เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค - ตอนที่ 40 มือคู่งามได้พักผ่อน
ในสมัยโบราณ เมื่อถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านถือเป็นความผิด
ร้ายแรง หากถูกไล่ตีด้วยไม้ ต่อให้ถูกตีจนตาย คนตีไม่มีความผิด
ครั้นตัวปัญหาของเรื่องจากไป ชาวบ้านเห็นว่าไม่มีละครสนุกให้
ดูแล้วก็พากันแยกย้ายไป
อาซ้อฟางดึงอาซ้อกุ้ยฮวาไปขอโทษ แต่เมื่อหนิงเซ่าชิงเห็นพวก
นางเดินออกมาข้างหน้า ก็สะบัดแขนเสื้อพลางเดินสวนกลับเข้าไปใน
บ้านทันที ทำให้ทั้งสองคนทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
มั่วเชียนเสวี่ยไม่ได้นึกตำหนิพวกนางเลยแม้แต่น้อย อันที่จริง
นางพอใจมากที่อาซ้อฟางตัดสินใจเช่นนั้น เพราะถ้าหากไม่มีใครดึง
อาซ้อฟางไว้ในตอนนั้น มีหวังอาซ้อฟางจะต้องกุลีกุจอออกไปช่วย
นางแล้วพลอยปะทะกับผู้อาวุโสไปด้วยเป็นแน่
ยิ่งไปกว่านั้น อาซ้อฟางทำดีที่สุดแล้ว หากไม่ได้นางตามสอง
แสบทั้งสองมา ป่านนี้ความบริสุทธิ์ของมั่วเชียนเสวี่ยก็คงไม่ถูกพิสูจน์
และเรื่องราวอาจจะไม่จบลงด้วยดีเช่นนี้
ส่วนอาซ้อกุ้ยฮวา นางเป็นแม่หม้ายลูกติด จะมีความกล้าหาญ
ออกมายืนหยัดเพื่อมั่วเชียนเสวี่ยได้อย่างไร นางยังเป็นเพียงคน
อ่อนแอที่น่าสงสารคนหนึ่งเท่านั้น
https://novel-lk.blogspot.com/
เมื่อเห็นว่ามั่วเชียนเสวี่ยไม่ได้มีท่าทีตำหนิ หัวใจของอาซ้อฟางที่
เต้นระรัวก็พลันสงบลง ด้านอาซ้อกุ้ยฮวาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาพลาง
เดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารกลางวันแก่พวกเขา
อาซ้อฟางพอเห็นว่าพายุฝนห่าได้สงบลงแล้ว นึกถึงคำพูดของห
นิงเซ่าชิง นางดึงมั่วเชียนเสวี่ยเข้ามาพลางเอ่ยถาม “น้องสาว สามี
ของเจ้าคงไม่ย้ายออกจากหมู่บ้านจริงๆ หรอกนะ”
ครั้นเห็นท่าทีจริงจังของอีกฝ่าย มั่วเชียนเสวี่ยจึงปลอบโยนนาง
“ไม่หรอก สามีของข้าพูดออกไปด้วยอารมณ์ แต่ตอนนี้ทุกอย่าง
คลี่คลายแล้ว”
ทุกหมู่บ้านมีทั้งคนดี คนชั่วและคนไร้ความคิด ย้ายไปหมู่บ้าน
ไหนก็เฉกเช่นเดียวกันหมด อีกอย่าง สองสามีภรรยาจ้าวเอ้อร์ก็ถูก
ไล่ออกจากหมู่บ้านเรียบร้อย ทั้งคนเสเพลผู้นั้นก็ขาเป๋ไปแล้วด้วย
ดังนั้นนางก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาสร้างปัญหาอีก แล้วเหตุใดต้อง
ย้ายออกจากหมู่บ้านด้วยเล่า
อาซ้อฟางคว้ามือของมั่วเชียนเสวี่ยพลางลูบที่หลังมืออย่าง
อ่อนโยน ดูนางกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าที่
มือของมั่วเชียนเสวี่ยมีแผลพุพองเต็มไปหมด ปากแผลเปิดเหวอหวะ
เผยให้เห็นเนื้อสีแดงข้างใน นางจึงร้องโวยวายขึ้นด้วยความตกใจ
“หนิงเหนียงจื่อ เจ้าไปทำอะไรมา เหตุใดมือถึงเป็นเช่นนี้ เจ้าเจ็บ
หรือไม่…”
https://novel-lk.blogspot.com/
คำทักท้วงแสนเป็นกังวลของอาซ้อฟางทำให้มั่วเชียนเสวี่ยได้สติ
และรีบตรงบึ่งไปที่ห้องข้างทันที
สวรรค์! ดันลืมงานแกะสลักรากที่รอให้นางไปขัดเงาอยู่ห้องเซีย
งฟางได้อย่างไร นี่ก็บ่ายแล้ว พระอาทิตย์ก็กำลังจะตกดินแล้วด้วย ไม่
ทันแล้วๆ
เมื่อมั่วเชียนเสวี่ยผลักประตูออก ทันใดนั้นแสงจากภายนอก
ประตูก็ตกกระทบลงบนงานแกะสลักชิ้นนั้น ประกายแวววาวสะท้อน
เข้ากับดวงตาของนาง
ร่างบางอ้าปากนิ่งค้าง นี่…เป็นไปได้อย่างไร
เมื่อวานยังเป็นเพียงงานแกะสลักที่หยาบกระด้าง แถมยังมีเสี้ยน
หนามมากมายที่ยื่นออกมาไม่ใช่หรือ เหตุใดในวันนี้พื้นผิวของมัน
กลับแปรเปลี่ยนเป็นพื้นผิวที่เรียบลื่นจนสามารถสะท้อนแสงได้!
เป็นผู้ใดกัน ใครกันที่ช่วยนาง
ครั้นนึกถึงมือเรียวยาวที่ยื่นออกมาหานางในตอนเช้า แผลพุพอง
ที่ฝ่ามือและตามส่วนโค้งของนิ้วนั่น…
มั่วเชียนเสวี่ยกระจ่างในทันที พร้อมกับรีบหันหลังออกจากห้อง
เซียงฟาง
อาซ้อฟางที่ยังคงยืนงงอยู่กับที่ “นี่ น้องสาว เจ้าช้าลงหน่อย เกิด
เรื่องอะไรขึ้นกันแน่” นางเอ่ยถามพลางรีบตามนางมาที่ห้องเซียงฟาง
https://novel-lk.blogspot.com/
มั่วเชียนเสวี่ยที่เร่งรีบชนเข้าอย่างจังกับอาซ้อฟางที่กำลังตามมา
อาซ้อฟางดวงตาพร่ามัว แต่มั่วเชียนเสวี่ยหายวับเข้าไปในห้องโถง
แล้ว
อาซ้อฟางส่ายหัวพลางเรียกสติแล้วมองไปทางเซียงฟางอย่าง
สับสน จู่ๆ ก็ต้องตกตะลึงในทันที
นางจำได้ชัดเจนว่าสิ่งที่ถูกหามเข้ามาในวันนั้นคือรากไม้ใหญ่
กิ่งก้านเก้งก้างและผิวสีดำที่ดูน่าเกลียด แต่ตอนนี้…แม่เจ้า นี่นางตา
ฝาดไปใช่หรือไม่
หนิงเซ่าชิงเพิ่งถอดเสื้อผ้าเตรียมนอนพักกลางวัน แต่กลับได้ยิน
เสียงลมพายุดังวืด ถัดมา ประตูห้องนอนก็เปิดออก
เมื่อเห็นมั่วเชียนเสวี่ยที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามา เขาจึงขมวดคิ้วพลางลุก
ขึ้นนั่งแล้วทัก “เหตุใดเจ้าจึงมีท่าทางตกอกตกใจเช่นนี้ได้”
ดูเหมือนว่าเขาต้องสอนมารยาทแก่นางบ้างเสียแล้ว หญิงสาวคน
นี้เวลาจะสง่างามก็สง่างามเสียจนน่าใจหาย แต่เวลาหุนหันพลันแล่น
สภาพดูไม่คอยได้เลย คุณธรรมของหญิงที่ดีหายไปไหนแล้ว
มั่วเชียนเสวี่ยไม่สนใจน ้าเสียงและถ้อยคำเชิงตำหนิของเขา มือ
เล็กดึงมือของร่างสูงออกจากผ้าห่ม
ครั้นเห็นตุ่มพองบนสองมือคู่นั้น จู่ๆ นางก็น ้าตารื้นขึ้นมา “เป็น
ท่าน ใช่หรือไม่”
https://novel-lk.blogspot.com/
หูของหนิงเซ่าชิงแดงก ่าจากการถูกจ้องมองอย่างตื้นตันใจของ
มั่วเชียนเสวี่ย จากนั้นเขาก็ดึงมือกลับพลางซ่อนมันไว้ใต้ผ้าห่ม
ดังเดิม สองตากลอกไปมา แม้ในใจจะตื่นเต้นเพียงใดก็ต้องแสร้งทำ
เป็นไม่รู้ไม่เห็น ” ข้าทำไมหรือ”
“งานแกะสลักนั่น ท่านเป็นขัดมันให้ข้าใช่หรือไม่”
“ขัดมันอะไรกัน ข้าทำไม่เป็นเสียหน่อย!” หนิงเซ่าชิงส่ายหัวแล้ว
ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง “เพียงเห็นเจ้าสลักมันออกมาเสียดูดี ข้าก็เลย
ลองจับเล่นดูสักพัก คงไม่ได้เล่นจนพังไปหรอกนะ”
“ไม่เลย ท่าน ท่านเล่นได้ดีมาก!” จับเล่น? ใครจะไปเชื่อ! ขัดมัน
ได้เงาวับเพียงนั้นภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยาม หากแค่จับเล่นจะ
สามารถทำให้มือเป็นแผลพุพองเต็มไปหมดได้เช่นนี้หรือ
มั่วเชียนเสวี่ยยิ้มทั้งน ้าตา ในเมื่อเขาไม่อยากยอมรับ นางก็ไม่
จำเป็นต้องไปซักไซ้ให้มากความ
เพียงเท่านี้ก็หมดห่วง เหลือก็แต่การลงสี เพียงทาประเดี๋ยวเดียว
ถึงพรุ่งนี้เช้าก็คงแห้ง
ก้อนหินที่หนักอึ้งอยู่บนบ่าถูกวางลง อารมณ์พลันแจ่มใสขึ้นทัน
ตา มั่วเชียนเสวี่ยมองดูท่าทีของอีกฝ่ายอีกครั้ง คิดในใจว่า คุณชาย
ขี้เขินออกอาการอีกแล้ว เขาช่วยนางชัดๆ ยังจะปากแข็งบอกว่าไม่ได้
ช่วยอีก ช่างน่ารักเสียจริง มั่วเชียนเสวี่ยพลันมีคิดหยอกเย้าคน
https://novel-lk.blogspot.com/
ตรงหน้า ก้าวเท้าไปหาหนิงเซ่าชิง ประคองแก้มของเขาขึ้นพร้อมกับ
ประทับรอยจูบแนบนิ่ง
หลังจากลอบจุมพิต ร่างบางก็หันหลังกลับและจากไปอย่าง
รวดเร็ว
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูห้อง นางอดไม่ได้หัวเราะพรวดออกมา
“ไม่ต้องซ่อนแล้ว มือของท่านน่ะเป็นมือที่งดงามที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็น
มา”
ในขณะที่มั่วเชียนเสวี่ยผละออกมาด้วยความตื่นเต้น ใบหน้า
ของหนิงเซ่าชิงกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างระเรื่อ ที่มุมปากของเขา
เผยเส้นโค้งสวยงาม สองมือลูบบริเวณรอยจูบพลางบ่นงึมงำ มือของ
เจ้าก็งดงามที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมาเช่นกัน
……
ในเมืองเทียนเซียง มีรถม้าคันหนึ่งเคลื่อนที่อย่างช้าๆ
ภายในรถ มั่วเชียนเสวี่ยลูบงานแกะสลัก ภูมิใจในผลงานของตน
ช่างเป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์แบบจริงๆ! ประติมากรรมรากไม้ที่ทาสีจน
สมบูรณ์ ทำให้หนิงเซ่าชิงประหลาดใจในความสมบูรณ์แบบของมัน
สมบูรณ์แบบเสียจนตัวนางเอกยังนึกเสียดาย
เนื่องจากต้องขนงานแกะสลักออกไปด้วย ทว่ารถม้าของ
ไป๋อวิ๋นจวีนั้นอัดแน่นไปด้วยเต้าหู้จำนวนมากจึงทำให้ไม่มีที่ว่างมาก
พอ ดังนั้นมั่วเชียนเสวี่ยจึงต้องจ้างรถม้าของตระกูลจางแทน
https://novel-lk.blogspot.com/
อาซ้อจางจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของสามีนางอย่างใกล้ชิด
เมื่อได้ยินมั่วเชียนเสวี่ยบอกว่าต้องไปรับนางที่บ้าน อาซ้อจางจึงตาม
ติดมาด้วย ดวงตาคู่นั้นจับจ้องไปที่อาซ้อกุ้ยฮวาเหมือนราวกับว่านาง
เป็นเด็กน้อยที่เพิ่งทำผิดมา อาซ้อกุ้ยฮวาจึงเดินห่อตัวเข้าไปในครัว
ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
ในสถานการณ์เช่นนี้ มั่วเชียนเสวี่ยถึงกับพูดไม่ออก!
หลังจากที่เสี่ยวฉีจื่อได้ยินมาว่านางก็คือแขกคนสำคัญที่
คุณชายซินนัดไว้ เขาจึงเรียกบรรดาเสี่ยวเอ้อร์มาช่วยกันเคลื่อนย้าย
รูปปั้นแกะสลักที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีแดงขนาดใหญ่ไปยังห้องพิเศษที่ซิน
อี้หมิงได้จองไว้ล่วงหน้า
นี่ก็ยังเช้าอยู่ ซินอี้หมิงยังไม่มา มั่วเชียนเสวี่ยจึงนั่งจิบชาอยู่ใน
ห้องหรูหราเพียงคนเดียว แต่แล้วจู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดออกอย่าง
กะทันหัน
ผู้ที่เข้ามาใหม่แต่งตัวด้วยผ้าทอสวยหรู พร้อมกับสะบัดพัดในมือ
เบาๆ บุคลิกมากด้วยเสน่ห์เช่นนี้ หากไม่ใช่คุณชายเจ็ดแล้วจะเป็น
ใครไปได้
“หนิงเหนียงจื่อจะมาที่นี่ก็ไม่บอกกล่าวกันก่อน คงลืมคุณชาย
เจ็ดคนนี้ไปแล้วกระมัง” ยังคงมั่นหน้ามั่นตาเช่นเคย คำพูดของเขานี้
ทำเอามั่วเชียนเสวี่ยแสลงหุ
https://novel-lk.blogspot.com/
ลืมคุณชายเช่นเขาไปแล้ว? แล้วนี่เขากับนางเป็นอะไรกันทำไม
จะลืมไม่ได้
หากเป็นคนที่คิดเป็นอื่นได้ยินเข้า คงคิดว่านางไม่มีคุณธรรม
ของหญิงสาว คอยหว่านเสน่ห์ไปทั่ว
มั่วเชียนเสวี่ยเม้มปาก วางถ้วยชาลง “คุณชายเจ็ดงานล้นมือ
เช่นนี้ ข้าจะกล้ารบกวนได้อย่างไร ที่ข้ามาที่นี่ในวันนี้ก็เพื่อเจรจา
การค้า หากทำการใดไม่ถูกต้อง ขอคุณชายเจ็ดอย่าได้ถือสา”
https://novel-lk.blogspot.com/