แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 134 อ๊าก! ข้าจะแลกชีวิตกับเจ้า!
เมื่อได้ยินวาจาโอหังของชายชราผู้ถือดาบ เหมียวอินและเหมียวสยงต่างมีสีหน้าโกรธแค้นจนแทบกระอักโลหิต
ทว่าด้วยความห่างชั้นของพลังฝีมือ พวกเขาทำได้เพียงจ้องมองตาขวางด้วยความคับแค้นใจเท่านั้น
ในขณะที่เหมียวอินกำลังจะหันหลังกลับเข้าไปตามเย่หนานในเรือนพัก
ทุกคนพลันเห็นเย่หนานเดินดุ่ม ๆ ออกมาจากซากปรักหักพังของเรือนที่ถูกผ่าครึ่งด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด
มารดามันเถอะ! ตัวไหนวะ ตัวไหนมันบังอาจมาผ่าฟืนตอนบิดากำลังกินข้าว เกือบจะผ่าโดนหัวข้าอยู่แล้วเชียว!เย่หนานเดินก่นด่าออกมาตลอดทาง
เมื่อเห็นเย่หนานปรากฏตัว เหมียวอิน เหมียวสยง และคนตระกูลเหมียวต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ท่านพ่อ มันนั่นแหละขอรับบนเรือเหาะของตระกูลเซวีย ชายหนุ่มร่างกำยำรีบชี้มือไปที่เย่หนาน พลางกระซิบกระซาบบอกผู้นำตระกูลเซวียผู้เป็นบิดา
สิ้นเสียงนั้น สายตาของยอดฝีมือจากสามขุมกำลังใหญ่ต่างหรี่ลง จ้องมองสำรวจเย่หนานเป็นตาเดียว
แต่ไม่ว่าจะพิจารณาอย่างไร เย่หนานก็ดูเหมือนผู้ฝึกตนขอบเขตกลั่นลมปราณธรรมดา ๆ ไม่ผิดเพี้ยนไปจากที่คนของตนมารายงานแม้แต่น้อย
วินาทีนั้น แววตาของทุกคนพลันลุกโชนไปด้วยความโลภ
เพียงแค่ขอบเขตกลั่นลมปราณหากครอบครองสมบัติวิเศษชิ้นนั้นยังสามารถสังหารยอดฝีมือขอบเขตนภาเร้นลับได้ หากสมบัตินั้นตกมาอยู่ในมือพวกเขา อานุภาพจะมหาศาลเพียงใด
ชั่วพริบตา บรรยากาศโดยรอบพลันตึงเครียดขึ้นมาถนัดตา สามขุมกำลังต่างเริ่มระแวดระวังซึ่งกันและกัน เกรงว่าใครจะชิงลงมือตัดหน้า
ท่านประมุข ท่านบรรพชน พวกท่านช่วยถ่วงเวลาคนตระกูลหงและตระกูลเซวียไว้ก่อน ข้าจะอาศัยจังหวะนี้ไปจับตัวไอ้เด็กนั่นมาเองต่งหวายกระซิบเสียงเบาข้างหูต่งหวางและบรรพชนตระกูลต่ง
ตกลงบรรพชนตระกูลต่งพยักหน้าเห็นด้วย
เขาค่อนข้างวางใจในตัวต่งหวาย หากวัดกันที่พลังฝีมือในหมู่ผู้อาวุโสของทั้งสามตระกูล ต่งหวายนับว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด
ฝ่ายเย่หนาน เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจคำด่าของตน สีหน้าก็ยิ่งบูดบึ้งดำทะมึนลงไปอีก
ผู้อาวุโส…เหมียวอินตั้งท่าจะเอ่ยปากอธิบาย
ทว่าเย่หนานกลับยกมือห้ามแล้วกล่าวตัดบททันทีรอข้าจัดการธุระเสร็จค่อยว่ากัน
เฮ้ย! เมื่อกี้ใครเป็นคนฟันดาบลงมา โผล่หัวออกมาหาบิดาเดี๋ยวนี้!เย่หนานกัดฟันกรอด กวาดตามองไปยังกลุ่มคนจากสามตระกูลด้วยความเดือดดาล
ไอ้หนู เป็นเจ้าสินะที่ปล้นเรือเหาะและแหวนมิติของคนตระกูลข้าไปบรรพชนตระกูลเซวียผู้ถือดาบจ้องมองเย่หนานด้วยสายตาเหยียดหยาม
ปล้นเย่หนานชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหลือบไปเห็นชายหนุ่มร่างกำยำข้างกายชายชรา จึงเข้าใจเรื่องราวในทันที
อ๋อ… จะมาแก้แค้นให้พวกมันว่างั้นเถอะ งั้นไอ้ดาบเมื่อกี้นี้ ฝีมือเจ้าใช่หรือไม่เย่หนานหรี่ตาจ้องเขม็งไปที่บรรพชนตระกูลเซวีย
หากเจ้ายอมมอบสมบัติวิเศษชิ้นนั้นออกมา ข้าอาจจะพิจารณาละเว้นชีวิตเจ้าสักครั้งบรรพชนตระกูลเซวียเอ่ยข่มขู่
ฮึ! ไอ้หนู หากเจ้ามอบให้ตระกูลหงของข้า ข้าไม่เพียงจะไว้ชีวิตเจ้า แต่จะรับเจ้าเข้าตระกูล ให้การคุ้มครองเจ้าอย่างดีบรรพชนตระกูลหงถลึงตาใส่คู่แข่ง ก่อนจะรีบยื่นข้อเสนอตัดหน้า
พวกเจ้าไม่ต้องมาแย่งกัน มันฆ่าหลานชายข้า วันนี้มันต้องตายสถานเดียว! อย่าคิดว่ามีสมบัติวิเศษฆ่าพวกนภาเร้นลับได้แล้วจะลำพองใจไป เพียงแค่นภาเร้นลับข้าตบฝ่ามือเดียวก็ตายเป็นเบือแล้วบรรพชนตระกูลต่งคำรามด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
พอได้แล้ว! หยุดพล่ามกันเสียที ข้าถามว่าเมื่อกี้ใช่ตาเฒ่าอย่างเจ้าหรือเปล่าที่ฟันดาบใส่ข้าเย่หนานยังคงจดจ้องไปที่บรรพชนตระกูลเซวียไม่วางตา
เห็นเย่หนานยังคงยึดติดกับคำถามเดิม บรรพชนทั้งหลายต่างขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ
มีเพียงเหมียวอินและเหมียวสยงเท่านั้นที่ค่อย ๆ พาทุกคนถอยฉากออกมาอย่างเงียบเชียบ
ถ้าเป็นฝีมือข้าแล้วจะทำไมบรรพชนตระกูลเซวียเชิดหน้ามองเย่หนานอย่างท้าทาย เขาอยากจะรู้นักว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนขอบเขตกลั่นลมปราณจะมีปัญญาทำอะไรเขาได้
ดี เป็นฝีมือเจ้าก็ดี!เย่หนานแสยะยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว
ตูม!
วินาทีถัดมา พื้นดินใต้เท้าของเย่หนานระเบิดกระจุย
ร่างของเขาหายวับไปกับตา ชั่วพริบตาก็ไปโผล่ที่เบื้องล่างของบรรพชนตระกูลเซวีย
ยังไม่ทันที่ชายชราจะทันได้ตอบสนอง เขาก็รู้สึกเหมือนข้อเท้าถูกคีมเหล็กขนาดมหึมาบีบจนแน่น
ไม่เพียงเท่านั้น ร่างกายของเขายังเสียสมดุล โลกทั้งใบหมุนคว้างตาลายไปหมด
เมื่อเท้าสัมผัสพื้น เย่หนานไม่รอช้า เหวี่ยงร่างของบรรพชนตระกูลเซวียฟาดลงกับพื้นดินอย่างแรง
ตึง! ตึง! ตึง!
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ จนทุกคนตั้งตัวไม่ติด
เมื่อได้สติ ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือร่างของบรรพชนตระกูลเซวียที่ถูกเย่หนานจับเหวี่ยงฟาดพื้นซ้ายทีขวาทีราวกับตุ๊กตาผ้า
ครืนนน...
พื้นดินรอบกายเย่หนานแตกร้าวเป็นวงกว้าง ทว่าบรรพชนตระกูลเซวียกลับยังไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่แอะเดียว
แต่แววตาของชายชรากลับอัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ
โอ้โห! สมกับเป็นร่างกายของผู้ขอบเขตเทพปฐพีหนังหนาใช้ได้เลยนี่หว่าเย่หนานมองชายชราที่กัดฟันเงียบด้วยความประหลาดใจ
ว่าแล้วเขาก็เพิ่มแรงเหวี่ยงขึ้นอีกหลายส่วน
ตึง! ตึง! ตึง!
ภาพความรุนแรงตรงหน้าทำเอาทุกคนหนังตากระตุก
ต่งหวายถึงกับสะดุ้งโหยง รีบชักเท้าที่ก้าวออกไปกลับมาแทบไม่ทัน
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ไม่ใช่แค่เขา แม้แต่ผู้นำตระกูลและบรรพชนอีกสองท่านที่เหลือ ต่างพากันถอยกรูดด้วยความตื่นตระหนก
ทุกคนจ้องมองเย่หนานด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
นั่นคือยอดฝีมือขอบเขตเทพปฐพีเชียวนะ! แต่กลับถูกจับฟาดพื้นเล่นเหมือนของเล่นไร้ราคา
อ๊ากกก...
ในที่สุด บรรพชนตระกูลเซวียก็ทนไม่ไหว แหกปากร้องโหยหวนออกมา
คราแรกเขาคิดว่าตนเองประมาทจึงถูกลอบโจมตี
แต่มาถึงตอนนี้เขาซึ้งแก่ใจแล้วว่า เย่หนานแข็งแกร่งกว่าเขาจริง ๆ หาใช่การลอบกัดไม่
เพราะไม่ว่าเขาจะดิ้นรนขัดขืนอย่างไร ก็ไม่อาจสลัดหลุดจากฝ่ามือเหล็กของเย่หนานไปได้เลย
อ๊าก... ข้าจะแลกชีวิตกับเจ้า!บรรพชนตระกูลเซวียที่ถูกฟาดจนร่างอาบเลือด เสื้อผ้าขาดวิ่นตะโกนก้อง
สิ้นเสียงคำราม พลังปราณอันมหาศาลก็ระเบิดออกจากร่างของชายชรา กระแทกใส่เย่หนานระลอกแล้วระลอกเล่า
รัศมีทำลายล้างแผ่ขยายไปไกลหลายร้อยเมตร พื้นดินแตกระแหง สิ่งปลูกสร้างและตำหนักน้อยใหญ่ของตระกูลเหมียวพังทลายลงราบเป็นหน้ากลอง
ทว่าพลังทำลายล้างระดับนี้ สำหรับเย่หนานแล้ว กลับรู้สึกเหมือนแค่โดนสะกิดคัน ๆ เท่านั้น
เห็นบรรพชนตระกูลเซวียคลุ้มคลั่งระเบิดพลัง ทุกคนต่างรีบถอยหนีเอาตัวรอด มีเพียงบรรพชนตระกูลหงและตระกูลต่งที่ยังคงลอยตัวอยู่กลางอากาศ
ทว่าสายตาที่มองไปยังศูนย์กลางการระเบิดนั้นเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
สองผู้เฒ่าสบตากัน
ตอนนี้พวกเขาตระหนักแล้วว่า ที่ผ่านมาพวกเขาประเมินพลาดไปถนัดใจ
ที่คิดว่าเย่หนานใช้สมบัติวิเศษสังหารคนนั้นผิดมหันต์
ความจริงคือเย่หนานอาจมีสมบัติวิเศษก็จริง แต่ตัวตนของเขานั้นแข็งแกร่งเหนือจินตนาการ พวกเขาถูกกลิ่นอายขอบเขตกลั่นลมปราณจอมปลอมนั่นหลอกเข้าเต็มเปา
ตูมมม…
ท่ามกลางฝุ่นควัน เสียงระเบิดปะปนกับเสียงร้องโหยหวนยังคงดังต่อเนื่อง
ทำอย่างไรดีบรรพชนตระกูลหงหันไปถาม
ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว มาถึงขั้นนี้มีแต่ต้องเสี่ยงตายกันสักตั้ง พวกเรารวมพลังสามรุมหนึ่ง ยังไม่แน่ว่าจะแพ้!บรรพชนตระกูลต่งตัดสินใจเด็ดขาด
วูบ!
สิ้นคำ ทวนยาวเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือบรรพชนตระกูลหง
ส่วนบรรพชนตระกูลต่งเรียกค้อนยักษ์ทรงกลมออกมาถือกระชับมั่น
ฆ่า!
ทั้งสองไม่รอช้า พุ่งทะยานฝ่าฝุ่นควันเข้าใส่เย่หนานทันที
ฝ่ายเย่หนานกำลังฟาดคนอย่างเมามัน ไม่ได้สังเกตเลยว่ามีศัตรูอีกสองคนกำลังพุ่งเข้ามาลอบสังหารจากด้านหลัง
ฟึ่บ! ฟึ่บ!
สองเงาร่างปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเย่หนานในพริบตา
เมื่อเห็นว่าเย่หนานไม่มีทีท่าจะรู้ตัว ไร้ซึ่งการป้องกันใด ๆ
โอกาสงาม!บรรพชนตระกูลต่งแสยะยิ้มเหี้ยม
เคร้ง!
ค้อนยักษ์ในมือบรรพชนตระกูลต่งฟาดลงกลางกบาลของเย่หนานเต็มแรง
ในเวลาเดียวกัน ปลายทวนของบรรพชนตระกูลหงก็แทงฉึกเข้าที่กลางแผ่นหลังของชายหนุ่ม
ทว่าวินาทีถัดมา ทั้งสองกลับต้องยืนตะลึงงัน
เพราะเย่หนานกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย ในจินตนาการของพวกเขา หัวของเย่หนานควรจะเละเป็นแตงโมตกพื้นไปแล้ว
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ อาวุธวิเศษของพวกเขากลับบิดเบี้ยวผิดรูป โดยเฉพาะค้อนยักษ์ของบรรพชนตระกูลต่งที่ยุบลงไปเป็นหลุมลึก
หือเย่หนานที่ถูกลอบโจมตีชะงักกึก หยุดมือจากการฟาดคนแล้วหันกลับมามองด้วยความมึนงง