เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค - ตอนที่ 300 ปิดฉาก รุกได้ถอยได้ (3)
เดิมนึกว่าจะไม่มีใครเอ่ยขึ้นมาอีก เรื่องนี้จะได้ผ่านไป แต่จะไปรู ้ ได้อย่างไรว่ามั่วเชียนเสวี่ยจะไม่รู ้จักดูทิศทางลมของสถานการณ์ เช่นนี้!
และเมื่อนางเอ่ยออกมาแล้ว ณ ที่ตาหนักแห่งนี้ ฮ่องเต้ก็ทาได้ เพียงแค่ตัดสินให้นางอย่างเป็ นธรรม!
ฮ่องเต้มีสีพระพักตร ์นิ่งขรึมไม่พูดไม่จา ส่วนมั่วเชียนเสวี่ยก็ยังคง ราดน้ามันลงบนกองไฟต่อไป “หม่อมฉันฐานะต่าต้อย เดิมก็ไม่ควรจะ เรียกร ้องเช่นนี้จนทาให้ฝ่ าบาทต้องลาบากใจ ทว่าฝ่ าบาทเป็ นผู้ทรง ปรีชาญาณ ถ้าหากว่าปล่อยให้ตัวการหลักที่อยู่เบื้องหลังหลบหนี ลอยนวลไปได้ในตอนนี้ การที่หม่อมฉันได้รับความไม่เป็ นธรรมนั้น เป็ นเรื่องเล็ก แต่เกรงว่าจะส่งเสริมให้เกิดคลื่นลมที่ไม่ดี ทั่วทุกหนแห่ง เต็มไปด้วยการใส่ไคล้ฉ้อโกง ถึงตอนนั้นประชาชนในเมืองหลวงล้วน เกิดความระแวดระวัง จิตใจคนเรานั้นไม่นิ่ง…”
ซึ่งสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่จิตใจคนเราไม่นิ่งก็คือ แว่นแคว้นจะ วุ่นวายโกลาหลแน่นอน! ถึงจะไม่เอ่ยวาจานี้ออกมา แต่จะมีขุนนางที่ อยู่ในท้องพระโรงคนไหนบ้างที่ฟังไม่ออก
วาจานี้แทงใจทุกคา ทุกประโยคคมราวกับใบมีด หาข้อต าหนิไม่ พบแต่น้อย
https://novel-lk.blogspot.com/
มั่วเชียนเสวี่ยลอบหัวเราะในใจโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน นางดูละคร โทรทัศน์มาเยอะขนาดนี้ ถ้าหากว่ากระทั่งความคิดพวกนี้ยังกล่าว ออกมาไม่ได้ จะไม่เป็ นการดูเสียเปล่าอย่างนั้นหรือ
ฮ่องเต้สีพระพักตร ์ซับซ ้อนเป็ นอย่างมาก บัณฑิตจย่าที่อยู่เบื้อง ล่างก็เป็ นผู้นาในการแสดงท่าทีเห็นด้วยกับวาจาของมั่วเชียนเสวี่ย บัณฑิตชราผู้นี้ไม่เข้าข้างผู้ใด ยามนี้เขาไม่ได้ทวงความยุติธรรม ให้กับมั่วเชียนเสวี่ย แต่มีความคิดเหมือนกับที่นางกล่าวเท่านั้นเอง
เมื่อมีบัณฑิตจย่าเป็ นผู้นา ย่อมมีขุนนางหลายคนก้าวออกมา แสดงท่าทีเห็นด้วย
ไม่ว่าจะเป็ นเรื่องของอารมณ์หรือเหตุผล ฮ่องเต้ก็จาเป็ นต้อง อนุญาต ทว่า แม้นัยน์ตาเขาจะมีประกายโทสะพาดผ่าน แต่น้าเสียง กลับเรียบเฉย “เจ้าเมืองเมืองหลวงอยู่หรือไม่”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เรื่องนี้มอบให้เจ้าไปไต่สวน จาเป็ นต้องมีคาอธิบายให้กับ จวนกั๋วกงโดยเร็วที่สุด”
“พ่ะย่ะค่ะ” หลังจากเจ้าเมืองเมืองหลวงรับคาสั่งแล้วก็รีบให้ องครักษ์ลากคนทั้งสามออกไป
มั่วเชียนเสวี่ยไม่ได้หวังว่าฮ่องเต้จะตรวจสอบเรื่องนี้ได้ชัดเจน ถึง อย่างไรฮองเฮาก็เป็ นฮองเฮา แม้ว่าฮ่องเต้จะไม่ชอบนางอย่างไร นาง ก็ยังคงเป็ นหน้าเป็ นตาของราชวงศ์อยู่ดี
https://novel-lk.blogspot.com/
ที่นางทาเช่นนี้ก็เพียงแค่ต้องการบอกกับฮ่องเต้ว่า รังแกนางแล้ว จะไม่จ่ายค่าตอบแทนไม่ได้ และยังเป็ นการตักเตือนขุนนางบุ๋นบู๊ที่อยู่ ในท้องพระโรงด้วยว่า หากคิดว่านางเป็ นเด็กกาพร ้าแล้วจะเหยียบย่า ได้ตามใจชอบนั้นผิดอย่างมหันต์
ความจริงแล้ว แววตาที่ขุนนางนับร ้อยมองไปยังมั่วเชียนเสวี่ยนั้น เปลี่ยนไปนานแล้ว ถ้าหากไม่ใช่เช่นนั้น จะสงบนิ่งเช่นนี้ได้อย่างไร ไม่มีผู้ใดที่จะกระโดดออกมาแสดงเป็ นตัวตลกอีก
มั่วเชียนเสวี่ยเหลือบหางตามองไปยังทั้งสามคนที่หมดสติแล้วถูก ลากออกไป ก้นบึ้งนัยน์ตาของนางก็มีประกายวาบเล็กน้อย “หม่อม ฉันขอบพระทัยที่ฝ่ าบาทมีเมตตา ฝ่ าบาทเป็ นอย่างที่บนท้องถนนเล่า ลือกันจริงๆ เป็ นผู้ปกครองแคว้นที่ฉลาดปราดเปรื่องอย่างแท้จริง ท า เพื่อความสุขของปวงประชาแห่งเทียนฉี”
เดิมฮ่องเต้ก็คิดว่าพระองค์เป็ นผู้ปรีชาญาณ เมื่อถูกมั่วเชียน เสวี่ยประจบประแจงใส่ ก็คิดในใจว่า ถึงในตอนนี้สามคนนี้ยังไม่ตาย แต่ก็อยู่ในมือของตน อย่างไรก็ทาให้เสียเรื่องไม่ได้ ทว่าสิ่งที่มั่วเชียน เสวี่ยกล่าวก็มีเหตุผลเช่นกัน เหตุการณ์เช่นการใส่ความสตรีชั้นสูง จ าเป็ นจะต้องมีค าอธิบายให้กับเหล่าขุนนางและใต้หล้า เพื่อความ สบายใจของปวงชน
เมื่อคิดถึงจุดนี้แล้ว ก็คลายความหงุดหงิดลงไปบ้าง จึงเอ่ยขึ้น ด้วยสีหน้ามีเมตตาอย่างหาได้ยากว่า “ลุกขึ้นได้”
https://novel-lk.blogspot.com/
มั่วเชียนเสวี่ยไม่เพียงแต่คุกเข่าไม่ยอมลุกขึ้น แม้แต่ศีรษะก็ก้ม กราบลงไปด้านหน้า “หม่อมฉันมิกล้าลุกเพคะ หม่อมฉันยังมีเรื่องที่ ต้องการกราบทูลให้ฝ่าบาททราบ”
ฮ่องเต้สีพระพักตร ์นิ่งขรึม พระขนงกระตุก และรับรู ้ได้ว่าวาจา ด้านหลังของมั่วเชียนเสวี่ยจะต้องไม่ใช่วาจาที่ดีอะไรแน่นอน แต่ ตอนนี้ขึ้นหลังเสือแล้วลงยาก จึงทาได้เพียงแค่ยกมือขึ้น “อนุญาตให้ พูดได้!”
มั่วเชียนเสวี่ยเงยหน้าขึ้น กล่าวเสียงดัง “เมื่อวานขณะที่เกิดเรื่อง องค์หญิงอวี้เหอได้เอ่ยค าสัญญาด้วยพระองค์เองว่า ถ้าหากหม่อม ฉันถูกสามคนนี้ใส่ร ้าย องค์หญิงอวี้เหอจะขอโทษหม่อมฉันต่อหน้า ผู้คนในใต้หล้า เดิมหม่อมฉันก็รู้สึกว่าไม่จ าเป็ นจะต้องให้องค์หญิง กล่าวขอโทษ แต่ตอนที่องค์หญิงให้คามั่นสัญญา สตรีชั้นสูงในเมือง หลวงมากมายที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนได้ยิน บัณฑิตจย่าก็อยู่ใน เหตุการณ์ด้วยเช่นกัน ถ้าหากว่าองค์หญิงไม่ขอโทษ หม่อมฉันเกรง ว่าผู้อื่นจะกล่าวว่าองค์หญิงไม่เพียงแต่ฟังความข้างเดียว แต่ยังพูดจา เชื่อถือไม่ได้ด้วย เป็ นคนไร ้ความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง ถ้าหากว่า ชื่อเสียงอันดีงามขององค์หญิงต้องได้รับความเสียหายเพราะเหตุนี้ เช่นนั้นความผิดของหม่อมฉันก็จะร ้ายแรงแล้ว…”
ขุนนางบุ๋นบู๊นับร ้อยที่อยู่ในท้องพระโรงแต่ละคนพากันเหงื่อตก วาจาของมั่วเชียนเสวี่ยแต่ละคาแต่ละประโยค ท าให้พวกเขาอดทอด ถอนใจหมื่นพันครั้งไม่ได้
https://novel-lk.blogspot.com/
ทุกประโยคที่นางเอ่ยล้วนคิดเพื่อชื่อเสียงขององค์หญิงอวี้เหอ ทว่าแต่ละประโยคที่กล่าวออกมาและความนัยล้วนวางองค์หญิงอวี้ เหอไว้บนเส้นทางไร ้คุณงามความดี ทาให้ขุนนางนับร ้อย กระทั่งจะ กล่าววาจาขอร ้องก็กล่าวไม่ออก หากใครเอ่ยขอร ้อง คนผู้นั้นก็จะ เป็ นผู้ที่ไม่คานึงถึงชื่อเสียงอันดีงามขององค์หญิง
ผู้ที่กล้าเป็ นฝ่ ายเอ่ยให้องค์หญิงกล่าวขอโทษบุตรีของขุนนาง ก็ มีเพียงสตรีที่อยู่ในท้องพระโรงผู้นี้
สตรีผู้นี้ไม่เพียงแต่มีความกล้า แต่ยังมีกลยุทธ ์ด้วย
หากองค์หญิงไม่ออกมาขอโทษ ก็คงจะรักษาชื่อเสียงเอาไว้ไม่ได้ แน่นอน แม้ว่าจะออกมาขอโทษเรื่องนี้แล้ว ชื่อเสียงอันดีงามก็ด่าง พร ้อยอยู่ดี ถึงจะไม่ไร ้คุณธรรม แต่ทว่าตั้งแต่นี้เป็ นต้นไปก็จะ กลายเป็ นคนที่ได้ชื่อว่าไร ้ความสามารถ ฟังความข้างเดียวผู้หนึ่ง เท่านั้น
กล่าววาจาจนถึงขั้นนี้แล้ว เหล่าขุนนางล้วนยังไม่ก้าวออกจาก แถว ฮ่องเต้ก็ทาได้เพียงแค่จัดการไปตามเนื้อผ้า จึงโบกพระหัตถ์เป็ น สัญญาณให้มั่วเชียนเสวี่ยลุกขึ้น “การจัดการเรื่องนี้ของอวี้เหอนั้น ขาดความเหมาะสมจริงๆ ถ่ายทอดราชโองการของข้าลงไปว่าอีกครู่ หนึ่งให้องค์หญิงอวี้เหอไปขอโทษบุตรีของกั๋วกงต่อหน้าที่จวนกั๋วกง ด้วย”
https://novel-lk.blogspot.com/
เพิ่งจะสิ้นเสียงฮ่องเต้ ด้านนอกก็มีเสียงของขันทีดังลอยมาว่า “องค์หญิงอวี้เหอทูลขอเข้าพบที่ด้านนอกตาหนักพ่ะย่ะค่ะ”
ขันทีผู้รับผิดชอบดูแลได้รับสัญญาณจากฮ่องเต้ “เชิญองค์ หญิงอวี้เหอเข้าไปในท้องพระโรง…”
ขุนนางบุ๋นบู๊นัยน์ตาเปล่งประกายวาบโดยไม่รู ้ตัว คราวนี้มีละคร สนุกให้ดูแล้ว ให้องค์หญิงพระองค์หนึ่งไปขอโทษบุตรีขุนนางนั้นเป็ น เรื่องง่ายเสียที่ไหนกัน
คราวนี้องค์หญิงอวี้เหอที่ยังไม่ทันได้รับพระราชโองการของฝ่ า บาทก็มาเยือนแล้ว เกรงว่าในใจคงไม่ยินยอม
แต่ไฉนเลยจะรู ้ว่า เหล่าขุนนางล้วนคิดพลาดไปแล้ว
เมื่อองค์หญิงอวี้เหอเข้ามาในตาหนัก ก็คุกเข่าทั้งสองข้างลงกับ พื้น ยอมรับความผิดกับฮ่องเต้ “เมื่อวานอวี้เหอไม่ได้รับคาชี้แนะของ เสด็จพ่อ ก็หูเบาฟังคาของผู้อื่น จับกุมคุณหนูมั่วเข้าคุกหลวง เมื่อ กลับมาแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งรู ้สึกว่าตัวเองทาผิดพลาดไป เดิมคิดจะมารับ โทษกับเสด็จพ่อ เพื่อให้ปล่อยคุณหนูมั่วออกมา ลูกไปทูลขอเข้าเฝ้ า อยู่ที่นอกห้องทรงอักษรหลายต่อหลายครั้ง แต่จนปัญญาที่เสด็จพ่อมี พระราชกิจมากมาย ไม่มีเวลาให้ลูกได้เข้าพบ เรื่องนี้ทาให้ลูกจิตใจ กระสับกระส่าย นอนไม่หลับติดกันหลายคืน วันนี้จึงมารับโทษกับ เสด็จพ่อโดยเฉพาะเพคะ”
https://novel-lk.blogspot.com/
วาจาขององค์หญิงอวี้เหอนั้นอ่อนโยนราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิ ในเดือนสาม แต่ละประโยคล้วนเจือไปด้วยความรู ้สึกเสียใจใน ภายหลังที่อธิบายไม่ถูก ต่างกับมั่วเชียนเสวี่ยที่แต่ละคาแหลมคมราว กับใบมีด ทาให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะรู ้สึกชื่นชมจิตใจที่ดีงามของนาง
เมื่อกล่าวจบก็เงยหน้าขึ้น รูปร่างหน้าตายังคงสูงศักดิ์เหมาะสม แต่หากดูให้ละเอียด ก็ดูเหมือนว่าจะมีความอิดโรยจากการนอนไม่ หลับคืนหนึ่งปะปนอยู่ในนั้น
ช่างเป็ นสตรีที่เก่งกาจยิ่งนัก องค์หญิงอวี้เหอรู ้จักที่จะรุกในคราว ที่ควรรุก รู ้จักถอยในคราวที่ควรถอยผู้หนึ่ง
มั่วเชียนเสวี่ยลอบชื่นชมเงียบๆ ในใจ ท่าทียอมรับผิดเช่นนี้ของ นาง ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถกล่าววาจาเกี่ยวกับเรื่องเรือนจาได้อีก
ฮ่องเต้ลอบพยักหน้านิ่งๆ ฮองเฮาเป็ นสตรีโง่เง่า โชคดีที่องค์หญิง ที่ให้กาเนิดออกมากลับเป็ นคนฉลาดหลักแหลม
องค์หญิงอวี้เหอมาขอรับโทษด้วยตนเอง ฮ่องเต้กลับยังจงใจทา ให้นางล าบากใจ เห็นได้ชัดว่าอย่าได้ยั่วยุความภาคภูมิใจของเขา “อวี้เหอ ในฐานะที่เจ้าเป็ นถึงองค์หญิง เหตุใดถึงได้เลอะเลือนเช่นนี้ เชื่อคาพูดของคนต่าทรามพวกนั้นง่ายๆ เป็ นผู้ใดที่มอบความกล้า เช่นนั้นให้กับเจ้า ถึงได้กล้าที่จะจัดการก่อนแล้วค่อยรายงานทีหลัง? ความผิดนี้ไม่อาจจะละเว้นโทษได้ง่ายๆ…”
ฮ่องเต้ก็ถอยเพื่อที่จะรุกหน้าเช่นกัน
https://novel-lk.blogspot.com/
เขาย่อมต้องการกอบโกยผลประโยชน์บางอย่างจากเรื่องนี้ เมื่อ กล่าววาจานี้ออกไป ย่อมต้องมีคนขอร ้องให้ละเว้นโทษองค์หญิง พูด แต่สิ่งดีๆ เพื่อองค์หญิง ตนเองแสดงทีท่าว่าองค์หญิงกระทาความผิด ย่อมได้รับโทษเทียบเท่าสามัญชน ถึงตอนนั้นไม่ใช่ว่าเขาต้องการละ เว้นโทษให้กับองค์หญิง แต่งัดข้อกับเหล่าขุนนางไม่ได้ต่างหาก เช่นนี้เขาก็จะได้ชื่อว่าเป็ นฮ่องเต้ผู้ทรงปรีชาญาณ ได้ใจประชาชน อยู่บ้าง
เป็ นอย่างที่คิดเอาไว้เลย ขุนนางแต่ละคนก้าวออกมาแล้ว
“องค์หญิงทรงพระเยาว์ มีชื่อเสียงอันดีงามอยู่ภายนอกเสมอมา จะถูกปิดบังความจริงไปชั่วขณะหนึ่งก็เป็ นไปได้เช่นกัน คนโบราณ กล่าวเอาไว้ว่า ไม่มีสิ่งใดจะดีไปกว่าการที่คนเรารู ้ผิดแล้วแก้ไข ใน เมื่อองค์หญิงทรงทราบว่ากระทาความผิด มาวันนี้ก็เป็ นฝ่ ายยอมรับ ความผิดด้วยตนเอง กระหม่อมคิดว่าองค์หญิงไม่ผิดต่อชื่อเสียงอันดี งามของพระองค์ คนที่ผิดก็คือคนต่าทรามที่วางแผนปิดบังความจริง กับองค์หญิงสามคนนั้นพ่ะย่ะค่ะ…”
“ฝ่ าบาททรงค านึงถึงทุกข์สุขของปวงประชาและแว่นแคว้น ยุ่ง กับพระราชกิจจนไม่สามารถพบกับองค์หญิงได้ ท าให้เกิดความ เข้าใจผิดกันครั้งหนึ่ง กระหม่อมคิดว่าการที่องค์หญิงนอนไม่หลับคืน หนึ่งนั้น ก็ได้รับบทเรียนแล้ว ไม่จ าเป็ นจะต้องลงโทษจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ…