แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 148 ข้าก็เป็นปาป๊าของเจ้าไง
เมื่อเห็นท่าทีที่ไร้ความเกรงกลัวของเย่หนาน เหมียวอินและเหมียวชิงอีต่างก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วน
แม้เหมียวฉานจะมิได้เอ่ยปากตำหนิ แต่แววตาของนางก็ฉายชัดถึงความไม่พอใจ
ทว่าเย่หนานหาได้ใส่ใจสายตาเหล่านั้นไม่ เขาทำตัวสบาย ๆ ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
วิหคยักษ์ขนสีเทาค่อย ๆ ร่อนลงจอดบนพื้น เย่หนานและสองสาวก้าวเท้าขึ้นไปยืนบนหลังของมันอย่างมั่นคง
ประหลาดนัก… เจ้าหนุ่มนี่ไม่ยักจะโดนเสี่ยวฮุยสะบัดตกจากหลังเหมียวฉานลอบมองด้วยความฉงน
เสี่ยวฮุยคือนามของวิหคยักษ์ตัวนี้
นอกจากระดับสูงของสำนักแล้ว คนนอกแทบไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้เสี่ยวฮุยได้เลย ยิ่งเรื่องขึ้นไปขี่บนหลังยิ่งไม่ต้องพูดถึง
อาจเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากกฎของสำนัก เสี่ยวฮุยจึงไม่ชอบสุงสิงกับผู้ฝึกตนภายนอก หากมีใครกล้าเข้าใกล้มันมักจะแสดงความเกรี้ยวกราดออกมาทันที โดยเฉพาะกับคนที่มีระดับพลังต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างเย่หนานที่อยู่เพียงขอบเขตกลั่นลมปราณ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม เสี่ยวฮุยสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด ยอมให้เย่หนานเหยียบย่ำบนศีรษะและแผ่นหลังของมันโดยไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านใด ๆ
นกตัวใหญ่ดีแฮะ ถ้าข้ามีสักตัวก็คงดีเย่หนานเปรยขึ้นด้วยความอิจฉา
ท่านผู้อาวุโส ที่สำนักของข้ามีสัตว์อสูรพาหนะอยู่มากมาย หากท่านต้องการ ท่านสามารถไปเลือกได้เลยเจ้าค่ะ เพียงแต่… สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งระดับเสี่ยวฮุยนั้นมีอยู่เพียงไม่กี่ตัว และส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์เลี้ยงส่วนตัวของระดับสูงเจ้าค่ะเหมียวอินรีบเสนอ
จริงรึ เยี่ยมไปเลย! ไม่ต้องเก่งกาจอะไรมากก็ได้ ขอแค่เชื่องและบินได้ก็พอดวงตาของเย่หนานลุกวาวด้วยความหวัง
ในแหวนมิติของเขายังมีเรือเหาะที่ยึดมาได้อีกหลายลำ แต่การได้ขี่สัตว์อสูรเหาะเหินเดินอากาศย่อมเท่กว่าเป็นไหน ๆ
หลังจากเดินทางด้วยความเร็วสูงอยู่หลายชั่วยาม ในที่สุดคณะเดินทางก็มาถึงเขตแดนชั้นนอกของสำนักเหมียวอิน
เอาล่ะ พวกเรารออยู่ตรงนี้สักครู่ ข้าส่งกระแสจิตแจ้งท่านเจ้าสำนักแล้ว ส่วนเรื่องที่เขาจะได้รับอนุญาตให้เข้าไปหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านเจ้าสำนักเมื่อร่อนลงจอด เหมียวฉานก็หันมาบอกเย่หนานเสียงเรียบ
ตกลงเหมียวอินพยักหน้ารับโดยไม่โต้แย้ง
ส่วนเจ้าเสี่ยวฮุยนั้น เมื่อส่งผู้โดยสารเสร็จ มันก็กระพือปีกบินจากไปทันที
รอเพียงไม่นาน ขบวนต้อนรับอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรก็เดินออกมาจากประตูสำนัก
นำขบวนโดยสตรีวัยกลางคนในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ นางคือเหมียวฉางอันเจ้าสำนักเหมียวอิน เคียงข้างนางคือหญิงชราท่าทางเคร่งขรึม นามว่าเหมียวเฉิงเทียนผู้อาวุโสรองของสำนัก
ด้านหลังของทั้งสอง ยังมีเหล่าผู้อาวุโสหญิงอีกนับสิบคนติดตามมา ล้วนแต่เป็นระดับสูงของสำนักเหมียวอินทั้งสิ้น
ชื่อของเหมียวเฉิงเทียนและเหมียวฉางอันนั้นฟังดูคล้ายชื่อบุรุษ แต่ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร หาได้มีใครใส่ใจเรื่องชื่อแซ่ไม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือพลังฝีมือ
คารวะท่านเจ้าสำนักเหมียวฉาน เหมียวอิน และเหมียวชิงอี รีบประสานมือทำความเคารพอย่างนอบน้อม
เฮ้… หวัดดี! หวัดดี!เย่หนานฉีกยิ้มกว้าง ยกมือโบกทักทายอย่างเป็นกันเอง
เห็นกิริยาของเย่หนาน มุมปากของเหมียวฉานกระตุกยิก ๆ
อืมเหมียวฉางอันพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเบนสายตามาจ้องมองเย่หนาน
เจ้าหรือ คือคนที่ชื่อเย่หนานเหมียวฉางอันขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปที่พวงปลาสดที่ยังดิ้นกระแดว์ ๆ อยู่ข้างเอวของชายหนุ่ม
ความประทับใจแรกพบช่างติดลบยิ่งนัก
ยังไม่ทันที่เย่หนานจะได้ตอบโต้ หญิงชราข้างกายเจ้าสำนัก หรือผู้อาวุโสรองเหมียวเฉิงเทียน ก็ตวาดแทรกขึ้นมาเสียงดัง
ฮึ! ไอ้ผู้ชายสกปรกโสโครกมาจากไหน รีบไสหัวออกไปจากสำนักเดี๋ยวนี้! มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าให้ตายไร้ที่ฝัง!
สิ้นเสียงตวาด เหมียวฉานยังพอทำใจดีสู้เสือได้ แต่เหมียวอินและเหมียวชิงอีใจหายวาบ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เหมียวฉางอันเองก็ขมวดคิ้วเมื่อถูกเหมียวเฉิงเทียนแย่งบทพูด แม้จะรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยห้ามปราม
นางเองก็อยากจะดูท่าทีและทดสอบฝีมือของเย่หนานเช่นกัน
เหมียวชิงอีได้รายงานเรื่องราวทั้งหมดแล้ว นางเชื่อว่าเหมียวชิงอีไม่มีทางกล้าโกหก
หากเรื่องที่เย่หนานสังหารยอดฝีมือระดับเทพปฐพีเป็นความจริง เช่นนั้นเย่หนานต้องซ่อนเร้นระดับพลังที่แท้จริงเอาไว้อย่างแนบเนียน เขาไม่มีทางเป็นแค่ขอบเขตกลั่นลมปราณแน่
อีกอย่าง การที่ชายแปลกหน้าพยายามเข้าหาเหมียวอิน อาจมีแผนการร้ายแอบแฝง ในฐานะเจ้าสำนัก นางต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ
ทางด้านเย่หนาน เมื่อจู่ ๆ ก็โดนด่าเปิงตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้าประตู
เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่คิ้วจะขมวดเข้าหากัน จ้องหน้าเหมียวเฉิงเทียนกลับด้วยความไม่พอใจ
ยายเฒ่า! นี่หรือคือการต้อนรับแขกของสำนักเจ้า เจ้าบอกให้บิดาไสหัวไป บิดาก็จะไม่ไป! บิดาจะเข้าไปเดินเล่นข้างใน ใครจะทำไม
คำผรุสวาทของเย่หนานทำให้สถานการณ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้ว ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกจนยากจะแก้ไข
ท่านอาจารย์…เหมียวอินรีบก้าวออกมาหมายจะช่วยเจรจา
ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยประโยคถัดไป ฝ่ามือข้างหนึ่งก็กดลงบนไหล่ของนาง
วูบ!
พริบตานั้น ร่างกายของเหมียวอินสั่นสะท้าน นางถูกพลังที่มองไม่เห็นตรึงร่างเอาไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้
แม้แต่จะอ้าปากพูดก็ยังทำไม่ได้ ได้แต่กลอกตามองด้วยความน้อยใจ น้ำตาคลอเบ้า
เฮ้อ! เด็กโง่ เจ้าอยู่เฉย ๆ คอยดูเงียบ ๆ เถิด เจ้าหนุ่มนี่ดูท่าจะไม่ใช่คนดีอะไร ท่านเจ้าสำนักและผู้อาวุโสรองมีวิจารณญาณพอ อย่างมากก็แค่สั่งสอนเขาสักหน่อย แล้วก็คงปล่อยไปเหมียวฉานกระซิบปลอบโยน
คนที่ลงมือสะกดจุดเหมียวอินก็คือเหมียวฉานนั่นเอง
เจตนาของนางคือต้องการปกป้องเหมียวอินจากผู้ชายที่อาจเข้ามาหลอกลวง
สามหาว! หากไม่สั่งสอนเจ้าให้รู้สำนึก เจ้าคงไม่รู้ว่าที่นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพียงใด!
เมื่อได้ยินวาจาโอหังของเย่หนาน เหมียวเฉิงเทียนก็ระเบิดโทสะ กลิ่นอายแห่งขอบเขตเทพปฐพีขั้นที่ห้า พวยพุ่งออกมาจากร่างราวกับพายุคลั่ง
แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่เย่หนาน
ตูม!
พื้นดินใต้เท้าของเย่หนานระเบิดออก ยุบตัวลงไปทันที
ขาทั้งสองข้างของเขาจมลงไปในดิน แต่ร่างของเขายังคงยืนตระหง่าน เหยียดตรงราวกับหอกที่ปักลงภูผา ไม่ไหวติงแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าเย่หนานไม่สะทกสะท้านต่อแรงกดดัน ซ้ำยังไม่มีท่าทีหนักใจ เหล่าระดับสูงของสำนักเหมียวอินต่างหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ
การเผชิญหน้ากับแรงกดดันของยอดฝีมือเทพปฐพีขั้นที่ห้าโดยไม่สะเทือนเช่นนี้ แสดงว่าอย่างน้อยเย่หนานต้องมีระดับพลังเทียบเท่ากัน
เจ้าเป็นใคร เข้าหาเหมียวอินมีจุดประสงค์อันใด และมาที่สำนักของเราเพื่ออะไรเหมียวฉางอันก้าวออกมาข้างหน้า เอ่ยถามเสียงเข้ม
ท่านเจ้าสำนัก จะไปเสียเวลาพูดกับมันทำไม คนพรรค์นี้ดูยังไงก็ไม่ใช่คนดี ฆ่าทิ้งเสียก็สิ้นเรื่อง!เหมียวเฉิงเทียนแทรกขึ้นมาอีกครั้งด้วยความใจร้อน
หือถูกขัดจังหวะซ้ำสอง เหมียวฉางอันปรายตามองเหมียวเฉิงเทียนด้วยสายตาเย็นเยียบแฝงจิตสังหาร
เมื่อเห็นสายตานั้น เหมียวเฉิงเทียนสะดุ้งเฮือก ได้สติขึ้นมาทันที
ขออภัยเจ้าค่ะท่านเจ้าสำนัก ข้าน้อยก้าวก่ายเกินหน้าที่ โปรดลงโทษด้วยเหมียวเฉิงเทียนรีบก้มหัวขอขมา
ฮึ! อย่าให้มีครั้งหน้าอีกเหมียวฉางอันกล่าวเตือนเสียงเย็น
ทราบแล้วเจ้าค่ะเหมียวเฉิงเทียนรับคำเสียงอ่อย
ตอบคำถามของข้ามา เจ้าเป็นใครเหมียวฉางอันหันกลับมาคาดคั้นเย่หนานอีกครั้ง
ข้าก็เป็นปาป๊าของเจ้าไง!เย่หนานตะโกนสวนกลับด้วยความโมโห
เขาอุตส่าห์มาดี มาเพราะความสัมพันธ์ที่ดีกับเหมียวอิน แค่จะมาเยี่ยมเยียนเที่ยวเล่น แต่กลับโดนด่าสาดเสียเทเสีย แถมยังโดนลงไม้ลงมือใส่ ใครมันจะไปทนไหว!
ดูท่าเจ้าคงไม่อยากพูดดี ๆ สินะ เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไร้น้ำใจเหมียวฉางอันหน้าตึงขึ้นมาทันที
นางหันไปสั่งเหมียวเฉิงเทียนผู้อาวุโสรอง จับตัวมันไว้ แล้วค่อยลากไปเค้นความจริงในคุกใต้ดิน!
แม้จะไม่เข้าใจความหมายของคำว่าปาป๊าอย่างถ่องแท้ แต่ดูจากน้ำเสียงและสีหน้ากวนประสาทของเย่หนาน เหมียวฉางอันก็เดาได้ไม่ยากว่ามันต้องเป็นคำด่าที่หยาบคายแน่นอน
รับทราบ! โปรดรอสักครู่ท่านเจ้าสำนัก ข้าจะจับไอ้เด็กนี่มาให้ท่านเดี๋ยวนี้!
เมื่อได้รับคำสั่ง สายตาของเหมียวเฉิงเทียนก็ลุกวาวด้วยความปิติยินดี นางรอจังหวะนี้มานานแล้ว
บึ้ม!
แรงกดดันที่กดทับร่างเย่หนานทวีความรุนแรงขึ้นอีกเท่าตัว
ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของเหมียวเฉิงเทียนเลือนหายกลายเป็นภาพติดตา พุ่งเข้าประชิดตัวเย่หนาน กรงเล็บกระดูกอันเหี่ยวย่นง้างออกเตรียมตะปบเข้าที่ลำคอของชายหนุ่มหมายจะหักคอให้สิ้นฤทธิ์!