แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 116 ทำไมถึงตกอับขนาดนี้
เจ้าตามพวกเรามาทำไม กู้เฉินปรายตามองซูเม่ยเอ๋อร์ด้วยความรำคาญ
เรื่องของข้า ข้าตามน้องหลิงหลง ไม่ได้ตามเจ้าเสียหน่อย ซูเม่ยเอ๋อร์ถลึงตาใส่กู้เฉินกลับทันควัน
ได้ยินเช่นนั้น กู้เฉินถึงกับมุมปากกระตุก เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว
หลิงหลงเองก็ไม่ได้ว่ากล่าวอันใด มิหนำซ้ำยังจูงมือซูเม่ยเอ๋อร์เดินไปด้วยกันอย่างสนิทสนม
ไกลออกไป สตรีวัยกลางคนจากสำนักร้อยสำราญมองภาพนั้นด้วยความอ่อนใจ อยากจะตามไปแต่ก็ไม่กล้า นางรู้ดีว่าซูเม่ยเอ๋อร์ย่อมมีผู้พิทักษ์เงาคอยคุ้มกันอยู่ ตระกูลซูไม่มีทางปล่อยให้คุณหนูแก้วตาดวงใจออกมาเพ่นพ่านตามลำพังเป็นแน่
เมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงตัดสินใจหันหลังกลับ อย่างน้อยซูเม่ยเอ๋อร์ก็อยู่กับเย่หนาน ยอดฝีมือระดับพระกาฬผู้นั้น ย่อมปลอดภัยกว่าอยู่กับนางเสียอีก
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นางได้แอบมอบหยกสื่อสารชนิดพิเศษให้ซูเม่ยเอ๋อร์ไว้แล้ว หากมีเหตุฉุกเฉินสามารถติดต่อได้ทันที
เดิมทีคิดว่าซูเม่ยเอ๋อร์จะปฏิเสธ แต่ผิดคาดที่นางยอมรับไว้
เรื่องนี้ทำให้สตรีวัยกลางคนโล่งใจขึ้นเปราะหนึ่ง นางหวังเพียงว่าสำนักร้อยสำราญจะได้กลับมามีสายสัมพันธ์กับตระกูลซูอีกครั้ง
ในอีกด้านหนึ่งของสมรภูมิ
เด็กหนุ่มผู้หนึ่งตะเกียกตะกายขึ้นมาจากกองดินด้วยสภาพดูไม่ได้
เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยฝุ่นโคลน เสื้อผ้าฉีกขาดรุ่งริ่งไม่ต่างจากขอทานข้างถนน
น่ากลัวชะมัด เคราะห์ดีที่ท่านอาจารย์มอบสมบัติคุ้มกายไว้ให้ ไม่อย่างนั้นวันนี้คงได้ไปเฝ้ายมบาลจริงๆ เด็กหนุ่มกัดฟันกรอด จ้องมองเศษซากของสมบัติวิเศษในมือที่แตกละเอียดด้วยความเจ็บใจ
เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นศิษย์ของชายชราลึกลับผู้นั้นนั่นเอง
เขาเพิ่งจะเข้าไปในสุสานได้ไม่นาน ก็ต้องมาเจอกับหายนะระดับล้างบาง ยังนับว่าโชคดีที่เขายังอยู่แค่รอบนอก ไม่ได้ถลำลึกเข้าไปข้างใน
ถึงกระนั้น เขาก็ยังได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
แข็งแกร่งมาก กลิ่นอายระดับนี้ ไม่ด้อยไปกว่าท่านอาจารย์ของข้าเลย เด็กหนุ่มยังคงใจสั่น ขวัญผวาไม่หาย
ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร
มู่เป่ยเฉินก็ตะกายขึ้นมาจากหลุมดินเช่นเดียวกัน
ให้ตายสิ ท่านอาจารย์นี่โหดเหี้ยมชะมัด เล่นเอาข้าเกือบหนีไม่ทัน มู่เป่ยเฉินบ่นอุบ
เมื่อครู่เขาเห็นชัดเจน หนึ่งในคู่ต่อสู้ที่ทำลายล้างสุสานจนราบเป็นหน้ากลอง คือเย่หนาน อาจารย์ของเขานั่นเอง
ณ ศาลาหลังเขา สำนักยู่ฮวา
ชายชราที่กำลังเดินหมากอยู่ จู่ๆ ก็ขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีผุดขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่มันก็เบาบางจนแทบจับสัมผัสไม่ได้ เขาจึงส่ายหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านนั้นออกไป
หือ พวกเจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ ขออภัยด้วย ข้าจดจ่อกับกระดานหมากมากไปหน่อย ชายชราเงยหน้าขึ้นมาเห็นยวี่เซียนและยวี่เซียวจื่อที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างๆ จึงเอ่ยทักด้วยความเกรงใจ
ไม่ ไม่เป็นไรขอรับ ท่านผู้เฒ่าเชิญตามสบาย ยวี่เซียวจื่อรีบฉีกยิ้มตอบ
เจ้าเดินหมากเป็นหรือไม่ หากพอเป็นอยู่บ้าง มาลองประลองปัญญากับข้าสักกระดานไหม ชายชราเอ่ยชวนอย่างเป็นกันเอง
เอ่อ ยวี่เซียวจื่อลังเลใจ ครั้นจะไม่ตอบรับก็กลัวเสียมารยาท ครั้นจะตอบรับก็กลัวฝีมืออันต่ำต้อยของตนจะทำให้อีกฝ่ายหมดสนุก
ไม่ต้องคิดมากหรอก แค่เล่นฆ่าเวลาสนุกๆ ไม่ต้องเครียด ชายชราดูออกถึงความกังวล จึงเอ่ยสำทับ
ถ้าเช่นนั้น ผู้น้อยขอล่วงเกิน เมื่อเห็นชายชรายืนยัน ยวี่เซียวจื่อจึงจำใจนั่งลง
การเดินหมากดำเนินไปอย่างเพลิดเพลินนานหลายชั่วยาม
ในขณะที่ทั้งสองกำลังขับเคี่ยวกันอย่างออกรส ศิษย์เฝ้าประตูผู้หนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาที่ศาลา
เรียนท่านเจ้าสำนัก มีขอทานคนหนึ่งมายืนเอะอะโวยวายอยู่หน้าประตู บอกว่าจะขอพบคน แล้วจะพยายามบุกเข้ามาให้ได้ พวกข้าไม่กล้าตัดสินใจ จึงมารายงานขอรับ ศิษย์ผู้นั้นรายงาน
ขอทาน ยวี่เซียนขมวดคิ้ว
แม้จะกำลังเดินหมาก แต่ยวี่เซียวจื่อและชายชราก็ได้ยินบทสนทนาชัดเจน
สำนักยู่ฮวาแม้ไม่ใช่สำนักใหญ่โตคับฟ้า แต่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่ขอทานจะมาเดินเพ่นพ่านได้
เรื่องนี้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของทุกคน
ยวี่เซียน ลองพาตัวขอทานคนนั้นเข้ามาดูสิ เผื่อเขาจะมีธุระจริงๆ ยวี่เซียวจื่อเอ่ยขึ้น
เจ้าค่ะ ท่านบรรพชน ยวี่เซียนพยักหน้า ก่อนจะหันไปสั่งศิษย์ ไปพาตัวเขามา
ไม่นานนัก ขอทานน้อยในสภาพมอมแมมก็ถูกพาตัวเข้ามา
เมื่อเห็นสภาพเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นเป็นริ้วๆ และเนื้อตัวที่เต็มไปด้วยคราบสกปรก ทุกคนต่างมองด้วยความฉงน
ทว่าชายชรากลับจ้องมองขอทานน้อยผู้นั้นเขม็ง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด
ฝ่ายเด็กหนุ่มเมื่อเห็นชายชรา ความอัดอั้นตันใจก็ระเบิดออกมาทันที
ท่านอาจารย์ ในที่สุดข้าก็เจอท่านแล้ว ข้าเกือบจะไม่ได้กลับมาหาท่านแล้วนะขอรับ ฮือๆๆ เด็กหนุ่มถลาเข้าไปคุกเข่ากอดขาชายชรา ร้องไห้โฮไม่อายใคร
ภาพที่เห็นทำเอาทุกคนตกตะลึงจนตาค้าง
โดยเฉพาะเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ชายชราจึงเพ่งมองดูอีกครั้ง
คราวนี้เขาถึงกับสะดุ้งโหยง
ศิษย์รัก เจ้า ทำไมเจ้าถึงมีสภาพดูไม่ได้เช่นนี้ ชายชรารีบประคองศิษย์รักขึ้นมา
เห็นสภาพลูกศิษย์แล้ว ชายชราถึงกับมุมปากกระตุก
เขาแค่ส่งศิษย์ไปหาประสบการณ์ ขาไปอย่างหล่อ ขากลับทำไมกลายเป็นขอทานไปได้ ชีวิตมันจะรันทดอะไรขนาดนั้น
ยวี่เซียนและยวี่เซียวจื่อที่ยืนฟังอยู่ พอจะจับใจความได้ว่าขอทานน้อยผู้นี้คือศิษย์ที่ชายชราพูดถึง
เล่ามาซิ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ชายชราถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
ท่านอาจารย์ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ขอรับ เด็กหนุ่มเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสุสานให้ฟังอย่างละเอียด
เมื่อได้รับรู้เรื่องราว ทั้งสามคนต่างใจหายวาบ
เป็นไปไม่ได้ สถานที่แบบนั้น ไม่น่าจะมียอดฝีมือระดับนั้นปรากฏตัวขึ้นได้ ชายชราขมวดคิ้ววิเคราะห์
หรือจะเป็นท่านผู้อาวุโสเย่ ยวี่เซียวจื่อและยวี่เซียนสบตากัน ทั้งคู่มีความคิดตรงกันโดยมิได้นัดหมาย
ผู้อาวุโสเย่ คนที่พวกเจ้าพูดถึงน่ะรึ ชายชราหันมาถาม
ท่านผู้เฒ่า ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่ ท่านผู้อาวุโสเย่ได้เข้าไปที่นั่นจริงๆ และหากจะถามว่าใครที่มีความสามารถก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนั้นได้ ข้าก็นึกออกแต่ท่านผู้อาวุโสเย่เพียงคนเดียว ยวี่เซียวจื่อตอบตามตรง
จากคำบอกเล่าของเด็กหนุ่ม การต่อสู้ระดับล้างผลาญเช่นนั้น ในสายตาของยวี่เซียวจื่อ มีเพียงเย่หนานเท่านั้นที่ทำได้
ดูเหมือนว่า คนที่พวกเจ้าพูดถึง จะแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก แววตาของชายชราเป็นประกายด้วยความสนใจใคร่รู้
ในความคิดของเขา เย่หนานน่าจะเป็นยอดคนระดับเดียวกันกับเขา
แค่คิด ชายชราก็รู้สึกตื่นเต้น นานมากแล้วที่เขาไม่ได้พบปะพูดคุยกับยอดฝีมือในระดับเดียวกัน
ในขณะที่กำลังครุ่นคิด หยกสื่อสารที่เอวของยวี่เซียนก็สั่นไหว
นางหยิบขึ้นมาตรวจสอบข้อความ ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมาทันที
ยวี่เซียน มีเรื่องดีอันใดหรือ ยิ้มหน้าบานเชียว ยวี่เซียวจื่อเอ่ยแซว
ท่านผู้เฒ่า ท่านบรรพชน ท่านผู้อาวุโสเย่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ ยวี่เซียนตอบเสียงใส
กลับมาแล้ว ยวี่เซียวจื่อประหลาดใจ ไม่คิดว่าจะกลับมาเร็วขนาดนี้
ชายชราเองก็ตาลุกวาว ตามคำบอกเล่าของศิษย์ การต่อสู้ระดับนั้นไม่น่าจะจบลงรวดเร็วปานนี้
อ้อ ท่านผู้อาวุโสเย่ยังฝากบอกอีกว่า ให้พวกเราเตรียมตัวไปกินสุกี้หม้อไฟด้วยกันเจ้าค่ะ ยวี่เซียนเสริม
เยี่ยม งั้นพวกเรารีบไปช่วยเตรียมของกันเถอะ ให้ท่านผู้อาวุโสเย่ต้องมาทำให้กินอยู่ฝ่ายเดียวมันดูไม่ดี ยวี่เซียวจื่อรีบเร่งยวี่เซียน
พวกเจ้าค่อยๆ ตามมาก็แล้วกัน ข้าขอตัวไปดูหน้าเขาหน่อย ชายชราทนรอไม่ไหว
ฟุ่บ
ยังไม่ทันที่ยวี่เซียวจื่อจะทันได้ทักท้วง
ชายชราก็คว้าตัวศิษย์รัก กลายเป็นลำแสงพุ่งทะยานตรงไปยังยอดเขาทักษิณทันที
ยวี่เซียวจื่อและยวี่เซียนมองตามหลังไปด้วยสายตาอิจฉา
อยากจะบินได้แบบนั้นบ้างเหลือเกิน