เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค - ตอนที่ 229 ไร ้ยางอาย ดิ้นรนเอาชีวิตรอดท่ามกลางความตาย (2)
“การกระทาของมั่วเชียนเสวี่ย เรียกได้ว่าเป็ นสิ่งที่ชั่วร ้ายที่สุด ไม่ รู ้ที่ตาย…ถ้าไม่ลงโทษอย่างหนักก็ไม่เพียงพอที่จะสลายความ โหดเหี้ยมโดยสันดาน และต่อไปเหล่าขุนนางก็จะเอาเยี่ยงอย่าง บ้านเมืองก็จะไม่ใช่บ้านเมืองอีก…”
“มั่วเชียนเสวี่ยอาศัยคุณงามความดีกับอานาจของเจิ้นกั๋วกง…”
| “กระหม่อมเห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ!” “กระหม่อมเห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ!” |
ไร ้ยางอายเสียจริง บุรุษมากมายในที่แห่งนี้ล้วนรังแกสาวน้อยคน หนึ่งซึ่งไร ้บิดามารดา หากมั่วเทียนฟ่ าง มั่วกั๋วกงยังอยู่ ผู้ใดจะกล้า กล่าววาจาเช่นนี้กับบุตรีของเขา แม้แต่ฝ่ าบาทก็ยังต้องไว้หน้านาง เลย
มั่วเชียนเสวี่ยที่ได้ยินก็ยังไม่ได้โกรธแต่อย่างใด ทว่ากลับเป็ นซูชี ที่โกรธ ม่านตาของเขาหดลงเล็กน้อย กาหมัดไว้แน่น อยากจะ ออกไปทุบตีขุนนางที่ไร ้ยางอายเหล่านี้ให้หนักๆ
ซูจิ่นอวี้ที่อยู่ข้างๆ สัมผัสได้ถึงความโกรธอันเย็นเยียบ จึงดึง ชายเสื้อของซูชี บอกเป็ นนัยๆ ให้เขาใจเย็นลงหน่อย รอดูท่าทีของ ฝ่ าบาทก่อน แล้วค่อยไปขอร ้องพระองค์ เช่นนี้ถึงจะเป็ นวิธีการที่มี ประโยชน์และเป็ นผลดีมากที่สุด
https://novel-lk.blogspot.com/
มั่วเชียนเสวี่ยไม่ได้สนใจความเคืองโกรธของเหล่าใต้เท้าทุกๆ คน นางไม่ได้ยอมรับผิด จึงเป็ นการยากที่ฝ่ าบาทจะตัดสินความผิด ของนางได้ ฝ่ าบาทจะต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ าย ทั้งยังต้อง ให้คาอธิบายกับคนทั้งใต้หล้าอีกด้วย
เช่นเดียวกันหากนางกระทาการสิ่งใดที่เป็ นความผิดใหญ่หลวง จริงๆ ก็จาเป็ นที่จะต้องหาวิธีทาให้นางยอมรับผิดเอง และสานึกผิดใน สิ่งที่ตนได้กระทาไป ถึงเวลานั้น เขาก็กดดันเสียหน่อย นึกถึงคุณงาม ความดีของท่านพ่อของนางบ้าง แล้วค่อยท าตามค าร ้องขอของเหล่า ขุนนางอย่างช่วยไม่ได้ รับสั่งให้นางฆ่าตัวตาย
คนจานวนมากพูดกันเป็ นเสียงเดียวเช่นนี้ นี่เรียกว่าการทลาย กลไกการป้ องกันตัวเองของนาง และท าให้นางก้มหน้ารับผิด ยอมรับ โทษตายมิใช่หรือ
นางไม่ยอม!
มั่วเชียนเสวี่ยหยิบฎีกาที่หล่นกระจัดกระจายอยู่ข้างๆ ตัวนาง ขึ้นมา นางต้องอ่านให้กระจ่างว่าใต้เท้าเหล่านี้ร ้องเรียนนางในข้อหา อะไรบ้าง
ตามคากล่าวที่ว่า รู ้เขารู ้เรา รบร ้อยครั้งชนะร ้อยครั้ง เพียงลบล้าง ข้อกล่าวหาออกไปทีละข้อๆ นางถึงจะไม่แพ้พ่าย
นางมองดูอย่างตั้งใจ ตั้งใจมากๆ! ไม่อ่านข้ามสักคา สักประโยค และสักความหมายแฝงที่อาจเป็ นไปได้เลย
https://novel-lk.blogspot.com/
ซูชีถูกซูจิ่นอวี้ดึงสติกลับมา เขาเพียงเป็ นกังวลมากเกินไป! เขา ไม่ใช่คนไร ้สมอง พอสติกลับมาก็เห็นมั่วเชียนเสวี่ยอ่านฎีกาแต่ละ ฉบับ เขาจึงเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาไปต่อปากต่อคากับคนต่าทรามไร ้ยางอายกลุ่ม นั้นจริงๆ ช ้าหน่อยก็ไม่เป็ นไร
ซูชีจ้องมองไปอย่างคาดหวัง…
เขาคิดว่าเขาใจเย็นลงและยอมแพ้ไปนานแล้ว ในชั่วพริบตาเดียว เขากลับพบว่าตนเองกาลังอิจฉา สิ่งที่เขาอิจฉาก็คือฎีกาพวกนั้นที่ สามารถไปอยู่ในสายตาของนางได้
ซูชีอดคิดไม่ได้ หากถูกมั่วเชียนเสวี่ยจดจ้องและมองเขาด้วย สายตาอันลึกซึ้งเช่นนี้ เขาจะเป็ นอย่างไร…
เพียงแค่คิด ซูชีก็รู ้สึกได้ว่าหัวใจเต้นเร็วขึ้น แทบจะควบคุมเอาไว้ ไม่อยู่
หนิงเซ่าชิงช่างโชคดีอะไรเช่นนี้!
ต้นสายปลายเหตุเรื่องนี้ เฟิงอวี้เฉินไม่เข้าใจเลยสักนิด เพียงรู ้ว่า มั่วเชียนเสวี่ยฆ่าขอทานไปหลายสิบคนด้วยความโกรธ ทั้งยังเห็นมั่ว เชียนเสวี่ยคุกเข่าในท้องพระโณงไม่พูดไม่จา จึงเริ่มกราบทูลในทันที
“มั่วเชียนเสวี่ยลูกพี่ลูกน้องของกระหม่อม ปีนี้ยังไม่ถึงวัยปักปิ่น เพิ่งจะเข้ามาเมืองหลวง จู่ๆ ก็เห็นขอทานกลุ่มหนึ่งเข้ามาขออาหาร
https://novel-lk.blogspot.com/
ไม่ทันได้เข้าใจอะไรดี ก็ย่อมที่จะคิดว่าเจอโจรเข้าให้แล้ว อาจจะลง มือหนักไปหน่อย ถึงจะมีความผิดแต่ก็ไม่ควรถึงตาย…”
ตระกูลเฟิงย่อมจะมีเส้นสายในราชสานักอยู่บ้าง เมื่อเห็นจุดยืน ของว่าที่หัวหน้าตระกูล พวกเขาจึงค่อยๆ ออกมาพูดแทนมั่วเชียน เสวี่ยทีละคนๆ
“ตามที่กระหม่อมรู ้มา มีขุนนางบางคนที่ซื้อทาส จากนั้นก็เดิม พันกัน ดูว่าใครจะยิงได้มากกว่ากัน จึงได้ให้ทาสวิ่งไปข้างหน้า พวก เขากับเหล่าสหายขี่ม้าตามหลังมาไล่ฆ่า…คนเหล่านี้เห็นชีวิตคน เหมือนของเล่น นี่สิถึงจะเป็ นต้นตอที่จะทาให้ประเทศชาติไม่สามารถ ด ารงอยู่ได้พ่ะย่ะค่ะ…”
“ขุนนางที่ฆ่าคนเหล่านี้ เมื่อเทียบกับสาวน้อยอย่างมั่วเชียนเสวี่ย คนนี้แล้ว ไม่รู ้ว่าเลวร ้ายกว่านางมากเท่าไหร่ ควรจะนาตัวพวกเขามา ลงโทษหน้าพระราชวังด้วยใช่หรือไม่…”
ยังมีบางคนที่มักจะยกย่องเจิ้นกั๋วกง ดูแคลนสิ่งที่แม่ทัพเหล่านั้น กระท าต่อประชาชน เพราะความสงสารและความคิดที่เกี่ยวข้องอย่าง ใกล้ชิดเล็กน้อย ก็พูดแทนมั่วเชียนเสวี่ยด้วย
“เจิ้นกั๋วกงจงรักภักดีมาตลอดชีวิต นี่ก็เพิ่งลาโลกนี้ไปได้ไม่ถึงปี ส่วนคุณหนูมั่วก็ตกระกาลาบากอยู่ข้างนอก เพิ่งจะกลับมาเมืองหลวง เมื่อถูกห้อมล้อมไปด้วยขอทาน ระหว่างที่ตกอยู่ในความตื่นตระหนก
https://novel-lk.blogspot.com/
จึงได้พลั้งมืออย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง…แม้ว่าจะมีความผิด แต่ก็ไม่ ถึงกับต้องรับโทษตายนะพ่ะย่ะค่ะ…”
“เจิ้นกั๋วกงทาศึกมาตลอดชีวิต ถึงแม้จะมีข้อผิดพลาดบ้างแต่เขา ก็ตั้งใจทาหน้าที่ของตนอย่างดีมายาวนาน เขามีเพียงบุตรีเพียงคน เดียว หากจะลงโทษจริงๆ ก็ขอให้ฝ่ าบาทเห็นแก่กั๋วกง โปรดไว้ชีวิต คุณหนูมั่วด้วยพ่ะย่ะค่ะ…”
ชุดขาวที่มั่วเชียนเสวี่ยสวมใส่อยู่ได้รับพระราชทานมาจาก ฮองเฮา ฝ่าบาทรู ้ตระกูลเซี่ยรู ้ตระกูลซูรู ้แต่ว่าพวกขุนนางที่ไม่รู ้เรื่อง รู ้ราวอะไรเหล่านั้นกลับไม่ทราบ
ทางฝั่งนี้พูดช่วยมั่วเชียนเสวี่ย ทางฝั่งโน้นก็ย่อมจะมีคนฉุกคิด ขึ้นมา คิดว่าจะทาให้มั่วเชียนเสวี่ยมีความผิดขึ้นมาอีกได้อย่างไร ใน ที่สุดก็มีขุนนางคนหนึ่งจ้องมองไปที่ชุดขาวที่มั่วเชียนเสวี่ยสวมใส่อยู่
ดังนั้นจึงกล่าวโทษมั่วเชียนเสวี่ยอีกครั้ง ที่กล้าสวมใส่ชุดขาวไว้ ทุกข์เข้ามาในท้องพระโรง แต่งกายไม่รู ้จักกาลเทศะ ดูแคลนน้า พระทัยของฝ่ าบาท และไม่ให้ความเคารพ…
มั่วเชียนเสวี่ยแม้นตาจะมองไปที่ฎีกาแต่นางย่อมได้ยินทุกคา โต้เถียงในที่แห่งนี้ รู ้สึกดีขึ้นใจทันที ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเคารพ นางปิ ดฎีกาที่เพิ่งอ่าน ตอบกลับเสียงดังฟังชัด “กราบทูลฝ่ าบาท ฮองเฮาทรงเห็นใจในความเจ็บปวดที่หม่อมฉันต้องสูญเสียบุคคลอัน
https://novel-lk.blogspot.com/
เป็ นที่รัก ดังนั้นจึงได้มอบชุดไว้ทุกข์นี้ให้แก่หม่อมฉันเพคะ” โดยปกติ แล้วการสวมใส่ชุดไว้ทุกข์ ต้องใส่เจ็ดวันถึงจะเลิกใส่ได้
หากเลิกสวมใส่ชุดไว้ทุกข์ก่อนล่วงหน้า ก็เป็ นลูกอกตัญญู เทียนฉียึดหลักกตัญญูในการปกครองประเทศ แน่นอนว่าจะบังคับให้ ใครเลิกกตัญญูไม่ได้ ดังนั้น คนที่มีความกตัญญู โดยทั่วไปแล้วจะไว้ ทุกข์ให้บุพการีอยู่ที่้เรือน รอจนกว่าไว้ทุกข์จนครบกาหนด ถึงจะเข้า
มาในท้องพระโรงได้
ทว่า…มั่วเชียนเสวี่ยไม่ได้มีเจตนาจะท้าทาย เป็ นเพราะฝ่ าบาท เรียกตัวนางให้เข้าวัง…ขุนนางที่ยกประเด็นชุดไว้ทุกข์ขึ้นมา มีเหงื่อ ออกที่ศีรษะทันที
ในเวลานี้ถ้าไม่อ้างถึงฮองเฮา แล้วจะมีโอกาสตอนไหนอีกเล่า
เพียงได้ยินประโยคนี้ หน้าผากของฝ่าบาทก็กระตุกเล็กน้อย ต้อง มาขายหน้าในท้องพระโรงเช่นนี้ ถือเป็ นครั้งแรกเลยจริงๆ แต่ความ ขุ่นเคืองของฝ่ าบาทนี้กลับไม่ได้มุ่งไปที่มั่วเชียนเสวี่ย ทว่าแอบ ครุ่นคิดในใจว่าจะต้องให้คนไปต าหนิฮองเฮา
ฮ่องเต้จ้องมองไปที่ขุนนางที่ยกเรื่องชุดไว้ทุกข์ขึ้นมา คนผู้นั้น เริ่มขาสั่น ทรุดลงไปเบาๆ คุกเข่าและคลาน เขาทาทุกอย่างในครา เดียว
https://novel-lk.blogspot.com/
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ มั่วเชียนเสวี่ย สตรีนางหนึ่งได้ก่อเรื่อง ใหญ่โต ทว่าหลังของนางกลับยังเหยียดตรงอยู่ได้ แต่คนผู้นี้ เพียงฝ่ า บาทเหลือบมองมา กลับลงไปคลานอยู่ที่พื้น
เปรียบเทียบกันได้ทันทีว่าใครสูงส่งหรือต้อยต่ากว่า ใจของขุน นางผู้นี้ยังไม่ใหญ่เท่าใจของสตรีนางหนึ่ง ฮ่องเต้ใจเย็นลงเล็กน้อยใน ทันใด
ทว่า ในเวลานี้ ก็ไม่มีใครเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องเล็กน้อยนี้ ขุน นางคนอื่นๆ ต่างมองเห็นโอกาสอย่างรวดเร็ว รีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา มาเป็ นการเข่นฆ่าบนถนนทันที ราวกับว่าไม่ได้ยินคาพูดเมื่อสักครู่นี้ แต่อย่างใด
ใครกันจะไม่กลัวตาย แล้วกล้าไปท าให้ฝ่ าบาทขุ่นเคืองพระทัย อีกเล่า!
ในชั่วขณะหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายต่างต่อปากต่อคากันอย่างรุนแรง
แต่ในบรรดาขุนนางนับร ้อยคนกลับนิ่งเงียบไม่แสดงท่าทีว่า ฝักใฝ่ ฝ่ ายใด ไม่ออกมาแสดงจุดยืน อย่างเช่นขุนนางที่อยู่ในตระกูล เซี่ย และที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลหนิง และไหนจะจิ่งชินอ๋องและอวี้ จวิ้นอ๋องที่อยู่เบื้องหน้าพระที่นั่งซึ่งคาพูดของพวกเขามีน้าหนักมาก ที่สุดอีก…
และในขณะที่เหล่าใต้เท้าถกเถียงกันอยู่ มั่วเชียนเสวี่ยก็ได้อ่าน ฎีกาจบแล้ว นางวางฎีกาที่กระจัดกระจายอยู่ด้านข้างให้เป็ นระเบียบ
https://novel-lk.blogspot.com/
เรียบร ้อย สองมือยกขึ้นเหนือศีรษะ พลางกล่าวชัดถ้อยชัดคา” กราบ ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันอ่านเนื้อหาในฎีกาครบหมดแล้วเพคะ”