดนี้คือสถานะของนักปรุงยาเกรด 2 รวมไปถึงคำโกหกของเจ้าตัวด้วยเช่นกัน
หักลบกับรายจ่ายที่ใช้เป็นค่าครองชีพของทั้งตนเองและลูกศิษย์ทำให้ในปัจจุบันเจมส์มีเหรียญทองเหลืออยู่ในกระเป๋าทั้งสิ้น 31 เหรียญทอง
เจมส์นำเหรียญทองออกมาจากกระเป๋าเพื่อชำระค่าสินค้า แม้ว่าการใช้จ่ายเงินเกือบสามสิบเหรียญทองในคราวเดียวจะทำให้เจ้าตัวรู้สึกเจ็บปวดแต่มันก็เป็นการใช้จ่ายที่จำเป็น
ใช้เวลาเพียงไม่นานเจมส์ก็ได้รับสิ่งที่เขาต้องการ เขามุ่งหน้ากลับไปยังที่พักในทันทีและเริ่มต้นเตรียมสิ่งต่างๆในภารกิจที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เช้าวันใหม่ได้มาถึง แสงแดดสีทองเหลื่อมออกมาจากเส้นขอบฟ้าราวกับอัญมณีที่โผล่พ้นโคลนตม ถนนหนทางเต็มไปด้วยผู้คนที่จอแจคับคั่ง กิจกรรมมากมายของชาวเมืองทำให้ทั้งสองข้างทางนั้นเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาของเมืองใหญ่
ในขณะนี้เจมส์ยืนอยู่บริเวณหน้าป้อมปราการขนาดย่อมที่ตั้งอยู่ใกล้กับประตูเมืองทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นสถานที่นัดหมายที่พนักงานของสมาคมได้แจ้งไว้
เจมส์มองดูนาฬิกาโฮโลแกรมที่ลอยอยู่ในความว่างเปล่า มันเป็นเวลา 6.55 น. อีกห้านาทีจะถึงเวลานัดหมาย
“ เจ้าเป็นนักผจญภัยที่รับภารกิจผู้ช่วยนักวิจัยหรือไม่ ? ” (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
ขณะนั้นเสียงของชายวัยกลางคนก็ดังขึ้น เมื่อเจมส์หันมองไปยังที่มาของเสียงเขาก็พบกับอัศวินร่างใหญ่ในชุดเกราะสีทองแดงมันวาว
“ ใช่แล้ว ” เจมส์พยักหน้าในเชิงยอมรับ
“ มีคนอื่นอีกหรือไม่ ? ” อัศวินคนเดิมเอ่ยถาม
เจมส์ส่ายหัวปฏิเสธในเชิงไม่แน่ใจ
“ เอาล่ะ เราจะรอจนกระทั่งถึงเวลานัดหมาย หากว่าไม่มีผู้รับภารกิจเพิ่มเติมเราจะออกเดินทางในทันที ”
ในไม่ช้าเสียงของฝีเท้าจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นในประสาทการรับรู้ของเจมส์และอัศวิน มันเป็นกลุ่มของผู้เล่นจำนวน 9 คนที่เดินตรงมาหาพวกเขาและผู้เล่นที่เดินอยู่ข้างหน้าสุดนั้นไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับเจมส์ . . . เธอคือหลิวเฟ่ยและกลุ่มคนของเธอ
“ หลิงเทียนไม่ได้อยู่ที่นี่ ? พวกเขาแยกกัน ? ” เจมส์ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจสำหรับการปรากฏตัวของหลิวเฟ่ย เขาคาดเดาไว้แล้วว่าเธอจะมา แต่กระนั้นสิ่งที่ทำให้เจมส์สงสัยคือเขาไม่พบเห็นการปรากฏตัวของชายหนุ่มคนสำคัญ
“ ซู หลิงเทียน ” ในอดีตไม่มีผู้เข้าแข่งขันเส้นทางดวงดาวคนใดไม่รู้จักชายคนนี้ เขาเป็นหนึ่งใน
โดยทั่วไปสองพี่น้องอัจฉริยะมักจะทำสิ่งต่างๆร่วมกันโดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดจากการชี้นำของญาณพิเศษ เมื่อเห็นว่าในครั้งนี้ไม่มีหลิงเทียนเข้าร่วมด้วยเจมส์ก็สามารถคาดเดาได้ว่าสองพี่น้องอาจจะแยกกันชั่วคราวเพื่อเก็บเกี่ยวโชคลาภจากเมืองที่แตกต่างกัน
เมื่อมาถึงหลิวเฟ่ยก็พบสายตาของชายหนุ่มคู่กรณีที่จ้องมองมายังตน เธอเผยรอยยิ้มของการเยาะเย้ยก่อนที่จะหันไปให้ความสนใจกับอัศวินที่ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นผู้นำทางของภารกิจ
“ สวัสดีท่านอัศวิน เราคือผู้ที่รับภารกิจผู้ช่วยนักวิจัย ” หลิวเฟ่ยเอ่ย ในขณะเดียวกันเธอก็ชำเลืองมองกลับไปยังชายหนุ่มคนเดิมอีกครั้งราวกับว่าเธอกำลังคาดหวังถึงปฏิกิริยาของชายหนุ่ม
แต่น่าเสียดายที่หลิวเฟ่ยนั้นต้องผิดหวัง เธอคิดว่าชายหนุ่มจะโกรธหรือแสดงความไม่พอใจที่รู้ว่าเธอเองก็ได้รับภารกิจดังกล่าวเช่นกันแต่มันกลับกลายเป็นว่าใบหน้าของชายคนนั้นไม่มีแม้แต่ร่องรอยของอารมณ์ความรู้สึกเลย แม้ว่าเขาจะจ้องมองกลับมายังเธอแต่สายตาคู่นั้นก็เป็นพียงสายตาที่เย็นชาไม่แยแส
“ ดีมาก พวกเจ้าตามข้ามา เราจะใช้ไสยเวทย์ขนส่งทางไกลเพื่อเดินทางไปยังเมืองซารุส ” อัศวินกล่าวก่อนที่จะเดินนำทางออกไป
ผ่านวงไสยเวทย์ขนส่งทางไกลในที่สุดทุกคนก็มาถึงยังเมืองซารุสที่ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้สุดของแผ่นดินกุนรี ต่างจากเมืองอื่นๆของอาณาจักร เมืองซารุสนั้นตั้งอยู่บนที่ดินเขียวชอุ่มและรายล้อมไปด้วยทุ่งหญ้าป่าเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์
แม้ว่าเมืองซารุสจะเป็นแค่เพียงแค่เมืองขนาดกลางและความเจริญก็ยังล้าหลัง ไม่ใช่ศูนย์กลางของเศรษฐกิจแต่ก็เป็นเมืองที่อาณาจักรให้ความสำคัญในอันดับต้นๆ
นั่นเป็นเพราะเมืองซารุสคือเมืองอู่ข้าวอู่น้ำของอาณาจักรกุนรี พื้นที่ทางทิศใต้และตะวันตกถูกรายล้อมไปด้วยป่าเขาเขียวขจีที่ซึ่งมั่งคั่งไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งเนื้อสัตว์ สมุนไพรและผักผลไม้
ทิศเหนือและตะวันออกคือทุ่งหญ้าโล่งกว้างที่สามารถทำการเกษตรและปศุสัตว์ ในแต่ละปีผลผลิตจากการทำการเกษตรของเมืองซารุสเพียงแห่งเดียวสามารถเติมเต็มคลังเสบียงที่หล่อเลี้ยงอาณาจักรได้มากกว่า 25% มันทำให้อาณาจักรกุนรีไม่กลัวการถูกโดดเดี่ยวจากการคว่ำบาตรทางการค้าเพราะพวกเขามีเมืองซารุสที่สามารถผลิตเสบียงให้กับอาณาจักรได้เป็นจำนวนมาก
แต่กระนั้นเองที่ตั้งของเมืองซารุสก็ไม่ค่อยจะดีนัก มันตั้งอยู่ใกล้กับเขตชายแดนที่ซึ่งทิศใต้นั้นติดต่อกับอาณาจักรรีวินด์ที่สวมบทเป็นหมาป่าคอยจ้องมองอาณาจักรกุนรีรอวันที่จะกลืนกินอยู่ตลอดเวลา
โชคดีที่เมืองซารุสนั้นตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่มีปราการทางธรรมชาติคอยปกป้องมันอยู่ นอกจากนี้อาณาจักรกุนรียังสร้างเมืองปราการขนาดเล็กมากกว่าแปดแห่งคอยสอดส่องดูแลแนวชายแดนและปกป้องเมืองซารุสในอีกทางหนึ่ง
ด้วยป้อมปราการทางธรรมชาติและจำนวนทหารของอาณาจักรกุนรีที่เฝ้าอยู่ในเขตแนวชายแดนมีจำนวนมากถึงหกแสนนายทำให้อาณาจักรรีวินด์ไม่กล้าที่จะเริ่มต้นสงครามโดยที่ไม่มีแผนการใดๆ
ในขณะนี้เจมส์ปรากฏตัวขึ้นภายในสถานที่ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นอุโมงค์ที่ถูกสร้างไว้ใต้ดิน ด้วยกลิ่นอับและอากาศที่เบาบางก็มากพอที่จะยืนยันความคิดของเขา
“ ตามข้ามา ” อัศวินเอ่ยขึ้น
--