แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 144 แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ไม่ว่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งระดับนภาเร้นลับหรือสัตว์อสูรระดับต่ำ ต่างพากันรายล้อมอยู่รอบทิศจนมืดฟ้ามัวดิน
ภาพที่ปรากฏช่างน่าตื่นตะลึงยิ่งนัก เหล่าสัตว์อสูรเหล่านี้มิได้แสดงท่าทีดุร้ายโจมตีพวกเย่หนาน และมิได้ห้ำหั่นกันเอง บรรยากาศช่างกลมเกลียวและสงบเงียบอย่างน่าประหลาด
เหมียวอินและเหมียวชิงอีเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นฉากเช่นนี้มาก่อน ดวงตาของพวกนางเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ
เอาล่ะ เตรียมของครบแล้ว มาเริ่มปาร์ตี้ปิ้งย่างกันเถอะเย่หนานคลี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเริ่มลงมือสาละวนอยู่หน้าเตา
เย่หนานเห็นฝูงสัตว์อสูรรอบด้านมานานแล้ว แต่เขาก็หาได้ใส่ใจไม่
เมื่อได้ยินเสียงเย่หนาน สองสาวจึงได้สติ รีบเข้ามาช่วยหยิบจับข้าวของ แม้จะดูเก้ ๆ กัง ๆ ไปบ้างก็ตาม
พวกเจ้านั่งรอเถอะ ข้าจัดการเองเย่หนานเห็นท่าทางเงอะงะของพวกนางแล้วก็อดส่ายหน้าไม่ได้
ท… ท่านผู้อาวุโส พ… พวกข้า…เหมียวอินพูดตะกุกตะกักทำตัวไม่ถูก
ไม่เป็นไร นั่งรอเฉย ๆ เถอะ คอยดูข้าแสดงฝีมือก็พอเย่หนานไม่ได้ถือสากับความประหม่าของพวกนาง
เมื่อเย่หนานยืนยันเช่นนั้น สองสาวจึงทำได้เพียงยืนสงบเสงี่ยมรอคอยอยู่ด้านข้าง
ซู่ ซู่…
ทันทีที่เนื้อสัมผัสกับตะแกรงย่าง กลิ่นหอมหวลชวนน้ำลายสอพลันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
หอมเหลือเกินเจ้าค่ะ!เหมียวอินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม
เหมียวชิงอีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ลอบกลืนน้ำลายลงคอ
พวกนางไม่ได้แตะต้องอาหารมาเนิ่นนาน ปกติแม้อาหารเลิศรสเพียงใดก็ไม่อาจดึงดูดความสนใจได้ แต่กลิ่นเนื้อย่างฝีมือเย่หนานกลับปลุกความอยากอาหารของพวกนางให้ตื่นขึ้นจนแทบอดใจไม่ไหว อยากจะพุ่งเข้าไปลิ้มลองเสียเดี๋ยวนี้
แม้แต่สัตว์อสูรที่รายล้อมอยู่รอบนอก ต่างก็สูดดมกลิ่นหอมนั้น สายตาจับจ้องมาที่เตาย่างของเย่หนานเป็นตาเดียว
ทว่าไม่มีสัตว์อสูรตัวใดกล้าล่วงล้ำเข้ามาในรัศมีของแสงสีฟ้าแม้แต่ก้าวเดียว
เอาล่ะ ชุดนี้สุกได้ที่แล้ว พวกเจ้ากินก่อนเลย เดี๋ยวข้าย่างต่อเย่หนานคีบเนื้อย่างใส่กะละมังใบใหญ่จนพูน ส่งให้สองสาว
ขอบคุณท่านผู้อาวุโสเจ้าค่ะเหมียวอินและเหมียวชิงอีเอ่ยขอบคุณพร้อมกัน
จากนั้นต่างคนต่างหยิบไม้เสียบเนื้อขึ้นมาทาน
เพียงคำแรกที่สัมผัสลิ้น ดวงตาของทั้งสองก็เป็นประกายวิบวับ
แม้จะไม่ได้เอ่ยปากชมเปาะไม่หยุด แต่ความเร็วในการกินที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็เป็นเครื่องพิสูจน์รสชาติได้เป็นอย่างดี หากไม่ใช่เพราะเกรงใจเย่หนานที่อยู่ข้าง ๆ ป่านนี้พวกนางคงสวาปามอย่างมูมมามไปแล้ว
ในขณะที่ทั้งสามกำลังเพลิดเพลินกับมื้ออาหาร
เงาร่างสีดำเล็กจ้อยร่างหนึ่ง ก็ก้าวเท้าเข้ามาในอาณาเขตแสงสว่าง
มันคือลูกสุนัขตัวน้อยสีดำขลับ ทว่าบนศีรษะกลับมีปุ่มเนื้อเล็ก ๆ สองปุ่มนูนขึ้นมา หากไม่สังเกตให้ดีคงมองไม่เห็น
เจ้าตูบน้อยสีดำที่เพิ่งเข้ามา เงยหน้ามองลูกแก้วสีฟ้ากลางเวหาแวบหนึ่ง
แววตาของมันฉายแววดูแคลนมนุษย์และสิ่งรอบข้างอย่างชัดเจน
โดยไม่คิดอะไรมาก เจ้าหมาน้อยจ้องมองเนื้อย่างในกะละมังของสองสาว แลบลิ้นเลียริมฝีปากแผล็บ ๆ แล้วกระดิกหางดุ๊กดิ๊กเดินตรงเข้าไปหา
เย่หนานกำลังยุ่งอยู่หน้าเตา ส่วนสองสาวก็กำลังดื่มด่ำกับรสชาติเนื้อย่าง จึงไม่มีใครสังเกตเห็นสัตว์อสูรตัวจ้อยที่ย่างกรายเข้ามาใกล้
เจ้าหมาดำเดินมาหยุดอยู่ที่ข้างกะละมังใส่เนื้อย่างซึ่งวางอยู่บนพื้นข้างกายเหมียวอิน
มันเงยหน้ามองสองสาวแวบหนึ่ง คิ้วขมวดมุ่นอย่างมีจริตจะก้าน ราวกับไม่พอใจที่ไม่มีใครเชื้อเชิญมันกินด้วย
แต่กระนั้นมันก็ไม่สนใจ มุดหัวลงไปในกะละมังใส่เนื้อย่างอย่างไม่เกรงใจ แล้วจัดการสวาปามอย่างเอร็ดอร่อย
ฝีมือของท่านผู้อาวุโสเย่ยอดเยี่ยมหาใดเปรียบเจ้าค่ะเหมียวอินที่เพิ่งกินหมดไปหนึ่งไม้ หันไปเยินยอเย่หนาน
ก็งั้น ๆ แหละ เมื่อก่อนว่าง ๆ ข้าก็ฝึกทำทุกวัน พอถูไถไปได้เย่หนานยืดอกรับคำชมด้วยความภูมิใจเล็ก ๆ
เหมียวชิงอีไม่ได้พูดอะไร แต่ปากก็เคี้ยวตุ้ย ๆ ไม่หยุด
จังหวะที่เหมียวอินยื่นมือจะไปหยิบเนื้อย่างไม้ต่อไปจากกะละมัง นางก็ต้องชะงัก
เพราะมือนางสัมผัสโดนวัตถุนุ่มนิ่มขนปุกปุยบางอย่าง
เหมียวอินขมวดคิ้ว ก้มลงมองดู
เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในกะละมัง นางก็ต้องตะลึงงัน
เจ้าหมาน้อยรู้สึกว่ามีคนมาจับตัว ก็เงยหน้าขึ้นมองเหมียวอิน สีหน้าแสดงความหงุดหงิดที่ถูกรบกวนเวลากิน
หือ ลูกสุนัขมาจากไหนกัน น่ารักจังเลยเหมียวอินไม่ได้คิดอะไรมาก นางยื่นมือออกไปหมายจะอุ้มเจ้าหมาดำขึ้นมา
ได้ยินเสียงเหมียวอิน ทั้งเหมียวชิงอีและเย่หนานต่างหันมามอง และก็ต้องแปลกใจเช่นกัน
เย่หนานนั้นรู้สึกเฉย ๆ แต่สีหน้าของเหมียวชิงอีกลับเปลี่ยนไปทันที
เมื่อเห็นเหมียวอินกำลังจะอุ้มเจ้าหมาดำ เหมียวชิงอีรีบร้องห้ามเสียงหลงคุณหนู! อย่าแตะต้องมัน!
เหมียวอินชะงักมือค้างด้วยความตกใจ
ฟึ่บ!
วินาทีต่อมา เหมียวชิงอีไม่รอให้เหมียวอินเอ่ยถาม นางคว้าข้อมือคุณหนูแล้วดึงตัวถอยฉากมายืนข้างเย่หนานอย่างรวดเร็ว
ผู้อาวุโสชิงอี เกิดอะไรขึ้นหรือเหมียวอินถามด้วยความงุนงง
คุณหนู ท่านลองตรองดูเถิด แม้แต่สัตว์อสูรระดับนภาเร้นลับยังไม่กล้าย่างกรายเข้ามา แต่ลูกสุนัขตัวนี้กลับโผล่มาดื้อ ๆ ท่านคิดว่ามันปกติหรือเหมียวชิงอีอธิบายเสียงเครียด
ประโยคนี้ นางจงใจพูดให้เย่หนานได้ยินด้วย เพราะนางไม่แน่ใจว่าเย่หนานรู้ตัวหรือไม่ จึงตัดสินใจเตือนไว้ก่อน
และก็เป็นดังคาด… พอได้ยินเหมียวชิงอีทักท้วง เหมียวอินก็ได้สติ สันหลังเย็นวาบขึ้นมาทันที นางเกือบถูกรูปลักษณ์ภายนอกของเจ้าหมาดำหลอกเข้าให้แล้ว
ฝ่ายเย่หนานหาได้สนใจว่าเจ้าหมาดำจะเป็นตัวอะไร
แต่สีหน้าของเขาบูดบึ้งถึงขีดสุด เมื่อเห็นว่าเนื้อย่างร้อน ๆ ที่เพิ่งย่างเสร็จและเขายังไม่ได้กินสักคำ ถูกหมาที่ไหนไม่รู้มาแย่งกินหน้าตาเฉย
ไอ้หมาบ้า! ถอยไปเลยนะเว้ย!เย่หนานพุ่งเข้าไปแย่งกะละมังเนื้อย่างกลับมา
เมื่ออาหารตรงหน้าถูกแย่งไป เจ้าหมาดำก็แยกเขี้ยวขู่คำรามใส่เย่หนาน
โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!เจ้าตัวเล็กเห่ากระโชกใส่เย่หนานไม่ยั้ง
ทว่าท่าทางโกรธเกรี้ยวของมัน ยิ่งดูยิ่งน่ารักน่าเอ็นดู
เห่าหาอะไร กินของข้าแล้วยังกล้าเห่า เชื่อไหมว่าข้าจะจับเจ้ามาย่างกินแทนเย่หนานข่มขู่เจ้าหมาน้อย
ได้ยินคำขู่ของเย่หนาน เจ้าหมาดำกลับทำหน้าเยาะเย้ย ไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
โอ้โห! ทำซ่ารึเย่หนานเป็นคนพูดจริงทำจริง เขาเอื้อมมือไปคว้าคอเจ้าหมาน้อยทันที
แต่สิ่งที่น่าแปลกคือ เจ้าหมาน้อยกลับไม่ขัดขืน ปล่อยให้เย่หนานใช้เชือกมัดขาทั้งสี่ของมันอย่างง่ายดาย
เห็นพฤติกรรมที่เหมือนมนุษย์ของเจ้าหมาดำ สองสาวต่างลอบตระหนกในใจ
ในสัมผัสของพวกนาง นี่คือหมาธรรมดาตัวหนึ่ง
แต่จากสถานการณ์ตรงหน้า มันย่อมไม่ใช่หมาธรรมดาแน่
เย่หนานเองก็ชะงักไปเล็กน้อยกับปฏิกิริยาของมัน
เดี๋ยวรู้กันว่ายังจะซ่าออกไหมเย่หนานโมโหจัด
หลังมัดขาเสร็จ เขาก็เอาไม้สอดกลางตัวหิ้วมันขึ้นมา แล้วเดินดุ่ม ๆ ตรงไปยังกองไฟ
ท่านผู้อาวุโส…เห็นเย่หนานทำท่าเอาจริง เหมียวอินก็ร้องห้าม
แต่ยังไม่ทันได้พูดจบ เหมียวชิงอีก็รีบเอามือปิดปากนางไว้
เราดูอยู่เฉย ๆ เถอะ ท่านผู้อาวุโสย่อมมีเหตุผลเหมียวชิงอีกระซิบ
เหมียวอินจึงจำต้องสงบปากสงบคำ
แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความกังวล
สุนัขตัวเล็กน่ารักขนาดนี้ สตรีใดเห็นก็ย่อมใจอ่อน
แต่ประเด็นคือเย่หนานนั้นคาดเดาอารมณ์ยาก ไม่รู้ว่าแกล้งขู่หรือเอาจริง
ความจริงแล้วเย่หนานก็ไม่ได้คิดจะย่างมันจริง ๆ หรอก แค่จะขู่ให้เจ้าหมาขี้ขโมยนี่กลัวเล่น ๆ ระบายความแค้นในใจเท่านั้น