เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค - ตอนที่ 252 ข้อแลกเปลี่ยน ขโมยไก่ไม่ได้ เสียข้าวสารอีกกำมือ
(3)
หลิ่วเอ๋อร์มีไหวพริบมากกว่าลี่ว์เอ๋อร์ คิดว่าตนเป็นคนฉลาด
“คุณหนู บ่าวไม่กล้า บ่าวโดนป้ายสี…บ่าวไม่รู้อะไรทั้งนั้นเจ้าค่ะ ไม่
แน่อาจจะมีคนใส่ความ…”
เมื่อครู่มั่วเหนียงฉวยโอกาสตอนตบพวกนางแล้วลอบเอาปิ่นใส่
เข้าไปในแขนเสื้อของลี่ว์เอ๋อร์ ผู้อื่นมองไม่เห็น แต่มั่วเชียนเสวี่ยย่อม
มองเห็น หลังจากได้รับสัญญาณจากมั่วเหนียง นางค่อยสั่งให้อาซ้อ
เหลียนที่อยู่ด้านนอกมาค้นตัวพวกนาง
ความเป็นจริงเช้าที่ผ่านมามั่วเหนียงเป็นคนปักปิ่นนี้ให้นาง แต่
นางเห็นว่าไม่คล่องตัวจึงดึงออกมาแล้วให้มั่วเหนียงช่วยเก็บเอาไว้
มั่วเชียนเสวี่ยจะปล่อยให้นางพูดต่อไปได้อย่างไร นางทำเสียง
เคร่งขรึม “ยืนเซ่อกันอยู่ทำไม ปิดปาก แล้วลากไปเสีย…”
ไม่ต้องรอให้นายเรียกชื่อ ผอจื่อทั้งสองและอาซ้อที่เฝ้าอยู่นอก
เรือนคว้าตัวสาวใช้ทั้งสองคน ปิดปากแล้วจับพวกนางมัด รอฟังคำสั่ง
จากมั่วเชียนเสวี่ย
มั่วเชียนเสวี่ยเงียบไปครู่หนึ่ง สีหน้ายากจะทำใจเล็กน้อย “ถึงแม้
จะถูกจับได้พร้อมหลักฐาน แต่เห็นแก่ที่พวกนางทั้งสองเพิ่งทำผิดเป็น
ครั้งแรก แล้วยังปรนนิบัติรับใช้ข้ามาหลายวัน บอกพ่อบ้านให้ไว้ชีวิต
https://novel-lk.blogspot.com/
พวกนาง โบยสิบที แล้วไล่นางพร้อมกับคนในครอบครัวไปอยู่บ้านไร่
ก็พอแล้ว”
สาวใช้ทั้งสองเป็นเด็กที่เกิดในจวน โทษลักขโมยไม่ถึงกับตาย
แม้จะไว้ชีวิตพวกนาง แต่ก็เกรงว่าคนในครอบครัวนี้จะไม่รู้จักที่ต ่าที่
สูง มีความคับแค้นใจ แล้วทำเรื่องเลวร้ายในจวน ดังนั้นการไล่ออกไป
จึงเป็นการดีที่สุด ในขณะเดียวกันก็ถือเป็นการทนลำบากเพียงครั้ง
เดียวแล้วสบายตลอดชีวิต ยังสามารถย ้าเตือนผู้อื่นให้หวาดกลัวได้
ด้วย
บ้านไร่และจวน ที่หนึ่งดั่งสวรรค์อีกที่หนึ่งดั่งนรก รอผอจื่อทั้งสอง
และอาซ้อทั้งสองลากตัวลี่ว์เอ๋อร์และหลิ่วเอ๋อร์ออกไป ภายใต้การ
ควบคุมตัวของสืออู่ มั่วเหนียงและชูอีมองไปที่มั่วเชียนเสวี่ยด้วยแวว
ตาสงสัย มั่วเชียนเสวี่ยย่อมรู้ว่าพวกนางอยากจะถามสิ่งใด
นางใช้นิ้วมือชี้ไปยังข้าวของเครื่องใช้ในห้อง และผ้าห่มที่ถูกพับ
เป็นทรงเต้าหู้ไม่เรียบร้อย พูดเสียงเรียบ “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าอยากจะพูด
สิ่งใด ข้าใส่ความพวกนาง แต่ข้าไม่ได้ครหาพวกนาง พวกเจ้าดู…”
มั่วเหนียงได้รับความไว้วางใจจากฮูหยินกั๋วกง ย่อมเป็นคนฉลาด
และมีไหวพริบ เพียงมองตามที่มั่วเชียนเสวี่ยชี้ ก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว
นางขุ่นเคืองใจขึ้นมาทันที “มีเช่นนี้ที่ใดกัน จารชนถูกส่งมาอยู่ใกล้
คุณหนูเร็วเช่นนี้”
https://novel-lk.blogspot.com/
ชูอีชงน ้าชาแล้วยื่นให้มั่วเชียนเสวี่ย พูดด้วยความกังวล “ไปซื้อ
สาวใช้อีกสักสองสามคนกับคนค้าทาสดีหรือไม่เจ้าคะ”
มั่วเชียนเสวี่ยรับน ้าชา “เรื่องนี้ไว้ค่อยว่ากัน! ข้ามีพวกเจ้าคอย
ดูแลก็พอแล้ว แค่ว่านับจากวันนี้ ยามข้าออกไปนอกเรือน หนึ่งใน
พวกเจ้าทั้งสามต้องอยู่เฝ้าเรือน”
มั่วเหนียงและชูอีมองตากันครู่หนึ่ง พูดอย่างพร้อมเพรียง “เจ้า
ค่ะ” สีหน้าของทั้งสองหนักแน่นยิ่งนัก
เงียบครู่หนึ่ง มั่วเชียนเสวี่ยพูดต่อ “ปล่อยข่าวไป เลือกสาวใช้สี่
คนในจวน เป็นสาวใช้ขั้นสามก่อน หากปรนนิบัติรับใช้ได้ดี หลังจาก
หนึ่งเดือนจะเลื่อนเป็นสาวใช้ขั้นสอง”
หมายจะให้คนมีใจคิดทรยศเผยตัว ย่อมต้องมีเหยื่อล่อ…
สิ่งแรกที่ซูชีทำหลังจากกลับมาถึงตระกูลซูคือไปหาซูจิ่นอวี้ บอก
ว่าเขาตรึกตรองได้แล้ว เกิดความวุ่นวายทางการเมืองเช่นนี้ เขาควร
จะอยู่ในเมืองหลวง ทำเพื่อตระกูลอย่างสุดความสามารถ ขอให้ซูจิ่
นอวี้หาตำแหน่งงานในเมืองหลวงให้เขา
มีเพียงอยู่ในอำนาจของเมืองหลวง จึงจะมีอำนาจที่แท้จริง เขาจึง
จะมีข่าวสารที่แม่นยำถูกต้อง จึงจะสามารถสั่งเคลื่อนย้ายกองกำลัง
ได้
แม้ซูจิ่นอวี้จะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดซูชีจึงเปลี่ยนใจกะทันหัน แต่เขา
ดีใจอย่างมาก
https://novel-lk.blogspot.com/
เขาคือหนึ่งในคนที่ถูกคัดเลือกเป็นหัวหน้าตระกูล แน่นอนว่าไม่
อาจรับราชการในเมืองหลวงได้ ครั้งนี้หลังจากเริ่มต้นใหม่ ตระกูลซู
ได้ครอบครองตำแหน่งหนึ่ง…ตำแหน่งรองแม่ทัพเก้าประตูแห่งเมือง
หลวง ซูชีคือคนที่เขาอยากจะเลือกให้อยู่ในตำแหน่งนี้มากที่สุด ท่าน
พ่อก็มีความคิดเดียวกัน
แต่ซูชีไม่ยอมอยู่ในเมืองหลวง เมื่อสองวันก่อนก็บอกว่าจะไปจาก
เมืองหลวง อีกทั้งเขายังเป็นคนที่ดื้อรั้นยิ่งนัก สิ่งที่ซูชีไม่อยากทำ
หากบีบบังคับเขา มีแต่จะสร้างเรื่องวุ่นวายเท่านั้น เมื่อครู่เขากำลังชั่ง
ใจ อยากจะใช้ความเป็นพี่น้องในการรั้งซูชีเอาไว้
หลังจากซูจิ่นอวี้ฟังซูชีพูดจบ เขากลัวเหลือเกินว่าซูชีจะเปลี่ยน
ใจ จึงพาซูชีไปรายงานตัวที่สำนักแม่ทัพเก้าประตู รับยศทหาร
เครื่องแบบทหารและประทับตราทหารรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
แม่ทัพเก้าประตูขั้นสาม ผู้คนเรียกว่าท่านแม่ทัพใหญ่ รองแม่ทัพ
ขั้นสาม ผู้คนเรียกท่านรองแม่ทัพ ครั้งนี้ตระกูลซูจ่ายเงินจำนวน
มหาศาลเพื่อให้ได้ตำแหน่งนี้
มีทั้งคนดีใจ มีทั้งคนเศร้าใจ
ซูชีขึ้นรับตำแหน่ง หัวหน้าขันทีเต๋อขันทีคนสนิทของฮ่องเต้
ได้รับจดหมาย รีบกราบทูลฮ่องเต้ทันที
ฮ่องเต้ทรงเกรี้ยวโกรธยิ่งนัก โมโหจนโยนฎีกาทั้งหมดบนโต๊ะทิ้ง
https://novel-lk.blogspot.com/
เขายกตำแหน่งรองแม่ทัพให้กับตระกูลซู แน่นอนว่าย่อม
ไตร่ตรองดีแล้ว คนที่ตระกูลซูสามารถนำออกมารับตำแหน่งได้ ย่อม
ไม่มีวันข่มแม่ทัพใหญ่น่าอู่ฉังที่เพิ่งแต่งตั้งได้
เดิมทีตำแหน่งแม่ทัพใหญ่เก้าประตูอยู่ในมือของจิ่งชินอ๋อง
ตำแหน่งรองแม่ทัพอยู่ในกำมือของตนมาโดยตลอด กล่าวได้ว่าอยู่ใน
กำมือของผู้สนับสนุนจักรพรรดิ
แต่เวลานี้จะปลดซื่อจื่อลงจากตำแหน่งเพื่อได้ตำแหน่งมา
ครอบครอง ขณะเดียวกันก็ต้องยอมเสียตำแหน่งรองแม่ทัพ กรมต่างๆ
ในเมืองต่างมีการเปลี่ยนคนครั้งใหญ่ เขาจะฉวยโอกาสนี้เปลี่ยน
ทหารจำนวนมากของตระกูลซู
แน่นอนว่าคนตระกูลซูย่อมไม่พอใจ
เมื่อคนของเขาเข้ารับตำแหน่ง ตำแหน่งรองแม่ทัพก็ไม่สำคัญอีก
ต่อไป ด้วยเหตุนี้คนตระกูลซูยื่นฎีกาขึ้นมา เขาจึงยกตำแหน่งนี้ให้
เป็นการปลอบโยนตระกูลซู
คนที่ตระกูลซูสามารถใช้งานได้เขาและบรรดาคนสนิทได้
พิจารณาแล้ว วางแผนทุกอย่างตั้งแต่แรกแล้ว
คุณชายใหญ่บุตรชายสายตรงของตระกูลซูเป็นคนมาก
ความสามารถ แต่เป็นหนึ่งในผู้ถูกคัดเลือกให้เป็นหัวหน้าตระกูล
ย่อมไม่มีวันรับตำแหน่งรองแม่ทัพ แต่คนอื่นๆ ในตระกูลซูหากไม่ใช่
https://novel-lk.blogspot.com/
เพราะฐานันดรต ่าต้อย ก็ไม่มีวรยุทธ์ ไม่มีวันข่มน่าอู่ฉังที่เขาเลือกได้
ทว่าคิดไม่ถึงว่าตระกูลซูจะส่งซูชีมารับตำแหน่ง
ซูชีคนนี้ มีวรยุทธ์ มีฐานันดรศักดิ์ ทั้งยังเป็นคนดื้อรั้น เป็นคนที่
ยากจะรับมือ แม้แต่บิดาของเขาหัวหน้าตระกูลซูยังไม่อาจทำสิ่งใด
เขาได้ เกรงว่าน่าอู่ฉังคงเอาเขาไม่อยู่แน่นอน
ครั้งนี้ขโมยไก่ไม่ได้ เสียข้าวสารอีกกำมือ แย่กว่านั้น อาจจะต้อง
เสียอำนาจด้านความปลอดภัยในเมืองหลวงไปก็ได้ แล้วเขาจะไม่
โมโหได้อย่างไร…
ฮ่องเต้โยนฎีกาทิ้ง สีพระพักตร์ยังคงเคร่งขรึม ความโมโห
บรรเทาลงเล็กน้อย ทางด้านขันทีเต๋อไล่นางกำนัลและคนอื่นๆ ที่คอย
รับใช้ออกไปนานแล้ว แน่นอนว่าคนพวกนั้นก็อยากถูกไล่ออกไป
แทบขาดใจเช่นเดียวกัน
เก็บฎีกาเรียบร้อย เห็นฝ่าบาทคลายความพิโรธลงบ้างแล้ว ขันที
เต๋อคลี่ยิ้ม “ฝ่าบาทโปรดเย็นพระทัยก่อนพ่ะย่ะค่ะ ซูชีนั่นเป็นเพียง
คุณชายที่ใช้ชีวิตเสเพลเท่านั้น ไม่แน่อาจจะแค่เพราะคิดได้กะทันหัน
ทำงานเพียงสองวันก็ลาออกจากตำแหน่งแล้วก็ได้พ่ะย่ะค่ะ เมื่อถึง
เวลาฝ่าบาทเอาตำแหน่งคืน ตระกูลซูไม่แม้แต่จะกล้าร้องโอดครวญ
พ่ะย่ะค่ะ”
ทว่าฮ่องเต้ไม่ได้คิดในแง่ดีเหมือนขันทีเต๋อ เขาไม่ได้ชะล่าใจ
เหมือนขันทีเต๋อ หลังจากระบายความโมโห เขาก็ตั้งสติได้มากขึ้น
https://novel-lk.blogspot.com/
ฮ่องเต้แค่นเสียงหึ ทำเอาขันทีเต๋อตกใจจนเหงื่อเย็นแตกพลั่กทั่ว
แผ่นหลัง ดวงตาหงส์ฉายเจตนาสังหาร “ซูชีนั่นไม่เคยสนใจรับ
ราชการในเมืองหลวงมาก่อนมิใช่หรือ บอกว่าอีกสองสามวันจะไป
จากเมืองหลวงมิใช่หรือ เหตุใดจึงโผล่มาในช่วงสำคัญเช่นนี้ ซูซิ่งเห
ยียนให้ผลประโยชน์ใดกับเขากันแน่”
ขันทีเต๋อไม่ได้คาดหวังว่าฮ่องเต้จะเชื่อคำพูดของตนอยู่แล้ว
ขณะที่เขาตกใจกับแววตาของฮ่องเต้ก็รีบปรับเสียง กระดกนิ้วก้อย
ขึ้นแล้วตอบ “ฟังจากคนที่มารายงาน ซูชีเป็นฝ่ายขอเข้ารับตำแหน่ง
ในครั้งนี้เองพ่ะย่ะค่ะ”
“หืม? เป็นฝ่ายขอเข้ารับตำแหน่งเอง?” ฮ่องเต้แปลกใจ นี่ไม่ใช่
นิสัยของซูชี ในเมื่อเป้าหมายอันดับแรกของฮ่องเต้คือการกำจัด
ตระกูลขุนนาง เช่นนั้นย่อมวิเคราะห์นิสัยของลูกหลานทุกตระกูลเป็น
อย่างดี
ขันทีเต๋อยืนกราน “พ่ะย่ะค่ะ”
https://novel-lk.blogspot.com/