เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค - ตอนที่ 432 ใครกันแน่ที่เป็นคนได้รับประโยชน์ (2)
วาจาของจิ้งฮูหยินแฝงไปด้วยการเสียดสีดูถูก “ใช่แล้ว ฮูหยินผู้
เฒ่า พวกเราล้วนเป็นคนที่มีประสบการณ์มาก่อน ล้วนรู้ว่า เวลาผ่าน
ไปนานขนาดนี้ มีเรื่องอันใดที่จะทำไม่เสร็จบ้าง อีกทั้งระยะนี้ท่าทีที่
หัวหน้าตระกูลมีต่อท่าน…”
เอ่ยถึงตรงนี้ จิ้งฮูหยินก็ไม่เอ่ยวาจาใดอีกสักครึ่งคำอย่างชาญ
ฉลาด
ท่าทีของหนิงเซ่าชิงที่มีต่อฮูหยินผู้เฒ่าในระยะนี้ แม้ว่าพวกนาง
จะไม่ได้เห็นเองกับตา แต่ได้ยินจากวาจาของฮูหยินผู้เฒ่าน้อยด้วย
หรือ
แม้ว่าจะเป็นบ่าว ก็ได้ยินคำพูดรังเกียจจากการพร ่าบ่นของฮู
หยินผู้เฒ่าไปไม่น้อยเช่นกัน
นานมากแล้วที่หัวหน้าตระกูลไม่ได้มาน้อมทักฮูหยินผู้เฒ่าใน
ยามเช้า แต่เป็นเพราะตำแหน่งหัวหน้าตระกูลไม่ได้ถูกจำกัดด้วย
กฎเกณฑ์นี้ ถึงไม่ได้มาน้อมทักก็ไม่มีผู้ใดกล้าสอดปาก
ท่าทีเช่นนี้ของหนิงเซ่าชิง ไม่ต้องกล่าวว่าพวกนางที่เป็นคนนอก
จะคิดเช่นไร กระทั่งหนิงเหล่าฮูหยินเอง จะสัมผัสไม่ได้เลยหรือ
ปัง…
“ชั่วช้า!”
เห็นได้ชัดว่าหนิงเหล่าฮูหยินคล้อยตามวาจาของจิ้งฮูหยินไป
แล้ว!
แต่ก่อน ตอนที่หนิงเอ๋อร์ยังไม่ได้ไปจากจวน ไม่ได้พบกับมั่ว
เชียนเสวี่ย ก็เป็นบุรุษที่สุภาพอ่อนโยนคนหนึ่ง ทุกเรื่องล้วนฟังนางผู้
เป็นย่า
ต่อผู้สูงวัยกว่าตน เขาต้องกตัญญูต่อย่า บิดา มารดา แม้แต่กับ
เหล่าอนุภรรยาเหล่านี้ของบิดาเขา ก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางอันใดมา
ก่อน!
ต่อผู้ที่ศักดิ์ต ่ากว่า ชิงเอ๋อร์ถ่อมตัวและยอมรับฟังความคิดเห็น
ของผู้อ่อนวัย รักและปกป้องพี่น้อง สำหรับหนิงเซ่าอวี่นั้นยิ่งเอ็นดูเขา
ราวกับเป็นพี่ชายน้องชายท้องเดียวกัน!
แต่ว่าดูตอนนี้สิ?
ชิงเอ๋อร์ในตอนนี้กลายเป็นคนเช่นไรไปแล้ว
เซ่าอวี่ถูกเขาโจมตีจนหมดสภาพ
มารดาเลี้ยงถูกบีบให้ไปศาลบรรพชนอย่างไม่มีทางเลือก
คนข้างกายบิดา อี๋เหนียงที่ไร้ตำแหน่งคนอื่นๆ ก็ช่างเถอะ จิ้งฮู
หยินกับเหมยฮูหยินเป็นอนุภรรยา ดีร้ายเช่นไรก็สามารถเรียกได้ว่า
เป็นแม่รองของเขา แต่ตอนที่พบหน้ากัน เขาไม่แม้กระทั่งจะเหลือบ
ตาขึ้นมองสักนิด!
ที่สำคัญที่สุดก็คือ! เขาทำราวกับยายแก่เช่นนางเป็นคนนอก!
ระยะนี้ไม่สนใจเรื่องของตระกูลอวี่เหวินเลยแม้แต่น้อย
ทั้งหมดนี้! แต่ก่อนหนิงเหล่าฮูหยินก็ไม่ได้คิดมาก แต่ตอนนี้
ถูกจิ้งฮูหยินชักนำไปเช่นนี้ นางไม่เพียงแต่จะไม่หาสาเหตุจากตนเอง
แต่ยังโทษว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นความผิดของมั่วเชียนเสวี่ย!
ล้วนเป็นเพราะมั่วเชียนเสวี่ย! ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะปัญหาของ
มั่วเชียนเสวี่ยผู้นั้น!
จะต้องเป็นนางที่ยั่วยุให้หนิงเซ่าชิงปฏิบัติเช่นนี้ต่อนางและคนใน
ตระกูลของเขาเช่นนี้แน่นอน!
สตรีร้ายกาจมากเล่ห์!
นางยังไม่แต่งงานเข้ามา ก็เริ่มคิดจะกุมเรือนหลังของตระกูลหนิง
เสียแล้ว คิดจะแสดงอำนาจกับนาง!
ไม่มีทาง!
ฮูหยินผู้เฒ่าเหลือบตาขุ่นมัวขึ้น นัยน์ตามีประกายดุร้ายพาด
ผ่าน “สั่งการลงไป บอกพวกนางว่า ถ้าหากสตรีผู้นั้นมา ก็ให้บอกว่า
ข้าเหนื่อย กำลังพักผ่อนอยู่! ไม่พบ!”
เอ่ยจบ หนิงเหล่าฮูหยินก็รู้สึกได้ว่าหายใจติดขัด จึงตัดสินใจเดิน
เข้าไปห้องด้านในเสียเลย
เมื่อตามองไม่เห็น ก็ไม่หงุดหงิดใจ
และในนั้นคนที่มีความสุขที่สุดก็คือจิ้งฮูหยินกับเหมยฮูหยิน!
นางแพศยานี่มาน้อมทักยามเช้าเป็นครั้งแรกก็ถูกปฏิเสธเสียแล้ว
ไม่ได้รับการยอมรับจากฮูหยินผู้เฒ่า ก็ทำให้เหล่าบ่าวรับใช้หัวเราะ
เยาะ เช่นนั้นหลังจากนี้แม้ว่านางจะเข้าเรือนใหญ่ตระกูลหนิง ก็ตกอยู่
ในสภาพที่ทำอะไรยากลำบากแล้ว!
เมื่อเข้ามาในจวนหนิงนั้นไม่เหมือนกับด้านนอกที่นางทำตาม
อำเภอใจได้
เรือนหลังแห่งนี้เป็นที่ของพวกนาง เป็นถิ่นของสตรีตระกูลอวี่เห
วิน ถึงตอนนั้น พวกนางอยากจะทำให้มั่วเชียนเสวี่ยตกที่นั่งลำบาก
กระทั่งไม่มีที่จะให้นางแพศยาไปร้องเรียนชี้แจงเหตุผล!
จื่อฮูหยินนั่งนิ่งเงียบอยู่ในที่นั่งมาโดยตลอด ไม่มีปฏิกิริยาต่อ
ละครใส่ไคล้ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
จนกระทั่งหนิงเหล่าฮูหยินจากไปแล้ว นางถึงได้ลุกขึ้น
หลังจากสะบัดกระโปรง มองดูสองคนที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความ
ได้ใจแล้วก็ส่ายหน้าจนปัญญา
“แม้ว่าตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่ารังเกียจนางแล้วจะทำอันใดได้ สุดท้าย
นางก็ต้องแต่งเข้าตระกูลหนิงไม่ใช่หรือ ฮูหยินผู้เฒ่าอายุมากแล้ว คง
จัดการอะไรได้อีกไม่กี่ปี เกรงว่า นางแต่งเข้ามาก็เป็นนายหญิงของ
ตระกูล แม้ว่าพวกเราจะเป็นผู้อาวุโสของนาง แต่ในภายหน้ากลับต้อง
ใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การดูแลของนาง ตอนนี้ล่วงเกินนาง พวกท่าน
คิดถึงชีวิตในภายภาคหน้าว่าจะเป็นเช่นไรบ้างหรือไม่”
ดวงหน้าอ่อนโยนของจื่อฮูหยินปรากฏแววไม่เห็นด้วยอย่างหาได้
ยาก “ต้องรู้ว่า มั่วเชียนเสวี่ยผู้นั้นไม่ใช่คนที่ยอมรับกับความอ
ยุติธรรมคนหนึ่ง”
เรื่องมาจนถึงขั้นนี้แล้ว เอ่ยมากไปก็ไม่มีประโยชน์อันใดอีก
เอ่ยจบ จื่อฮูหยินก็ไม่สนใจสองคนที่สีหน้าเปลี่ยนไปทันที นาง
ลุกขึ้นภายใต้การช่วยประคองของสาวใช้แล้วเชิดหน้าจากไป
เหมยฮูหยินฟังออกถึงความหมายในวาจาของจื่อฮูหยิน จึงรู้สึก
ร้อนตัว แต่กลับไม่ยอมแพ้ พวกนางได้ยินมาว่า ตระกูลอวี่เหวินได้
คัดเลือกบุตรีอนุภรรยาที่มีรูปโฉมงดงามเก่งกาจการวางแผนหลาย
คนเตรียมที่จะส่งมาแล้ว
ตนเองจึงมอบความกล้าให้กับตนเอง โดยเอ่ยเสียดสีคล้อยหลังจื่
อฮูหยิน “เชอะ! นางมีอันใดอัศจรรย์กัน อย่านึกว่าตอนนี้อาศัยความ
รักและทะนุถนอมจากเหล่าเหยียแล้วจะไม่มีขื่อไม่มีแปได้!”
จิ้งฮูหยินก็เอ่ยสำทับว่า “นั่นสิ! รอนังแพศยานั่นแต่งเข้ามาแล้ว
นางก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากอยู่ดี!”
จื่อฮูหยินเดินกลับเรือนตนเองภายใต้การประคองของสาวใช้
อย่างช้าๆ
“ฮูหยิน เหตุใดถึงไม่ช่วยคุณหนูใหญ่มั่วหรือเจ้าคะ” ดูเหมือน
สาวใช้คนสนิทจะไม่เข้าใจอยู่บ้าง ในเมื่อฮูหยินกล่าววาจาเช่นนั้น
ย่อมมีความประทับใจในตัวคุณหนูใหญ่มั่วเป็นอย่างมาก
ต้องรู้ว่า โดยปกติแล้ว ฮูหยินของพวกนางล้วนไม่สนใจเรื่องราว
โลกภายนอก
ตอนนี้ตรงหน้ามีโอกาสที่ดีขนาดนี้ เหตุใดถึงไม่รับเอาไว้เล่า
ถ้าเป็นเช่นนี้ ในภายหน้าก็ยังสามารถทำให้มั่วเชียนเสวี่ยจดจำ
ความดีเอาไว้ได้ การใช้ชีวิตในแต่ละคืนวันก็จะดีขึ้นเช่นกัน
จื่อฮูหยินได้ยินแล้ว ก็มองนางนิ่งๆ แวบหนึ่ง ในใจก็เข้าใจอย่าง
ชัดเจนว่าสาวใช้คนนี้คิดอะไรอยู่ในใจ
จึงส่ายหน้า “ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากเอ่ย แต่เจ้าก็ต้องรู้ว่าตอนนี้ฮู
หยินผู้เฒ่ากำลังโมโห อีกทั้งสองคนนั้นก็ประโคมเรื่องราวให้ลุกลาม
ยิ่งกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ข้าเอ่ยมากขึ้นประโยคหนึ่ง ไม่เพียงแต่จะ
ไร้ประโยชน์ ยังจะทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าคิดแค้นข้าไปด้วย คิดแค้นข้าน่ะ
เป็นเรื่องเล็ก ถึงอย่างไรฮูหยินผู้เฒ่าก็เห็นข้าขัดหูขัดตามาตั้งนาน
แล้ว ถ้าไม่ใช่ว่าหนิงเหล่าเหยียปกป้องข้า ก็เกรงว่านางคงไม่ยอมให้
ข้าได้มีชีวิตอยู่ต่อไปนานแล้ว หลายปีมานี้เรือนหลังของหนิงเหล่าเห
ยียรับอนุภรรยาเข้ามาไม่น้อย แต่ที่เหลืออยู่ตอนนี้ นอกจากพวกนาง
สองคน ก็เหลือข้าแค่คนเดียวแล้ว ถ้าข้าช่วยคุณหนูใหญ่มั่วพูด ฮู
หยินผู้เฒ่าก็จะระแวงข้ามากขึ้น ทั้งยังคิดแค้นคุณหนูใหญ่ตระกูลมั่ว
เพิ่มขึ้นอีกส่วน นั่นไม่ใช่การช่วยนาง แต่เป็นการทำร้ายนาง เจ้ารู้
ไหม”
กับบ่าวคนหนึ่ง เดิมนางไม่จำเป็นต้องอธิบายมากขนาดนี้
แต่สาวใช้คนนี้เป็นคนข้างกายนาง นางไม่หวังให้ข้างกายตนเอง
มีคนเลอะเลือน
ถ้าหากว่ายั่วฮูหยินผู้เฒ่าให้โมโหขึ้นมาจริงๆ แม้ว่าจะมีหนิงเหล่า
เหยียปกป้องอยู่ แต่เรือนหลังนี้น่ากลัวและอันตราย พวกนางกุม
อำนาจมาหลายปี หนิงเหล่าเหยียก็ต้องมีจุดที่ดูแลไม่ทั่วถึงเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น หลายปีมานี้นางก็ได้รับความรักและการทะนุถนอม
จึงทำให้คนมากมายอิจฉา คนที่รอซ ้าเติมนางมีเยอะแยะถมเถไป
สาวใช้นางนั้นไม่เข้าใจเหตุผล แต่ในเมื่อฮูหยินอธิบายแล้ว คิด
ว่าจะต้องมีเหตุผลของนางแน่นอน ดังนั้นจึงไม่ถามอันใดอีก
เห็นว่าเวลาไม่เช้าแล้ว หนิงเซ่าชิงก็ลุกขึ้นจูงมือมั่วเชียนเสวี่ยไป
ถึงเรือนฉือหย่างด้วยกันสองคน
แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้แค่คิดดูก็รู้แล้ว
“เหนื่อยแล้ว? พักผ่อนแล้ว?” มุมปากหนิงเซ่าชิงประดับไปด้วย
รอยยิ้มเย็น มองหมัวมัวคนนั้นด้วยแววตาคมปลาบ
เวลานี้ยังไม่ถึงยามอู่[1] จะรู้สึกเหนื่อยแล้วพักผ่อนได้เช่นไร อีก
ทั้งข่าวคราวของฮูหยินผู้เฒ่าก็รวดเร็ว ย่อมรู้ว่ามั่วเชียนเสวี่ยถูกเขา
รับมาในยามค ่าคืน ตอนเช้าจะต้องมาน้อมทักแน่นอน
[1] ยามอู่ คือ 11.00 – 12.59 น.